ฝ่าหลุนต้าฝ่า
จิงจิ้งเหย้าจื่อ2 : สิ่งสำคัญต่อการพัฒนา 2


ความรู้สึกและความคิดเห็นของข้าพเจ้า

ไม่นานมานี้ มีข่าวโจษจันว่าประเทศจีนแผ่นดินใหญ่คิดจะลดการได้เปรียบดุลการค้าเป็นจำนวนเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนเพื่อให้ส่งตัวข้าพเจ้ากลับประเทศ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าพเจ้าคิดจะพูดอะไรสักหน่อย ข้าพเจ้าเพียงแต่สอนคนให้หันสู่ความดี ในเวลาเดียวกันก็ช่วยคนขจัดโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้คนบรรลุอาณาจักรเขตแดนของความนึกคิดที่สูงยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าไม่รับเงินทองและสิ่งของใดๆเป็นค่าตอบแทน ส่งผลในด้านบวกทั้งต่อสังคมและประชาชน ทำให้จิตใจคนทั่วไปหันไปสู่ความดี มีศีลธรรมสูงส่ง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุนี้ใช่หรือไม่ จึงคิดจะให้ส่งตัวข้าพเจ้ากลับไป? ให้ข้าพเจ้ากลับประเทศเพื่อให้คนได้ฝ่า บำเพ็ญจิตกันมากขึ้นหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ขอประเทศอย่าได้สูญเสียเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการแลกเปลี่ยน ข้าพเจ้าจะกลับไปเอง

แต่ข้าพเจ้าได้ยินมาว่า โดยปกติคนที่ให้ส่งตัวกลับล้วนเป็นอาชญากรสงครามหรือศัตรูต่อสาธารณชน นอกจากนี้ก็คือผู้ต้องคดีอาญา ถ้าเป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าข้าพเจ้าจัดอยู่ในข้อหาใด

