ฝ่าหลุนต้าฝ่า

“จิงจิ้งเหย้าจื่อ

 

สิ่งสำคัญต่อการพัฒนา 2

 

 

 

 

 

 

หลี่  หงจื้อ


สารบัญ

1.                  เห็นคุณสมบัติแท้จริง. 1

2.                  ความรู้สึกและความคิดเห็นของข้าพเจ้า. 1

3.                  ตำแหน่ง. 3

4.                  มั่นคง. 3

5.                  คำขวัญสำหรับหนังสือ [ฝ่าหลุนต้าฝ่า] ฉบับภาษารัสเซีย. 4

6.                  วิเคราะห์อธิบายหมีซิ่น(งมงาย) อีกครั้ง. 4

7.                  รูปถ่ายอาจารย์ : มองดูโลกมนุษย์อย่างเงียบ ๆ.. 6

8.                  ใจตัวย่อมแจ่มแจ้ง. 7

9.                  เดินสู่หยวนหมั่น(ความสำเร็จสมบูรณ์) 7

10.              ถึงฝ่าฮุ่ยไต้หวัน.. 9

11.              ประกอบการพิจารณาคำทำนาย. 9

12.              ใช้ตามใจนึก.. 11

13.              กำจัดการรบกวน.. 12

14.              ถึง ชมรมต้าฝ่าทุกแห่ง. 13

15.              ความมีเหตุผล.. 13

16.              กำจัดความยึดติดสุดท้าย. 14

17.              วิจารณ์และให้อรรถาธิบาย 1. 17

18.              ดับลมหายใจสิ่งชั่วร้าย. 17

19.              อดทนจนไม่สามารถจะอดทน.. 17

20.              คำอวยพรของอาจารย์ที่มีถึงฝ่าฮุ่ยฮ่องกงปี 2001. 18

21.              ถึงฝ่าฮุ่ยฟลอริดา. 18

22.              ท้องนภาถูกต้องเที่ยงตรงยิ่งใหญ่.. 19

23.              การบีบบังคับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจคน.. 19

24.              ข้อความ.. 20

25.              ข้อเสนอ. 21

26.              ความคิดถูกต้องของศิษย์ต้าฝ่ามีอานุภาพ.. 23

27.              ศิษย์นั้นยิ่งใหญ่สง่างาม.. 24

28.              คำปฏิญาณของเทพกำลังเป็นไปตามคำมั่นสัญญา. 25

29.              ไม่มีการเมือง. 25

30.              วิจารณ์และให้อรรถาธิบาย 2. 26

31.              การตั้งมือสองแบบของการส่งความคิดถูกต้อง (ฟาเจิ้งเนี่ยน) 27

33.              ถึงผู้ฝึกทั้งหมด ณ ฝ่าฮุ่ยยุโรปเหนือ. 28

34.              ต้าฝ่าแข็งแกร่งไม่สามารถทำลาย. 29

35.              ถอดความกลอนเหมยฮวา(ดอกเหมย) สามท่อนท้าย. 30

36.              เจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญ.. 33

37.              วิจารณ์ [ความน่าเกรงขามของต้าฝ่า] 33

38.              ประสิทธิผลของเจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง) 33

39.              ต้าฝ่าผสมผสานกลมกลืน.. 35

40.              ศิษย์ต้าฝ่าแห่งช่วงเวลาเจิ้งฝ่า. 37

41.              พูดกันสองสามคำ... 39

42.              หนทาง. 39

43.              ถึงเว็บไซ้ต์หยวนหมิงยุโรป.. 41

44.              จากอาจารย์ ถึงฝ่าฮุ่ยต้าฝ่ารัสเซียครั้งที่สอง. 42

45.              ลมฤดูใบไม้ร่วงเย็นยะเยือก.. 42

46.              พยากรณ์ฝ่าปรับโลกมนุษย์ให้ถูกต้องเที่ยงตรง. 42

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1.            เห็นคุณสมบัติแท้จริง

เด็ดเดี่ยวบำเพ็ญต้าฝ่าใจไม่หวั่นไหว

ยกระดับชั้นสูงขึ้นคือรากฐาน

ต่อหน้าการทดสอบเห็นคุณสมบัติแท้จริง

พลังกงสำเร็จหยวนหมั่น พุทธ เต๋า เทพ

หลี่ หงจื้อ

1999.5.8

 

2.            ความรู้สึกและความคิดเห็นของข้าพเจ้า

            ไม่นานมานี้ มีข่าวโจษจันว่าประเทศจีนแผ่นดินใหญ่คิดจะลดการได้เปรียบดุลการค้าเป็นจำนวนเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนเพื่อให้ส่งตัวข้าพเจ้ากลับประเทศ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าพเจ้าคิดจะพูดอะไรสักหน่อย ข้าพเจ้าเพียงแต่สอนคนให้หันสู่ความดี ในเวลาเดียวกันก็ช่วยคนขจัดโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้คนบรรลุอาณาจักรเขตแดนของความนึกคิดที่สูงยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าไม่รับเงินทองและสิ่งของใดๆเป็นค่าตอบแทน ส่งผลในด้านบวกทั้งต่อสังคมและประชาชน ทำให้จิตใจคนทั่วไปหันไปสู่ความดี มีศีลธรรมสูงส่ง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุนี้ใช่หรือไม่ จึงคิดจะให้ส่งตัวข้าพเจ้ากลับไป? ให้ข้าพเจ้ากลับประเทศเพื่อให้คนได้ฝ่า บำเพ็ญจิตกันมากขึ้นหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ขอประเทศอย่าได้สูญเสียเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการแลกเปลี่ยน ข้าพเจ้าจะกลับไปเอง

            แต่ข้าพเจ้าได้ยินมาว่า โดยปกติคนที่ให้ส่งตัวกลับล้วนเป็นอาชญากรสงครามหรือศัตรูต่อสาธารณชน นอกจากนี้ก็คือผู้ต้องคดีอาญา ถ้าเป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าข้าพเจ้าจัดอยู่ในข้อหาใด

            อันที่จริง ข้าพเจ้าสอนคนอยู่ตลอด ให้ยึด เจิน ซั่น เหริน เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติตน โดยอัตโนมัติข้าพเจ้าก็ต้องปฏิบัติเป็นแบบอย่าง ในเวลาที่ตัวข้าพเจ้าและศิษย์ของ“ฝ่าหลุนกง” ได้รับการตำหนิอย่างไม่มีสาเหตุและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พวกเราต่างแสดงออกซึ่งจิตใจของความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ความอดทนอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาเต็มที่ที่จะเข้าใจพวกเรา ด้วยการอดทนอยู่อย่างเงียบๆ แต่การอดกลั้นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าและผู้ฝึก“ฝ่าหลุนกง”หวาดกลัวอะไรอย่างแน่นอน ต้องรู้ว่าคนเมื่อได้รับรู้ถึงสัจธรรมและความหมายอันแท้จริงของการคงอยู่ของชีวิต การสละชีวิตเพื่อสิ่งนั้นก็ไม่เสียดาย อย่าเข้าใจว่าจิตใจแห่งความเมตตาและความอดทนอันยิ่งใหญ่ของพวกเราคือความกลัว แล้วทวีความรุนแรงทำอะไรตามอำเภอใจ อันที่จริงพวกเขาคือคนที่บรรลุรู้แจ้งแล้ว คือผู้บำเพ็ญที่รู้ซึ้งแล้วถึงความหมายแท้จริงของชีวิตคน และอย่าได้กล่าวหาผู้บำเพ็ญ“ฝ่าหลุนกง”ว่ากระทำเรื่องงมงายอะไร สิ่งที่คนยังไม่สามารถเข้าใจและวิทยาศาสตร์ยังเข้าใจไม่ถึงนั้นมีมากมายนัก พูดถึงศาสนาไม่ใช่คงอยู่ด้วยความเชื่อถือต่อเทพหรอกหรือ? อันที่จริงศาสนาที่แท้จริงและและความเชื่อโบราณต่อเทพ สามารถผดุงศีลธรรมในสังคมมนุษย์มาหลายพันปี จึงมีมนุษยชาติในทุกวันนี้ ในจำนวนนี้รวมทั้งท่าน ข้าพเจ้า เขา ถ้าไม่ใช่เป็นเช่นนี้ มนุษยชาติคงเริ่มทำชั่วก่อนหน้านี้นานแล้ว และนำไปสู่การเกิดภัยพิบัติ เป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษของคนก็คงสูญสิ้นไปนานแล้ว ก็จะไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้ อันที่จริงศีลธรรมของมนุษยชาติสำคัญอย่างยิ่ง คนถ้าไม่เห็นความสำคัญของกุศลก็สามารถจะทำความชั่วได้ทุกเรื่อง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งสำหรับมนุษยชาติ นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าสามารถจะบอกคน ความจริงข้าพเจ้าไม่มีความตั้งใจจะทำอะไรเพื่อสังคม ไม่คิดจะยุ่งกับเรื่องอะไรของคนธรรมดาสามัญแต่อย่างใด ยิ่งไม่คิดอยากได้อำนาจในมือใคร ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นอำนาจเป็นเรื่องสำคัญ มนุษยชาติไม่ใช่มีคำพูดประโยคหนึ่งหรือว่า “คนต่างมีปณิธานของตน” ข้าพเจ้าเพียงแต่อยากให้คนที่สามารถบำเพ็ญได้ฝ่า สอนให้พวกเขายกระดับซินซิ่งสูงขึ้นอย่างไรอย่างแท้จริง ก็คือการเลื่อนระดับมาตรฐานของศีลธรรม และไม่ใช่คนทุกคนจะมาศึกษา“ฝ่าหลุนกง”กันทั้งหมด ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ข้าพเจ้าทำก็ไม่มีวาสนากับการเมือง (ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง) แต่จิตใจคนที่หันไปสู่ความดี ผู้บำเพ็ญที่ยกระดับศีลธรรมสูงขึ้นแล้วสำหรับประเทศใด ชนชาติใดล้วนเป็นเรื่องดี การช่วยขจัดโรคภัย เสริมสร้างสุขภาพให้ประชาชน การยกระดับมาตรฐานศีลธรรมของประชาชน จะเรียกเป็นลัทธินอกรีตได้อย่างไร? คนที่ฝึก“ฝ่าหลุนกง”ทั้งหมดล้วนเป็นสมาชิกหนึ่งของสังคม ทุกๆคนต่างมีการงานอาชีพของตัวเอง พวกเขาเพียงแต่ไปสวนสาธารณะทุกเช้าเพื่อฝึก“ฝ่าหลุนกง” สักครึ่งชั่วโมงหรือสักหนึ่งชั่วโมง จากนั้นไปทำงาน ไม่มีข้อกำหนดทางศาสนาที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีวัด โบสถ์ ไม่มีพิธีการทางศาสนา คิดอยากเรียนก็มาเรียน คิดอยากไปก็ไปได้ ไม่มีลงทะเบียนรายชื่อ มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นศาสนา? สำหรับคำพูดที่ว่า“นอกรีต” ใช่หรือไม่ว่า การสอนคนให้หันสู่ความดี ไม่รับเงินทอง ช่วยขจัดโรคภัย เสริมสร้างสุขภาพให้แก่คนก็จัดอยู่ในขอบข่ายของ“นอกรีต”? หรือว่าสิ่งที่ไม่อยู่ในขอบข่ายทฤษฎีของพรรคคอมมิวนิสต์ก็คือนอกรีต? นอกจากนี้ข้าพเจ้าทราบว่า ลัทธินอกรีตก็คือลัทธินอกรีต ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินโดยรัฐบาล หรือว่าลัทธินอกรีตหากสอดคล้องกับทัศนะความคิดของคนบางคนในรัฐบาล ก็สามารถกำหนดว่าถูกต้อง และสิ่งที่ถูกต้องหากไม่สอดคล้องกับทัศนะความคิดของตัวเอง ก็สามารถกำหนดให้เป็นนอกรีตอย่างนั้นหรือ?

            อันที่จริงข้าพเจ้าเข้าใจแจ่มแจ้งอย่างยิ่งว่า ทำไมคนบางคนจะต้องต่อต้าน“ฝ่าหลุนกง” ก็เหมือนอย่างที่สื่อมวลชนรายงานกันว่า ผู้ฝึก“ฝ่าหลุนกง”มากเกินไป หนึ่งร้อยล้านคนนับว่าไม่น้อย กลัวคนดีมีมากเช่นนั้นหรือ? คนดียิ่งมากยิ่งดี คนชั่วยิ่งน้อยยิ่งดีไม่ใช่หรือ? ข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อ ช่วยผู้คนที่บำเพ็ญยกระดับศีลธรรมของมนุษย์ ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้สังคมนั้นสงบสุข มีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อรับใช้สังคมได้ดียิ่งขึ้น นั่นไม่ใช่เป็นการสร้างโชคลาภให้แก่ผู้มีอำนาจหรอกหรือ? ความจริงทำมาถึงจุดนี้ได้ ไม่เพียงไม่รู้สึกขอบคุณข้าพเจ้า กลับผลักไสคนนับร้อยล้านคนไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล มีรัฐบาลใดที่สามารถจะทำให้คนไม่เข้าใจเช่นนี้? นอกจากนี้คนนับร้อยล้านคนไหนบ้าง ไม่มีครอบครัว บุตรธิดา ญาติสนิทมิตรสหาย นี่เป็นปัญหาของคนหนึ่งร้อยล้านคนหรือ? ฉะนั้นจำนวนคนที่พวกเขาต่อต้านอาจจะมากกว่านี้ จริงๆแล้ว “ผู้นำบนผืนแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้าเป็นอะไรไปหากสามารถจะใช้ชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อขจัดความกลัวในใจของพวกเขาต่อคนดีเหล่านี้ได้ ข้าพเจ้าจะกลับไปทันที ให้พวกเขาดำเนินการตามอำเภอใจ ทำไมจะต้อง “ฝ่าฝืนกฎแห่งใต้ฟ้าอันยิ่งใหญ่” ทำให้ประชาชนลำบาก ประเทศชาติสิ้นเปลืองเงินทอง ใช้การเมืองและเงินทองเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงทางการค้าที่บ่อนทำลายสิทธิมนุษยชนเล่า? นอกจากนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดมาเป็นประเทศตัวอย่างซึ่งเคารพในสิทธิมนุษยชน เช่นนั้นรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะยอมทรยศต่อสิทธิมนุษยชนเพื่อข้อตกลงทางการค้านี้หรือ? ยิ่งกว่านั้นข้าพเจ้ายังเป็นผู้อาศัยถาวรของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้อาศัยถาวรภายใต้ขอบเขตอำนาจของกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา

            ข้าพเจ้าไม่ตั้งใจจะประณามผู้ใด เพียงแต่ไม่สามารถจะเข้าใจวิธีดำเนินการของพวกเขา ทำไมละทิ้งโอกาสอันดีที่จะได้จิตใจของประชาชน กลับตั้งป้อมให้คนนับร้อยล้านคนไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม

            มีข่าวบอกว่ามีคนจำนวนมากไปจงหนานไฮ่ มีคนเป็นเดือดเป็นแค้นด้วยเหตุนี้ อันที่จริงคนที่ไปไม่มากเลยแม้แต่น้อย ทุกท่านลองคิดดูมีคนฝึก“ฝ่าหลุนกง”กว่าร้อยล้านคน ไปกันเพียงหมื่นกว่าคนจะว่ามากได้อย่างไร? ไม่ต้องไประดมคน ร้อยกว่าล้านคนท่านก็อยากไป ฉันก็อยากไป ประเดี๋ยวเดียวมิเป็นหมื่นกว่าคนแล้วหรือ? พวกเขาไม่มีคำขวัญ ไม่มีป้ายโฆษณา ไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี ยิ่งไม่มีการต่อต้านรัฐบาล เพียงแต่อยากจะสะท้อนสภาพการณ์ต่อรัฐบาลสักเล็กน้อย ทำไมจะทำไม่ได้? ขอถามว่ามีผู้แสดงพลังที่เรียบร้อยอย่างนี้หรือ? เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วยังไม่รู้สึกตื้นตันใจ จะต้องหาความผิดของ“ฝ่าหลุนกง”ให้จงได้ โดยไม่คำนึงว่าวิธีการต่างๆที่ใช้กำจัดนั้นล้าสมัยแล้ว “ฝ่าหลุนกง”ไม่น่ากลัวอย่างที่คนบางคนคิด กลับจะเป็นเรื่องดีที่ยิ่งใหญ่ มีแต่ผลดีไม่มีผลเสียแม้แต่น้อยต่อสังคมใดๆ ในทางกลับกัน การสูญเสียจิตใจของประชาชนจึงจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ขอพูดความในใจ ผู้ฝึกของ“ฝ่าหลุนกง” พวกเขาก็เป็นคนที่อยู่ในระหว่างการบำเพ็ญ ยังมีจิตใจของคนอยู่ ต่อการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าพวกเขายังจะอดทนไปได้อีกนานสักเท่าใด นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้ากังวลใจมากที่สุด

หลี่ หงจื้อ

1999.6.2

 

3.            ตำแหน่ง

            บททดสอบที่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งต้องประสบ เป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามัญไม่สามารถจะแบกรับได้ ดังนั้นในประวัติศาสตร์คนที่สามารถบำเพ็ญหยวนหมั่น จึงมีน้อยมากเพียงไม่กี่คน คนก็คือคน ในยามวิกฤติยากยิ่งนักที่จะปล่อยวางทัศนะความคิดของคน แต่กลับมักจะหาข้ออ้างให้กับตัวเอง ทว่าผู้บำเพ็ญที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งสามารถจะปล่อยวางตัวเขา ท่ามกลางบททดสอบอันหนักหน่วง ตลอดจนความนึกคิดของคนธรรมดาสามัญทั้งมวล ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีกับผู้บำเพ็ญต้าฝ่า ที่สามารถเดินข้ามมาท่ามกลางการทดสอบว่าสามารถจะหยวนหมั่นได้หรือไม่ ชีวิตที่ไม่ดับสลายชั่วนิรันดรของพวกท่าน ตลอดจนระดับชั้นที่อยู่ในอนาคต นั่นคือสิ่งที่พวกท่านสร้างขึ้นด้วยตัวเอง อานุภาพแห่งคุณธรรม(เวยเต๋อ)นั้นพวกท่านบำเพ็ญออกมาด้วยตัวเอง ก้าวรุดไปข้างหน้าเถิด นี้คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด วิเศษที่สุด

หลี่ หงจื้อ

1999.6.13

 

4.            มั่นคง

            เกี่ยวกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ได้ทำร้ายอย่างหนักหน่วงต่อผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ได้บ่อนทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างร้ายแรง ผู้ฝึกสามารถสะท้อนสถานการณ์ต่อรัฐบาลตามระดับชั้น หรือต่อผู้นำประเทศ ตามข้อเท็จจริงที่รู้ ถึงกรณี พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการรบกวน บ่อนทำลายการฝึกพลังกงของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงอย่างไร ทั้งด้วยวิธีโดยตรงหรือวิธีตบตาอำพราง อีกทั้งมีบางคนใช้อำนาจในมือยุยงปลุกปั่นเหตุการณ์ของฝ่าหลุนกงขึ้นมา สร้างสถานการณ์ให้ประชาชนกับรัฐบาลเป็นฝ่ายตรงข้ามซึ่งกันและกัน เพื่อฉกฉวยความได้เปรียบ(ต้นทุน)ทางการเมือง

            แต่พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญ ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ต้องไม่รับการรบกวนจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ สงบจิตใจลงมา กลับคืนสู่สภาพของการฝึกพลังกง ศึกษาฝ่าตามปกติ รุดไปข้างหน้าบำเพ็ญจริงจัง ยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

หลี่ หงจื้อ

1999.6.13

 

5.            คำขวัญสำหรับหนังสือ [ฝ่าหลุนต้าฝ่า] ฉบับภาษารัสเซีย

จงทะนุถนอมเถิด!

คำปฏิญาณของเทพกำลังจะเป็นจริง

จงทะนุถนอมเถิด!

นี้คือสิ่งที่ท่านต้องการจะหา

จงทะนุถนอมเถิด!

ฝ่าอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว

หลี่ หงจื้อ

1999.7.10

 

6.            วิเคราะห์อธิบายหมีซิ่น(งมงาย) อีกครั้ง

            หมีซิ่นเดิมทีเป็นเพียงคำศัพท์ที่ธรรมดาๆคำหนึ่ง เป็นเพราะนักการเมืองในประเทศบางคนปลุกปั่นอักษรสองตัวนี้ จนกลายเป็นคำศัพท์ที่มีกำลังพิฆาตและทำร้ายสูง อันที่จริง หมีซิ่นตามที่นักการเมืองป่าวประกาศ นั่นไม่ใช่หมีซิ่น แต่เป็นหมวกทางการเมืองใบหนึ่ง(ข้อหาทางการเมืองกระทงหนึ่ง) กับคำขวัญทางการเมือง เป็นคำศัพท์เฉพาะทางการเมืองซึ่งใช้ในการโจมตีผู้อื่นโดยเฉพาะ หมวกใบโตเมื่อใส่ให้แล้ว ก็จะเป็นปฏิปักษ์กับวิทยาศาสตร์ ก็สามารถจะลงมือโจมตีให้หนักหน่วง

            อันที่จริง ผู้คนที่เคยประสบกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาทุกรูปทุกแบบ จะมีความสามารถวิเคราะห์สูงมาก ในอดีตพวกเขาเคยมีความเชื่อ เคยสูญสลาย เคยเลื่อมใสศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา และเคยได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ได้รับความสะเทือนทางด้านจิตใจอันยากแก่การลืมเลือน คนประเภทนี้บอกให้เขาเชื่อถืออะไรอย่างง่ายๆจะเป็นไปได้หรือ? ไม่ว่าจะเป็นสัจธรรม หรือเป็นหมีซิ่นตามที่เรียกกันซึ่งปลุกปั่นโดยนักการเมือง ผู้คนทุกวันนี้สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนที่สุด

            ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์หรือหมีซิ่น ไม่ใช่สิ่งที่นักการเมืองจะมาตัดสิน แต่ต้องเป็นการวินิจฉัยและชี้ชัดโดยนักวิทยาศาสตร์ แต่ทว่านักวิทยาศาสตร์ตามที่เรียกกันเหล่านั้นซึ่งถูกการเมืองใช้เป็นประโยชน์ อันที่จริงก็คือบุคคลทางการเมือง คนประเภทนี้ไม่สามารถจะให้คำวินิจฉัยทางวิทยาศาสตร์ด้วยความเที่ยงธรรม ที่ยืนอยู่บนทัศนคติของวิทยาศาสตร์ด้วยความเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง ฉะนั้นพูดตามพื้นฐานพวกเขาไม่สามารถนับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ อย่างเต็มที่พวกเขาก็เป็นได้แต่เพียงไม้กระบองอันหนึ่ง ในมือของนักการเมืองซึ่งใช้ตีคนเท่านั้นเอง

            ความเข้าใจต่อสัจธรรมของจักรวาลของผู้ฝึก ซึ่งบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่านั้นคือการเลื่อนระดับของความมีเหตุผลและการปฏิบัติ มนุษย์ไม่ว่าจะยืนอยู่ ณ จุดยืนใด หากปฏิเสธหลักการของฝ่าแห่งจักรวาล ซึ่งอยู่สูงเกินทฤษฎีทั้งมวลของสังคมมนุษย์ล้วนเป็นการเหนื่อยเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ศีลธรรมของสังคมมนุษย์ตกอยู่ในสภาวะพังทลายรอบด้าน เป็นเพราะจักรวาลอันยิ่งใหญ่เมตตาต่อคนอีกครั้ง ให้โอกาสครั้งสุดท้ายนี้แก่คน นี้คือความหวังที่มนุษยชาติสมควรจะต้องทะนุนอมอย่างสุดแสน แต่ทว่าเพื่อกิเลสส่วนตน คนกลับบ่อนทำลายความหวังสุดท้ายซึ่งจักรวาลให้แก่มนุษยชาติ ทำให้ฟ้าดินพิโรธด้วยเหตุนี้ คนที่ไม่ใส่ใจยังคิดว่าภัยพิบัติต่างๆเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ จักรวาลไม่ใช่คงอยู่เพื่อมนุษยชาติ คนเป็นเพียงรูปแบบที่ปรากฏของชีวิตที่คงอยู่ชั้นหนึ่งซึ่งต่ำสุด หากมนุษย์สูญเสียมาตรฐานการคงอยู่ของชั้นนี้ในจักรวาล เช่นนั้นก็ได้แต่ถูกคัดออกไปโดยประวัติศาสตร์ของจักรวาล

            มนุษย์เอย! ตื่นขึ้นมาเถิด! เทพในประวัติศาสตร์กำลังปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ต้าฝ่ากำลังชั่งวัดชีวิตทั้งมวล หนทางชีวิตของคนนั้นเดินด้วยตัวเอง เพียงหนึ่งความคิดของตนก็จะกำหนดอนาคตของตัวเอง

            จงทะนุทนอมเถิด หลักการของฝ่าแห่งจักรวาลอยู่ตรงหน้าพวกท่านแล้ว

หลี่ หงจื้อ

1999.7.13

 


7.            รูปถ่ายอาจารย์ : มองดูโลกมนุษย์อย่างเงียบ ๆ

หลังจากวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1999 อาจารย์จากเมืองนิวยอร์ค มองดูโลกมนุษย์อย่างเงียบๆ อยู่ท่ามกลางภูเขา (ตีพิมพ์เผยแพร่ ณ วันที่ 19 มกราคม ปี 2000)


