ฝ่าหลุนต้าฝ่า
บทความใหม่ของอาจารย์
กลับไปสารบัญ


บรรยายฝ่าระหว่างเทศกาลประดับโคม

(วันแรม 15 ค่ำเดือนอ้ายตามจันทรคติ)ปี 2003 

ณ ฝ่าฮุ่ยภาคพื้นตะวันตก สหรัฐอเมริกา

(เสียงปรบมือยาวนาน) ทุกท่านนั่งลง

เป็นเวลานานที่ไม่ได้พบกัน ดูเหมือนฝ่าฮุ่ยครั้งนี้หลายๆท่านรู้ว่าข้าพเจ้าจะมา ทุกคนรับรู้ข่าวได้รวดเร็วมาก พวกท่านมีอานุภาพมากขึ้นนับวันในการซิวเลี่ยน (เสียงปรบมือ) วันนี้ข้าพเจ้าจะพูดกับทุกท่านเรื่องสภาวะของการเจิ้งฝ่าก่อน ยังมีเรื่องของข้าพเจ้า และจะพูดถึงปัญหาบางประการซึ่งเกิดขึ้นในหมู่ผู้ฝึก ในระหว่างขั้นตอนของการเจิ้งฝ่าและขั้นตอนซิวเลี่ยน

          ณ โอกาสต่างๆ และจากมุมที่ต่างกัน ข้าพเจ้าได้พูดถึงพลังมหาศาลของการเจิ้งฝ่าทั่วทั้งจักรวาล วันนี้ข้าพเจ้าจะอธิบายให้ทุกท่านฟังถึงรูปแบบของการเจิ้งฝ่าจากอีกมุมหนึ่ง ทุกท่านทราบ จักรวาลนี้ใหญ่โตมหึมา ใหญ่โตเสียจนไม่สามารถจะวัด ไม่ใช่วัดด้วยวิธีของมนุษย์ แต่ด้วยวิธีของเทพ ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูดว่า (ในหมู่)สรรพชีวิตนับจำนวนไม่ถ้วน ไม่มีใครค้นหาได้ชัดเจนว่าโลกประกอบขึ้นด้วยโมเลกุลเป็นจำนวนมากเท่าใด และอณูทุกเม็ดก็คือชีวิต เช่นนั้นในจักรวาลยังมีดาวเคราะห์เป็นจำนวนเท่าใด มากเสียจนไม่อาจที่จะคำนวณได้ เทียนถี่(ร่างสวรรค์)ใหญ่เพียงใด ต่อให้เปิดจินตนาการของพวกท่านให้เป็นอิสระก็เป็นเพียงขอบเขตอณูของเทียนถี่ที่เล็กๆ อันหนึ่ง ความใหญ่โตมหึมาของจักรวาล ไม่เพียงแต่ชีวิตเท่านั้นที่ไม่อาจจะคำนวณได้ ระดับชั้นของมันก็ไม่สามารถที่จะคำนวณ สำหรับเทพก็ไม่สามารถจะคำนวณ ด้วยทัศนะความคิดของราชา จ้าวในระดับที่สูงมากๆ ต่างก็เข้าใจเช่นนี้ ฉะนั้นการบรรยายฝ่าในระยะหลังๆ เข้าเจ้าจึงไม่พูดว่าจักรวาลใหญ่เพียงใด เพราะหมดปัญญาที่จะพูดด้วยภาษามนุษย์โดยสิ้นเชิง แต่เมื่อขึ้นสู่ระดับชั้นสูงมากขึ้นมากขึ้น ชีวิตที่ใหญ่โตมหึมาเหล่านั้นและมิติที่ใหญ่โตมหึมาเหล่านั้น ก็ใหญ่โตมหึมาเสียจนหมดปัญญาจะพรรณนา ปริมาตรของหนึ่งชีวิตข้างบนใหญ่ล้ำจักรวาลทั้งหมดที่อยู่ข้างใต้ของมัน ใหญ่โตขนาดนี้ การเจิ้งฝ่าเรื่องนี้ ชีวิตของจักรวาลเก่าร้อยละยี่สิบ ได้เข้ามาวุ่นวายและจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างตามที่พวกมันต้องการในระหว่างการเจิ้งฝ่า ณ ระดับชั้นต่างๆ ก็มีชีวิตหนึ่งชุดที่เข้ามายุ่งเกี่ยวโดยตรงกับการเจิ้งฝ่าครั้งนี้ พวกมันคิดไม่ถึงเลยว่าการยุ่งเกี่ยวของพวกมัน เป็นมารผจญโดยแท้ของการเจิ้งฝ่าครั้งนี้อย่างประจวบเหมาะ การยุ่งเกี่ยวของพวกมันได้สร้างอุปสรรคใหญ่หลวงให้กับการเจิ้งฝ่าโดยรวมทั้งหมด และนำไปสู่การทำลายสรรพชีวิตนับจำนวนไม่ถ้วน “อาจารย์ไม่ใช่เมตตากรุณาหรอกหรือ ให้อภัยแก่พวกมันก็แล้วกัน” อิทธิพลเก่ากำลังเล่นสนุกกับความเมตตากรุณาอันมากล้นของข้าพเจ้า ฝ่ามีความเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็มีอานุภาพและน่าเกรงขาม ฝ่ายังมีมาตรฐาน ต่อสรรพชีวิต (ฝ่า)จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่อาจถูกทำลาย ไม่สามารถจะถูกควบคุมอย่างง่ายๆ ข้าพเจ้าสามารถจะเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิต แต่เมื่อชีวิตใดทำผิดถึงขั้นนั้นจริงๆ จะมีฝ่ามาตัดสิน   หากยังคงเมตตากรุณาต่อไปอีกก็จะไม่มีที่สิ้นสุด เท่ากับทำลายตัวเอง ฉะนั้นชีวิตประเภทนี้ก็จะถูกกำหนดให้ถูกคัดออกไป