อันที่จริง ข้าพเจ้าสอนคนอยู่ตลอด ให้ยึด เจิน ซั่น เหริน เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติตน โดยอัตโนมัติข้าพเจ้าก็ต้องปฏิบัติเป็นแบบอย่าง ในเวลาที่ตัวข้าพเจ้าและตี้จื่อของ“ฝ่าหลุนกง” ได้รับการตำหนิอย่างไม่มีสาเหตุและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พวกเราต่างแสดงออกซึ่งจิตใจของความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ความอดทนอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาเต็มที่ที่จะเข้าใจพวกเรา ด้วยการอดทนอยู่อย่างเงียบๆ แต่การอดกลั้นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าและผู้ฝึก“ฝ่าหลุนกง”หวาดกลัวอะไรอย่างแน่นอน ต้องรู้ว่าคนเมื่อได้รับรู้ถึงสัจธรรมและความหมายอันแท้จริงของการคงอยู่ของชีวิต การสละชีวิตเพื่อสิ่งนั้นก็ไม่เสียดาย อย่าเข้าใจว่าจิตใจแห่งความเมตตาและความอดทนอันยิ่งใหญ่ของพวกเราคือความกลัว แล้วทวีความรุนแรงทำอะไรตามอำเภอใจ อันที่จริงพวกเขาคือคนที่บรรลุรู้แจ้งแล้ว คือคนซิวเลี่ยนที่รู้ซึ้งแล้วถึงความหมายแท้จริงของชีวิตคน และอย่าได้กล่าวหาผู้ซิวเลี่ยน“ฝ่าหลุนกง”ว่ากระทำเรื่องงมงายอะไร สิ่งที่คนยังไม่สามารถเข้าใจและวิทยาศาสตร์ยังเข้าใจไม่ถึงนั้นมีมากมายนัก พูดถึงศาสนาไม่ใช่คงอยู่ด้วยความเชื่อถือต่อเทพหรอกหรือ? อันที่จริงศาสนาที่แท้จริงและและความเชื่อโบราณต่อเทพ สามารถผดุงศีลธรรมในสังคมมนุษย์มาหลายพันปี จึงมีมนุษยชาติในทุกวันนี้ ในจำนวนนี้รวมทั้งท่าน ข้าพเจ้า เขา ถ้าไม่ใช่เป็นเช่นนี้ มนุษยชาติคงเริ่มทำชั่วก่อนหน้านี้นานแล้ว และนำไปสู่การเกิดภัยพิบัติ เป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษของคนก็คงสูญสิ้นไปนานแล้ว ก็จะไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้ อันที่จริงศีลธรรมของมนุษยชาติสำคัญอย่างยิ่ง คนถ้าไม่เห็นความสำคัญของกุศลก็สามารถจะทำความชั่วได้ทุกเรื่อง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งสำหรับมนุษยชาติ นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าสามารถจะบอกคน ความจริงข้าพเจ้าไม่มีความตั้งใจจะทำอะไรเพื่อสังคม ไม่คิดจะยุ่งกับเรื่องอะไรของคนธรรมดาสามัญแต่อย่างใด ยิ่งไม่คิดอยากได้อำนาจในมือใคร ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นอำนาจเป็นเรื่องสำคัญ มนุษยชาติไม่ใช่มีคำพูดประโยคหนึ่งหรือว่า “คนต่างมีปณิธานของตน” ข้าพเจ้าเพียงแต่อยากให้คนที่สามารถซิวเลี่ยนได้ฝ่า สอนให้พวกเขายกระดับซินซิ่งสูงขึ้นอย่างไรอย่างแท้จริง ก็คือการเลื่อนระดับมาตรฐานของศีลธรรม และไม่ใช่คนทุกคนจะมาศึกษา“ฝ่าหลุนกง”กันทั้งหมด ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ข้าพเจ้าทำก็ไม่มีวาสนากับการเมือง (ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง) แต่จิตใจคนที่หันไปสู่ความดี คนซิวเลี่ยนที่ยกระดับศีลธรรมสูงขึ้นแล้วสำหรับประเทศใด ชนชาติใดล้วนเป็นเรื่องดี การช่วยขจัดโรคภัย เสริมสร้างสุขภาพให้ประชาชน การยกระดับมาตรฐานศีลธรรมของประชาชน จะเรียกเป็นลัทธินอกรีตได้อย่างไร? คนที่ฝึก“ฝ่าหลุนกง”ทั้งหมดล้วนเป็นสมาชิกหนึ่งของสังคม ทุกๆคนต่างมีการงานอาชีพของตัวเอง พวกเขาเพียงแต่ไปสวนสาธารณะทุกเช้าเพื่อฝึก“ฝ่าหลุนกง” สักครึ่งชั่วโมงหรือสักหนึ่งชั่วโมง จากนั้นไปทำงาน ไม่มีข้อกำหนดทางศาสนาที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีวัด โบสถ์ ไม่มีพิธีการทางศาสนา คิดอยากเรียนก็มาเรียน คิดอยากไปก็ไปได้ ไม่มีลงทะเบียนรายชื่อ มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นศาสนา? สำหรับคำพูดที่ว่า“นอกรีต” ใช่หรือไม่ว่า การสอนคนให้หันสู่ความดี ไม่รับเงินทอง ช่วยขจัดโรคภัย เสริมสร้างสุขภาพให้แก่คนก็จัดอยู่ในขอบข่ายของ“นอกรีต”? หรือว่าสิ่งที่ไม่อยู่ในขอบข่ายทฤษฎีของพรรคคอมมิวนิสต์ก็คือนอกรีต? นอกจากนี้ข้าพเจ้าทราบว่า ลัทธินอกรีตก็คือลัทธินอกรีต ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินโดยรัฐบาล หรือว่าลัทธินอกรีตหากสอดคล้องกับทัศนะความคิดของคนบางคนในรัฐบาล ก็สามารถกำหนดว่าถูกต้อง และสิ่งที่ถูกต้องหากไม่สอดคล้องกับทัศนะความคิดของตัวเอง ก็สามารถกำหนดให้เป็นนอกรีตอย่างนั้นหรือ?