8.            ใจตัวย่อมแจ่มแจ้ง

ฝ่าโปรดสรรพชีวิต อาจารย์นำร่องการเดินทาง

ใบเรือหนึ่งชักขึ้น ร้อยล้านใบกางขึ้นตาม

ปล่อยวางความยึดติด เรือเบาแล่นเร็ว

จิตมนุษย์หนักไซร้ มหาสมุทรข้ามยากลำบาก

ลมเมฆเปลี่ยนฉับพลัน ฟ้าแทบจะถล่ม

กระแทกภูผาทะเลปั่นป่วน คลื่นร้ายกาจโถมกระหน่ำ

แน่วแน่บำเพ็ญต้าฝ่า ตามติดอาจารย์

จิตยึดติดหนักนัก หลงทิศทาง

เรือพลิกคว่ำเสาเรือหัก หนีเอาชีวิตรอด

โคลนทรายชะล้างหมดจด ทองคำเปล่งประกาย

ความเป็นความตายไม่ใช่เพียงคำพูดใหญ่โต

ทำได้ทำไม่ได้ เห็นความเป็นจริง

รอวันหน้า ยามสำเร็จสมบูรณ์

ความเป็นจริงปรากฏชัด ใต้ฟ้าเวิ้งว้างงวยงง

หลี่ หงจื้อ

1999.10.12

 

9.            เดินสู่หยวนหมั่น(ความสำเร็จสมบูรณ์)

            ศึกษาฝ่าด้วยจิตยึดติดไม่ใช่การบำเพ็ญจริง แต่ในระหว่างบำเพ็ญ สามารถค่อยๆรู้ถึงจิตยึดติดมูลฐานของตน ขจัดมันทิ้งไปและบรรลุมาตรฐานของผู้บำเพ็ญ เช่นนั้นอะไรคือจิตยึดติดมูลฐาน มนุษย์อยู่บนโลกสะสมทัศนะความคิดต่างๆมากมาย ยังผลให้ถูกทัศนะความคิดเหล่านี้ชักนำให้แสวงหาในสิ่งใฝ่ฝัน หากแต่เมื่อคนมาสู่โลกใบนี้ เส้นทางชีวิตคนและการได้และเสียในชีวิตคนนั้นถูกกำหนดด้วยเหตุ จะให้ทัศนะความคิดของคนมากำหนดชีวิตแต่ละช่วงได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่า“ความฝันและความปรารถนาอันสวยงาม” จึงกลายเป็นการแสวงหาความยึดติดอันเจ็บปวดที่บรรลุไม่ถึงตลอดไป

            ต้าฝ่า ความหมายภายในไร้ขีดจำกัด สร้างสรรค์สรรพสิ่งในทุกๆระดับชั้นของจักรวาล แน่นอนย่อมรวมไปถึงสรรพสิ่งของมนุษยชาติ ดังนั้นนอกจากกำลังกำจัดพวกมนุษย์ชั่วร้ายอย่างถอนรากถอนโคน ผู้ซึ่งถูกอิทธิพลอุบาทว์เก่าใช้ประทุษร้ายฝ่าแล้ว ผู้คนต่างล้วนมองเห็นถึงด้านที่ตัวเองคิดว่าดีจากในฝ่า บางคนเข้าใจอย่างแท้จริงถึงหลักการของต้าฝ่า ก็มีผู้ฝึกจำนวนมาก คือใช้ทัศนะความคิดของคน ค้นพบความใฝ่ฝันและความปรารถนาต่างๆนานาในต้าฝ่า ภายใต้การบงการของความยึดติดแบบนี้ของจิตมนุษย์ พวกเขาได้เข้ามาสู่การบำเพ็ญต้าฝ่า

            บางคนคิดว่าต้าฝ่าสอดคล้องเข้ากับความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ของตัวเอง บางคนคิดว่ามันสอดคล้องกับหลักการเป็นคนของตน บางคนคิดว่าสอดคล้องกับความไม่พอใจของตัวเขาต่อการเมือง บางคนคิดว่าต้าฝ่าสามารถกู้ศีลธรรมที่เสื่อมถอยของมนุษยชาติ บางคนคิดว่าต้าฝ่าสามารถรักษาโรคของเขา บางคนคิดว่าต้าฝ่าและอาจารย์นั้นเป็นฝ่ายถูกต้องเที่ยงตรง อะไรต่างๆ เป็นต้น ไม่ผิดหรอกสำหรับมนุษย์ที่อยู่ในโลกจะมีจิตแสวงหาความใฝ่ฝันและความปรารถนาอันสวยงามเหล่านี้ แต่การเป็นผู้บำเพ็ญแน่นอนเป็นเช่นนั้นไม่ได้ เช่นนั้น ท่านสามารถเดินเข้าสู่ประตูต้าฝ่าด้วยความคิดเหล่านั้น แต่ในขั้นตอนการบำเพ็ญท่านต้องปฏิบัติตนเป็นผู้บำเพ็ญ จากนั้นอ่านหนังสือ ศึกษาฝ่าให้ก้าวรุดหน้า เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวเองเข้าประตูต้าฝ่าด้วยความคิดอะไรในตอนแรก หลังจากบำเพ็ญได้ระยะหนึ่งแล้ว ใช่หรือไม่ที่ท่านยังคงมีความคิดเหมือนในตอนแรก ใช่หรือไม่เพราะจิตใจของคนดวงนี้ที่ยังรั้งตัวเองไว้ที่นี่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถนับได้ว่าเป็นศิษย์ของข้าพเจ้า นี่ก็คือจิตยึดติดมูลฐานที่ยังไม่ได้ขจัดทิ้งไป ไม่สามารถเข้าใจฝ่าในฝ่า ในระหว่างที่ต้าฝ่าเผชิญกับการทดสอบอันชั่วร้ายในประเทศจีน พวกที่ถูกคัดออกไปล้วนคือคนที่ไม่ละทิ้งจิตยึดติด ในขณะเดียวกันยังได้ส่งผลลบมาสู่ต้าฝ่าในบางประการ

            อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่ศิษย์ผู้บำเพ็ญจริงจำนวนมากกำลังประสบกับความลำบากอย่างแสนสาหัส เวลาแห่งบทสรุปถูกชะลอออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อรอให้คนเหล่านี้ได้รับรู้ถึงจิตยึดติดมูลฐานของตน เพราะในจำนวนนั้น หลายคนเป็นผู้มีวาสนา และมีความหวังที่จะหยวนหมั่น(สำเร็จสมบูรณ์)

            พวกท่านทราบไหมว่า เวลานี้ข้ออ้างใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งที่อิทธิพลอุบาทว์เก่าใช้ประทุษร้ายต้าฝ่าก็คือ บอกว่าจิตยึดติดมูลฐานของพวกท่านยังอำพรางอยู่ จึงทวีทุกข์ภัยให้รุนแรงมากขึ้นเพื่อสะท้อนให้คนเหล่านั้นออกมา ถ้าพวกท่านยึดติดว่าต้าฝ่าสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ พวกมันก็จะบงการคนชั่วร้ายให้กุข่าวว่าต้าฝ่าเป็นเรื่องงมงาย ถ้าพวกท่านยึดติดว่าต้าฝ่าสามารถรักษาโรค พวกมันก็บงการคนชั่วร้ายให้กุข่าวว่าต้าฝ่าห้ามคนกินยา ทำให้คนตายไป 1400 ราย ถึงแม้พวกท่านจะบอกว่าต้าฝ่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พวกมันก็สั่งให้คนร้ายกุข่าวว่าต้าฝ่าและ หลี่ หงจื้อ มีอิทธิพลการเมืองต่างประเทศหนุนหลัง เป็นต้น ถ้าพวกท่านบอกว่าต้าฝ่าไม่รับค่าตอบแทน พวกมันก็บอกว่าอาจารย์รีดเงิน ไม่ว่าพวกท่านจะยึดติดในสิ่งใด พวกมันก็สั่งให้ลูกสมุนชั่วร้ายกุเรื่องเท็จในสิ่งนั้น แม้กระทั่งพวกท่านกังวลว่าต้าฝ่าจะถูกบ่อนทำลาย พวกมันก็จัดทำจิงเหวินปลอมออกมา ทุกคนลองคิดดู บททดสอบครั้งใหญ่ในเวลานี้ก็เพื่อจะดูว่า เมื่ออาจารย์ไม่อยู่ต้าฝ่าจะเป็นอย่างไร และผู้ฝึกจะปฏิบัติตัวอย่างไรในการสอบ อาจารย์จะพูดได้อย่างไร จะบอกพวกท่านได้อย่างไรว่าควรทำอย่างไร? นอกจากนั้นพวกมันบงการคนชั่วร้ายมาตรวจสอบต้าฝ่าและศิษย์ในทุกเรื่อง พุ่งเป้าตรงไปยังจิตมนุษย์ทั้งหมด ความยึดติดทั้งมวล ครอบคลุมทุกๆด้านไม่มีตกหล่น ถ้าพวกท่านสามารถละทิ้งจิตยึดติดมูลฐานของมนุษย์อย่างแท้จริงในการบำเพ็ญ สุดท้ายมารผจญในครั้งนี้ก็คงไม่ชั่วร้ายอย่างนี้

            แม้กระทั่งขณะนี้ บางคนยังไม่สามารถใส่ใจกับการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะคนที่ทำงานให้กับต้าฝ่า ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างใดๆ มาอำพรางความจริงที่พวกท่านไม่อ่านหนังสือหรือศึกษาฝ่า ถึงแม้ท่านจะทำงานให้กับข้าพเจ้าผู้เป็นอาจารย์ ท่านก็ยังต้องสงบจิตใจศึกษาฝ่าทุกวัน ต้องบำเพ็ญตัวท่านอย่างจริงๆจังๆ เวลาที่พวกท่านอ่านหนังสือ ในใจท่านคิดฟุ้งซ่าน เหล่าพระพุทธ เต๋า และเทพนับจำนวนไม่ถ้วนในหนังสือมองดูท่านด้วยความคิดที่น่าหัวเราะและน่าเวทนา มองเห็นว่ากรรมแห่งความคิดครอบงำท่านอยู่อย่างร้ายกาจ ท่านยังคงหลงไม่ยอมรับรู้ เป็นเวลานานอาสาสมัครบางคนไม่อ่านหนังสือ ศึกษาฝ่า อย่างนี้จะทำงานของต้าฝ่าให้ดีได้อย่างไร ในความไม่ตั้งใจท่านได้สร้างความสูญเสียมากมายที่ไม่อาจจะแก้ไขให้กลับคืนมาได้ บทเรียนน่าจะทำให้พวกท่านเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้ว หนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้อิทธิพลชั่วร้ายเก่า ใช้ประโยชน์จากช่องว่างในความคิดของพวกท่านก็คือ เร่งรีบศึกษาฝ่า

            เรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้ได้ถูกจัดเอาไว้นานแล้วก่อนประวัติศาสตร์ ศิษย์ที่ได้ต้านแรงกดดันก้าวออกมายืนหยัดว่าฝ่าถูกต้องนั้นยิ่งใหญ่ เมื่อข้าพเจ้าถามกลุ่มสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงซึ่งกำลังจะถูกกำจัดว่า ทำไมจึงได้กุข่าวเท็จเกี่ยวกับข้าพเจ้าและต้าฝ่า พวกมันตอบว่า“ไม่มีหนทางอื่น ทางที่ท่านเดินนั้นเที่ยงตรงนัก ไม่เช่นนั้นจะทดสอบต้าฝ่าและศิษย์ของท่านได้อย่างไรพวกที่บ่อนทำลายต้าฝ่านั้นมีเพียงอิทธิพลชั่วร้ายเพียงหยิบมือเดียว พวกมันเพียงแต่ใช้สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่พวกมันเองก็คิดว่าจะถูกกำจัดอย่างแน่นอนเท่านั้น พระพุทธ เต๋า และเทพมากมายนับไม่ถ้วนในจักรวาล อีกทั้งสิ่งมีชีวิตในจักรวาลที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ต่างก็เฝ้าดูทุกสิ่งทุกอย่างบนผงธุลีเม็ดนี้ในจักรวาล ต้าฝ่าได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลสมบูรณ์และกลมกลืนแล้ว อานุภาพแห่งคุณธรรมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และนิรันดร ศิษย์ผู้ก้าวข้ามมาท่ามกลางบททดสอบที่ครอบคลุมทุกสิ่งอย่างเข้มงวดที่สุด ได้วางพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับต้าฝ่าไว้บนโลกนี้ ในเวลาเดียวกันก็แสดงให้โลกมนุษย์ได้เห็นถึงปรากฏการณ์แท้จริงของต้าฝ่า ขณะเดียวกันก็ได้หยวนหมั่น(บรรลุความสำเร็จสมบูรณ์)ในตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวเอง สิ่งชั่วร้ายจะถูกกำจัดให้หมดไปในไม่ช้า คนชั่วช้าในโลกมนุษย์จะได้รับผลกรรมตอบแทน ไม่สามารถให้บาปกรรมดำเนินอยู่ต่อไป เหล่าศิษย์รอคอยที่จะหยวนหมั่น ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถจะรออีกต่อไป ดีหรือชั่วที่แสดงออกมาเพียงพอที่จะสะท้อนผลลัพธ์ที่ตนจะได้รับ สรรพชีวิตทั้งหลาย ตำแหน่งในอนาคตตัวท่านเองเป็นผู้เลือก

หลี่ หงจื้อ

2000.6.16

 

10.    ถึงฝ่าฮุ่ยไต้หวัน

ก่อนอื่นขอกล่าวทักทายผู้ฝึกต้าฝ่าไต้หวันทั้งหมด : สวัสดีทุกท่าน

พร้อมกันนี้ขออวยพรให้ฝ่าฮุ่ยของพวกท่านประสบความสำเร็จ!           

            อาศัยฝ่าฮุ่ยในครั้งนี้ หวังว่าทุกท่านต่างสมารถค้นพบจุดบกพร่อง พัฒนาให้ก้าวรุดหน้ามากยิ่งขึ้น จัดฝ่าฮุ่ยให้เป็นการประชุมที่แข่งกันศึกษา แข่งกันบำเพ็ญ เป็นการประชุมของเจิ้งฝ่าอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประจักษ์แก่พลโลก

หลี่ หงจื้อ

2000.6.25

 

11.    ประกอบการพิจารณาคำทำนาย

            ศิษย์ทั้งหลาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศจีนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหน้าแล้วในประวัติศาสตร์ หลายต่อหลายคนเคยทำนายเรื่องนี้เอาไว้ในประวัติศาสตร์ พวกเขาเลือกวิธีไม่พูดออกมาตรง ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับปริศนาบนโลก และเพื่อตักเตือนผู้คนในเวลาเดียวกัน ดังนั้นคนธรรมดาสามัญจะสามารถเข้าใจความหมายของคำทำนายหลังจากประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไป

เช่น เรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศจีนขณะนี้ นอร์ดสตาดามูส ชาวฝรั่งเศสได้กล่าวข้อความไว้ในหนังสือคำทำนายศตวรรษ (Centuries) เมื่อหลายร้อยปีก่อนไว้ดังนี้

                        “ปี 1999 เดือนเจ็ด       

                        เพื่อชุบชีวิตของราชาแห่งแองโกลมอยส์(Anglomois)

                        มหาราชาแห่งความน่าสะพรึงกลัวจะลงมาจากท้องฟ้า

                        ยามนั้นช่วงก่อนหน้าและหลัง มาร์ส(Mars) จะปกครองใต้ฟ้า

                        อ้างว่าเพื่อให้ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุข”

                              (ศตวรรษ X – ตอน (quatrain) 77)

            สิ่งที่เขากล่าว “ปี 1999 เดือนเจ็ด เพื่อชุบชีวิตขององค์ราชา ความน่าสะพรึงกลัวจะลงมาจากท้องฟ้า...” ตรงกับคนเพียงไม่กี่คน ที่มีเจตนาแอบแฝงในคณะกรรมการกลาของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ใช้อำนาจในมือเริ่มปราบปรามต้าฝ่าและศิษย์ของต้าฝ่าอย่างชั่วร้าย จับกุม ทุบตีประชาชน ส่งเข้าค่ายกักกันแรงงาน พิพากษาลงโทษจำคุก ทำลายหนังสือใช้กำลังทหาร ตำรวจ สายลับ ใช้วิธีการทูต สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์กุข่าวประทุษร้ายด้วยวิธีการของอันธพาล ราวกับฟ้าจะถล่ม ระดับความชั่วร้ายแผ่กระจายไปทั่วโลก เป้าหมายของเหล่าอิทธิพลเก่าที่ใช้ทัศนะความคิดที่เลวทรามของพวกเขา ดำเนินการเรื่องนี้เป็นการ“ทดสอบ”ต้าฝ่าในลักษณะทำลายล้างตามที่อ้าง ในขั้นตอนที่อาจารย์ดำเนินการปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรงท่ามกลางมนุษย์ ดูจากมุมมองของเหล่าเทพเหมือนขั้นตอนของการตายแล้วคืนชีพ

            ประโยคที่ว่า“ยามนั้นช่วงก่อนหน้าและหลัง มาร์ส(Mars)จะปกครองใต้ฟ้า...” หมายถึง (คาร์ล) มาร์ซ (Marx) จะปกครองโลกก่อนหน้าและหลังปี1999 อันที่จริง ปัจจุบันไม่ใช่เพียงสังคมคอมมิวนิสต์เท่านั้นที่ใช้ปรัชญามาร์กซิส ระบบสวัสดิการสังคมต่างๆ ที่ใช้กันในประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกก็คือของในลัทธิคอมมิวนิสต์ภายใต้ระบอบทุนนิยม ผิวเผินดูเหมือนจะเป็นสังคมเสรี โดยแท้จริงดูเหมือนโลกทั้งโลกกำลังใช้ระบอบคอมมิวนิสต์ ผู้คนที่มาจากประเทศระบอบคอมมิวนิสต์มาอยู่ในประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วต่างมีความรู้สึกเช่นเดียวกันว่า “รู้สึกว่าที่นี่ก็เหมือนระบอบคอมมิวนิสต์ เพียงแต่พวกเขาไม่สนับสนุนการปฏิวัติด้วยกำลัง”

            ประโยคสุดท้าย “อ้างว่าเพื่อให้ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุข” ก็คือวิธีที่คอมมิวนิสต์พูดว่าจะปลดปล่อยมวลมนุษย์ และวิธีการที่สังคมตะวันตกเก็บภาษีหนักเพื่อจัดสวัสดิการสังคมต่างๆ เป็นต้น

            เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการสรุป ข้าพเจ้าจึงถอดความเพียงไม่กี่ประโยคนี้ อันที่จริง คำทำนายเกี่ยวกับเวลานี้มีเผยแพร่ในหลายประเทศ ข้อความไม่กี่ประโยคนี้ มอบให้ใช้ประกอบการพิจารณาเท่านั้น

หลี่ หงจื้อ

2000.6.28

 

12.    ใช้ตามใจนึก

ตลอดมาข้าพเจ้าไม่ชอบไวยากรณ์และตัวอักษรที่ถูกจัดเข้ามาตรฐาน จนมีความหมายตื้นเขินแล้วของภาษาจีนยุคใหม่ ฉะนั้นเวลาสอนฝ่า ข้าพเจ้ามักไม่ใช้ไวยากรณ์และตัวอักษรที่จัดเข้าตามมาตรฐาน เพราะเหตุนี้จึงมีคนไม่เข้าใจ อันที่จริงความหมายของคำซึ่งถูกเปลี่ยนแปลงโดยยุคใหม่นั้น ได้มีการเพิ่มเติมทัศนะความคิดของคนยุคใหม่เข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยคำที่มีความเชื่อเรื่องไร้พระเจ้าและปัจจัยทางการเมืองติดอยู่ด้วย ไม่สามารถนำมาใช้ในการสอนฝ่าเพื่อให้ผู้ฝึกเข้าใจ ข้าพเจ้าได้แต่พยายามเลือกใช้หลักไวยากรณ์และตัวอักษรของภาษาจีนยุคใหม่ท่าที่จะทำได้

ฝ่าของจักรวาลจะให้จัดเข้ากฎเกณฑ์ของวัฒนธรรมของมนุษย์ได้อย่างไร ขอเพียงสามารถจะอธิบายหลักการของฝ่าได้อย่างชัดเจน ข้าพเจ้าก็จะปลดเครื่องพันธนาการวัฒนธรรมมนุษย์ ทะลวงออกจากกฎเกณฑ์ข้อบังคับเหล่านั้น ใช้ถ้ยคำไปตามใจนึก เพื่อที่จะบรรยายต้าฝ่าให้ชัดเจน คิดจะใช้อย่างไรก็จะใช้อย่างนั้นเช่น บางครั้งประโยคของข้าพเจ้าจะยาวมาก ข้าพเจ้าใช้ถ้อยคำซ้ำเพื่อเน้น เพื่อเพิ่มความหมายของประโยคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก็คือเช่นี้ การใช้ภาษามนุษย์บรรยายหลักการของฝ่าระดับสูงและลึกซึ้งนั้นยากมาก ทางด้านตัวอักษร โดยพื้นฐานข้าพเจ้าจะใช้ตามใจนึก อย่างเช่น ข้าพเจ้ามักจะเขียน“ระดับ”(程度เฉิงตู้) เป็น“ระดับของความสำเร็จ”(เฉิงตู้[คำพ้องเสียง]) ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เมื่อเรื่องอะไรทำสำเร็จได้มากน้อยเท่าใดก็สมควรจะใช้อักษรสองคำนี้ ข้าพเจ้าชอบเขียน“ความเป็นจริง”(เจินเซี่ยง) เป็น“ปรากฏการณ์แท้จริง”(เจินเซี่ยง[คำพ้องเสียง]) ข้าพเจ้ารู้สึกว่าหน้าตาดั้งเดิมแท้จริงจึงสมควรใช้"เซี่ยง"คำนี้ ข้าพเจ้าชอบที่จะเขียน “ที่สุด”(จ๋วย) เป็น“แน่วแน่”(จ๋วย[คำพ้องเสียง]) ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคำนี้มีน้ำหนักกว่า จึงใช้“มโหฬาร”(hong) มาแทน“ยิ่งใหญ่”(hong[คำพ้องเสียง]) การพูดถึงต้าฝ่าของจักรวาล "มโหฬาร"จะเหมาะสมยิ่งกว่าเป็นต้น ข้าพเจ้ายังไม่ชอบนำประโยคจัดเข้าตามมาตรฐานที่ใช้เครื่องหมายวรรคตอนง่ายๆ เมื่อเขียนบทความ ข้าพเจ้ามักจะใช้เครื่องหมายจุลภาคเรื่อยไปจนจบ ข้าพเจ้าสนใจแต่ความหมายข้างในของฝ่า และสำหรับมาตรฐานของคน กรอบความคิดไม่มีความจำเป็นอะไร วัฒนธรรมมนุษย์นั้นพระเจ้าเป็นผู้ให้ แต่ภาษาจีนยุคใหม่ได้ถูกดัดแปลงด้วยความคิดที่เปลี่ยนแปลงของมนุษย์ยมีการวิจารณ์ความชื่อในพระเจ้า และทัศนะความคิดทางการเมืองติดอยู่ด้วย ฝ่าจะนำซึ่งสิ่งใหม่และความถูกต้องทั้งมวลให้แก่มนุษยชาติ แต่จะไม่รับการควบคุมโดยสิ่งเก่า สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เปลี่ยนแปลงของมนุษย์ทั้งมวล ข้าพเจ้าจบมัธยมศึกษาปลาย และจุดประสงค์ที่ข้าพเจ้าไม่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็คือ ไม่สามารถจะให้กรอบความคิดต่างๆ ทฤษฎี นิยาม กฎ(วิทยาศาสตร์) ทฤษฎีของมนุษย์ และสิ่กำหนดเป็นมาตรฐานทั้งหลาย ก่อตัวในความคิดของข้าพเจ้า เวลาอธิบายฝ่า ต้าฝ่าของจักรวาลไม่สามารถจะปะปนสิ่งต่างๆของมนุษย์เหล่านี้เข้าไปโดยเด็ดขาด จะทำให้ฝ่าถูกทัศนะความคิดมนุษย์รบกวน

ต้าฝ่าเป็นหลักธรรมของจักรวาล ต้าฝ่าสร้างสรรพชีวิตในจักรวาล ต้าฝ่าสร้างสภาพแวดล้อมและมาตรฐานการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในระดับต่างๆในจักรวาล และสร้างปัญญาที่ต่างกันให้กับสรรพชีวิตในระดับชั้นที่แตกต่างกัน รวมถึงวัฒนธรรมของมนุษยชาติ จุดประสงค์ของการเผยแพร่ต้าฝ่าให้กว้างไกล ก็เพื่อปรับฝ่าของจักรวาลให้ถูกต้องเที่ยงตรง ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ศิษย์ของต้าฝ่าที่อยู่ในโลกมนุษย์สามารถหยวนหมั่น ต้าฝ่ายังกำลังสร้างมนุษยชาติรุ่นใหม่ และเช่นกันจะนำวัฒนธรรมใหม่มาสู่มนุษยชาติ

หลี่หงจื้อ

2000.6.28

 