          ท่ามกลางการเจิ้งฝ่า สรรพชีวิตซึ่งถูกคัดออก อันเนื่องมาจากการยุ่งเกี่ยวของอิทธิพลเก่ามีจำนวนนับไม่ถ้วน เช่นนั้นวิธีการที่เป็นรูปธรรมในการยุ่งเกี่ยวของพวกมัน ใช้วิธีที่พวกมันเห็นว่าจะสามารถทำให้พวกมันถึงเป้าหมายได้มากที่สุด และเป็นวิธีการที่พวกมันใช้เป็นประจำ ก็คือ เทียนถี่ที่ใหญ่มหึมา ใหญ่หลวงมากมายยื่นขาข้างหนึ่งเข้ามายังระดับชั้นที่ต่ำสุดในจักรวาล – สามภพ นี่เป็นการเปรียบเทียบ จึงพูดว่าพวกมันต่างได้กดส่วนหนึ่งเข้ามาในสามภพ ทุกท่านลองคิดดู เทียนถี่ที่ใหญ่มหึมาขนาดนั้น ชีวิตที่ใหญ่หลวงขนาดนั้น ถ้าเข้ามาในสามภพจะทำให้สามภพมีสภาพเป็นเช่นไร? มนุษย์ทุกวันนี้เปลี่ยนสภาพเสียจนไม่สามารถจะเปรียบเทียบกับในอดีต แม้กระทั่งเทพและเซียนบนพื้นโลกต่างรู้สึกถึงแรงกดอันใหญ่หลวง ข้าพเจ้าเคยถามพวกเขาถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พวกเขาบอกว่า พวกเราเข้าใจว่าเกิดจากสภาวะการซิวเลี่ยนของพวกเรา เทพบนพื้นโลกต่างก็ไม่สามารถสำแดงอานุภาพ เพราะชีวิตที่ใหญ่หลวงเหล่านี้ ล้วนเป็นการสะกดยับยั้งแบบหนึ่งต่อทุกสิ่งทุกอย่างในระดับชั้นที่ต่ำสุดนี้ของจักรวาล ฉะนั้นหลังจากลงมาแล้ว พวกมันได้สร้างความเสียหายชนิดที่ไม่อาจจะคาดคิดต่อการเปลี่ยนสภาพของชีวิต การเปลี่ยนสภาพของสสาร(วัตถุ)ในสามภพ หากไม่ใช่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ที่สุดท้ายปรับมันให้ถูกต้องอย่างถึงที่สุด ก็หมดปัญญาที่จะจัดการกับที่ตรงนี้แล้ว ใครก็ไม่มีปัญญาจะจัดการ ไม่สามารถจะช่วยเหลือเยียวยาแล้ว