อันที่จริงข้าพเจ้าเข้าใจแจ่มแจ้งอย่างยิ่งว่า ทำไมคนบางคนจะต้องต่อต้าน“ฝ่าหลุนกง” ก็เหมือนอย่างที่สื่อมวลชนรายงานกันว่า ผู้ฝึก“ฝ่าหลุนกง”มากเกินไป หนึ่งร้อยล้านคนนับว่าไม่น้อย กลัวคนดีมีมากเช่นนั้นหรือ? คนดียิ่งมากยิ่งดี คนชั่วยิ่งน้อยยิ่งดีไม่ใช่หรือ? ข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อ ช่วยผู้คนที่ซิวเลี่ยนยกระดับศีลธรรมของมนุษย์ ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้สังคมนั้นสงบสุข มีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อรับใช้สังคมได้ดียิ่งขึ้น นั่นไม่ใช่เป็นการสร้างโชคลาภให้แก่ผู้มีอำนาจหรอกหรือ? ความจริงทำมาถึงจุดนี้ได้ ไม่เพียงไม่รู้สึกขอบคุณข้าพเจ้า กลับผลักไสคนนับร้อยล้านคนไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล มีรัฐบาลใดที่สามารถจะทำให้คนไม่เข้าใจเช่นนี้? นอกจากนี้คนนับร้อยล้านคนไหนบ้าง ไม่มีครอบครัว บุตรธิดา ญาติสนิทมิตรสหาย นี่เป็นปัญหาของคนหนึ่งร้อยล้านคนหรือ? ฉะนั้นจำนวนคนที่พวกเขาต่อต้านอาจจะมากกว่านี้ จริงๆแล้ว “ผู้นำบนผืนแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้าเป็นอะไรไป?” หากสามารถจะใช้ชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อขจัดความกลัวในใจของพวกเขาต่อคนดีเหล่านี้ได้ ข้าพเจ้าจะกลับไปทันที ให้พวกเขาดำเนินการตามอำเภอใจ ทำไมจะต้อง “ฝ่าฝืนกฎแห่งใต้ฟ้าอันยิ่งใหญ่” ทำให้ประชาชนลำบาก ประเทศชาติสิ้นเปลืองเงินทอง ใช้การเมืองและเงินทองเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงทางการค้าที่บ่อนทำลายสิทธิมนุษยชนเล่า? นอกจากนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดมาเป็นประเทศตัวอย่างซึ่งเคารพในสิทธิมนุษยชน เช่นนั้นรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะยอมทรยศต่อสิทธิมนุษยชนเพื่อข้อตกลงทางการค้านี้หรือ? ยิ่งกว่านั้นข้าพเจ้ายังเป็นผู้อาศัยถาวรของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้อาศัยถาวรภายใต้ขอบเขตอำนาจของกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา

ข้าพเจ้าไม่ตั้งใจจะประณามผู้ใด เพียงแต่ไม่สามารถจะเข้าใจวิธีดำเนินการของพวกเขา ทำไมละทิ้งโอกาสอันดีที่จะได้จิตใจของประชาชน กลับตั้งป้อมให้คนนับร้อยล้านคนไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม

มีข่าวบอกว่ามีคนจำนวนมากไปจงหนานไฮ่ มีคนเป็นเดือดเป็นแค้นด้วยเหตุนี้ อันที่จริงคนที่ไปไม่มากเลยแม้แต่น้อย ทุกท่านลองคิดดูมีคนฝึก“ฝ่าหลุนกง”กว่าร้อยล้านคน ไปกันเพียงหมื่นกว่าคนจะว่ามากได้อย่างไร? ไม่ต้องไประดมคน ร้อยกว่าล้านคนท่านก็อยากไป ฉันก็อยากไป ประเดี๋ยวเดียวมิเป็นหมื่นกว่าคนแล้วหรือ? พวกเขาไม่มีคำขวัญ ไม่มีป้ายโฆษณา ไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี ยิ่งไม่มีการต่อต้านรัฐบาล เพียงแต่อยากจะสะท้อนสภาพการณ์ต่อรัฐบาลสักเล็กน้อย ทำไมจะทำไม่ได้? ขอถามว่ามีผู้แสดงพลังที่เรียบร้อยอย่างนี้หรือ? เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วยังไม่รู้สึกตื้นตันใจ จะต้องหาความผิดของ“ฝ่าหลุนกง”ให้จงได้ โดยไม่คำนึงว่าวิธีการต่างๆที่ใช้กำจัดนั้นล้าสมัยแล้ว “ฝ่าหลุนกง”ไม่น่ากลัวอย่างที่คนบางคนคิด กลับจะเป็นเรื่องดีที่ยิ่งใหญ่ มีแต่ผลดีไม่มีผลเสียแม้แต่น้อยต่อสังคมใดๆ ในทางกลับกัน การสูญเสียจิตใจของประชาชนจึงจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ขอพูดความในใจ ผู้ฝึกของ“ฝ่าหลุนกง” พวกเขาก็เป็นคนที่อยู่ในระหว่างการซิวเลี่ยน ยังมีจิตใจของคนอยู่ ต่อการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าพวกเขายังจะอดทนไปได้อีกนานสักเท่าใด นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้ากังวลใจมากที่สุด

หลี่ หงจื้อ

1999.6.2

 


กลับไปสารบัญ

กลับไปหน้าแรก


หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
 info@falunthai.org