13.    กำจัดการรบกวน

ศิษย์ทั้งหลาย ต้าฝ่าที่ข้าพเจ้าสอนพวกท่านนั้น คือหลักประกันสิ่งเดียวที่พวกท่านสามารถจะบำเพ็ญยกระดับไปสู่หยวนหมั่น หากมีใครก็ตามเนื่องจากไม่สามารถขจัดจิตยึดติดของคนธรรมดาสามัญทิ้งไป ชักนำสิ่งชั่วร้ายเข้ามาและแปลงเป็นรูปลักษณ์ของข้าพเจ้า จากนั้นบอกเขาว่าควรจะทำอะไรตามจิตยึดติดของเขานั้น เป็นการบ่อนทำลายฝ่า คนๆนั้นตกอยู่ในสภาวะที่อันตรายมาก ถ้าเขาไม่รับรู้เขาจะกลายเป็นผีที่บ่อนทำลายฝ่า

ฝ่าเซิน(ร่างฝ่า)ของข้าพเจ้านั้นเป็นรูปลักษณ์แห่งความคิด จิตปัญญาและพลังงานของข้าพเจ้า ย่อมไม่แตกต่างแม้แต่น้อยจากความคิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้พูดอะไรสักคำในขณะที่ต้าฝ่าและเหล่าศิษย์ เผชิญกับการถูกทำร้ายของมารอย่างรุนแรงในระหว่างการทดสอบ ก็เหมือนกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของท่าน อาจารย์ยังจะสามารถบอกท่านให้ทำข้อสอบอย่างไรในสนามสอบได้หรือ ฉะนั้นเมื่อข้าพเจ้าไม่พูดอะไรระหว่างการทดสอบนี้ ข้าพเจ้าจะใช้รูปแบบของฝ่าเซินบอกพวกท่านให้ทำอะไรๆหรือ

ช่วงหลังนี้มีคนชั่วร้ายสติไม่แจ่มชัดคนหนึ่งในฮ่องกง กล่าวอ้างเรื่องเหลวไหลจากใจตัวเกิดมารว่า ฝ่าเซินของข้าพเจ้าบอกให้หล่อนทำอะไรๆ ทำการรบกวนต้าฝ่าอย่างรุนแรง แม้กระทั่งการที่ข้าพเจ้าโทรศัพท์ไป(หาเธอ)ก็สามารถนำไปทำให้เสียหาย และยังกระทำสิ่งไม่ดีไม่งามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเรื่องเหลวไหลอะไรของฝ่าเซินปลอมที่หล่อนกล่าวอ้างก็ตาม ข้าพเจ้าไม่มีผู้ฝึกแบบนี้ หากใครต้องการตามหล่อนไปเพื่อก่อกวนฝ่าก็ให้ตามหล่อนไป ข้าพเจ้าต้องการแต่ศิษย์ผู้บำเพ็ญอย่างสง่าผ่าเผย เทพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งไม่หวั่นไหวและหนักแน่นดั่งเพชร

ศิษย์ทั้งหลาย ในช่วงเวลาแห่งความเข้มงวดจริงจังขณะนี้ ท่านต้องมีสติ ฝ่าข้าพเจ้าเป็นผู้สอนให้แก่พวกท่าน ฝ่าเซินของข้าพเจ้าเป็นเพียงรูปลักษณ์แห่งความคิดข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคือร่างหลัก ผู้ที่ไม่ยอมรับแม้แต่ข้าพเจ้ายังจะสามารถเป็นศิษย์ของต้าฝ่าหรือ ยังมีผู้ฝึกบางคน ก็อย่าได้คิดว่าตัวเองได้ช่วยงานการเจิ้งฝ่าเพื่อต้าฝ่าจนเกิดจิตพึงพอใจในตัวเอง เวลานี้ พวกที่มีสภาพจิตไม่แจ่มชัด และพูดจาไม่ได้สาระนั้นนับว่าอันตรายมาก พวกเขาได้ถึงกำหนดอายุขัย สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้น พวกท่านอย่าได้ไปสนใจกับการยุยงปลุกปั่นของนักบ่อนทำลายคนนั้นในฮ่องกง อย่าได้ให้เขามีโอกาส ไม่ใช่ว่าอาจารย์ไม่มีจิตเมตตา ในหลายปีของการบำเพ็ญ นอกจากข้าพเจ้าต้องแบกรับเพื่อพวกท่านอย่างมากมายแล้ว ในเวลาเดียวกันเพื่อการพัฒนาของพวกท่าน ข้าพเจ้ายังคอยบอกคอยเตือนพวกท่าน คอยดูแลปกป้องให้พวกท่านปลอดภัยพื่อให้พวกท่านสามารถหยวนหมั่น ยังได้สะสางหนี้ที่พวกท่านได้ติดค้าง ระดับชั้นต่างๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็สามารถจะทำได้ และไม่ใช่จะทำให้กับคนธรรมดาสามัญ เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้ช่างไม่มีสติ ช่างไม่รู้ถึงคุณค่าของต้าฝ่าและโอกาสของการบำเพ็ญ

ในระหว่างการทดสอบที่โหดร้ายแบบทำลายล้าง ปัญหาทั้งหมดจะปรากฏออกมา ข้าพเจ้าได้บอกให้ท่านทราบก่อนหน้านี้แล้วในการอธิบายฝ่าของข้าพเจ้า สำหรับผู้ไม่บำเพ็ญจริง มันเป็นเรื่องยากที่จะข้ามมาได้ เวลานี้ทุกคนคเข้าใจกระจ่างมากขึ้นแล้วว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงบอกให้ท่านอ่านหนังสือมากๆ ฝ่าสามารถขจัดสิ่งยึดติดใดๆ ฝ่าสามารถกำจัดมารร้ายทั้งหลาย ฝ่าสามารถเปิดโปงารโป้ปดมดเท็จ ฝ่าสามารถทำให้ยึดมั่นในความคิดที่ถูกต้อง

เวลานี้ คนชั่วช้าที่มีสติไม่แจ่มชัดอยู่ภายใต้การครอบงำของหน่วยข่าวกรอง สำหรับผู้ที่ถูกจิตยึดติดนำพาให้คล้อยตามหล่านั้น ถึงแม้จะสามารถเข้าใจแจ่มชัดก็ตาม ก็ยากมากที่จะมีโอกาสบำเพ็ญอีกแล้ว ต้าฝ่าเป็นเรื่องเข้มงวดจริงจัง การบำเพ็ญเป็นเรื่องเข้มงวดจริงจัง ใครก็ตามทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้ในโลก ล้วนจะต้องชดใช้ด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าไม่อยากเห็นผู้ฝึกตกลงไปแม้แต่คนเดียว แต่แน่นอนข้าพเจ้าก็ไม่ต้องการศิษย์ที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน

หลี่ หงจื้อ

2000.7.5

 

14.    ถึง ชมรมต้าฝ่าทุกแห่ง

            มันไม่ใช่เรื่องผิดอย่างแน่นอน ที่จะนำเสนอความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ของเราให้แก่รัฐบาลจีนด้วยสันติวิธี แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญ เราไม่สมควรอย่างแน่นอนที่จะใช้วิธีหรือคำพูดที่รุนแรงเกินไป ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา การชี้แจงความจริงและร้องเรียนต่อผู้คนทั่วโลก ต่อรัฐบาลด้วยจิตเมตตา พวกท่านกระทำได้ถูกต้องเที่ยงตรง

            ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีกับศิษย์ (ชีวิตที่ยิ่งใหญ่สง่างาม) ผู้ซึ่งบำเพ็ญออกมาจากต้าฝ่า ข้าพเจ้าก็หวังอีกว่าจากวันนี้ไป ขณะที่ท่านอธิบายความจริงและร้องเรียนต่อรัฐบาล ท่านจะไม่มองข้ามความสำคัญของการศึกษาฝ่า เพราะว่าพวกเขาทุกคนล้วนต้องก้าวหน้าเดินสู่หยวนหมั่น ข้าพเจ้าเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เหล่าศิษย์กระทำ รวมทั้งสภาพของการบำเพ็ญ หวังว่าทุกท่านจะทำได้ดียิ่งขึ้น

หลี่ หงจื้อ

2000.7.20

 

15.    ความมีเหตุผล

            ท่ากลางความยากลำบากนั้น เป็นการยากที่ผู้ฝึกจะเห็นมูลเหตุของเรื่องราว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี เมื่อเขาสงบจิตใจลงและประเมินทุกสิ่งทุกอย่างด้วยต้าฝ่า เขาจะสามารถมองเห็นธาตุแท้ของเรื่องราวได้ ผู้ฝึกบางคนพูดว่า วิธีที่ดีที่สุดในการบำเพ็ญก็คือ การเข้าไปอยู่ในสถานกักกัน หรือค่ายแรงงาน หรือถูกตัดสินจำคุกเพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ผู้ฝึกทั้งหลาย มันไม่ใช่เช่นนี้ การก้าวออกมาเพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าด้วยวิธีต่างๆ นั้นเป็นการกระทำอันยิ่งใหญ่สง่างาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องให้มารร้ายจับไปอย่างแน่นอน หากเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมเหล่าผู้ฝึกที่ก้าวออกมาเพื่อร้องขอให้ปล่อยผู้ฝึกซึ่งไม่มีความผิด ที่ถูกจับ ถูกักกัน ส่งเข้าค่ายแรงงาน หรือตัดสินจำคุก การถูกจับไม่ใช่จุดประสงค์ การยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่านั้นจึงจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง เพื่อจะยืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่าท่านจึงก้าวออกมา เมื่อท่านก้าวออกมาแล้ว ก็ต้องบรรลุในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าให้ได้ นี่จึงจะใช่จุดประสงค์แท้จริงในการก้าวออกมา เมื่อคนชั่วถามว่าท่านฝึกฝ่าหลุนกงหรือไม่ ท่านสามารถเพิกเฉยไม่ตอบมัน หรือ ใช้วิธีอื่นเพื่อเบี่ยงเบนตอบคำถามของเขา อย่าอาสาตัวเองให้มารร้ายจับไป

            เวลานี้ ผู้ฝึกบางท่านยังอ้างว่าฝ่าเซิน(ร่างฝ่า)ของข้าพเจ้าบอกให้เขาทำอะไรๆ แล้วก็มุ่งไปสู่สุดขั้ว ข้าพเจ้าได้บอกไว้ในหลายโอกาสแล้วว่า มีเพียงฝ่าเซินปลอมเท่านั้นที่จะบอกให้ผู้ฝึกทำอะไรอย่างตรงๆ ยิ่งกว่านั้นฝ่าเซินปลอมจะปรากขึ้นต่อเมื่อผู้ฝึกยึดติดต่อบางสิ่งอย่างแรงกล้า เพราะจุดประสงค์ของอิทธิพลเก่าก็คือการทำาย ในเวลาที่ผู้ฝึกมีจิตยึดติดอย่างแรงกล้า การกระทำของเขา พูดอย่างจริงจังว่ามีพื้นฐานการแสดงออกมาจากจิตมารของเขา และเกิดขึ้นมาจากอารมณ์ ซึ่งไม่เป็นเหตุเป็นผล มารร้ายจึงปรากฏออกมา จากนี้ไป จงระวังใครที่อ้างว่าฝ่าเซินของข้าพเจ้าบอกเขาให้ทำอะไรๆอย่างตรงๆ ล้วนเป็นฝ่าเซินปลอม

            ในฐานะศิษย์ต้าฝ่า การกระทำในวันนี้ของพวกท่านนั้นยิ่งใหญ่สง่างาม การกระทำที่ประกอบด้วยความเมตตาของท่านนั้นเป็นสิ่งที่มารกลัวมากที่สุด เพราะพวกที่ทำร้ายความดีงามย่อมต้องชั่วร้าย เวลานี้พวกเขาทำร้ายต้าฝ่าและผู้ฝึก วิธีต่างๆที่ใช้นั้น ชั่วร้าย น่าละอาย กลัวถูกเปิดโปงมากที่สุด จะต้องเปิดเผยความชั่วร้ายของเขาให้ผู้คนทั่วโลกรู้ และก็เป็นการช่วยเหลือพลโลก ทำลายล้างมารร้ายให้หมดไปพร้อมกับหยวนหมั่นตัวเอง เพิ่มความแข็งแกร่งให้ฝ่าได้ปรากฏในโลก ท่านทราบไหม ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านกำลังทำนั้น ได้วางรากฐานอันยิ่งใหญ่ และอานุภาพแห่งคุณธรรมอันนิรันดรของต้าฝ่าและผู้ฝึกต้าฝ่า เมื่อประวัติศาสตร์หน้านี้ผ่านไป ผู้คนที่เหลือจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่สง่างามของพวกท่าน เทพในอนาคตจะจดจำประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในช่วงเวลานี้ตลอดไป ยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าอย่างมีเหตุผล ชี้แจงความเป็นจริงอย่างมีสติปัญญา หงฝ่า(เผยแพร่ฝ่าให้กว้างไกล) และช่วยเหลือพลโลกด้วยความเมตตา นี่จึงจะเป็นการเสริมสร้างอานุภาพแห่งคุณธรรมของผู้สำเร็จธรรม

หลี่ หงจื้อ

2000.8.9

 

16.         กำจัดความยึดติดสุดท้าย

            ต้าฝ่าและผู้ฝึกต้าฝ่าประสกับการทดสอบในแบบทำลายล้างที่เลวร้าย ชั่วร้ายที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ต้าฝ่าและผู้ฝึกได้เดินข้ามมาด้วยการกระทำของเจิ้งฝ่าอย่างแท้จริง การแสดงออกของผู้บำเพ็ญอันยิ่งใหญ่สง่างามที่สุด ในโลกมนุษย์ คนทุกคน ทุกองค์กร และหมู่คณะต่างกระทำอะไรต่างๆ ในสังคมมนุษย์เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนาในโลก แต่เหล่าศิษย์ต้าฝ่าจะกำจัดจิตยึดติดทั้งหมดของมนุษย์ทิ้งไป รวมทั้งความยึดติดต่อชีวิตของคน เพื่อบรรลุสู่อาณาจักรเขตแดนของสิ่งมีชีวิตระดับที่ชั้นสูงยิ่งขึ้น ดังนั้นพวกเราจึงสามารถเดินข้ามมาจากการประทุษร้ายในลักษณะเลวร้าย ชั่วร้ายที่สุด เยี่ยงอันธพาลที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นี่เป็นสิ่งที่คนชั่วร้ายเสื่อมถอยเหล่านั้นคาดคิดไม่ถึง

            เพราะท่านมีคุณสมบัติ บรรลุมาตรฐานของผู้บำเพ็ญอย่างแท้จริง ทรัพย์สินเรื่องเงิน ผลประโยชน์ทางวัตถุ ไม่สามารถทำให้ล้ม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญต้องปล่อยวางอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้น ผู้บำเพ็ญเหล่านี้แม้แต่ความเป็นความตายก็ปล่อยวางได้ แล้วยังจะกลัวถูกกดดันด้วยความตายหรือ? แม้ว่าเสื่อมถอยชั่วช้าไม่กี่คนในหมู่คนยังทำเรื่องชั่วร้ายอยู่ แต่ท่ามกลางเทียนถี่(ร่างสวรรค์)ชีวิตชั่วร้ายที่สุดในระดับชั้นสูง ได้ถูกกำจัดหมดสิ้นไปแล้วในระหว่างที่ฝ่าปรับเฉียนคุน(ฟ้าดิน) สมุนชั่วร้ายซึ่งอยู่ ณ ระดับผิวบนสุดของมนุษย์จะต้องเผชิญกับการดับสูญท่ามกลางฝ่าปรับโลกมนุษย์ เพื่อชดใช้บาปกรรมที่ทำไว้ทั้งมวล

            ในประเทศจีนเวลานี้ มีสายลับพิเศษบางคนแอบอ้างตัวเป็นผู้ฝึกได้ปะปนเข้าไปในค่ายกักกันแรงงานและสถานที่กักขังผู้ฝึก ดำเนินการบ่อนทำลาย ใช้วิธีหลอกลวงผู้ฝึกโดยบอกว่าตัวเองหยวนหมั่นแล้วเป็นต้น บอกผู้ฝึกว่าหยวนหมั่นแล้วและไม่ต้องฝึกอีกแล้ว ให้ทำตัวสอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญให้มากที่สุด ให้ส่งมอบหนังสือออกมาและอื่นๆ ใช้เรื่องโกหกเหล่านี้หลอกลวงผู้ฝึกบางคน ซึ่งเผชิญอยู่กับมารผจญและไม่คิดจะอยู่ในโลกมนุษย์และอยากจะหยวนหมั่นให้เร็วที่สุด ในฝ่า ข้าพเจ้าบอกพวกท่านให้บำเพ็ญโดยให้สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุด ข้าพเจ้าไม่เคยบอกว่าต้องให้สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญ เหมือนกับคนธรรมดาสามัญ นั่นยังจะใช่ผู้บำเพ็ญหรือ? ศิษย์ต้าฝ่า พุทธะ เต๋า และ เทพในอนาคต จะยอมให้ตัวตลกชั่วร้ายเหล่านั้นเจาะช่องว่างได้อย่างไร?

            อันที่จริง นี่ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปล่อยวางความยึดติดสุดท้าย ในฐานะผู้บำเพ็ญ พวกท่านก็รู้อยู่แล้ว และสามารถปล่อยวางความยึดติดทั้งมวลในโลกแล้ว(รวมถึงความยึดติดต่อร่างกายมนุษย์) และเดินข้ามมาแล้วจากการปล่อยวางความเป็นความตาย เช่นนั้นการยึดติดต่อการหยวนหมั่นคือความยึดติดใช่หรือไม่? มิใช่จิตใจคนกำลังยึดติดหรอกหรือ? พุทธะจะยึดติดต่อการหยวนหมั่นหรือ? อันที่จริงผู้บำเพ็ญซึ่งใกล้จะหยวนหมั่นจะไม่มีจิตใจเช่นนี้ ในการบรรยายฝ่า ข้าพเจ้าเคยพูดถึงหลักการที่ว่า เหมือนเช่นนักเรียนคนหนึ่งเพียงแต่ศึกษาให้ดี ก็จะเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยอัตโนมัติ การยึดติดต่อการเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ศึกษาให้ดีก็จะเข้าไม่ได้ ผู้บำเพ็ญมีความปรารถนาต่อการหยวนหมั่นนั้นไม่ผิด แต่ความคิดต้องอยู่ที่ฝ่า บำเพ็ญอย่างไม่หยุดยั้งก็จะบรรลุมาตรฐานของหยวนหมั่นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกที่ไม่สามารถอดทนต่อความเจ็บปวดทรมาน มักจะเกิดความคิดอยากไปจากโลกมนุษย์และหยวนหมั่นโดยเร็ว จึงทำให้สิ่งชั่วร้ายเจาะช่องว่างได้ พวกท่านได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาแล้ว เมื่อมาถึงความยึดติดสุดท้าย จะต้องปล่อยวางจิตใจลงให้ได้ ข้าพเจ้าก็รู้ถึงความเจ็บปวดทรมานของศิษย์ทั้งหลาย ความจริงก็คือ ข้าพเจ้าเห็นคุณค่าของพวกท่านมากกว่าพวกท่านเห็นตัวเองเสียอีก ในจักรวาลกำลังกำจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งมวลให้ดับสูญในระดับความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในหนึ่งปีที่ผ่านมา กรรมของผู้ฝึก การเข้าใจในหลักธรรมไม่ดีพอ ท่ามกลางทุกข์ภัยยังมีความยึดติดที่ปล่อยวางไม่ได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานในการผ่านด่าน ไม่สามารถปฏิบัติด้วเจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)เป็นต้น ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่สิ่งชั่วร้ายเพิ่มการประทุษร้ายให้รุนแรงยิ่งขึ้น และใช้เป็นข้ออ้างมูลฐานที่สิ่งชั่วร้ายใช้บ่อนทำลายฝ่าอย่างแท้จริง แต่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งอยู่ในระหว่างการบำเพ็ญ ไม่ว่าจะทุ่มเทออกมามากเท่าใด เวลาหยวนหมั่นย่อมได้รับมากเท่านั้นอย่างแน่นอน ท่านยังจำได้ไหมในเวลาที่ข้าพเจ้าบรรยายฝ่า ผู้ฝึกคนหนึ่งถามว่า คนที่บำเพ็ญสามารถจะบำเพ็ญให้สูงกว่ามรรคผลในตอนที่ชีวิตของตนก่อกำเนิดขึ้นมาได้หรือไม่? ถ้าผู้บำเพ็ญคนหนึ่งสามารถปล่อยวางความคิดในเรื่องความเป็นความตายไม่ว่าจะอยู่ในสภาพการณ์ใดๆ สิ่งชั่วร้ายย่อมเกรงกลัว ถ้าผู้ฝึกทุกคนสามารถทำเช่นนี้ได้ สิ่งชั่วร้ายย่อมดับสูญไปเอง พวกท่านรู้แล้วถึงหลักการของการเสริมและต่อต้านซึ่งกันและกัน ไร้ซึ่งความกลัว มูลเหตุที่จะทำให้ท่านกลัวก็ไม่คงอยู่ นี่ไม่ใช่ด้วยการบังคับ แต่ทำได้โดยปล่อยวางด้วยจิตสงบอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเห็นพวกท่านประสบกับมารผจญ อาจารย์รู้สึกทุกข์ทรมานยิ่งกว่าพวกท่าน ทุกครั้งที่ท่านก้าวเดินไม่ถูก ข้าพเจ้าจะปวดใจอย่างมาก อันที่จริง เรื่องที่สิ่งชั่วร้ายทำทั้งหมด ล้วนลงมือที่ความยึดติดและความกลัวที่พวกท่านยังไม่ปล่อยวาง พวกท่านเดินสู่การเป็นพุทธะ เต๋า เทพ ผู้สำเร็จธรรมในอนาคต ไม่แสวงหาการได้และเสียในโลก เช่นนั้นอะไรก็สมควรจะปล่อยวางได้ ณ เวลานี้ ถ้าพวกท่านไม่มีจิตใจที่ยึดติดต่อการหยวนหมั่น สิ่งชั่วร้ายก็จะไม่มีทางเจาะช่องว่างสุดท้ายนี้ได้อีก

            เมื่อพวกเสื่อมถอยชั่วช้าซึ่งแอบอ้างตัวเป็นผู้ฝึกเหล่านั้น พยายามจะทำให้พวกท่านหวั่นไหว ส่วนมากพวกมันมักจะอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ฝึก อ้างว่าหยวนหมั่นแล้ว เรื่องโกหกทำนองนี้เป็นต้น พวกท่านสามารถปล่อยวางในเรื่องความเป็นความตายเป็นสิ่งที่น่าชมเชย แต่จะให้เกิดความยึดติดเพื่อที่จะหยวนหมั่นนั้นไม่ได้ นี้คือมีการตกหล่น นี้ก็คือจุดที่สิ่งชั่วร้ายใช้เจาะช่องว่าง เมื่อพวกมันบอกว่าตัวเองหยวนหมั่นแล้ว เช่นนั้นท่านก็บอกให้มันบินขึ้นฟ้าให้ทุกคนดู ทดสอบมันให้ท่องจ้วนฝ่าหลุนออกมาสักหนึ่งย่อหน้า หยวนหมั่นแล้วก็คือ เทพ พุทธะ เต๋า จะเปล่งรัศมีไร้ขอบเขต มีรูปลักษณ์ของเทพผู้ยิ่งใหญ่สง่างามเปี่ยมด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งฝอฝ่า คือไม่คงเหลือซึ่งรูปลักษณ์ของคน พวกตัวตลกที่เข้าไปยังค่ายกักกันแรงงานแอบอ้างตัวเป็นเทพทำตัวเป็นผีเหล่านั้น จะหลอกศิษย์ต้าฝ่าได้อย่างไร? อย่าเห็นว่าพวกมันหาเศษมนุษย์นับร้อยมาทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ เพียหัวใจหนึ่งดวงไม่หวั่นไหว ก็สามารถควบคุมหัวใจอีกนับหมื่นดวงไม่ให้สั่นคลอน

            เวลานี้ สิ่งชั่วร้ายในเทียนถี่ได้ถูกกำจัดไปหมดสิ้นแล้ว ฝ่าภายในสามภพก็ถูกปรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเพียงเปลือกชั้นผิวนอกสุดของสสารที่กำลังถูกทะลวงในระดับความเร็วสูง และกำลังใกล้จะถึงเหล่าฆาตกรโหดเหี้ยมและเสื่อมถอยแล้วในโลกมนุษย์ผู้ซึ่งได้ตี ได้ทำร้ายศิษย์ต้าฝ่าจนตายและบาดเจ็บ (พุทธะ เต๋า เทพ ในอนาคต)

            กำจัดความยึดติดสุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านได้กระทำในระหว่างบำเพ็ญ ได้สำเร็จกั่วเว่ย(มรรคผล)อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้ขีดจำกัดของท่านในอนาคตเรียบร้อยแล้ว ก้าวเดินให้ดีในทุกก้าวย่าง และอย่าได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองได้ประจักษ์แล้วแปดเปื้อน ให้ส่วนที่บำเพ็ญดีแล้วของพวกท่านเปล่งรัศมีอันบริสุทธิ์ถูกต้องให้เจิดจ้ายิ่งขึ้น

หลี่ หงจื้อ

2000.8.12

 

17.    วิจารณ์และให้อรรถาธิบาย 1

 

[ เข้าใจได้ดีมาก ต่อการสะท้อนของกรรมแห่งความคิดและการบ่อนทำลายต่างๆซึ่งอิทธิชั่วร้ายสร้างให้แก่พวกเรา พวกเราอธิบายความเป็นจริงต่อคน ล้วนแต่เลือกที่จะฝ่ายทำการกำจัดมารโดยไม่ใช่แบกรับด้วยความยินยอมและท้อแท้ แต่ความคิดและพฤติกรรมจะต้องใช้ความเมตตาเสมอไป ]