          วิธีที่พวกมันใช้อยู่เสมอ ก็คือเทียนถี่ที่ใหญ่มหึมา ท้องนภาใหญ่นับจำนวนไม่ถ้วน พวกมันกดอัดเข้าด้วยกัน เบียดเข้ามาในสามภพ ชีวิตที่ใหญ่มหึมา ระดับชั้นยิ่งสูง ปริมาตรของมันยิ่งใหญ่ แต่เม็ดของมัน องค์ประกอบซึ่งประกอบมันขึ้นมา จะยิ่งละเอียด ก็คือยิ่งเป็นจุลภาค เช่นนั้นชีวิตที่ใหญ่มหึมาเช่นนี้ พวกมันต่างเบียดอัดเข้าด้วยกัน ทุกท่านลองคิดดู ในระดับชั้นที่ต่ำสุดของจักรวาลนี้จะเป็นเช่นไร? ก่อเกิดเป็นฉาก(เกราะ)ที่แข็งแกร่งขึ้นมา แท้ที่จริงการเจิ้งฝ่าของจักรวาลเป็นเรื่องเพียงชั่วโบกมือเดียว เพียงแต่ว่าในขั้นตอนของโบกมือเดียวนี้ ชีวิตในมิติเวลาอันมากมายของจักรวาล รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างมาก ข้างในมิติที่วัดไม่ได้ คำนวณไม่ได้ล้วนมีเวลาของตัวเอง ความแตกต่างมากมายของเวลาหลากหลาย ความมากของเวลาก็ไม่สามารถจะวัดและคำนวณ ฉะนั้นจึงก่อเกิดเป็นความแตกต่างที่ใหญ่หลวงของเวลาในมิติต่างๆ ในชั่วโบกมือเดียวนี้ บางพื้นที่แทบจะก้าวพร้อมกันไป บางพื้นที่(เวลา)ผ่านไปแล้วหลายสิบปี หลายร้อยปี นับพันปี หลายหมื่นปี บางพื้นที่(เวลา)ผ่านไปแล้วหลายร้อยล้านปี กระทั่งนับล้านล้านปี เวลาที่วัดไม่ได้คำนวณไม่ได้เป็นจำนวนมากมายผ่านไป ณ ที่มนุษย์ตรงนี้ล่ะ ยังนับว่าใช้ได้ เป็นเวลาเพียงสิบกว่าปี จึงพูดว่าเวลาก่อให้เกิดความแตกต่างแบบนี้