หลี่ หงจื้อ

2000-10-5

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นคำวิจารณ์ต่อบทความ [กำจัดจิตมารทิ้งไป] ชึ่งเขียนโดยศิษย์ต้าฝ่าและตีพิมพ์ออกบนหมิงฮุ่ยเน็ตหน้าภาษาอังกฤษเมื่อวันที่ 2000-9-30

 

18.    ดับลมหายใจสิ่งชั่วร้าย

            สถานกักกันให้การศึกษาแรงงานหม่าซันเจียคือถ้ำมืดของเหล่าอิทธิพลชั่วร้าย ผู้คุมฝึกสอนส่วนใหญ่ในที่นั้นล้วนคือเหล่าสมุนผีในนรกที่กลับชาติมาเกิด คนที่ถูกเปลี่ยนแปลงตามที่เรียกกัน ในประวัติศาสตร์ก็จัดเตรียมไว้ให้มาบ่อนทำลายฝ่าอย่างนี้ ไม่ว่าที่ผ่านมาเมื่อถูกจับถูกตี เขาได้แสดงออกมาดีอย่างไร ล้วนเป็นการเตรียมการเพื่อให้เขากระโดดออกมาบ่อนทำลายฝ่า สร้างความงงงวยให้แก่ผู้ฝึกในวันนี้ หวังว่าผู้ฝึกจะไม่ฟังหรือเชื่อคำโกหกหลอกลวงอันชั่วร้ายของพวกมัน นี้ก็คือสิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งใจให้พวกมันเปิดเผยออกมา ให้ทุกท่านแบ่งแยกพวกเขาได้ชัดเจน กำจัดเนื้อร้ายเหล่านี้ออกจากหมู่ศิษย์ ผู้ฝึกทั้งหมดซึ่งอธิบายความเป็นจริง เพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่าในวันนี้กระทำได้ดีอย่างยิ่ง สิ่งนี้ข้าพเจ้าให้การยืนยันอย่างเต็มที่ สิ่งที่พวกเขาทำนั้นถูกต้องอย่างที่สุด สิ่งนี้ไม่เป็นที่สงสัย หวังว่าทุกท่านจะมีสติแจ่มแจ้ง

หลี่ หงจื้อ

2000.10.22 ณ ซานฟรานซิสโก

 

19.    อดทนจนไม่สามารถจะอดทน

ความอดทนไม่ใช่ความอ่อนแอ ยิ่งไม่ใช่การคล้อยตามยอมรับความเลวร้าย ความอดทนของศิษย์ต้าฝ่านั้นสูงส่ง เป็นารแสดงออกของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ มั่นคงไม่สามารถทำลายได้ ดุจวชิระแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง คือการให้อภัยด้วยน้ำใจที่โอมอ้อมอารีเพื่อรักษายืนยันสัจธรรมความจริง คือความเมตตาและช่วยเหลือผู้คนที่ยังมีจิตมนุษย์และความคิดถูกต้องให้พ้นทุกข์ แน่นอนความอดทนไม่ใช่การเพิกเฉยยินยอมอย่างไร้ขอบเขต ปล่อยให้ชีวิตชั่วร้ายที่ไร้ซึ่งจิตมนุษย์ ไร้ซึ่งความคิดถูกต้องแล้ว ก่อกรรมทำชั่วอย่างไม่มีขีดจำกัด ความอดทนคือความสามารถที่จะสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสัจธรรมความจริง แต่ความอดทนไม่ใช่การเพิกเฉยยินยอมปล่อยให้ชีวิตชั่วร้ายที่ไร้ซึ่งจิตมนุษย์ ไร้ซึ่งความคิดถูกต้องมาบ่อนทำลายสรรพชีวิต ต้าฝ่า ซึ่งคงอยู่ ณ ระดับชั้นต่างๆได้โดยไม่คำนึงถึงฝ่า ไม่คำนึงถึงสวรรค์ ยิ่งไม่ใช่การเพิกเฉยต่อการฆ่าคนและวางเพลิง เจิน ซั่น เหยิ่น (ความจริง ความเมตตา ความอดทน) คือฝ่า คือรูปลักษณ์ของต้าฝ่าแห่งจักรวาลซึ่งปรากฏออกมา ณ ระดับชั้นอันแตกต่างกัน แน่นอนไม่ใช่ความคิดของมนุษย์อะไรอย่างหนึ่ง หรือบรรทัดฐานของการดำรงชีวิตของคนธรรมดาสามัญตามที่คนเข้าใจกัน หากสิ่งชั่วร้ายได้ดำเนินมาถึงขั้นที่ไม่อาจจะช่วยเหลือได้ ไม่อาจจะเก็บเอาไว้ได้ ก็ต้องใช้รูปแบบต่างๆ ณ ระดับชั้นที่แตกต่างกัน ทำการหยุดยั้งและกำจัด

ในหลักการของฝ่าครอบคลุมไว้ด้วย “อดทนจนไม่สามารถจะอดทน” เพียงแต่ว่าระหว่างบำเพ็ญ ศิษย์ต้าฝ่ามีด่านต้องข้าม ต้องยกระดับซินซิ่ง ต้องปล่อยวางจิตยึดติดทั้งมวลในหมู่คนธรรมดาสามัญ ด้วยเหตุนี้ตลอดมาอาจารย์จึงไม่พูดถึง “อดทนจนไม่สามารถจะอดทน” ด้วยหากพูดออกมาแล้ว ก็จะก่อเกิดเป็นอุปสรรคแก่ศิษย์ต้าฝ่าในระหว่างบำเพ็ญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ในช่วงของการทดสอบต่อต้าฝ่าของสิ่งชั่วร้าย อย่างไรก็ตามดูจากการกระทำของสิ่งชั่วร้ายในเวลานี้ พวกมันสูญสิ้นซึ่งจิตมนุษย์ สูญสิ้นซึ่งความคิดถูกต้องโดยสิ้นเชิงแล้ว จึงไม่สามารถยินยอมปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายทำร้ายฝ่าอีกต่อไป

กำจัดสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นซากเพื่อเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง) ไม่ใช่เป็นเรื่องของการบำเพ็ญส่วนบุคคล ในการบำเพ็ญส่วนบุคคล โดยทั่วไปไม่มี “อดทนจนไม่สามรถจะอดทน”

หลี่ หงจื้อ

2001.1.1

 

20.    คำอวยพรของอาจารย์ที่มีถึงฝ่าฮุ่ยฮ่องกงปี 2001

ถึง ฝ่าหลุนต้าฝ่า ฝ่าฮุ่ยฮ่องกง เจี่ยนหงจางและผู้รับผิดชอบฝ่าฮุ่ยฮ่องกง:

อาจารย์ขออวยพรให้ฝ่าฮุ่ยสำเร็จสมบูรณ์! พร้อมกันนี้ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและการอำนวยความสะดวกต่างๆ ของรัฐบาลและประชาชนฮ่องกง ซึ่งทำให้การจัดประชุมฝ่าฮุ่ยของพวกเราครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

เพื่อตอบแทนการสนับสนุนของวงการเมืองและประชาชนฮ่องกง พวกเราจะต้องให้สิ่งที่ดีงามของฝ่าหลุนต้าฝ่า ให้แก่ประชาชนฮ่องกงอย่างแน่นอน

หวังว่าฝ่าฮุ่ยของเราจะจัดได้ดียิ่งๆขึ้น ท่ามกลางการถูกประทุษร้าย ต้องให้พลโลกเข้าใจชัดเจนถึงความเป็นจริง ให้ผู้คนได้ฝ่ามากยิ่งขึ้นและช่วยเหลือพลโลก

หลี่ หงจื้อ

2001.1.14

 

21.    ถึงฝ่าฮุ่ยฟลอริดา

ถึงผู้รับผิดชอบฝ่าฮุ่ยฟลอริดา :

สวัสดีทุกท่าน! ฟลอริดาฝ่าฮุ่ยเป็นฝ่าฮุ่ยรูปแบบใหญ่ครั้งแรกซึ่งจัดการประชุมโดยใช้ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ดีมาก หวังว่าการจัดฝ่าฮุ่ยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ อาศัยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประทับใจชึ่งกันและกัน ทำให้ทุกท่านยกระดับสูงขึ้นอย่างแท้จริง พร้อมกับแสดงโฉมหน้าอันแท้จริงของต้าฝ่าให้เป็นที่ปรากฏ บอกให้ผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้นเข้าใจความเป็นจริงของต้าฝ่า เพื่อให้คนที่มีบุญวาสนาได้ฝ่า

ขออวยพรอีกครั้งให้ต้าฝ่าประสบความสำเร็จ !

หลี่ หงจื้อ

2001.1.27

 

22.    ท้องนภาถูกต้องเที่ยงตรงยิ่งใหญ่

มารร้ายจะหลงระเริงได้กี่นาน
เผยสิ้นปณิธานของสรรพชีวิต
มหันตภัยนี้ ใครอยู่ข้างนอก
หัวเราะเฝ้าดูเหล่าเทพเขลา

หลี่ หงจื้อ
ปีซินจี่ เดือน 1 วันที่ 18
2001.2.10

 

23.    การบีบบังคับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจคน

            เจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)อันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของผู้บำเพ็ญ อยู่เหนือความเข้าใจทั้งมวลของมนุษย์ อยู่เหนือจิตใจทั้งมวลของมนุษย์ เป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามัญไม่มีทางจะเข้าใจตลอดไป ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีทางจะถูกคนธรรมดาสามัญเปลี่ยนแปลง เพราะคนไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงผู้สำเร็จธรรม

            สิ่งชั่วร้ายใช้อำนาจในมือคนชั่วก่อเรื่องมาเป็นเวลาเกือบสองปี ด้วยพฤติกรรมที่ต่ำทรามที่สุดซึ่งมีรวบรวมอยู่ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ทำการประทุษร้ายต้าฝ่าและผู้บำเพ็ญโดยใช้รูปแบบวิธีการทุกอย่างที่เลวร้ายที่สุด ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ เป้าหมายของมันคือคิดจะใช้วิธีบีบบังคับเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้บำเพ็ญ ให้ละทิ้งการบำเพ็ญ นี้เป็นการเหนื่อยเปล่า ในประวัติศาสตร์การประทุษร้ายต่อความเชื่อที่ถูกต้องทั้งหมดตลอดมา ล้วนไม่เคยประสบความสำเร็จ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการใช้การแสดงออก(ปรากฏการณ์)ของสิ่งชั่วร้ายทำให้ต้าฝ่ามั่นคงแข็งแกร่ง และกำจัดความยึดติดมูลฐานของผู้บำเพ็ญทิ้งไป เพื่อให้ผู้บำเพ็ญหลุดพ้นจากการพันธนาการของคนธรรมดาสามัญและกรรม พวกที่ถูกคัดออกไปล้วนเป็นพวกที่ไม่บำเพ็ญจริง ในช่วงเวลาซึ่งสิ่งชั่วร้ายถูกใช้อยู่นี้ แม้จะสามารถทำความชั่วในชั่วขณะ สุดท้ายก็จะจบสิ้นลงอย่างน่าอับอาย เพราะในขั้นตอนของการเจิ้งฝ่า พวกมันคือชีวิตที่ถูกกำหนดให้ถูกคัดออก กว่าหนึ่งปีมานี้ สิ่งชั่วร้ายใช้คนชั่วที่ถูกพวกมันใช้เป็นเครื่องมือ ใช้เครื่องมือและรูปแบบการทรมาน ตีและทรมานผู้บำเพ็ญต้าฝ่าอย่างโหดเหี้ยม หลายคนถูกตีตายไป ตีจนพิการ ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลประสาท ล้วนไม่ได้เปลี่ยนแปลงเจิ้งเนี่ยนอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของผู้บำเพ็ญที่แท้จริง การจัดทำจิงเหวินปลอม ไม่ให้ผู้ฝึกนอน ยัดเยียดข้อหา ปั้นเรื่องใส่ความ ปล่อยข่าวลือเป็นต้น ภายใต้การขู่เข็ญบีบบังคับ หลอกลวง การกดดันอย่างหนักด้วยวิธีของอันธพาล ภายใต้ภาวะสติสัมปชัญญะไม่แจ่มแจ้งและถูกบังคับ ผู้ฝึกบางคนได้เขียนสิ่งที่เรียกกันว่า “ไม่ฝึกพลังกง” “หนังสือสำนึกผิด” อะไรประเภทนี้ เหล่านี้ล้วนไม่ใช่สะท้อนออกมาจากข้างในจิตใจของผู้ฝึกอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความสมัครใจ แม้พวกเขาจะมีความยึดติด ถูกสิ่งชั่วร้ายเจาะช่องว่างในชั่วขณะหนึ่ง ได้กระทำในสิ่งที่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งไม่สมควรทำ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญคนหนึ่งต้องดูกันทุกแง่ทุกมุม ข้าพเจ้าไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เมื่อพวกเขามีสติแจ่มแจ้งก็จะกลับไปทำในสิ่งที่ผู้ฝึกต้าฝ่าสมควรทำทันที พร้อมกับประกาศว่าสิ่งที่ผู้ฝึกเขียนภายใต้สติสัมปชัญญะไม่แจ่มแจ้ง อันเนื่องมาจากการถูกบังคับและการกดดันอย่างหนักทั้งหมดเป็นโมฆะ และบำเพ็ญอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ มีผู้ฝึกในที่ต่างๆทั่วประเทศออกมาประกาศเป็นจำนวนมากทุกวัน ความหวังสุดท้ายที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงเจิ้งเนี่ยนของศิษย์ต้าฝ่า ด้วยการบีบบังคับและหลอกลวงเป็นอันต้องสูญสลายอย่างถึงที่สุดแล้ว สิ่งชั่วร้ายไม่มีวิธีใดอีกแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงศิษย์ต้าฝ่าซึ่งมีความเข้าใจต่อฝ่าอย่างแท้จริง และจิตใจอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของจิตพุทธซึ่งเผยออกมา หลังจากเปิ๋นถี่(ร่างแท้)เลื่อนระดับสูงขึ้นจากการบำเพ็ญจริงจัง ภายใต้สภาพการณ์แบบนี้ การปฏิบัติการของสิ่งชั่วร้ายได้กลายเป็นการระบายความแค้นส่วนตัวโดยสิ้นเชิงของคนเลวชั่วร้ายที่ใช้อำนาจในมือ และใช้วิธีการที่ต่ำทรามที่สุด

            ท่ามกลางการเจิ้งฝ่าในปัจจุบัน สิ่งชั่วร้ายที่เหลืออยู่มองเห็นแล้วว่า ความเชื่อถืออันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของศิษย์ต้าฝ่าไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ จึงเสียสติสัมปชัญญะอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์ต้าฝ่าถึงแม้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่เห็นความสำคัญของอำนาจของคนธรรมดาสามัญ แต่การประทุษร้ายในประเทศจีนของสิ่งชั่วร้ายโดยไม่คำนึงถึงผลลัพท์ที่ตามหลังอย่างนี้ จะทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือและไม่ไว้วางใจต่อพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ตลอดจนระบบการเมืองอย่างสิ้นเชิง ไม่ปฏิบัติตามรัฐบาล เครื่องมือแพร่กระจายปลุกปั่นข่าวลือไม่สามารถจะมอมเมาจิตใจคนได้อีกต่อไป เพราะในเวลาเดียวกับที่สิ่งชั่วร้ายทำการประทุษร้ายต่อต้าฝ่า ก็มีการจัดเตรียม โดยในระหว่างการเคลื่อนไหวใช้หัวหน้าพรรคในปัจจุบันของพวกเขา ทำลายพรรคดังกล่าวจากภายในพรรคและระบบการเมืองของพวกเขาด้วยตัวเอง นี้คือสิ่งที่ผู้ถูกควบคุมครอบงำและพลโลกไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากผลลัพท์ซึ่งก่อเกิดจากความแค้นส่วนตัวของคน จึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องเป็นอย่างนั้น อันไม่สามารถจะสลัดให้หลุดพ้น และการประทุษร้ายในครั้งนี้ พลโลกจะมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกสิ่งทุกอย่างที่สิ่งชั่วร้ายได้กระทำ ศิษย์ต้าฝ่าจะมีสติสัมปชัญญะมากขึ้น มีสติแจ่มแจ้งมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการบำเพ็ญอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่และสุกงอม เดินสู่หยวนหมั่นอันยิ่งใหญ่สง่างาม

หลี่ หงจื้อ

2001.3.4

 

24.    ข้อความ

ผู้รับผิดชอบจัดงานประชุมฝ่าฮุ่ยภาคพื้นยุโรป และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน

สวัสดีทุกท่าน

            สิ่งที่เรียกว่าบททดสอบ ฉากละครอันชั่วร้ายฉากนี้ที่กลุ่มอิทธิพลเก่าใช้มารร้ายดำเนินการอยู่นี้ ไม่ว่าพวกเขาจะชั่วร้ายอย่างไร สุดท้ายก็จะต้องถูกกำจัดทิ้งไปในการเจิ้งฝ่า (ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง) ทุกสิ่งทุกอย่างที่ศิษย์ต้าฝ่า กระทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งหมดเป็นการต่อต้านการกดขี่ประทุษร้ายต่อต้าฝ่าและต่อศิษย์ต้าฝ่า การอธิบายความเป็นจริงเป็นการเปิดโปงมารร้าย ขณะเดียวกันก็เป็นการยับยั้งมารร้าย ลดการกดขี่ประทุษร้ายให้น้อยลง การเปิดโปงมารร้าย ในเวลาเดียวกันก็เป็นการขจัดพิษร้ายในความคิด(สมอง)ของผู้คน อันเกิดจากการกุเรื่องเท็จและการหลอกลวงของมารร้าย เป็นการช่วยเหลือผู้คน นี้เป็นความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะในอนาคตจะมีคนนับเป็นกี่พันล้านคนได้ฝ่า หากในความคิด(สมอง)ของคนบรรจุไปด้วยความคิดที่ต่อต้านต้าฝ่า เมื่อฉากละครอันชั่วร้ายนี้จบลง มนุษยชาติก็จะเริ่มเข้าสู่การถูกกำจัดทิ้งครั้งใหญ่ เป็นไปได้ว่าจะทำให้ผู้มีวาสนาจะได้ฝ่า หรือผู้คนที่ไม่รู้เรื่องราวพลอยถูกกำจัดทิ้งไปด้วย ดังนั่นทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรากระทำอยู่ในขณะนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเป็นความเมตตากรุณา ล้วนเป็นการหยวนหมั่นหนทางช่วงสุดท้ายของตัวเอง (ล้วนเป็นการทำให้หนทางช่วงสุดท้ายของตัวเองสำเร็จสมบูรณ์) การยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าในสังคมมนุษย์ การเปิดโปงมารร้าย ดูๆคล้ายกับงานของคนธรรมดาสามัญในสังคม แต่ไม่ใช่ คนธรรมดาสามัญทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัเอง ขณะที่พวกเรากระทำทั้งหมดล้วนแต่เพื่อปกป้องต้าฝ่า นี้คือสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ ไร้ซึ่งองค์ประกอบของการทำเพื่อตัวเองใดๆ เป็นความศักดิ์สิทธิ์ เป็นความยิ่งใหญ่ เป็นการเผชิญหน้าอย่างแท้จริงกับความชั่วร้าย --- อิทธิพลเก่า เป็นการก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้รู้แจ้ง

            การเป็นศิษย์ต้าฝ่า จะสามารถทำงานเจิ้งฝ่าให้ดีได้ หยวนหมั่นทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองให้ดีได้(ทำทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองให้สมบูรณ์ได้) ก็ต้องหมั่นศึกษาฝ่า ไม่ว่าจะมีงานยุ่งเพียงไรก็ไม่สามารถจะไม่ศึกษาฝ่า นี้เป็นหลักประกันที่ใหญ่ที่สุดของการหยวนหมั่น ท่ามกลางเวลาที่รัดตัวและความยากลำบากต่างๆ นานา พวกท่านยังกำลังทำในสิ่งที่พวกท่านสมควรทำ นี่เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ก็คือกำลังก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมของตัวเองอยู่ เพราะพวกท่านเดินข้ามมาจากความทุกข์ทรมาน จากความกดดัน จากความยากลำบากต่างๆ นานา

            ขออวยพรอีกครั้งให้การประชุมฝ่าฮุ่ยประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

หลี่ หงจื้อ

2001.3.19

 

25.    ข้อเสนอ

(จิงเหวินฉบับนี้ หมิงฮุ่ยไม่แปลเป็นภาษาต่างๆ)

(เฉพาะฉบับนี้ ให้แปลด้วยปากเปล่าสำหรับผู้ฝึกนอกประเทศจีน)

พูดจากชั้นเปลือกนอกนี้ของคน คนพวกที่ได้ฝ่าแล้วรู้ถึงความหมายครอบคลุมภายในของฝ่า จากในฝ่า ชีวิตบางคนได้รับการยืดยาวออกไป บางคนได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ครอบครัวรักใคร่ปรองดอง ญาติสนิทมิตรสหายได้รับประโยชน์ทั้งชั่วครั้งชั่วคราวและต่อเนื่อง อีกทั้งการลดน้อยลงของกรรม ตลอดจนสิ่งต่างๆที่อาจารย์แบกรับเพื่อเขา สิ่งที่เป็นประโยชน์เหล่านี้เป็นต้น พูดจากมิติอื่นร่างกายกำลังแปรผันสู่ร่างเทพ แต่แล้วในเวลาที่ต้าฝ่าจะหยวนหมั่นท่าน (ท่าน)กลับไม่สามารถเดินออกมาจากความเป็นคน ในเวลาที่สิ่งชั่วร้ายทำการประทุษร้ายต้าฝ่า ท่านกลับไม่สามารถยืนออกมายืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่า พวกนี้คิดแต่จะเอาประโยชน์จากต้าฝ่า กลับไม่คิดจะทุ่มเทเพื่อต้าฝ่า ในสายตาของเทพ คนพวกนี้คือชีวิตที่ไม่ดีที่สุด ยิ่งกว่านั้นฝ่านี้คือมูลฐานของจักรวาล จนถึงวันนี้คนพวกที่ไม่สามารถเดินออกมาก็จะถูกคัดทิ้งไปหลังจากมารผจญในครั้งนี้ผ่านพ้นไป ในจำนวนนั้นหลายๆคนเป็นคนที่มีบุญวาสนาใหญ่หลวง นี้คือมูลเหตุทำไมอาจารย์จึงรอแล้วรออีก ในจำนวนนั้นยังรวมถึงคนที่ในช่วงเวลานี้ ภายหลังจากที่ตัวเองยินยอมเข้ารับการเปลี่ยนแปลงตามที่เรียกกันแล้ว ทำการช่วยเหลือสิ่งชั่วร้ายประทุษร้ายฝ่า เนื่องจากคนเหล่านี้มีกรรมใหญ่สักหน่อย และมีความยึดติดมูลฐานต่อคน ฉะนั้นท่ามกลางคำโกหกหลอกลวงอันเหลวไหลน่าขันของคำว่า“เปลี่ยนแปลง” ตามที่เรียกกัน เพื่อความยึดติด เพื่อสลัดตัวเองให้หลุดพ้น พายเรือตามน้ำ(ถือโอกาสทำตามสถานการณ์)มีเจตนายอมรับการรับรู้สู่ทางมาร คนเช่นนี้ถ้ายังไปหลอกลวงผู้ฝึกคนอื่นๆอีก เป็นอันได้ทำบาปในการบ่อนทำลายฝ่า พวกที่ถูก“เปลี่ยนแปลง”ตามที่เรียกกันล้วนแต่ไม่สามารถปล่อยวางความยึดติดต่อคน เดินออกมาด้วยความรู้สึกในความโชคดี(จิตใจซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกของความโชคดี)

            พวกท่านรู้ไหม? การทดสอบที่ชั่วร้ายซึ่งจัดเตรียมโดยอิทธิพลเก่าในครั้งนี้ ข้าพเจ้าไม่ยอมรับโดยสิ้นเชิง ชีวิตชั่วร้ายในมิติชั้นต่ำกล้าทำความชั่ว เพราะชีวิตในระดับชั้นสูงสุดของจักรวาลสุดท้ายซึ่งยังจัดการไม่เสร็จสิ้น ได้ก่อเกิดเป็นฉากกั้นแบบหนึ่ง ในระหว่างการเจิ้งฝ่า ก่อนที่จะทำลายฉากกั้นนี้ทิ้งไปอย่างถึงที่สุด ชีวิตในมิติชั้นต่ำและสิ่งชั่วร้ายบนโลกต่างมองไม่เห็นความเป็นจริง จึงกล้าทำความชั่วร้ายในความไม่รู้ ในระหว่างการเจิ้งฝ่าชีวิตชั้นสูงเหล่านั้นได้มาถึงช่วงสุดท้ายของการชำระแล้ว เมื่อทะลวงเรียบร้อยแล้ว สิ่งชั่วร้ายบนโลกทั้งหมดล้วนจะต้องถูกตีลงนรกในระหว่างที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ ชดใช้ความชั่วร้ายอันมหันต์ที่ได้กระทำในเวลาที่ทำการประทุษร้ายต้าฝ่าอย่างไม่สิ้นสุดตลอดไป ยังมีบางคนที่บอกว่าตัวเองหยวนหมั่นแล้ว พูดจาเลอะเทอะว่า “ไม่ต้องฝึกแล้ว” “ไม่ต้องเรียนแล้ว” หยวนหมั่นแล้วท่านก็บินขึ้นฟ้า แสดงรูปลักษณ์อันสง่าน่าเกรงขามของพุทธะออกมาให้ดู ไม่ต้องฝึกแล้ว ท่านยังจะใช่ศิษย์ของข้าพเจ้าหรือ? ผู้บำเพ็ญจนถึงยามสุดท้ายของการหยวนหมั่นก็ไม่อาจจะละวางการบำเพ็ญ คนเหล่านี้ไม่ใช่มารแต่ก็กำลังทำในเรื่องของมารแล้ว ไม่ใช่อาจารย์ไม่เมตตากรุณา หนทางชีวิตทั้งหมดท่ามกลางการเจิ้งฝ่า ตัวเองเป็นผู้เลือก คนที่บอกว่าตัวเองหยวนหมั่นแล้ว ท่านเพรียบพร้อมด้วยฝ่าลี่(พลังฝ่า)อันยิ่งใหญ่ของเทพ พุทธะแล้วหรือ?

            ยังมีบางคนพูดอย่างชั่วร้ายว่า “อาจารย์ที่แท้จริงอยู่บนสวรรค์” “ต้องตัดขาดกับอาจารย์ของโลกมนุษย์” “ช่วยแกะเงื่อนปมอะไรที่ผูกอยู่บนร่างกายให้อาจารย์” หลี่หงจื้อมีเพียงคนเดียว ข้าพเจ้าไม่มีฟู่หยวนเสิน(จิตรอง)อะไร และไม่มีวิญญาณสามดวงสี่ดวงของคนธรรมดาสามัญ ข้าพเจ้าก็คือร่างหลัก ในเปิ๋นถี่(ร่างแท้)ของข้าพเจ้า ร่างกายที่ใหญ่กว่าตลอดจนเล็กกว่าในมิติที่ต่างกัน ซึ่งประกอบขึ้นมาด้วยอณูของระดับชั้นที่ต่างกัน ล้วนบังคับบัญชาโดยข้าพเจ้าร่างหลักที่อยู่ในโลกมนุษย์ โดยยึดความคิดของข้าพเจ้า ร่างหลักที่อยู่ในโลกมนุษย์เป็นบรรทัดฐาน ฝ่าเซิน(ร่างฝ่า)คือปรากฏการณ์อันเป็นรูปธรรมแห่งสติปัญญาของข้าพเจ้า กงเซิน(ร่างพลังกง)คือร่างชุมนุมของพลังกงอันใหญ่โตไร้ขอบเขตของข้าพเจ้า ไม่ยอมรับอาจารย์ในโลกมนุษย์ก็คือไม่ยอมรับตัวเองเป็นศิษย์ต้าฝ่า เช่นนั้นแม้แต่ผู้บำเพ็ญก็ไม่ใช่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหยวนหมั่นอะไร คนในอนาคตยังจะต้องได้ฝ่า คนนับหลายพันล้านคนบนโลกกำลังรอคอยที่จะได้ฝ่า หลังจากสิ่งชั่วร้ายในครั้งนี้ถูกกำจัดจนหมดสิ้นในเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ สิ่งที่จะเรียนและใช้ก็คือหนังสือ “จ้วนฝ่าหลุน” เล่มนี้ พวกคนชั่วร้ายและคนเลวที่ทำลายหนังสือเหล่านั้น บาปมหันต์อันชั่วร้ายที่ก่อไว้นั้น ชดใช้ไม่หมด พวกที่ควบคุมสิ่งชั่วร้ายและคนเลวในแต่ละชั้นที่ทำการประทุษร้ายต้าฝ่าและผู้ฝึก สิ่งที่รอคอยอยู่คือการชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำ ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานของการดับสลายเป็นชั้นๆ โดยไม่มีการหยุดชะงัก พวกที่ตัวเองยินยอมพร้อมใจลงชื่อใน “หนังสือเปลี่ยนแปลง” หรือเขียนหนังสือยืนยันว่าไม่ฝึกเป็นลายลักษณ์อักษร ตามที่เรียกกันว่า “ละทิ้งความยึดติดต่อการหยวนหมั่น” “ละวางทัศนะความคิดของคน” เพื่อใช้ชื่อเหล่านี้ปิดบังอำพรางความยึดติดที่แท้จริงของพวกเขา ถึงกับใส่ร้ายป้ายสีการรายงานต้าฝ่าในด้านตรงของหมิงฮุ่ยเน็ต พวกอิทธิพลเก่าเหล่านั้นเข้าใจว่า ผู้ฝึกต้าฝ่าคนหนึ่ง เนื่องจากความยึดติด ครั้นเมื่อได้เขียนหนังสือยืนยันไม่บำเพ็ญในช่วงเวลานี้แล้ว ก็นับว่าตัวเขาเองได้กำหนดอนาคตของตัวเองแล้ว หากไม่ใช่ออกมาจากภายในจิตใจของตน เกิดขึ้นท่ามกลางการบีบบังคับ พวกที่เดินเข้ามาในเจิ้งฝ่า เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เช่นนั้นก็จะเพิ่มมารผจญให้ใหญ่ขึ้นในการข้ามด่าน แม้อาจารย์จะไม่ยอมรับการจัดเตรียมของอิทธิพลเก่า แต่เมื่อท่านเดินไปด้านตรงข้ามแล้ว ผลที่ตามหลังเป็นสิ่งที่น่ากลัว การรอคอยนับสิบล้านปีเป็นอันพังทลายลงในชั่วข้ามคืน คนพวกที่แอบอ้างเป็นผู้ฝึกต้าฝ่าแพร่กระจายการรับรู้สู่ทางมารนั้น ไม่ว่าในอดีตจะใช่ผู้ฝึกหรือไม่ ล้วนแต่กำลังทำงานของมาร กำลังบ่อนทำลายต้าฝ่า

            อันที่จริงต้าฝ่าใครก็ไม่สามารถบ่อนทำลาย ท่ามกลางมารผจญคนที่ไม่ได้เดินข้ามมา ถ้าคนไม่ไหวแล้ว นั่นก็สร้างกันใหม่ นี้ก็คือภัยพิบัติของคน ข้าพเจ้าคิดจะช่วยเหลือพลโลกและชีวิตทั้งหมดให้หลุดพ้นอย่างสุดกำลัง คนใจไม่สู้เอง(ไม่มุมานะบากบั่น) เพื่อจะปิดบังอำพรางความยึดติด ตัวเองยินยอมพร้อมใจรับรู้สู่ทางมาร ตัวท่านเองไม่อยากได้อนาคต เช่นนั้นข้าพเจ้าก็ละทิ้งท่าน ข้าพเจ้าไม่มีความยึดติด

            การเป็นศิษย์ต้าฝ่า ภายใต้สภาพการณ์ปัจจุบันก็คือต้องอธิบายความเป็นจริงต่อพลโลก เปิดโปงสิ่งชั่วร้าย และปกป้องต้าฝ่า การยกระดับและหยวนหมั่นของแต่ละคนก็อยู่ในขั้นตอนนี้ พวกที่ทำงานเปลี่ยนแปลงก็คือคนที่ถูกปิดบังอำพราง ทำไมจึงไม่หันกลับไปเปิดโปงสิ่งชั่วร้าย อธิบายความเป็นจริงต่อพวกเขา? ข้าพเจ้าเสนอให้ผู้ฝึกทั้งหมดซึ่งกำลังถูกบีบบังคับให้เปลี่ยนแปลง (ยกเว้นคนที่ไม่ได้ถูกจับไปเปลี่ยนแปลง) ทำการเปิดโปงสิ่งชั่วร้าย อธิบายความเป็นจริง ต่อคนที่ทำงานเปลี่ยนแปลง พร้อมกับบอกพวกเขาถึงความสัมพันธ์ของเหตุและผลของเรื่องที่ความดีและความชั่วย่อมต้องได้รับการตอบสนอง คนที่กลัวที่จะบอกคนให้เข้าใจความเป็นจริง คือสิ่งชั่วร้าย ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่า

หลี่ หงจื้อ

2001.4.10

 

26.    ความคิดถูกต้องของศิษย์ต้าฝ่ามีอานุภาพ

            มารร้ายภายในสามภพจนถึงโลกมนุษย์ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก พวกเขาได้มองเห็นถึงจุดจบของความพ่ายแพ้ ยิ่งเพิ่มการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง พวกที่ถูกประทุษร้ายอย่างร้ายแรงที่สุดก็คือผู้ฝึกที่ในใจยังยึดติตอยู่ ในใจยิ่งกลัว มารร้ายก็ยิ่งเจาะจงหาผู้ฝึกเช่นนี้เพื่อลงมือ และต้าฝ่าโดยรวมในโลกมนุษย์ รูปแบบที่ปรากฏของการถูกประทุษร้าย เกิดขึ้นเพราะผู้ฝึกเหล่านี้มีจิตยึดติด จึงเป็นเหตุให้มีเหตุการณ์ถูกประทุษร้ายอย่างรุนแรงปรากฏออกมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถปล่อยวางความยึดติดจึงถูก“เปลี่ยนแปลง”ตามที่เรียกกัน กระทั่งทำในเรื่องช่วยคนชั่ว(ทรราช)ก่อกรรมทำเข็ญ และทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างเลวร้าย

            ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่ง เวลาที่แบกรับการประทุษร้าย ทำไมจึงกลัวสมุนของมารร้าย? สิ่งสำคัญคือมีจิตยึดติด ไม่เช่นนั้นก็ต้องไม่แบกรับอย่างท้อถอย ใช้ความคิดถูกต้องกล้าเผชิญกับคนชั่วทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมอะไรก็อย่าได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำขอ คำสั่ง และการบงการของมารร้าย ทุกคนต่างทำเช่นนี้ สภาพแวดล้อมก็จะไม่เป็นอย่างนี้

            อันที่จริงศิษย์และสรรพชีวิตในแต่ละภพ ซึ่งสามารถใช้กงเหนิง(ความสามารถ) ตลอดมาก็ได้ใช้กงเหนิงแรงพลังกง ณ มิติที่ต่างๆกัน ร่วมกันกำจัดชีวิตชั่วร้ายที่บ่อนทำลายต้าฝ่า มีศิษย์ต้าฝ่าบางคนเวลาเห็นชีวิตชั่วร้าย ก็จะส่งฝ่าหลุนและอิทธิฤทธิ์ต้าฝ่าออกไปกำจัดมารร้าย กับคนร้ายที่ตีคน ฆาตกรในโลก มีศิษย์ต้าฝ่าบางคนใช้วิธีกำหนดเวลารับกรรมตามสนอง กำหนดวัน เวลาแน่นอนให้ผู้นั้นรับกรรมตามสนอง ซึ่งสามารถกำจัดองค์ประกอบของมารร้าย ยับยั้งคนชั่วอย่างได้ผล อันที่จริงศิษย์ต้าฝ่าทุกคนล้วนมีกงเหนิง เพียงแต่ไม่ปรากฏออกมา ณ มิติชั้นนอก จึงเข้าใจว่าไม่มีกงเหนิง แต่ไม่ว่าจะสามารถปรากฏออกมา ณ มิติชั้นนอกหรือไม่ เวลาเคลื่อนไหวความคิดจริงล้วนมีอานุภาพแข็งแกร่งและใหญ่หลวง เพราะพวกเราบำเพ็ญเจิ้งฝ่า ต่อชีวิตและพลโลกที่ดีก็ต้องปกป้องและช่วยเหลือ ดังนั้นทำสิ่งใดก็ต้องใช้ความดีปรากฏออกมา แต่การจัดการกับชีวิตชั่วร้ายที่ควบคุมคนให้บ่อนทำลายมนุษยชาติ ก็เป็นการปกป้องมนุษยชาติและสรรพชีวิต ต้าฝ่าถ่ายทอดกว้างใหญ่ ช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งมวลให้หลุดพ้น แต่มารร้ายเหล่านั้น ชีวิตชั่วร้ายที่ไม่อาจจะเยียวยาได้โดยสิ้นเชิง แม้จะไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือ ก็ไม่สามารถปล่อยให้มันทำชั่ว และประทุษร้ายต่อต้าฝ่า ผู้ฝึกและพลโลกอย่างไม่มีขีดจำกัด ฉะนั้นการกำจัดมารคือกำลังเจิ้งฝ่า และกำลังช่วยเหลือพลโลกและสรรพชีวิตให้หลุดพ้น

หลี่ หงจื้อ

2001.4.24

 

27.    ศิษย์นั้นยิ่งใหญ่สง่างาม

            ศิษย์ต้าฝ่านั้นยิ่งใหญ่สง่างาม เพราะสิ่งที่พวกท่านบำเพ็ญคือต้าฝ่ามูลฐานของจักรวาล เพราะพวกท่านได้ใช้ความคิดถูกต้องยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า เพราะพวกท่านไม่ได้ล้มลงท่ามกลางทุกข์ภัยใหญ่หลวง การเจิ้งฝ่าของศิษย์ เป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางวีรกรรมอันยิ่งใหญ่สง่างามเกริกก้อง ยืนยันความเป็นจริงของฝ่าโดยใช้สติปัญญา อธิบายข้อเท็จจริงด้วยความเฉลียวฉลาด หงฝ่าและช่วยเหลือคนในสังคมโลกด้วยความเมตตากรุณา ทำหนทางหยวนหมั่นของศิษย์แต่ละคนให้สมบูรณ์แบบ ในช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ ทุกๆย่างก้าวอันมั่นคงล้วนเป็นประจักษ์พยานอันสว่างไสวแห่งประวัติศาสตร์ และอานุภาพแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่สง่างามไร้เทียมทาน ทั้งหมดนี้ล้วนจะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของจักรวาล ฝ่าอันยิ่งใหญ่ ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่ กำลังสร้างผู้รู้แจ้งอันยิ่งใหญ่ที่สุด

หลี่ หงจื้อ

2001.5.13

 

28.    คำปฏิญาณของเทพกำลังเป็นไปตามคำมั่นสัญญา

            มนุษย์เอย พวกท่านอย่าเข้าใจว่าฝ่าหลุนกงได้ชื่อว่าเป็นชี่กงก็คิดว่าไม่ใช่อะไรที่สลักสำคัญ ในสมัยโบราณ บรรดานักปราชญ์นักคิดสำนักต่างๆ ตลอดจนทุกสาขาอาชีพในโลกมนุษย์ล้วนเรียกกันว่า เต้า(หนทาง/วิธี) นอกจากนี้เหลาจื่อบอกกล่าวผู้คนว่า เต้าที่ตัวเองถ่ายทอดนั้นไม่เหมือนกัน กล่าวว่า “เต้าสามารถเรียกว่าเต้าได้ ไม่ใช่เต้า(หนทาง/วิธี)สามัญทั่วไป ชื่อสามารถเรียกว่าชื่อได้ ไม่ใช่ชื่อสามัญทั่วไป” เมื่อ 2500 ปีก่อน ในช่วงที่องค์สัมมาพุทธเจ้าศากยมุนีทรงถ่ายทอดฝ่า ในเวลาเดียวกันก็มีแปดวิชาสืบทอดอยู่พร้อมกันในโลก ฝอฝ่า เจินเต้า(หนทางแท้จริง)ก็มีปะปนอยู่ด้วย

            คนมักจะเข้าใจว่า การปรากฏของเทพ พุทธะ จะต้องสะเทือนไปทั่วฟ้าและปฐพี เวลาช่วยเหลือคนพุทธะจะต้องปรากฏโฉมให้ประจักษ์อย่างโอฬาร เพียงชั่วโบกมือหนึ่งครั้ง ก็จะกำจัดคนชั่วร้ายซึ่งคุกคามต่อการช่วยเหลือคนให้สูญสิ้น ถ้าหากเป็นเช่นนั้น พุทธะอยู่บนสวรรค์รับคนไปโดยตรงมิยิ่งดีกว่าหรือ? ต้องรู้ว่า คนที่จะได้รับการช่วยเหลือต้องบำเพ็ญอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก จึงจะสามารถชดใช้บาปกรรมจากความชั่วที่ได้กระทำไว้แต่เก่าก่อนจนหมดสิ้น ขจัดความยึดติดของคนและสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดทิ้งไป พร้อมทั้งกลับคืนสู่พฤติกรรมและความคิดที่ถูกต้อง จึงจะได้รับการช่วยเหลือให้หลุดพ้น ถ้าหากพุทธะปรากฏโฉมให้ประจักษ์อย่างโอฬาร คนที่ชั่วร้ายที่สุดก็จะได้ฟังคำพูดของพุทธะ นั่นยังจะมีโอกาสบำเพ็ญอีกหรือ? บำเพ็ญก็ไม่นับแล้ว เพราะผู้บำเพ็ญจะต้องบำเพ็ญอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก ขจัดบาปกรรมทิ้งไป ชำระให้บริสุทธิ์แล้วเดินสู่หยวนหมั่น

            อันที่จริง ถ้าแม้นคนธรรมดาสามัญมองเห็นเทพ พุทธะปรากฏรูปโฉมแท้จริงให้ประจักษ์อย่างโอฬาร เมื่อนั้นโลกมนุษย์จะต้องมีเรื่องใหญ่ปรากฏ เป็นไปได้มากว่าเป็นเวลาที่บาปกรรมของมนุษยชาติสมควรต้องตามสนองแล้ว ไม่ว่าพุทธะ เต๋า เทพ เวลาช่วยเหลือพลโลกจะต้องลงมายังโลกมนุษย์ ใช้รูปโฉมมนุษย์ท่องไปในโลก ใช้ภาษามนุษย์บอกกล่าวหลักการของฝ่า นอกจากนี้เวลาที่ผู้สำเร็จธรรมลงมายังโลก โดยมากเป็นเวลาที่โลกตกอยู่ในสภาวะตกต่ำ บาปกรรมใหญ่หลวงหนักหนา หรือศีลธรรมเสื่อมถอยอย่างเลวร้าย ผู้ได้รับการช่วยเหลือครั้นเมื่อได้ฝ่าจากไป เศษมนุษย์ที่เหลืออยู่ โลกอันเสื่อมถอยจะถูกคัดทิ้งไป

หลี่ หงจื้อ

2001.5.13

 

 

29.    ไม่มีการเมือง

            “การเมือง” เป็นคำศัพท์ของสังคมยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนสภาพ ในประวัติศาสตร์สังคมของมนุษย์ที่แท้จริงไม่มีศัพท์คำนี้ และเนื้อหาตามที่การเมืองครอบคลุม ตั้งแต่การเมืองปรากฏออกมาในสังคมมนุษย์ สังคมมนุษย์ก็เริ่มเปลี่ยนสภาพแล้ว ในเวลาเดียวกันทัศนะความคิดทางศีลธรรมก็ถูกซัดกระหน่ำ นอกจากนี้คนที่ทำเรื่องการเมืองโดยตัวเอง ก็คือมีความปรารถนาทำเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์จึงเข้าไปร่วม เพียงแต่ว่าในระยะแรก ทัศนะความคิดทางศีลธรรมของสังคมมนุษย์ อิทธิพลนั้นยังแข็งแรงมาก คนที่มีชีวิตอยู่ในเวลานั้นล้วนอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ ดังนั้นคนที่ทำเรื่องการเมืองเพียงแต่แสดงออกมาไม่เหมือนคนที่ทำเรื่องการเมืองในทุกวันนี้ ซึ่งแสดงออกมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ฉะนั้นการเมืองก็คือสกปรกตั้งแต่ปรากฏออกมา แต่ในวงการนักการเมือง บางคนเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม เป็นห่วงประเทศชาติ เป็นห่วงประชาชน แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งหยดในแม่น้ำฉางเจียง

            แต่สำหรับผู้ที่มีคุณธรรม ซึ่งต่อต้านอำนาจการเมืองชั่วร้ายที่ทำลายประเทศชาติและทำให้ประชาชนประสบความพินาศเหล่านั้น ผู้คนเห็นว่าพวกเขาก็ทำเรื่องการเมืองด้วย เพราะพวกเขามีความคิดเห็นทางการเมืองที่ชัดแจ้งแน่นอน แม้ว่าความคิดเห็นของพวกเขา คนจะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของการเมืองเป็นผลิตผลของสังคมที่เปลี่ยนสภาพ หากไร้ซึ่งสังคมมนุษย์ที่เปลี่ยนสภาพในวันนี้ การเมืองก็จะไม่ปรากฏออกมา

            การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่านั้นสูงกว่าระดับของคน เป็นผู้บำเพ็ญซึ่งยึดกุมสัจธรรมในอาณาจักรเขตแดนที่สูงยิ่งขึ้น ความเข้าใจนั้นอยู่เหนืออาณาจักรเขตแดนของคนธรรมดาสามัญ ความเข้าใจที่อยู่ต่ำลงมาจากอาณาจักรเขตแดนของหลักการของฝ่าที่สูงยิ่งขึ้น ก็จะไม่ใช่สัจธรรมของจักรวาลอีกต่อไป จุดนี้ศิษย์ต้าฝ่าทุกคนล้วนแจ่มแจ้งในระหว่างบำเพ็ญ ฉะนั้นยิ่งไม่สามารถนำการเมืองของคนธรรมดาสามัญมาปะปนกับการเจิ้งฝ่า มารผจญที่ศิษย์ต้าฝ่าประสบเป็นสิ่งที่อยู่ในการเจิ้งฝ่าและการบำเพ็ญ การเปิดโปงสิ่งชั่วร้าย อธิบายความเป็นจริงต่อคนในโลกก็เพียงแต่ชี้แจงให้เห็นถึงการทุษร้ายที่ต้าฝ่าและเหล่าศิษย์ได้รับ ซึ่งเป้าหมายมูลฐานเป็นการช่วยเหลือคนในโลก กำจัดพิษร้ายในสมองของสรรพชีวิตที่ถูกสิ่งชั่วร้ายกรอกใส่เอาไว้ ช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากอันตรายของการถูกกำจัดทิ้งในอนาคตจากการเห็นต้าฝ่าเป็นศัตรู นี้คือปรากฏการณ์ของความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ของศิษย์ต้าฝ่า ซึ่งแม้ในขณะที่กำลังแบกรับการประทุษร้ายยังสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิต พูดจากอีกด้านหนึ่ง เทพ พุทธะจะเกี่ยวกับการเมืองของคนได้อย่างไร? เทพ พุทธะยิ่งจะไม่ยอมรับการเมืองที่ปรากฏออกมาในสังคมมนุษย์ที่เปลี่ยนสภาพแล้ว

            สังคมมนุษย์เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการบำเพ็ญ เพราะที่นี่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสามารถทำให้คนยึดติด เพราะเหตุนี้คนที่สามารถเดินออกมา กำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ยึดติดกับสังคมมนุษย์จึงยิ่งใหญ่ จึงจะสามารถหยวนหมั่น

หลี่ หงจื้อ

เขียน เมื่อ 2001.6.4

 

30.    วิจารณ์และให้อรรถาธิบาย 2

บทความฉบับนี้เขียนได้ดีมาก พุ่งตรงที่ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน หวังว่าทุกท่านต่างสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องกับเรื่องที่หยิบยกขึ้นมากล่าวในบทความ

หลี่ หงจื้อ

2001.6.5

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นคำวิจารณ์ต่อบทความ [กำจัดมารโดยไม่ลืมการบำเพ็ญเจิ้งฝ่า] ชึ่งเขียนโดยศิษย์ต้าฝ่าและตีพิมพ์ออกบนเวบไซ้ต์หมิงฮุ่ยเมื่อวันที่ 2001-6-5

 

31.    การตั้งมือสองแบบของการส่งความคิดถูกต้อง (ฟาเจิ้งเนี่ยน)

 

 


ตั้งฝ่ามือ

 

法正乾坤

邪恶全灭

ฝ่าเจิ้งเฉียนคุน

เสี๋ยเอ้อเฉวียนเมี่ยะ

 

 

 


ฝ่ามือดอกบัว

 

法正天地

现世现报

ฝ่าเจิ้งเทียนตี้

เซี่ยนซื่อเซี่ยนเป้า

 

2001-6-12

32.      อะไรคือกงเหนิง (ความสามารถ)

            กงเหนิงหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอิทธิฤทธิ์ คนสมัยนี้เรียกกันว่าความสามารถเหนือธรรมดา กงเหนิงอันที่จริงคือความสามารถดั้งเดิมของชีวิต ระดับชั้นยิ่งสูงความสามารถดั้งเดิมจะสำแดงออกมาได้ยิ่งเต็มที่ ในทางกลับกัน ระดับชั้นยิ่งต่ำความสามารถดั้งเดิมจะสำแดงออกมายิ่งยาก หรือสำแดงออกมาเต็มที่ได้ยาก รากฐานของสาเหตุคือ จากระดับชั้นสูงสุดของจักรวาลจนถึงระดับชั้นต่ำสุดของจักรวาลนั้น ยิ่งต่ำลงมา ชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างในอาณาจักรเขตแดนที่อยู่ หากมีสัดส่วนของสสารยิ่งสูง เม็ดของอณูยิ่งใหญ่ น้ำหนักของชีวิตที่แบกจะยิ่งมาก ยิ่งต่ำลงมาความสามารถดั้งเดิม(กงเหนิง) ของชีวิตจะถูกสสารตัวของมันเองยับยั้งเอาไว้ยิ่งมาก การยับยั้งยิ่งหนักก็ยิ่งไม่สามารถเกิดผล นี่คือสาเหตุที่ทำให้ระดับยิ่งต่ำความสามารถจะยิ่งน้อย มาถึงมิติของคน ความสามารถดั้งเดิมทั้งหมดของชีวิตก็ได้ถูกปิดคลุม ความสามารถดั้งเดิม(กงเหนิง)ไม่สามารถสำแดงประสิทธิผล ดังนั้นคนจะทำอะไร อยากได้อะไร จึงต้องใช้มือเท้าทั้งสี่และร่างกายอันประกอบขึ้นด้วยสสารออกแรงทำงานเท่านั้น จึงจะได้ในสิ่งที่อยากได้ เนื่องจากมนุษย์ถูกฝังกลบด้วยสสารอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นจึงมองไม่เห็นความเป็นจริงของจักรวาล ดังนั้นจึงพูดว่า มิติของคนเป็นมิติแห่งปริศนา