          ทุกท่านลองคิดดู เนื่องจากมีความแตกต่างของมิติและกาลเวลาที่ต่างกันคงอยู่ ฉะนั้นเทียนถี่ใหญ่มหึมาเหล่านั้นที่อัดเข้ามาในสามภพ แม้ว่าพวกมันจะเข้ามาในที่มนุษย์ตรงนี้แล้ว แต่พวกมันกดอัดเข้าด้วยกัน เข้าใจด้วยมโนทัศน์ตามแนวคิดของมนุษย์ ปริมาตรโดยรวมหดเล็กลง แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างข้างในของมันจะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าโครงสร้างข้างในของมันไม่เปลี่ยนแปลง ทุกท่านลองคิดดู เมื่อเข้าไปข้างในนั้นจะพบว่ามันยังคงเป็นมิติที่ใหญ่หลวงเช่นนั้น ในการเจิ้งฝ่าข้าพเจ้าเริ่มทำจากข้างนอกสามภพ วนอ้อมข้ามสามภพ เหตุใดจึงวนอ้อม? ถ้าหากข้าพเจ้าทำจากข้างในสามภพ ใช้คำพูดของมนุษย์ สามภพจะกลายเป็นจุดศูนย์รวมของการเจิ้งฝ่าในจักรวาล เป็นที่ที่อณูระดับจุลภาคมากๆ รวมตัวและแตกตัว สมรภูมิหลักของการเจิ้งฝ่า การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของชีวิตและเทียนถี่อันใหญ่โตทั้งหมดจะเกิดขึ้นที่นี่ ทุกท่านลองคิดดูสามภพจะถูกทำลายจนไม่มีอะไรเหลือ อะไรก็ไม่มี นี่คือเหตุใดต้องหลีกเลี่ยงข้ามสามภพไปก่อน