            สำหรับผู้บำเพ็ญบรรลุระดับชั้นยิ่งสูง ความสามารถจะยิ่งมาก เป็นเพราะทะลวงระดับชั้นของจักรวาลได้ยิ่งมาก น้ำหนักที่สสารของชีวิตแบกยิ่งน้อย ยิ่งเบา ความสามารถดั้งเดิม(กงเหนิง)จะยิ่งแรงกล้า ความสามารถที่ปลดปล่อยออกมาจะยิ่งมาก ยิ่งครอบคลุมทุกด้าน ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ในฝ่าแล้วว่า การบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่า กงเหนิงจะออกได้ครอบคลุมทุกด้านที่สุด เพราะศิษย์ต้าฝ่าจะบำเพ็ญบรรลุไปถึงระดับชั้นที่สูงยิ่งขึ้น ทะลวงระดับชั้นได้ยิ่งสูง การปลดปล่อยของสสารจะยิ่งมาก ความสามารถ(กงเหนิง)จึงปรากฏออกมาอย่างเต็มที่ ศิษย์ต้าฝ่าในระหว่างการเจิ้งฝ่า ได้สำแดงประสิทธิผลของกงเหนิงอย่างเต็มที่แล้ว เป็นต้นว่าในระหว่างการเจิ้งฝ่า เวลาที่ความคิดถูกต้องบริสุทธิ์มากๆ กงเหนิงจะใช้ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน ยิ่งกว่านั้นขณะมีความคิดถูกต้อง ศิษย์จำนวนมากล้วนสามารถใช้ได้ตามใจนึก แทบจะเรียกว่าใช้อะไรมีอย่างนั้น เช่นเพียงสั่งคำเดียวว่า “ติ้ง”(หยุด) หรือสั่งว่า “เจ้ายืนอยู่ตรงนั้นอย่าขยับ” หรือชี้ไปที่กลุ่มคนเลว พวกเขาก็จะไม่สามารถขยับเขยื้อนอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเพียงคิดว่า “ปลดออก” ก็จะปลดออก อันที่จริงกับสมุนชั่วร้ายไร้ซึ่งความเป็นคนเหล่านั้น เช่นคนที่ตีคนตาย คนชั่วที่เลวยิ่งกว่าสัตว์เดียรัจฉานซึ่งข่มขืนศิษย์หญิงของต้าฝ่า หรือหัวหน้าของสมุนชั่วร้ายเหล่านั้น สามารถใช้ความนึกคิดสั่งให้พวกมันทำอะไร คนเลวชั่วร้ายก็จะทำอย่างนั้น

            ระดับชั้นกำหนดโดยซินซิ่ง หมายความว่าเวลาใช้กงเหนิงความคิดถูกต้องจะต้องแข็งแกร่ง หากในใจเกิดความกลัวต่อสิ่งชั่วร้าย หรือเวลาใช้กงเหนิงในใจไม่มั่นคง เกิดความสงสัยว่าจะบังเกิดผลหรือไม่ จิตใจที่ไม่ดีเช่นว่านี้ ล้วนจะส่งผลกระทบ หรือรบกวนประสิทธิผลของกงเหนิง

            หยวนหมั่นคือการสิ้นสุดการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า การเจิ้งฝ่าคือภารกิจของศิษย์ต้าฝ่า หยวนหมั่นสำหรับศิษย์ต้าฝ่าแล้วเป็นเพียงปัญหาของเวลากลับไป ขณะที่การเจิ้งฝ่าจะเหลือไว้ให้กับอนาคต อนาคตของจักรวาลตามที่สรรพชีวิต ณ ระดับชั้นต่างๆมองเห็น อันที่จริงคือภาพลวงตาที่ไม่คงอยู่ ทุกๆวันของมนุษยชาติในเวลานี้ล้วนจัดวางออกมาตามความต้องการของต้าฝ่า การดำเนินการ(การแสดงออก)ของศิษย์ต้าฝ่าในโลกมนุษย์ ก็คือเหลือไว้เป็นประวัติศาสตร์ ในอนาคต ในช่วงประวัติศาสตร์ที่ต่างกันท่ามกลางจักรวาล หากปรากฏมีการบ่อนทำลายต้าฝ่า หรือในเวลาที่ชีวิตมีการกระทำต่างกันนั้น ต้าฝ่าจะเจิ้งฝ่าอย่างไร เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลมกลืนไม่เสื่อมเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้าฝ่าตึ้จื่อทำอยู่ในขณะนี้จึงเป็นการสร้างอนาคต ณ เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในสามภพล้วนคงอยู่เพื่อต้าฝ่า เมื่อต้าฝ่าได้หยวนหมั่นทุกสิ่งทุกอย่างท่ามกลางมารผจญแล้ว สิ่งชั่วร้ายที่ประทุษร้ายต้าฝ่าทั้งหมดจะต้องจบสิ้นลง

หลี่ หงจื้อ

2001.6.14

 

33.    ถึงผู้ฝึกทั้งหมด ณ ฝ่าฮุ่ยยุโรปเหนือ

ถึงผู้ฝึกทั้งหมด ณ ฝ่าฮุ่ยยุโรปเหนือทุกท่าน:

            สำหรับศิษย์ต้าฝ่า หยวนหมั่นคือการสิ้นสุดของการบำเพ็ญ การเจิ้งฝ่าคือภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ซึ่งประวัติศาสตร์มอบหมายให้แก่พวกท่านในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า ดังนั้นในระหว่างอธิบายความเป็นจริง เปิดโปงสิ่งชั่วร้ายกันอยู่ในเวลานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเราทำล้วนกลมกลืนเข้ากับต้าฝ่า ไม่ว่าพวกเราจะอธิบายความเป็นจริง เปิดโปงสิ่งชั่วร้าย หรือเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆของต้าฝ่า รวมทั้งฝ่าฮุ่ยของพวกเรา ล้วนต้องแสดงออกซึ่งความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่า และความดีงามซึ่งปรากฏออกมาจากการบำเพ็ญปฏิบัติเจิ้งฝ่า(ฝ่าถูกต้อง) ขออวยพรให้ฝ่าฮุ่ยประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

            ในเวลาเดียวกัน ข้าพเจ้าหวังว่าผู้ฝึกในภาคพื้นยุโรปสามารถจะปฏิบัติเหมือนเช่นผู้ฝึกในภาคพื้นอเมริกาเหนือ ผู้ฝึกทุกคนนอกจากจะเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแล้ว ในเวลาปรกติตัวเองก็ต้องริเริ่มแสดงความเป็นศิษย์ต้าฝ่าอย่างเต็มกำลัง ก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมของตนในระหว่างอธิบายความเป็นจริง ก้าวเดินไปให้ดีตามหนทางของศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคน ดังนั้นในระหว่างอธิบายความเป็นจริง ไม่ต้องรอคอย ไม่ต้องพึ่งพาอาศัย ไม่ต้องมุ่งหวังการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอก พวกเราทุกๆคนล้วนกำลังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอนาคต ฉะนั้นนอกเหนือจากการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแล้ว ทุกๆคนต่างริเริ่มหางานทำด้วยตัวเอง ขอเพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อต้าฝ่า ล้วนต้องริเริ่มไปทำด้วยตัวเอง ริเริ่มไปจัดการด้วยตัวเอง ในสังคมทุกๆคนที่ติดต่อด้วย ล้วนเป็นบุคคลที่จะต้องอธิบายความเป็นจริงให้รู้ สิ่งที่ปรากฏออกมาในระหว่างอธิบายความเป็นจริงคือ ความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่าและการช่วยเหลือพลโลก หวังว่าศิษย์ต้าฝ่าทุกๆคนจะสำแดงความกระตือรือร้นของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ และทำหน้าที่ของศิษย์ต้าฝ่าอย่างเต็มกำลัง ขออวยพรอีกครั้งให้ฝ่าฮุ่ยประสบความสำเร็จสมบูรณ์

            ข้อพึงใส่ใจ: ไม่ว่าพวกท่านจะมีงานยุ่งเพียงใด ก็ไม่สามารถจะละเลยการศึกษาฝ่า นี้คือหลักประกันมูลฐานของการเดินสู่หยวนหมั่น และทำงานของต้าฝ่าให้ดี

หลี่ หงจื้อ

2001.6.17

 

34.    ต้าฝ่าแข็งแกร่งไม่สามารถทำลาย

            ทำไมศิษย์ต้าฝ่าจึงถูกทรมานอย่างเหี้ยมโหดจากสิ่งชั่วร้าย เพราะพวกเขายืนหยัดในความเชื่อถูกต้องต่อต้าฝ่า เพราะพวกเขาคืออณูของต้าฝ่า ทำไมต้องเจิ้งฝ่า เพราะสรรพชีวิตของจักรวาลล้วนไม่สอดคล้องกับมาตรฐานแล้ว ในฐานะศิษย์ต้าฝ่า ความคิดถูกต้องอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ไม่สามารถจะถูกสั่นคลอนอย่างแน่นอน เพราะชีวิตที่เปลี่ยนใหม่ของพวกท่านก่อเกิดขึ้นมาท่ามกลางการเจิ้งฝ่า แต่เพื่อจะบรรลุทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการทำ อิทธิพลชั่วร้ายเก่าไม่หยุดยั้งที่จะใช้สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง การจัดเตรียมอันชั่วร้ายซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการของฝ่าอันแท้จริงของจักวาล โดยร่วมกันประทุษร้ายโดยตรงต่อต้าฝ่า ต่อศิษย์ต้าฝ่าและสรรพชีวิต โดยใช้ทัศนะความคิดชั้นภายนอกที่ยังไม่ได้ขจัดทิ้งไปและกรรมของศิษย์ต้าฝ่า สั่นคลอนความคิดถูกต้องของศิษย์ต้าฝ่า ด้วยเหตุนี้ศิษย์ต้าฝ่าบางคนจึงไม่สามารถยืนหยัดท่ามกลางความเจ็บปวดของการถูกประทุษร้าย และได้กระทำในสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าไม่สมควรทำอย่างเด็ดขาด และไม่สามารถทำอย่างเด็ดขาด นี้เป็นการลบหลู่ต่อต้าฝ่า

            อาจารย์ต้องการช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งมวล แต่อิทธิพลชั่วร้ายกลับใช้ให้สรรพชีวิตทำผิดต่อต้าฝ่าอย่างแท้จริง เป้าหมายมูลฐานคือเพื่อทำลายสรรพชีวิตให้ดับสูญ ศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่งครั้นเมื่อได้กระทำในเรื่องที่ไม่สมควรทำ หากไม่สามารถรับรู้อย่างแท้จริงถึงความร้ายแรงของมันและกอบกู้ความเสียหายที่ได้กระทำกับต้าฝ่า ทุกสิ่งทุกอย่างและการรอคอยนับสิบล้านปีทั้งหมดจะดำเนินไปตามคำมั่นสัญญาที่ได้ปฏิญาณเอาไว้ก่อนประวัติศาสตร์ การเป็นศิษย์ต้าฝ่า ทุกสิ่งทุกอย่างของท่านนั้นประกอบขึ้นมาโดยต้าฝ่า ซึ่งถูกต้องที่สุด สามารถปรับแก้สิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งมวลแต่เพียงอย่างเดียว จะก้มหัวให้กับสิ่งชั่วร้ายได้อย่างไร? ไปให้คำรับรองอะไรต่อสิ่งชั่วร้ายได้อย่างไร? ถึงแม้จะไม่ใช่จากใจจริงก็เป็นการประนีประนอมกับสิ่งชั่วร้าย สิ่งนี้ในหมู่คนก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี เทพจะไม่ทำเรื่องประเภทนี้อย่างเด็ดขาด ในระหว่างที่ถูกประทุษร้าย แม้จะต้องถอดหนังชั้นนี้ของคนทิ้งไปจริงๆ สิ่งที่รอคอยผู้บำเพ็ญต้าฝ่าอยู่ยังคงคือหยวนหมั่น ในทางกลับกัน ความยึดติดและจิตหวาดกลัวใดๆล้วนไม่สามารถทำให้ท่านหยวนหมั่น แต่จิตหวาดกลัวใดๆโดยตัวของมันก็คือด่านที่ท่านไม่สามารถหยวนหมั่น ก็คือองค์ประกอบที่ท่านเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งชั่วร้ายและการทรยศ

            ขอบอกทุกท่าน ภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติจากมนุษย์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นคำเตือนสำหรับสรรพชีวิตในที่นั้นซึ่งได้ทำบาปอันชั่วร้ายต่อต้าฝ่า หากพวกเขาไม่อู้(รับรู้) ภัยพิบัติแท้จริงก็จะเริ่มต้น เวลานี้คนชั่วร้ายทั้งหมดที่ได้ทำบาปต่อต้าฝ่า คนที่ไร้คุณค่าต่อการใช้ประโยชน์แล้ว ตามที่เรียกว่าการทดสอบที่ชั่วร้ายต่อศิษย์ต้าฝ่า ก็เริ่มได้รับกรรมตามสนองกันแล้ว ต่อแต่นี้ไปจะเริ่มปรากฏออกมาเป็นจำนวนมาก ขณะที่เหล่าสมุนที่ชั่วร้ายที่สุดจะถูกใช้เป็นประโยชน์ไปจนถึงขั้นสุดท้าย เพราะยังมีศิษย์ต้าฝ่าเดินออกมาอย่างต่อเนื่อง อิทธิพลชั่วร้ายเก่าต้องการใช้พวกมันต่อไปอีกเพื่อทดสอบศิษย์ต้าฝ่า นี้คือเหตุผลทำไมคนเลวชั่วร้ายที่สุดเหล่านั้นยังคงก่อกรรมทำเข็ญอยู่

            ศิษย์ต้าฝ่าจะปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างโดยสิ้นเชิง ซึ่งจัดเตรียมโดยอิทธิพลชั่วร้ายเก่า อธิบายความเป็นจริงให้ครบถ้วนทุกด้าน กำจัดสิ่งชั่วร้ายด้วยความคิดถูกต้อง ช่วยเหลือสรรพชีวิต ปกป้องฝ่าอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพราะท่านคือสมาชิกหนึ่งของต้าฝ่า แข็งแกร่งไม่สามารถทำลาย ปรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ถูกต้อง คนที่ถูกเปลี่ยนแปลงและคนที่ได้รับการช่วยเหลือคือสรรพชีวิตที่ถูกสิ่งชั่วร้ายปิดบังหลอกลวงเท่านั้นเอง พวกที่ถูกกำจัดคือชีวิตชั่วร้ายกับอิทธิพลชั่วร้ายเก่า จากท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ คนที่หยวนหมั่นคือศิษย์ต้าฝ่า และการก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมของต้าฝ่า

หลี่ หงจื้อ

2001.6.23

 

35.    ถอดความกลอนเหมยฮวา(ดอกเหมย) สามท่อนท้าย

 

ท่อน 8              เรื่องราวในโลก เหมือนดั่งตาหมากรุกที่ถูกรุกฆาต

ร่วมแรงร่วมใจเพื่อเป้าหมายรวม กลับพบภัยพิบัติใหญ่

            เสือดาวตายไป เหลือหนัง(เสือ)หนึ่งผืน

                        ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงสุดสวยอยู่ที่ฉางอัน

ท่อน 9              มังกรไฟเริ่มตะปบ เอี้ยนเหมินเกิดความเศร้า (เอี้ยนชื่อย่อของเป่ยจิง เหมิน:เทียนอันเหมิน)

            กำแพงหินดั้งเดิมสนองภัยพิบัติ คนแซ่จ้าวล่าถอย

                        หนึ่งลานดอกไม้มหัศจรรย์ ฤดูใบไม้ผลิมีเจ้าของ

                        ลมฝนตลอดทั้งคืน ไม่จำเป็นต้องทุกข์ระทม

ท่อน 10            เหมยฮวา(ดอกเหมย)ผลิเป็นจุดๆ ฤดูใบไม้ผลิทั้งฟ้าดิน

                        ปอกับฟู่จะเป็นอย่างไร ถามสาเหตุ

                        ในโลกย่อมมีวันแห่งสันติสุข

                        สี่คาบสมุทรคือบ้าน ใครคือเจ้าบ้านและแขก

 

[เรื่องราวในโลก เหมือนดั่งตาหมากรุกที่ถูกรุกฆาต]

ถอด: เรื่องราวในโลกตลอดมาเหมือนดั่งหมากรุกหนึ่งกระดาน ข้างหนึ่งคือพันธมิตรของเหล่าประเทศคอมมิวนิสต์ ข้างหนึ่งคือระบบสังคมเสรี สิบปีก่อนสำหรับเหล่าประเทศคอมมิวนิสต์พูดได้ว่า เป็นกระดานตาหมากรุกที่ถูกรุกฆาตแล้ว

[ร่วมแรงร่วมใจเพื่อเป้าหมายรวม กลับพบภัยพิบัติใหญ่]

ถอด:    พันธมิตรของเหล่าประเทศคอมมิวนิสต์แตกสลายโดยสิ้นเชิง ประเทศต่างๆ ร้อยละเก้าสิบ ละทิ้งลัทธิระบอบคอมมิวนิสต์ สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์พูดได้ว่า นี้คือภัยพิบัติใหญ่ที่กำลังมาถึง

[เสือดาวตายไป เหลือหนัง(เสือ)หนึ่งผืน]

ถอด:    สหภาพโซเวียตดุจดั่งเสือดาวตัวหนึ่ง ระบบพรรคคอมมิวนิสต์แตกสลายแล้ว แต่เปลือกนอกเหมือนเหลือหนัง(เสือ)ไว้หนึ่งผืนให้รัฐบาลจีนรับสืบทอด เพราะเวลานี้ประชาชนจีนก็ไม่เชื่อในลัทธิระบอบคอมมิวนิสต์กันแล้ว เพียงแต่ว่าผู้กุมอำนาจในประเทศจีนต้องการใช้รูปแบบพรรคคอมมิวนิสต์ค้ำจุนอำนาจเท่านั้น

[ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงสุดสวยอยู่ที่ฉางอัน]

ถอด:    สำหรับผู้กุมอำนาจในประเทศจีน ณ ปัจจุบันนี้ พูดได้ว่า ตัวเองก็ไม่เชื่อในพรรคคอมมิวนิสต์ เป้าหมายที่ชัดเจนมากคือ กำลังใช้รูปแบบภายนอกของพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อควบคุมอำนาจ ด้วยเหตุนี้จึงพยายามอย่างสุดกำลัง ปะแป้งสร้างภาพลวง ตามที่เรียกกันว่า สถานการณ์ที่ดีมาก ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงสุดสวย (ก็เป็นวาระสุดท้ายของพรรคคอมมิวนิสต์) ต่อให้ดีอย่างไร ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงจะไม่ยาวนานเป็นไปตามธรรมชาติ ฉางอันก็หมายถึงเมืองหลวงของประเทศจีนด้วย โดยทั่วไปหมายถึงประเทศจีน

 

[มังกรไฟเริ่มตะปบ เอี้ยนเหมินเกิดความเศร้า]

ถอด:    บทสวรรค์ในมิติชั้นต่ำสุด พรรคคอมมิวนิสต์ปรากฏในรูปแบบของมังกรแดงอันชั่วร้าย ประโยคนี้บอกเป็นนัยถึงเหตุการณ์ [4 มิถุนายน] ซึ่งนักศึกษาและประชาชนถูกสังหารเป็นจำนวนมาก หลังจากทำการร้องทุกข์ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน

[กำแพงหินดั้งเดิมสนองภัยพิบัติ คนแซ่จ้าวล่าถอย]

ถอด:    กำแพงหินดั้งเดิมโดยทั่วไปหมายถึง ประเทศจีนซึ่งมีประวัติศาสตร์ห้าพันปี สนอง(รับมือ)ภัยพิบัติครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้จ้าวจื่อหยางจึงถูกโจมตีและกดดัน

[หนึ่งลานดอกไม้มหัศจรรย์ ฤดูใบไม้ผลิมีเจ้าของ]

ถอด:    ก่อนวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1999 ศิษย์ฝ่าหลุนต้าฝ่ามีอยู่ทุกหนทุกแห่งในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมไปทั่วทั้งประเทศ ต่างติดประดับสัญลักษณ์ฝ่าหลุนกง รูปฝ่าหลุนของต้าฝ่าสามารถเห็นได้ทั่วทุกแห่งหน มีรูปคล้ายดอกไม้มหัศจรรย์ [ฤดูใบไม้ผลิมีเจ้าของ] หมายถึงฤดูใบไม้ผลิในปีหนึ่ง ศิษย์ต้าฝ่าซึ่งประสบกับการประทุษร้ายจะพบกับอาจารย์อย่างสง่าผ่าเผย

[ลมฝนตลอดทั้งคืน ไม่จำเป็นต้องทุกข์ระทม]

ถอด:    การถูกประทุษร้ายของศิษย์ต้าฝ่า มองดูด้วยสายตาประวัติศาสตร์ ไม่ว่าสิ่งชั่วร้ายจะกำเริบเสิบสานอย่างไร เหมือนมีลมฝนตลอดทั้งคืนก็ไม่จำเป็นต้องทุกข์ระทม เมื่อลมฝนผ่านไปฟ้าก็จะสว่าง

 

[เหมยฮวา(ดอกเหมย)ผลิเป็นจุดๆ ฤดูใบไม้ผลิทั้งฟ้าดิน]

ถอด:    ผ่านบททดสอบของฤดูหนาวอันเย็นยะเยือก ศิษย์ต้าฝ่าทั่วโลก ทั่วประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เหมือนดอกเหมยที่เงยหน้าสู้เกล็ดน้ำค้างและหิมะ แสดงให้เห็นการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ นี้คือช่วงเวลาของฝ่าปรับโลกมนุษย์

[ปอกับฟู่จะเป็นอย่างไร ถามสาเหตุ]

ถอด:    ปอกับฟู่เป็นคำศัพย์สองคำของเครื่องหมายเสี่ยงทาย(กว้า) เมื่อปอถึงที่สุดย่อมเกิดฟู่ หมายถึงสรรพสิ่งเมื่อถึงที่สุดย่อมย้อนกลับ ประวัติศาสตร์ดุจหลุนที่หมุน(วงล้อที่หมุน) มีเหตุข้างหน้าย่อมมีผลข้างหลัง ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติล้วนแต่จัดเตรียมไว้เพื่อการปรับฝ่าในครั้งนี้

[ในโลกย่อมมีวันแห่งสันติสุข]

ถอด:    ศิษย์ต้าฝ่าผ่านการทดสอบอันชั่วร้ายจนหมดสิ้น เดินสู่อนาคตอันสวยงามขณะที่สิ่งชั่วร้ายดับสลาย

[สี่คาบสมุทรคือบ้าน ใครคือเจ้าบ้านและแขก]

ถอด:    นับตั้งแต่อาจารย์ออกมาถ่ายทอดฝ่าในปี 1992 โดยหลักคือถ่ายทอดไปทั่วทุกสารทิศ สี่คาบสมุทรคือบ้าน ครึ่งประโยคหลัง [ใครคือเจ้าบ้านและแขก] บอกเป็นนัยว่าใครคือเจ้าภาพ ใครคือแขก บนเวทีประวัติศาสตร์ ใครคือตัวประกอบ ใครคือตัวเอก อารยธรรมมนุษยชาติครั้งนี้ล้วนแต่ทำขึ้นเพื่อต้าฝ่า สร้างขึ้นเพื่อต้าฝ่า

 

3 กรกฎาคม 2001 อาจารย์ถอดความวาจาแบบตามสบาย ผู้ฝึกจดบันทึก และตีพิมพ์โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์

 

36.    เจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญ

            บทความนี้ได้พูดถึงปัญหาว่า จะปฏิบัติอย่างไรต่อการเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง)กับการบำเพ็ญ อย่างชัดเจนมาก ศิษย์ต้าฝ่าซึ่งอยู่ในระหว่างการเจิ้งฝ่าจะไม่เหมือนกับการบำเพ็ญส่วนบุคคลในอดีต เมื่อพบกับการทำร้ายอย่างไร้เหตุผล พบกับการประทุษร้ายต่อต้าฝ่า พบกับการป้ายสีอย่างไม่เป็นธรรมต่อพวกเรา ไม่สามารถจะปฏิบัติเหมือนกับการบำเพ็ญของแต่ละบุคคลในอดีต ยอมรับกันโดยสถานเดียว เพราะศิษย์ต้าฝ่าในปัจจุบันอยู่ในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า หากปัญหาที่ปรากฏไม่ใช่มาจากความยึดติดหรือความผิดของพวกเราเอง เช่นนั้นจะต้องเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ทำการรบกวน ทำเรื่องไม่ดีอยู่