          เริ่มทำการเจิ้งฝ่าอยู่ข้างนอกสามภพ ขึ้นไปข้างบนตลอดทาง ไม่ใช่เป็นเส้นเดียว แต่เป็นสี่ด้านแปดทิศทาง ระดับจุลภาคและมหภาคแผ่กระจายออกข้างนอกพร้อมกัน ทำทั้งข้างบนทำทั้งข้างล่าง เพราะยิ่งจุลภาคก็ยิ่งมหภาค มันเป็นมโนทัศน์เดียวกัน ทุกๆที่ๆไปถึงล้วนกำลังกระทำด้วยรูปแบบที่เหนือกว่าเวลาทั้งหมด ดูจากข้างบน ความเร็วของการแผ่ขยายอันใหญ่มหึมาและการซัดกระแทกอันใหญ่หลวงแบบนี้ เทพเห็นแล้วก็อกสั่นขวัญหายอย่างไม่เคยประสบมาก่อน ที่ที่ไปถึง เทียนถี่ทั้งหมดล้วนกำลังพังทลายและก่อตัวใหม่ จำนวนส่วนใหญ่กำลังได้รับการแก้ไขด้วยความเมตตา บ้างถูกคัดทิ้งไป เมื่อเร็วๆ นี้พวกท่านได้เห็นแล้วถึงการค้นพบทางดาราศาสตร์ในอเมริกา ปรากฏการณ์การก่อตัวใหม่ของระบบทางช้างเผือกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ ก็คือทัศนียภาพของการก่อตัวในขอบเขตที่มนุษย์สามารถสังเกตได้ ปัจจุบันนี้มนุษย์ยังไม่รู้ แม้ว่ามิติในระยะต่างๆ เวลาจะแตกต่างกันมาก อันที่จริงมันอยู่ข้างในเวลาที่ใหญ่ชิ้นเดียวกัน เพียงแต่แบ่งแยกโดยช่องว่างของมิติเป็นเขตของเวลาที่ต่างกันเท่านั้น แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นพร้อมกัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนกำลังเกิดขึ้นในลักษณะอกสั่นขวัญหายเช่นนี้ การระเบิดของพลังงานอันใหญ่หลวง การก่อตัวใหม่ ขั้นตอนการก่อตัวใหม่ดำเนินไปจากมหภาคที่สุดไปจนถึงจุลภาคที่สุด ละเอียดอย่างอัศจรรย์ เล็กอย่างประณีต ความซับซ้อนอย่างใหญ่หลวง ความใหญ่โตของท้องนภา แม้แต่องค์ที่ใหญ่โตก็อุทานด้วยความตื่นตะลึง ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ พลังแห่งเจิ้งฝ่าสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วมาก ในชั่วพริบตาทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้น และดีที่สุดสวยงามที่สุด แต่ส่วนนี้ที่ถูกกดลงมาในสามภพเชื่อมโยงกับข้างบนเป็นร่างเดียวกัน เชื่อมต่อด้วยกัน ข้างในปริมาตรอันใหญ่หลวงของพวกมันเป็นมิติที่กว้างใหญ่มาก ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูด ชีวิตที่ใหญ่มหึมาจากสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นชั้นพื้นผิวของมันไปจนถึงจุลภาคที่สุดของมัน แม้แต่ระยะทางนี้ภายในตัวของมันเอง เป็นสิ่งที่เทพองค์ที่ใหญ่มหึมาไม่สามารถจะทะลวงได้ตลอดในชั่วชีวิต หนึ่งชั่วชีวิตของเทพยาวนานเพียงใด มันใหญ่โตขนาดนี้ แต่ระหว่างการเจิ้งฝ่ามันเสร็จเรียบร้อยในชั่วพริบตา รวดเร็วอย่างยิ่ง เช่นนั้นภายในสามภพ ดูด้วยความเข้าใจของมนุษย์ พวกมันกดอัดเข้าด้วยกันจนแคบและเล็กอย่างไม่สามารถจะบรรยาย แต่เวลาของมัน มิติ โครงสร้างเหมือนกับข้างบนทุกประการ เมื่อข้างบนทะลวงตลอดชั้นที่ใหญ่หลวงหนึ่งชั้น อย่างสอดคล้องกันข้างล่างก็ทะลวงตลอดหนึ่งชั้นที่เล็กๆ บางๆด้วยเวลาเดียวกัน ท้องนภาใหญ่และเทียนถี่ที่กดอัดเข้ามาในสามภพนั้นมากมายเหลือเกิน ในจำนวนนั้นชีวิตที่ติดตามเข้าก็มีจำนวนนับไม่ถ้วน ฉะนั้นในระหว่างการเจิ้งฝ่า จะเห็นได้ว่าส่วนบนของจักรวาลและระดับจุลภาคดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก เปรียบเทียบกับความเข้าใจในชั้นนั้นๆ มีความเร็วยิ่งกว่าการระเบิดของแสงเลเซอร์ในระดับชั้นนั้นๆ นี่ข้าพเจ้าก็ใช้คำพูดซึ่งมนุษย์สามารถเข้าใจได้เร็วที่สุดมาบรรยายให้ฟัง ข้างบนเทียนถี่อันใหญ่มหึมาอย่างที่เปรียบมิได้ถูกฝ่าปรับให้ถูกต้องแล้ว แต่ ณ ที่นี้ของมนุษย์ กลับเสมือนได้ลอกผิวบางๆ ออกไปหนึ่งชั้น ทุกท่านฟังเข้าใจความหมายที่ข้าพเจ้าพูดไหม?