            แต่พวกเรายังอยู่ในระหว่างบำเพ็ญ ยังมีจิตใจของคนธรรมดาสามัญสุดท้ายอยู่ เมื่อปัญหาปรากฏ จะต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าถูกหรือผิด หากพบว่าเป็นการรบกวนหรือบ่อนทำลาย เวลาจัดการกับปัญหา กับคนที่อยู่ชั้นภายนอก ต้องพยายามปฏิบัติอย่างนุ่มนวลและมีเมตตา เพราะเวลาที่สิ่งชั่วร้ายใช้คน คนๆนั้นมักจะไม่แจ่มแจ้ง (แม้ว่าคนที่ถูกใช้มักจะมีความนึกคิดไม่ดี หรือเป็นคนที่มีความนึกคิดไม่ดีปรากฏออกมา) สำหรับการรบกวนของสิ่งชั่วร้ายในมิติอื่น จะต้องใช้เจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง) กำจัดอย่างเข้มงวดและจริงจัง

หลี่ หงจื้อ

2001.7.8

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นการบรรยายธรรมต่อบทความ [อะไรคือความเมตตาอย่างแท้จริง] ชึ่งตีพิมพ์บนเวบไซ้ต์เจิ้งเจียน (www.pureinsight.org) เมื่อวันที่ 2001.7.8

 

37.    วิจารณ์ [ความน่าเกรงขามของต้าฝ่า]

            ศิษย์ท่านนี้พูดได้ดีมาก นี้ก็คือความแตกต่างของการบำเพ็ญเจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญส่วนบุคคล ในเวลาเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่นในการบำเพ็ญส่วนบุคคล ไร้ซึ่งความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่าก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ ศิษย์ต้าฝ่าไม่สามารถยืนยันความเป็นจริงของฝ่าก็ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่า ในขณะที่เปิดโปงสิ่งชั่วร้ายก็คือกำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต ทำให้โลกของตัวเองหยวนหมั่น

หลี่ หงจื่อ

2001.7.17

 

38.    ประสิทธิผลของเจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)

ท่ามกลางการเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง) จักรวาลดีงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ ใหญ่มหึมาอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะทั่วทั้งท้องนภาใหญ่นั้นประกอบขึ้นมาจากระบบจักรวาลอันใหญ่มหึมาอย่างหาที่เปรียบมิได้นับสิบสิบล้านระบบจักรวาล จำนวนส่วนใหญ่ของระบบจักรวาลอันใหญ่โตซึ่งถูกปรับแล้วได้เข้าสู่ประวัติศาสตร์ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ ณ เวลานี้ในที่ซึ่งสิ่งชั่วร้ายสามารถทำเรื่องไม่ดีได้คือ ที่ซึ่งอานุภาพแห่งการเปลี่ยนอันใหญ่มหาศาลของเจิ้งฝ่า(ฝ่าถูกต้องเที่ยงตรง)ยังสัมผัสไม่ถึง ตรงนี้จึงเป็นที่ซึ่งศิษย์ต้าฝ่าใช้เจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)ให้บังเกิดผล อย่างไรก็ตามสภาพการณ์ในที่ตรงนี้ก็สลับซับซ้อนและเสื่อมถอยอย่างยิ่ง

ก่อนการเจิ้งฝ่า เหล่าอิทธิพลเก่าได้นำเอาส่วนของชั้นที่ต่ำสุดของแต่ละระบบ ของระบบจักรวาลนับจำนวนสิบสิบล้านระบบจักรวาลอันไกลโพ้น กดอัดเข้ามาที่ซึ่งพวกเราอยู่ ระบบจักรวาลกึ่งกลางภายในสามภพ โดยผิวเผินเพื่อไม่ให้พวกมันตกหล่นจากการเจิ้งฝ่า ในเวลาเดียวกันก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้เข้าร่วมกับการเจิ้งฝ่า ในความเป็นจริงเป็นการยืมใช้การเจิ้งฝ่าเพื่อบรรลุเป้าหมายอันเห็นแก่ตัวของพวกมัน เนื่องจาก ณ ที่ซึ่งสูงยิ่งขึ้นไปของเทียนถี่(ร่างสวรรค์)แห่งท้องนภาใหญ่กำลังถูกอานุภาพใหญ่มหาศาลของเจิ้งฝ่าชำระ ทำลาย หล่อหลอมอย่างเร็วที่สุด ทุกๆนาทีล้วนมีจักรวาลอันใหญ่มหาศาลนับจำนวนไม่ถ้วนถูกกวาดโดยอานุภาพแห่งเจิ้งฝ่า พร้อมกับถูกฝ่าปรับให้ถูกต้องเป็นที่เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากเทียนถี่ซึ่งประกอบขึ้นโดยจักรวาลนับจำนวนไม่ถ้วนเหล่านี้ และเนื่องจากระบบจักรวาลซึ่งประกอบขึ้นโดยเทียนถี่อันใหญ่มหึมานับจำนวนไม่ถ้วนนั้นเชื่อมต่อกับระดับชั้นที่ต่ำสุด ได้ถูกกดอัดเข้ามาในสามภพของเรา หลังจากถูกกดอัดเข้ามาแล้ว มิติของพวกมันแม้ว่าจะหดเล็กลง แต่เวลาและโครงสร้างข้างในกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลง ฉะนั้นต่อเมื่อทั่วทั้งระบบอันใหญ่มหึมา ซึ่งประกอบขึ้นโดยจักรวาลนับจำนวนไม่ถ้วนและเทียนถี่นับจำนวนไม่ถ้วนข้างบน ถูกฝ่าปรับให้ถูกต้องเที่ยงตรงเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ถูกกดอัดเข้ามาในสามภพของเราและก่อเกิดเป็นส่วนๆ จึงจะสามารถถูกกำจัดทิ้งไปหนึ่งส่วน แต่ความเร็วของการเจิ้งฝ่านั้นรวดเร็วอย่างที่สุด ทะลวงชั้นแล้วชั้นเล่าอย่างรวดเร็ว เพราะเทียนถี่ท้องนภาใหญ่นั้นใหญ่โตอย่างเหลือเกิน ต่อให้ทำกันเร็วขึ้นไปอีก เหนือเกินกว่าเวลาและมิติทั้งมวลขึ้นไปอีก ก็ต้องมีระบบขั้นตอน นี่ก็เร็วที่สุดแล้ว นอกเสียจากจะระเบิดทิ้งและประกอบกันใหม่ แต่นั่นก็ไม่จำเป็นต้องมีการเจิ้งฝ่าแล้ว ฉะนั้นระบบที่มาจากข้างนอกนับจำนวนไม่ถ้วนเหล่านี้กลับก่อเกิดเป็นส่วนของมิตินับสิบสิบล้านส่วน จึงกลายเป็นอาณาเขตอิทธิพลต่างๆ และซ่อนชีวิตชั่วร้ายเอาไว้มากมาย ยิ่งกว่านั้นบางชีวิตและร่างวัตถุถูกแบ่งแยกเป็นหลายๆชั้น เกือบจะทุกๆชั้นของอณูถูกแบ่งแยกเป็นหนึ่งชั้น ภายในสามภพเดิมทีมีมิตินับจำนวนไม่ถ้วน เมื่อบวกกับมิตินับจำนวนไม่ถ้วนเป็นสิบสิบล้านมิติเข้ามาเช่นนี้ จึงเพิ่มความยากลำบากให้กับการเจิ้งฝ่า จึงทำให้สภาพการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น บางครั้งเห็นอยู่ชัดๆ ว่าชีวิตชั่วร้ายถูกกำจัดทิ้งไปแล้วเวลาที่ศิษย์ต้าฝ่าส่งความคิดถูกต้อง(ฟาเจิ้งเนี่ยน) แต่กลับปรากฏว่าในบางส่วนมันยังคงมีอยู่ และยังคงทำเรื่องไม่ดีอยู่อย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจึงนำไปสู่การที่บางส่วนของสิ่งชั่วร้าย สามารถถูกกำจัดทิ้งไปในครั้งเดียวในเวลาที่ศิษย์ต้าฝ่าส่งความคิดถูกต้อง แต่บางส่วนก็ไม่สามารถกำจัดทิ้งในครั้งเดียวอย่างง่ายๆ กระทั่งต้องทำกันหลายครั้งจึงจะสามารถกำจัดทิ้งไปได้ หัวหน้าสมุนชั่วร้ายเหล่านั้นในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ก็เป็นกรณีแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ต้องกำจัดสิ่งชั่วร้ายด้วยเจิ้งเนี่ยนอย่างแน่วแน่ เพราะขณะที่กำจัดสิ่งชั่วร้าย ก็เป็นการก่อตั้ง อานุภาพแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่สง่างามของศิษย์ต้าฝ่าท่ามกลางการเจิ้งฝ่า การกำจัดสิ่งชั่วร้ายด้วยเจิ้งเนี่ยนของทุกท่านนั้นบังเกิดประสิทธิผล อย่างมากจริงๆ ชีวิตชั่วร้ายถูกกำจัดทิ้งไปเป็นจำนวนมาก บ้างก็ถูกกำจัดทิ้งไปบางส่วน ยังความบาดเจ็บอย่างหนักให้กับพลังหยวนชี่(พลังชีวิต)ของสิ่งชั่วร้าย กำจัดสิ่งชั่วร้ายในมิติต่างๆมากมายที่เจิ้งฝ่ายังไปไม่ถึง และยังบังเกิดผลในการกำจัดและสร้างความสะพรึงกลัวต่อคนชั่ว ไม่ว่ามิติจะสลับซับซ้อนอย่างไร สิ่งชั่วร้ายจะกำเริบเสิบสานเพียงใด ก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ก่อนที่อานุภาพแห่งเจิ้งฝ่าอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้จะมาถึงเท่านั้นเอง เมื่ออานุภาพแห่งเจิ้งฝ่ามาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจบสิ้นลงโดยฉับพลันในชั่วพริบตา

ข้าพเจ้าบอกให้ศิษย์ทั้งหลายส่งความคิดถูกต้อง เพราะสิ่งที่เรียกว่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นอันที่จริงไม่ใช่อะไรเลย แต่แล้วเนื่องจากความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่าถูกอิทธิพลเก่าสิ่งชั่วร้ายใช้เป็นประโยชน์ ชีวิตชั่วร้ายภายใต้การปกป้องของพวกมันทำการประทุษร้ายอย่างมีเจตนา ฉะนั้นสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าแบกรับจึงไม่ใช่กรรมของตัวเองเท่านั้นแล้ว แต่เป็นการแบกรับสิ่งที่ไม่สมควรแบกรับภายใต้การประทุษร้ายของชีวิตชั่วร้าย ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกให้ศิษย์ทั้งหลายส่งความคิดถูกต้อง(ฟาเจิ้งเนี่ยน) กำจัดพวกมันซึ่งมีเจตนาบ่อนทำลายต้าฝ่า จากนั้นเพื่อแบ่งเบาศิษย์ต้าฝ่าจากสิ่งที่ไม่สมควรแบกรับท่ามกลางการถูกประทุษร้าย พร้อมกับช่วยเหลือสรรพชีวิต หยวนหมั่นโลกของศิษย์ต้าฝ่า(ทำให้โลกของศิษย์ต้าฝ่าสำเร็จสมบูรณ์)

หลี่ หงจื่อ

2001.7.16

 

39.    ต้าฝ่าผสมผสานกลมกลืน

            สังคมมนุษย์ก็เป็นระดับชั้นหนึ่งสร้างขึ้นโดยต้าฝ่า ฉะนั้นจึงต้องมีฝ่าเพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับการดำรงชีวิตของสรรพชีวิตในระดับชั้นนี้ และหลักการของการเป็นคนของระดับชั้นนี้ แต่ในสามภพกับจักรวาลทุกสิ่งทุกอย่างนั้นกลับกัน ดังนั้นหลักการของฝ่าก็เสนอหลักการที่กลับกัน ซึ่งเหมาะแก่การดำรงชีวิตของคนธรรมดาสามัญให้กับชีวิตในชั้นนี้ เช่น การกรีฑาทัพบุกยึดครองดินแดน ผู้เป็นราชาปกครองประเทศ ฆ่าชีวิตเอาเป็นอาหาร ผู้แกร่งกล้าคือวีรบุรุษ เป็นต้น ความคิดเกี่ยวกับคนดี คนชั่ว สงคราม ฯลฯ ล้วนประกอบขึ้นเป็นหลักการของคนธรรมดาสามัญและความเข้าใจของคน สิ่งเหล่านี้สำหรับหลักการของเจิ้งฝ่า(ฝ่าถูกต้อง) ของจักรวาลชั้นสูง พูดขึ้นมาแล้วผิดทั้งหมด ฉะนั้นผู้บำเพ็ญต้องปล่อยวางจิตใจทั้งหมด หลักการทั้งหมดของคนธรรมดาสามัญ จึงจะสามารถบำเพ็ญไปถึงชั้นสูง จึงจะสามารถกระโดดออกจากสามภพ ซึ่งกลับกันกับจักรวาล แต่ถ้าหากคนธรรมดาสามัญกลับความเข้าใจทั้งหมดนี้ และใช้หลักการของเจิ้งฝ่าของจักรวาลชั้นสูง มากำหนด มาวัดทุกสิ่งทุกอย่างของมนุษย์หรือสามภพ เช่นนั้นสามภพก็กลายเป็นหลักการของเจิ้งฝ่า สังคมมนุษย์ก็จะไม่คงอยู่ ก็จะไม่มีสภาวะของคน ก็เป็นโลกของเทพ ในเวลาเดียวกันก็จะไม่มีปริศนาของคน และให้โอกาสแก่ผู้บำเพ็ญ ให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ เพราะขยะของชีวิตชั้นสูงก็คือต้องตกสู่เบื้องล่าง สังคมมนุษย์ก็คือสถานที่กองขยะของจักรวาล เพื่อให้ชีวิตในที่นี้สามารถดำรงอยู่ได้ จึงต้องมีรูปของการดำรงชีวิตของชั้นนี้ ก็คือข้อกำหนดและเงื่อนไข / สภาพของการดำรงชีวิตซึ่งต้าฝ่าสร้างให้กับสรรพชีวิตในที่นี้

            ในเทียนถี่(ร่างจักรวาล)ชั้นสูง โลกและชีวิตของผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงนั้นเกิดขึ้น ท่ามกลางหลักการของเจิ้งฝ่า หรือบำเพ็ญท่ามกลางหลักการของเจิ้งฝ่าจนหยวนหมั่น ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาล้วนสอดคล้องกับหลักการของเจิ้งฝ่า ผู้สำเร็จธรรมก็คือราชาแห่งสวรรค์นี้(ราชาของโลกนี้) แต่นั่นไม่ใช่รูปแบบการปกครองตามที่คนเข้าใจ คือ ใช้ เจิน ซั่น เหยิ่น (ความจริง ความเมตตา ความอดทน) ของหลักการของเจิ้งฝ่า มาทำให้สรรพชีวิตทั้งหมดในสวรรค์(โลก)ของเขาให้ดีงาม แต่การกรีฑาทัพยึดครองดินแดนของคน ผู้แกร่งกล้าคือวีรบุรุษ เป็นหลักการที่ต้าฝ่าแห่งจักรวาลให้กับมนุษย์ในชั้นนี้ เพราะสามภพนั้นกลับ(ด้าน)กัน ฉะนั้นหลักการของคนกับหลักการของเจิ้งฝ่า เมื่อเปรียบเทียบกันก็เป็นความเข้าใจที่กลับกัน เช่นนั้นการกรีฑาทัพยึดครองดินแดน ผู้แกร่งกล้าคือวีรบุรุษ พฤติกรรมความรุนแรงประเภทนี้ จึงกลายเป็นหลักการถูกต้องของคน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างของมนุษยชาตินั้นควบคุมโดยเทพ สงคราม ผู้แกร่งกล้า ชนะหรือแพ้ คือเป้าหมายซึ่งเทพต้องการจะบรรลุ ผู้แกร่งกล้า วีรบุรุษ ก็ได้รับมอบหมายเป็น “วีรบุรุษ” “ผู้แกร่งกล้า” โดยเทพ ให้เสวยเกียรติยศของคน ก็เป็นการตอบแทนคน มีเพียงผู้บำเพ็ญซึ่งบำเพ็ญปฏิบัติเจิ้งฝ่าเท่านั้น จึงจะกระโดดออกจากหลักการนี้ เช่นนั้นการเป็นผู้บำเพ็ญต้าฝ่าซึ่งบำเพ็ญปฏิบัติอยู่ในสังคมของคนธรรมดาสามัญ จะปฏิบัติต่อทั้งหมดนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรล่ะ? ถ้าบำเพ็ญต้าฝ่าอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ อีกทั้งมีจำนวนคนมาก ก็จะต้องบำเพ็ญปฏิบัติโดยสอดคล้อง เข้ากับสังคมธรรมดาสามัญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงสังคมคนธรรมดาสามัญ แต่ทุกท่านขณะฟังข้าพเจ้าพูดหลักการของฝ่า แม้จะเข้าใจว่าให้บำเพ็ญปฏิบัติ โดยสอดคล้องเข้ากับสภาวะของสังคมคนธรรมดาสามัญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อพบกับบางปัญหาที่เป็นรูปธรรม ยังคงมีหลายๆจุดที่ยังเข้าใจไม่แจ่มแจ้ง เช่นเรื่องการเป็นทหาร เป็นทหารต้องออกรบ ออกรบต้องอบรมฝึกซ้อม สิ่งที่ฝึกล้วนเป็นเรื่องความสามารถของการฆ่าคน และในสงครามจริงก็ต้องฆ่าคน ทุกท่านต้องเข้าใจ ในหลักการของเจิ้งฝ่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ในหลักการของคนธรรมดาสามัญก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไม่เช่นนั้นหลักการของมนุษย์ก็เป็นหลักการของเจิ้งฝ่าแล้ว ไม่มีความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน กรรมที่คนก่อในหมู่คนก็ไม่มีทางจะสลายไปได้ คนถ้าไม่ฆ่าชีวิต คนก็ไม่มีเนื้อสัตว์กิน คนต้องกินเนื้อสัตว์ ฉะนั้นคนขณะเอาเป็นอาหารจะก่อกรรม และการกินเนื้อสัตว์เป็นการก่อกรรมเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น คนมีชีวิตอยู่บนโลก ก็คือกำลังก่อกรรม เพียงแต่มากน้อยเท่านั้น แต่คนในโลกก็มีปัจจัยของการชำระกรรม เช่นโรคภัยไข้เจ็บ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสงคราม ท่ามกลางสงครามคนตายอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมาน จะสลายกรรมให้กับชีวิต สลายบาป ชาติหน้าเมื่อเกิดใหม่ก็จะไม่มีกรรม ก็จะมีชีวิตที่ผาสุก จิตใจดีงามของคนธรรมดาสามัญ ไม่ปรากฏออกมากับการที่ไม่เอาเป็นอาหาร เพื่อจะดำรงชีวิตจนก่อกรรม แต่คือไม่คำนึงถึงความชั่วของคนอื่น ไม่เก็บความเคียดแค้นไว้ในใจ ไม่อิจฉาริษยา ไม่มีจิตใจคิดแก้แค้น ไม่ฆ่าคน ไม่ฆ่าผู้ไร้ความผิดอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ตั้งใจทำร้ายชีวิต การเอาเป็นอาหารเพียงเพื่อดำรงชีวิต มีกรรมแต่ไม่มีความผิด สงครามนั้นจัดเตรียมโดยเทพ หากไม่ใช่สิ่งเหล่านี้แต่ฆ่าชีวิตซึ่งไร้ความผิด นั่นเป็นสิ่งที่หลักการของเจิ้งฝ่าของจักรวาล และ หลักการของคนล้วนแต่ไม่อนุญาต ไม่เช่นนั้นเทพก็จะใช้คนมาลงโทษคนที่ฆ่าอย่างพร่ำเพรื่อ ถ้าชีวิตที่ใหญ่ชีวิตหนึ่งถูกคนฆ่าตาย บาปกรรมนั้นใหญ่หลวงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนฆ่า เมื่อก่อกรรมเช่นนี้ก็จะต้องชำระ สำหรับผู้บำเพ็ญพูดกันแล้ว การฝึกฝนอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ท่ามกลางการบำเพ็ญที่ยากลำบาก ล้วนกำลังชำระกรรมที่ก่อไว้แต่อดีต บาปกรรมที่ก่อไว้ทางด้านจิตใจ สามารถชำระคืนท่ามกลางการบำเพ็ญในความยากลำบาก และการตกอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เลวร้าย ความทุกข์ทรมานที่แบกรับ และ การสูญเสียทางวัตถุอย่างแท้จริงของชีวิตหลังจากถูกฆ่าตายไป ผู้บำเพ็ญก็ต้องใช้มรรคผลที่ตัวเองบำเพ็ญได้ ช่วยเหลือหรือตอบแทนเขาด้วยความสุข ในระหว่างขั้นตอนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองให้หยวนหมั่น ฉะนั้นดูจากมุมนี้ สิ่งชดเชยซึ่งคนที่ถูกฆ่าได้รับ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ตัวเองได้ในชีวิตคนนั้น ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ นั่นก็คือการแก้ไขเวรกรรมด้วยความดี(ความเมตตา) ในทางกลับกัน ถ้าหากผู้บำเพ็ญไม่สามารถได้มรรคผลถูกต้อง บำเพ็ญได้ไม่ดี ชีวิตทั้งหมดที่เขาฆ่า เขาก็จะต้องชดใช้เวรกรรมด้วยตัวเองในอนาคต ผู้บำเพ็ญที่กล่าวถึงข้างต้นจะต้องสามารถหยวนหมั่น ถ้าไม่สามารถหยวนหมั่น แล้วก็ฆ่าชีวิตไปพลาง พูดไปพลางว่าฉันช่วยโปรดเขา นั่นก็จะบาปแล้วบาปอีก ขณะนี้ก็มีศิษย์ต้าฝ่าที่เป็นทหาร การเป็นทหารก็เป็นการงานของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบางประเทศ รัฐบาลมีกำหนดให้ผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะ ต้องรับราชการทหารหนึ่งครั้ง เพราะพวกท่านบำเพ็ญอยู่ท่ามกลางคนธรรมดาสามัญ สำหรับเหตุการณ์ประเภทนี้ถ้าหากไม่มีสาเหตุพิเศษ ก็สามารถปฏิบัติให้สอดคล้องกับ ข้อกำหนดของสังคมคนธรรมดาสามัญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเป็นทหารไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องมีสงคราม เสียงร้องเรียกให้ฆ่าในระหว่างที่ทหารทำการฝึกซ้อมกันนั้นไม่มีความเมตตา ศิษย์ต้าฝ่าสามารถใช้มันเหมือนปฏิบัติกับสิ่งชั่วร้ายที่ประทุษร้ายต่อศิษย์ต้าฝ่าได้ ถ้าหากมีสงครามเกิดขึ้นจริงๆ ก็ไม่แน่เสมอไปว่าศิษย์ต้าฝ่าจะต้องไปแนวหน้า เพราะพวกท่านมีอาจารย์คอยดูแลอยู่ ถ้าหากต้องไปแนวหน้าจริงๆ บางทีอาจจะเหมือนอาจารย์หมีเล่อยื่อปาสั่งให้เขาไปทำกรรมดำ ผูกมรรคผลดีของเหตุแห่งความสัมพันธ์ แน่นอน นี่เป็นการพูดในหลักการของฝ่า โดยทั่วไปจะไม่เป็นเช่นนี้ แต่ไม่มีอะไรที่ฝ่าทำไม่ได้ ไม่ว่ากับเรื่องใดๆ ก็ผสมผสานกลมกลืนไม่แตกแยก ยิ่งกว่านั้นอย่างไรก็ตาม ผู้บำเพ็ญนั้นมีอาจารย์คอยดูแลปกป้อง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งสามารถจะประสบ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญ การหยวนหมั่นของพวกท่าน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีอย่างเด็ดขาด การทำงานดีในสังคมคนธรรมดาสามัญ โดยตัวของมันเองไม่ใช่เพียงเพื่อการบำเพ็ญ หรือเพื่อแสดงถึงจิตใจดีงามของศิษย์ต้าฝ่าในหมู่คนธรรมดาสามัญเท่านั้น ก็เป็นการปกป้องต้าฝ่าและสร้างหลักการของฝ่าให้แก่สังคมคนธรรมดาสามัญด้วย

            การงานที่มั่นคงก็เพื่อให้ผู้บำเพ็ญ ไม่ต้องประสบปัญหาปากท้อง ร่างกายอบอุ่น ปัญหาการดำรงชีวิต จนเป็นอุปสรรคต่อการบำเพ็ญและหงฝ่าด้วยความสบายใจ ตลอดจนการอธิบายความเป็นจริง ช่วยเหลือพลโลก อยู่ท่ามกลางทุกๆสาขาอาชีพในสังคม ล้วนสามารถบำเพ็ญ และล้วนมีคนมีบุญวาสนารอคอยที่จะได้ฝ่า

หลี่ หงจื้อ

2001.7.30

 