          ภายในสามภพในระหว่างการเจิ้งฝ่า เหตุใดการทะลวงขึ้นสู่ชั้นพื้นผิวจึงเป็นไปอย่างเชื่องช้าเช่นนี้? นี่ก็คือเหตุผล เมื่อการเจิ้งฝ่ากลับคืนสู่โลกมนุษย์ จักรวาลข้างบน องค์ประกอบและชีวิตทั้งหมดของจักรวาลเป็นอันทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คือก้าวไปพร้อมกัน คือทำเสร็จเรียบร้อยในเวลาเดียวกัน เมื่อข้างบนเจิ้งฝ่าเสร็จเรียบร้อย พวกเรา สามภพตรงนี้ก็ทะลวงเสร็จ นี่ข้าพเจ้าก็พูดจากอีกมุมหนึ่ง คืออธิบายให้ทุกท่านเข้าใจแจ่มแจ้งว่าเมื่อเริ่มการเจิ้งฝ่า เหตุใดข้าพเจ้าไม่ทำจากข้างในสามภพ ผู้ฝึกบางคนกำลังคิด อาจารย์ไม่ยอมรับการจัดเตรียมของอิทธิพลเก่า เช่นนั้นเหตุใดอาจารย์ไม่ทำลายอิทธิพลเก่าทิ้งไปในชั่วพริบตา? อาจารย์สามารถทำได้ ใหญ่ยิ่งกว่านี้ก็ยังสามารถทำได้ แต่พวกท่านเคยคิดหรือไม่? หากข้าพเจ้าดึงพลังงานอันใหญ่มหึมา อันใหญ่หลวงในการเจิ้งฝ่ากลับมาทำในสามภพตรงนี้ ก็จะเหมือนใช้ระเบิดปรมาณูตียุง ไม่คู่ควรกับการใช้กำลัง ถ้าหากข้าพเจ้าดึงพลังงานอันใหญ่มหึมากลับมา ก็เสมือนหนึ่งเปิดสมรภูมิขึ้น ณ ที่ตรงนี้ในสามภพ ถึงแม้พวกมันเข้ามาในสามภพนี้แล้วก็ตาม แต่ปริมาตรอันใหญ่หลวงของพวกมันยังอยู่ข้างบน กดอัดเข้ามาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในเวลาที่ข้าพเจ้าแยกสลายและก่อพวกมันขึ้นใหม่ปริมาตรที่ใหญ่มากกว่าข้างบนซึ่งมันเชื่อมโยงด้วยก็จะชดเชยเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อแยกสลายพวกมันต่อไปอีก พวกมันก็จะกดอันเข้ามาที่อย่างไม่หยุด เทียนถี่อื่นก็จะทำเช่นนี้ เทียนถี่ที่กดอัดเข้ามาจะเหมือนการต่อแรง(ผลัดแรง)เข้ามาในนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู เมื่อเทียนถี่และชีวิตอันใหญ่หลวงนับจำนวนไม่ถ้วนเข้ามาในนี้อย่างต่อเนื่อง ที่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นที่ที่อณูทั้งหมดแตกตัว กลายเป็นจุดศูนย์รวมที่ใหญ่สุดของจักรวาล พลังของข้าพเจ้าก็เป็นปริมาตรอันใหญ่มหึมา พลังที่ใหญ่ขนาดนี้ มาใช้กับจุดตรงนี้ มีแรงก็ใช้ไม่สะดวก แล้วเวลายังจะถูกลากออกไปยาวนานมาก สุดท้ายถึงแม้จะสามารถทะลวงพวกมันได้หมด เมื่อทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ทุกท่านลองคิดดู มนุษยชาติที่ตรงนี้ สามภพที่ตรงนี้ อะไรก็จะไม่เหลือ ท่ามกลางการซัดกระแทกอันใหญ่หลวงแบบนี้ ไม่มีสิ่งใดคงเหลืออยู่อีกต่อไป นี้คือเหตุผลหนึ่งเหตุใดข้าพเจ้าจึงไม่ทำจากที่ตรงนี้โดยตรง แล้วทำไมข้าพเจ้าไม่จัดการกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในสามภพโดยตรงทันทีด้วยวิธีพิเศษเฉพาะล่ะ? เพราะเวลาที่ข้าพเจ้าจะทำลายพวกมัน พวกมันก็จะเข้ามาขัดขวางอย่างต่อเนื่อง ก็จะปรากฏสภาพเหมือนอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ฉะนั้นหากภายในสามภพไม่เกิดปัญหาที่ใหญ่จริงๆ ก็ไม่สามารถทำ ณ ที่ตรงนี้ การเจิ้งฝ่ากำลังดำเนินไปในร่างโดยรวมอย่างครอบคลุมทุกด้าน ไม่สามารถเน้นที่มนุษย์เท่านั้น ถ้าหากด้วยเหตุนี้ทำให้การช่วยเหลือองค์ประกอบสุดท้ายทั้งหมดของร่างท้องนภาอันใหญ่ล้นต้องล่าช้าออกไป นั่นจะเป็นสิ่งที่ยิ่งน่ากลัว