40.    ศิษย์ต้าฝ่าแห่งช่วงเวลาเจิ้งฝ่า

            ศิษย์ต้าฝ่าที่ไม่สามารถดำเนินการปกป้องต้าฝ่าจะไม่มีทางหยวนหมั่น เพราะการบำเพ็ญของพวกท่านกับในอดีตและอนาคตนั้นแตกต่างกัน ความยิ่งใหญ่สง่างามของศิษย์ต้าฝ่าจึงอยู่ตรงนี้ เนื่องจากอาจารย์ได้แบกรับให้กับพวกท่านแทบจะทุกสิ่งทุกอย่างในประวัติศาสตร์ ศิษย์แห่งช่วงเวลาเจิ้งฝ่าต้องอยู่จนการเจิ้งฝ่าสิ้นสุดลงจึงจะสามารถจากไป ดังนั้นในขั้นตอนของการบำเพ็ญการบรรลุถึงมาตรฐานหยวนหมั่นของตัวท่านเองจึงกลายเป็นขั้นตอนที่สำคัญ หากไม่แบกรับทุกสิ่งทุกอย่างในประวัติศาสตร์ให้กับพวกท่าน โดยพื้นฐานพวกท่านจะไม่สามารถบำเพ็ญ หากไม่แบกรับทุกสิ่งทุกอย่างให้กับสรรพชีวิตในจักรวาล พวกเขาก็จะแยกสลายตามการผ่านไปของประวัติศาสตร์ หากไม่แบกรับทุกสิ่งทุกอย่างให้กับพลโลก พวกเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะยังอยู่ในโลกในวันนี้ ในขั้นตอนก่อนประวัติศาสตร์ ตลอดมาก็ได้ดำเนินการสร้างทุกสิ่งทุกอย่างของพวกท่านให้เป็นไปตามความยิ่งใหญ่สง่างามของศิษย์แห่งช่วงเวลาเจิ้งฝ่า ดังนั้นในการจัดเตรียมเมื่อพวกท่านบรรลุมาตรฐานของการหยวนหมั่นแบบธรรมดาทั่วไป อยู่ในโลกยังมีความนึกคิดและกรรมแบบต่างๆของคนธรรมดาสามัญ จุดประสงค์คือขณะที่ทำงานเจิ้งฝ่า ในการอธิบายความเป็นจริง เพื่อรวบรวมชีวิตที่สามารถจะช่วยเหลือได้เพื่อหยวนหมั่นโลกของตัวท่านเอง พร้อมๆ ไปกับการหยวนหมั่นโลกของพวกท่านเอง ก็เป็นการสลายกรรมสุดท้ายของพวกท่าน ค่อยๆ กำจัดความนึกคิดของคนทิ้งไป เดินออกมาจากความเป็นคนอย่างแท้จริง พูดตามหลักมูลฐานที่สุด พวกท่านยังต้องก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ในขั้นตอนที่ทำการกำจัดการประทุษร้ายของอิทธิพลเก่า กลับคืนสู่ตำแหน่งสูงสุดของพวกท่าน นี้จึงไม่ใช่เรื่องของการหยวนหมั่นในอาณาจักรเขตแดนแบบธรรมดาทั่วไป และไม่ใช่สิ่งที่การหยวนหมั่นตามปรกติสามารถจะบรรลุได้ ดูๆ ไปเพื่อต้าฝ่าพวกท่านได้ทำในสิ่งที่พวกท่านสมควรทำ ในความเป็นจริงคือพวกท่านกำลังทำเพื่อให้การหยวนหมั่นและการกลับไปของพวกท่านเองสมบูรณ์ทุกแง่ทุกมุม หากพวกท่านไม่สามารถทำในสิ่งที่ท่านสมควรทำให้ดีในช่วงเวลานี้ เช่นนั้นในขั้นตอนของการหยวนหมั่นนี้ก็เป็นได้แต่เพียงขั้นตอนหนึ่งของการบำเพ็ญ โดยมูลฐานไม่สามารถเป็นการหยวนหมั่นที่แท้จริงและสุดท้ายของเจิ้งฝ่าศิษย์ ท่ามกลางการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้าย ศิษย์ต้าฝ่าทำได้ไม่ดีหรือทำตัวหย่อนยาน เป็นไปได้อย่างมากว่าพลังกง(คุณงามความดี)ก่อนหน้านี้ทั้งหมดจะละทิ้งไป

            อันที่จริง มีผู้ฝึกบางคนตลอดมาไม่มีความสมัครใจที่จะทำในการกำจัดสิ่งชั่วร้าย อธิบายความเป็นจริง ราวกับเป็นการกำลังทำอะไรเพื่ออาจารย์ ราวกับเป็นการทุ่มเทอะไรเป็นพิเศษเพื่อต้าฝ่า พอได้ยินข้าพเจ้าพูดว่าพวกท่านได้บรรลุมาตรฐานของการหยวนหมั่นก็เหมือนได้ปลดภาระหนัก ทำตัวหย่อนยาน ไม่คิดจะทำอะไรแล้ว โดยไม่ได้นำสิ่งที่อาจารย์พูดกับพวกท่าน เรื่องที่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้มาเป็นแรงกระตุ้นให้รุดก้าวไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น จนถึงเวลานี้ถ้าท่านยังไม่เข้าใจอย่างแจ่มชัดว่าศิษย์แห่งการเจิ้งฝ่าคืออะไร ก็ไม่สามารถจะเดินออกมาจากมารผจญที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ ก็จะถูกจิตใจที่แสวงหาความสบายในโลกมนุษย์ชักนำไปสู่การรับรู้ในทางมาร ตลอดมาอาจารย์รู้สึกปวดใจกับคนเหล่านั้นที่ตกลงไป ส่วนมากถูกจิตใจเช่นนี้ชักนำและทำลายไป พวกท่านทราบไหม? ศิษย์แห่งการเจิ้งฝ่าไม่สามารถเดินข้ามมาในช่วงเวลาเจิ้งฝ่าจะไม่มีโอกาสครั้งต่อไป เพราะในประวัติศาสตร์ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกท่านแล้ว ในการบำเพ็ญส่วนบุคคลในวันนี้แทบจะไม่ต้องทนทุกข์อะไร และบาปกรรมใหญ่เท่าฟ้าที่พวกท่านได้ก่อขึ้นในทุกๆ ภพ ทุกๆ ชาติ ก็ไม่ได้บอกให้พวกท่านแบกรับเอง ในเวลาเดียวกันให้พวกท่านยกระดับชั้นสูงขึ้นด้วยรูปแบบที่เร็วที่สุด เก็บรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีของพวกท่านในอดีตไว้ และในทุกๆ ระดับชั้นยังเพิ่มเติมสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับพวกท่าน ในการบำเพ็ญตลอดมาก็ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทุกๆ อาณาจักรเขตแดนแก่พวกท่าน หลังจากหยวนหมั่นจะให้พวกท่านได้กลับไปสู่ตำแหน่งในอาณาจักรเขตแดนที่สูงที่สุดของพวกท่าน นี้คือสิ่งที่สามารถบอกให้ท่านรู้ ยังมีอีกมากที่พวกท่านยังไม่สามารถรู้ในเวลานี้ ศิษย์ต้าฝ่ายิ่งใหญ่สง่างามเพราะพวกท่านกับอาจารย์อยู่พร้อมกันในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า สามารถปกป้องต้าฝ่า หากการกระทำของตัวเองไม่คู่ควรกับการเป็นศิษย์ต้าฝ่าแล้ว เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู ภายใต้ความเมตตากรุณาที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ และบุญคุณของพุทธะอันโอฬารพันลึก ถ้ายังไม่ทำให้ดี ยังจะมีโอกาสครั้งต่อไปได้อย่างไร? การบำเพ็ญและเจิ้งฝ่าเป็นสิ่งที่เข้มงวดจริงจัง สามารถจะทะนุถนอมช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ อันที่จริงก็คือสามารถจะรับผิดชอบต่อตัวเองได้หรือไม่ ช่วงเวลานี้จะไม่ยาวนาน กลับสามารถหล่อหลอมฝึกฝนผู้สำเร็จธรรมที่ยิ่งใหญ่สง่างาม พุทธะ เต๋า เทพในระดับชั้นต่างๆออกมา ตลอดจนอานุภาพแห่งคุณธรรมของจ้าวในระดับชั้นนั้นๆ และสามารถทำลายผู้บำเพ็ญคนหนึ่งจากระดับชั้นที่สูงมากแล้ว ซึ่งทำตัวหย่อนยานในชั่วข้ามคืน ศิษย์ทั้งหลาย จงก้าวรุดไปข้างหน้าเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยิ่งใหญ่สง่างามที่สุด ดีงามที่สุดล้วนจะก่อเกิดในช่วงวิถีของการยืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่าของพวกท่าน คำมั่นสัญญาที่พวกท่านปฏิญาณจะเป็นประจักษ์พยานของพวกท่านในอนาคต

หลี่ หงจื้อ

2001.8.15

 

41.    พูดกันสองสามคำ

บทความ [คนดี] คำพูดไม่กี่คำได้ชี้แจงหลักการข้อหนึ่ง ความคิดถูกต้องอันแข็งแกร่งไม่อาจทำลายที่มีต่อสัจธรรมของจักรวาลนั้นประกอบขึ้นเป็นศิษย์ต้าฝ่าซึ่งมีจิตใจดีงาม ร่างจินกัง(วชิระ)ซึ่งแข็งแกร่งดุจก้อนหินที่หนักใหญ่ ทำให้สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดขวัญหนีดีฝ่อ แสง(รัศมี)แห่งสัจธรรมที่สาดส่อง(เปล่ง)ออกมาทำให้องค์ประกอบความคิดที่ไม่ถูกต้องของชีวิตทั้งมวลแยกสลาย มีความคิดถูกต้องแข็งแกร่งมากเท่าใด มีอานุภาพมากเท่านั้น ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหลายกำลังเดินออกมาจากความเป็นคนธรรมดาสามัญ

หลี่ หงจื้อ

2001.9.8

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นคำวิจารณ์ต่อบทความ [พูดกันคำสองคำ (พูดกันสองสามคำ) : คนดี] ชึ่งเขียนโดยศิษย์ต้าฝ่าและตีพิมพ์บนเวบไซ้ต์เจิ้งเจี่ยน (www.pureinsight.org) เมื่อวันที่ 2001.9.8

 

42.    หนทาง

            ศึกษาฝ่าและการบำเพ็ญเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มีผู้ฝึกจำนวนมากมักจะเอาคนอื่นเป็นแบบอย่าง ดูว่าคนอื่นทำอย่างไร ตัวเองก็ทำอย่างนั้น นี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีซึ่งบ่มเพาะขึ้นในหมู่คนธรรมดาสามัญ การเป็นผู้บำเพ็ญนั้นไม่มีแบบอย่าง หนทางที่แต่ละคนเดินล้วนไม่เหมือนกัน เพราะพื้นฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จิตยึดติดแต่ละชนิดใหญ่เล็กแตกต่างกัน เอกลักษณ์ของชีวิตแตกต่างกัน การงานในหมู่คนธรรมดาสามัญไม่เหมือนกัน สภาพแวดล้อมของครอบครัวแตกต่างกันเป็นต้น องค์ประกอบเหล่านี้ได้กำหนดให้หนทางการบำเพ็ญของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สภาวะของการขจัดจิตยึดติดแตกต่างกัน การผ่านด่านใหญ่เล็กแตกต่างกัน ดังนั้นบนปรากฏการณ์เป็นการยากอย่างยิ่งที่พบหนทางที่ผู้อื่นปูเอาไว้แล้ว ยิ่งไม่สามารถจะขอโดยสารรถสายสะดวก หากมีหนทางที่ปูไว้แล้วและรถที่แล่นไปตามลมจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่การบำเพ็ญอย่างแน่นอน

            นับตั้งแต่ต้าฝ่าเริ่มถ่ายทอดออกมาก็มีคนเฝ้าดูว่าคนอื่นทำอย่างไร ฉันก็จะทำอย่างนั้น โดยไม่ใช้ฝ่ามาวัดดูว่าถูกหรือผิด พอเห็นว่าคนเขาบำเพ็ญต้าฝ่าแล้วหายจากโรค ตัวเองก็เกิดความสนใจ พอเห็นมีคนไม่ฝึกแล้ว ตัวเองก็สั่นคลอนหวั่นไหว พอเห็นทั่วประเทศมีคนร้อยล้านผู้บำเพ็ญต้าฝ่า ก็คิดว่าดีอย่างแน่นอน เรียนตามคนเขา พอเห็นสิ่งชั่วร้ายเริ่มกวาดล้างประทุษร้ายต้าฝ่า โทรทัศน์วิทยุออกข่าวใส่ร้ายป้ายสีต้าฝ่า ก็สั่นคลอนหวั่นไหว จิตใจไม่มั่นคง การบำเพ็ญก็คือยากลำบาก ความยากลำบากอยู่ที่ไม่ว่าฟ้าถล่มแผ่นดินแยก สิ่งชั่วร้ายประทุษร้ายอย่างบ้าคลั่ง ณ เวลาแห่งความเป็นความตาย ยังสามารถยืนหยัดก้าวเดินไปบนหนทางการบำเพ็ญเส้นนี้ของท่านต่อไป เรื่องใดๆในสังคมมนุษย์ล้วนไม่สามารถจะรบกวนจังหวะก้าวบนหนทางบำเพ็ญได้

            เวลานี้ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า การกระทำของอิทธิพลเก่าประกอบขึ้นเป็นการทดสอบที่มูลฐานที่สุดเข็มงวดกวดขันที่สุดต่อต้าฝ่าตี้จึ่อ ทำได้หรือไม่ได้ คือการปฏิบัติจริงของศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนว่าสามารถรับผิดชอบต่อต้าฝ่าและต่อตัวเองได้หรือไม่ ระหว่างการกำจัดสิ่งชั่วร้ายสามารถจะเดินออกมายืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่าได้หรือไม่ กลายเป็นประจักษ์พยานของความเป็นความตาย กลายเป็นข้อพิสูจน์ว่าศิษย์แห่งการเจิ้งฝ่าสามารถจะหยวนหมั่นได้หรือไม่ และกลายเป็นความแตกต่างระหว่างคนกับเทพ พูดถึงการเป็นศิษย์ต้าฝ่า การปกป้องฝ่าย่อมเป็นเหตุผลที่แน่นอน ฉะนั้น ณ ประวัติศาสตร์ของวันนี้เมื่อปรากฏสิ่งชั่วร้ายประทุษร้ายต่อต้าฝ่า ต่อการประทุษร้าย ศิษย์ต้าฝ่าจะออกมายืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าอย่างแน่นอน เช่นนั้นเมื่อผู้ฝึกบางคนพอเห็นคนอื่นเดินออกมายืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ตัวเองก็ปฏิบัติตาม พอเห็นคนอื่นไม่ออกมา ตัวเองก็ไม่ออกมา เวลาถูกตี ถูก“เปลี่ยนแปลง”ตามที่เรียกกัน พอเห็นคนอื่นยอมศิโรราบต่อแรงกดดันของสิ่งชั่วร้าย เขียนอะไรที่เรียกกันว่าคำรับรองไม่บำเพ็ญ ก็เขียนตามเนื่องจากไม่สามารถเข้าใจจากในฝ่า การเป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง จุดด่างพร้อยนี้หากไม่สามารถล้างขัดออกไป มันหมายถึงอะไรท่านคาดเดาได้ไหม? การประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้ายในเวลานี้เป็นสิ่งที่อิทธิพลเก่ายัดเยียดให้แก่ศิษย์ต้าฝ่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำเพื่อต่อต้านการประทุษร้าย มิเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่สง่างามที่สุดของความรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่าต่อต้าฝ่าและต่อตัวเองหรือ? ท่ามกลางการเสื่อมถอยของประวัติศาสตร์ การประทุษร้ายของอิทธิพลชั่วร้ายต่อผู้บำเพ็ญก็ไม่ใช่ครั้งแรก นี้ไม่ใช่การปรากฏอีกครั้งของสิ่งที่พระเยซูได้ประสบในเวลานั้นหรอกหรือ? พระพุทธเจ้าศากยมุนีก็ไม่ใช่เคยประสบเหมือนกันหรอกหรือ? ถ้าจะพูดว่ามีหนทางสำหรับการอ้างอิงจริงๆละก็ สิ่งที่เหล่าผู้สำเร็จธรรมแต่เก่าก่อนได้ประสบในด้านเหล่านี้กับสิ่งชั่วร้าย ไม่ใช่ปรากฏออกมาเช่นเดียวกันหรอกหรือ? แม้ว่าในรูปธรรมที่ปรากฏออกมามีส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้าง เป้าหมายล้วนคือการทำลายปณิธานของผู้บำเพ็ญเจิ้งฝ่า ในอดีตในประวัติศาสตร์ การบำเพ็ญปกติทั่วไป ชีวิตไม่ถูกต้องเหล่านั้นสามารถบรรลุผลถึงการทดสอบเนื้อทองคำได้จริงๆต่อผู้บำเพ็ญแต่ละคน ว่าสามารถจะหยวนหมั่นได้หรือไม่ ถ้าเป็นทรายก็ต้องคัดออกอย่างแน่นอน แต่ที่ไม่เหมือนกันในวันนี้คือท่ามกลางเทียนถี่กำลังทำการเจิ้งฝ่า ท้องนภาใหญ่กำลังประกอบใหม่ การทดสอบต่อต้าฝ่าทั้งหมดตามที่เรียกกันล้วนเป็นการรบกวนการเจิ้งฝ่า และคนที่ร่วมประทุษร้ายล้วนมีเป้าหมายมุ่งบ่อนทำลายต้าฝ่า ในอดีตในประวัติศาสตร์แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อิทธิพลเก่า ได้กระทำต่อการบำเพ็ญส่วนบุคคลนั้นสามารถบรรลุผลในระดับหนึ่ง หากนำของชุดนี้มาใช้ระหว่างการเจิ้งฝ่า ไม่เพียงแต่ไม่สามารถบรรลุมาตรฐานของข้อกำหนดต้าฝ่า ยิ่งกว่านั้นสำหรับการเจิ้งฝ่าแล้วเป็นการรบกวนและบ่อนทำลายอย่างร้ายแรง เวลานี้สำหรับอิทธิเก่าคือต้องกำจัดทิ้งอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าพวกที่เข้าร่วมจะเป็นชีวิตที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ระหว่างการเจิ้งฝ่าชีวิตชั่วร้ายที่เข้าร่วม จะต้องถูกกำจัดทิ้งทั้งหมด ไม่ว่าพวกเขาจะมีระดับชั้นสูงเพียงใด พูดถึงการเจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญทั่วไปนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต่อการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้ายในเวลานี้ ในการอธิบายความเป็นจริงของศิษย์ต้าฝ่า มีผู้ฝึกบางคนก็คอยเฝ้าดูคนอื่นอยู่ จะทำอย่างไรต่อหน้ามารผจญตรงหน้าล้วนต้องไปอู้ด้วยตัวเอง การยกระดับแต่ละครั้งก็คือการเลื่อนระดับของกั่วเว่ยที่ตัวเองได้ประจักษ์รับรู้

            หนทางที่ศิษย์ต้าฝ่าเดินก็คือประวัติศาสตร์ที่โชติช่วงชัชวาลตอนหนึ่ง ประวัติศาสตร์ตอนนี้จะต้องสร้างขึ้นด้วยการประจักษ์รับรู้ด้วยตัวเอง

หลี่ หงจื้อ

2001.7.9 เขียน

2001.9.23 ออกประกาศ

 

43.    ถึงเว็บไซ้ต์หยวนหมิงยุโรป

ถึงเวบไซ้ต์หยวนหมิงยุโรป :

            ศิษย์ต้าฝ่าที่ร่วมทำงานทั้งหมด สวัสดีทุกท่าน ! เกี่ยวกับเรื่องจัดทำเวบไซ้ต์หยวนหมิงให้ดี ข้าพเจ้าอยากจะพูดอะไรสักเล็กน้อย

            ข้าพเจ้าคิดว่า ก่อนอื่นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของเวบไซ้ต์ต้าฝ่าเป็นสำคัญ เป็นการทำเพื่ออธิบายความเป็นจริง ทำเพื่อเปิดโปงการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้าย ทำเพื่อช่วยเหลือพลโลก ในเวลาเดียวกันต้องคำนึงถึงจุดประสงค์การเป็นสื่อในหมู่ประชาชนเป็นสำคัญ สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งที่จะให้ผู้คนเข้าใจความเป็นจริงของต้าฝ่า ช่วยเหลือพลโลก เปิดโปงสิ่งชั่วร้าย นอกจากนี้ก็ให้ผลสะท้อนใหญ่หลวง ฉะนั้นเนื้อหาของการรายงานโดยรูปธรรมต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ให้รายงานสภาพการณ์ทางยุโรปมากสักหน่อย ในเวลาเดียวกันต้องนำการรายงานประจำวันบนหมิงฮุ่ยเวบไซ้ต์ ข่าวสำคัญๆ ไปตีพิมพ์บ้าง เพราะนี่เป็นการรายงานสภาพการณ์โดยตรงของศิษย์ต้าฝ่าในประเทศจีน

            ร่างหลักของศิษย์ต้าฝ่าอยู่ที่ประเทศจีน ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งศิษย์ต้าฝ่าพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลกกระทำ นอกเหนือจากทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองหยวนหมั่น ล้วนแต่กำลังเปิดโปงการประทุษร้ายต่อต้าฝ่าและศิษย์ต้าฝ่าในที่นั้น ฉะนั้นดูจากในด้านเหล่านี้ สภาพการณ์ของต้าฝ่าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่รายงานไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกประทุษร้ายจนถึงแก่ความตาย และวิธีการอันชั่วร้ายที่ใช้ทำการประทุษร้าย ต้องนำมาเป็นเนื้อหาสำคัญเพื่อรายงาน สิ่งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเอกลักษณ์ของการรายงานข่าวต้าฝ่าในยุโรปเป็นหลัก จำนวนบทความให้เน้นของยุโรปเป็นหลักโดยสอดแทรกเหตุการณ์สำคัญๆ ของศิษย์ต้าฝ่าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่จากการรายงานของหมิงฮุ่ยเวบไซ้ต์ การทำเช่นนี้ก็จะมีทั้งเอกลักษณ์ของเวบไซ้ต์หยวนหมิงยุโรป และข่าวสำคัญซึ่งต้าฝ่าถูกประทุษร้าย ผู้ดูและผู้อ่านก็จะให้ความสำคัญ พร้อมกับเข้าใจสภาพการณ์ในพื้นที่ที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายทุกวันในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

            ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความเห็นของข้าพเจ้า หากพวกท่านมีความคิดเห็นของตัวเองและมีแผนที่ดีกว่า ข้าพเจ้าก็ไม่คัดค้าน เพียงแต่หวังว่าจะจัดทำเวบไซ้ต์ให้ดียิ่งขึ้น สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอธิบายความเป็นจริง

หลี่ หงจื้อ

2001.9.25

 

44.    จากอาจารย์ ถึงฝ่าฮุ่ยต้าฝ่ารัสเซียครั้งที่สอง

ฝ่าฮุ่ยต้าฝ่ารัสเซียครั้งที่สอง:

            ณ ช่วงเวลาเจิ้งฝ่า ผู้ฝกล้วนทำได้ดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผู้ฝึกรัสเซีย ภายใต้สถานการณ์ ซึ่งประชาชนรัสเซียได้รับอิทธิพลของการโฆษณาชวนเชื่ออย่างรุนแรงจากกลุ่มการเมืองชั่วร้ายในประเทศจีน เหล่าผู้ฝึกยืนหยัดต้านทานแรงกดดันทุกชนิด ก่อตั้งฝอเซวี๋ยฮุ่ย บรรลุผลอย่างใหญ่หลวงในการอธิบายความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ยอดเยี่ยม หวังว่าผ่านฝ่าฮุ่ยในครั้งนี้ (ทุกท่าน)จะทำงานอธิบายความเป็นจริง เปิดโปงสิ่งชั่วร้าย ช่วยเหลือสรรพชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ต้องติดต่อเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ฝึกพื้นที่อื่นๆในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พร้อมใจกันก้าวรุดหน้า อาจารย์กำลังรอคอยข่าวดียิ่งกว่านี้ของพวกท่าน

หลี่ หงจื้อ

2001.9.29

 

45.    ลมฤดูใบไม้ร่วงเย็นยะเยือก

สมุนชั่วร้าย  อย่ากำเริบเสิบสานนัก

ฟ้าดินสว่างอีกครา  ลงน้ำร้อนเดือด

กำปั้นบาทา  ยากจะทำให้ใจคนหวั่นไหว

ลมโหมกระหน่ำนำมา  ฤดูใบไม้ร่วงเย็นยะเยือกยิ่งขึ้น

หลี่ หงจื้อ

2001.10.25

 

46.    พยากรณ์ฝ่าปรับโลกมนุษย์ให้ถูกต้องเที่ยงตรง

การเจิ้งฝ่าดำเนินไปในโลก เทพ พุทธะ ปรากฏออกมาอย่างมโหฬาร การปรักปรำกลั่นแกล้ง ความแค้น ความสัมพันธ์ในโลกอันสับสนจักได้รับการแก้ไขในทางที่ดี ผู้ที่ทำชั่วต่อต้าฝ่าลงสู่ประตูของการไร้ชีวิต คนที่เหลือจิตใจกลับคืนสู่ความถูกต้องเที่ยงตรง ทะนุถนอมกุศลทำความดี สรรพสิ่งเปลี่ยนโฉมใหม่ ไม่มีสรรพชีวิตไม่เคารพนับถือต้าฝ่า (สำนึก)ในบุญคุณแห่งการช่วยให้หลุดพ้น ทั่วจักรวาลร่วมกันเฉลิมฉลอง ร่วมกันปิติยินดี ร่วมกันแซ่ซ้องสรรเสริญ เวลาแห่งความเจริญเฟื่องฟูเต็มที่ของต้าฝ่าในโลกเริ่มต้นจากเวลานี้

หลี่ หงจื้อ

2001.12.9