          แต่ที่ผ่านมาพวกท่านเคยได้ยินมา อาจารย์ก็เคยพูดกับพวกท่าน การเจิ้งฝ่าโดยรวมในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้เหลือพลังกงเป็นปริมาณมากไว้ในฝั่งนี้ของคนธรรมดาสามัญ เพื่อคุ้มครองให้ผู้ฝึกซิวเลี่ยนและอธิบายความเป็นจริง นี่ไม่มีปัญหา สามารถจัดการได้ทั้งหมด แต่ยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่ง เช่นนั้นทำไมอิทธิพลเก่าสามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้ล่ะ? เพราะชีวิตทั้งหมดที่กดอัดเข้ามาในสามภพเป็นอิทธิพลเก่าทั้งหมด พวกมันก่อตัวขึ้นเป็นฉาก(เกราะ กำแพง) เวลาข้าพเจ้าจะทำเรื่องอะไรเป็นพิเศษ พวกมันก็จะรวมตัวขึ้นมาต่อต้าน หากข้าพเจ้าจะทำให้ได้ พวกมันก็จะรวบรวมกำลังทั้งหมดปิดกั้นอยู่ตรงนั้น

          ที่ผ่านมาตอนที่ข้าพเจ้าอยู่ที่งานนิทรรศการสุขภาพตะวันออก เพื่อให้ผู้คนรู้จักต้าฝ่ามากขึ้น ข้าพเจ้าเคยลงมือรักษาโรคให้คน บางคนมีกรรมหนักมาก เวลาที่ข้าพเจ้ารักษาโรคให้พวกเขา อิทธิพลเก่าไม่ยอมให้ข้าพเจ้ารักษาพวกเขาให้หาย วิธีซึ่งอิทธิพลเก่าใช้ขัดขวางคือจัดเทพนับจำนวนไม่ถ้วน จำนวนมากมาย มาปิดกั้นจุดที่เป็นต้นตอของโรคของคนๆนั้นในทันที พวกมันเปลี่ยนเป็นเล็กมาก บางครั้งต้าฝ่าตี้จื่อมักจะเห็นคล้ายกลับมีดาวสีทองวิ่งผ่านสายตา ก็คือสิ่งนั้น พวกมันเปลี่ยนเป็นเล็กมาก แต่มันกลับมีความหนาแน่นสูงมากๆ พวกมันยุบๆ ยิบๆ รวมตัวอยู่ด้วยกัน ปิดกั้นส่วนที่เป็นต้นตอของโรค อันที่จริงพวกมันไม่สามารถต้านทานข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสามารถรวบจับมันลงมาในหนึ่งกำมือ ข้าพเจ้าก็สามารถตีมันตกลงไป ในการเจิ้งฝ่า มีหลักการอยู่ข้อหนึ่ง – ไม่ว่าข้าพเจ้าจะจัดการอย่างไรล้วนถูกต้อง พวกท่านจดจำคำพูดนี้ของอาจารย์ที่ว่า: ไม่ว่าข้าพเจ้าจะจัดการอย่างไรล้วนถูกต้อง สิ่งที่ถูกจัดการล้วนผิด (เสียงปรบมือ) เพราะนั่นคือการเลือกของจักรวาล (สิ่งที่จักรวาลเลือก) คือการเลือกของอนาคต แต่เพียงเพื่อจะรักษาโรคให้คนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ข้าพเจ้าตีเทพเหล่านี้ตกลงไป เมื่อตีตกลงไปด้วยมือของข้าพเจ้าแล้ว ในทันทีกั่วเว่ย(มรรคผล)ก็จะถูกตัดทอน ก็ถูกตีตกลงไป แต่พวกมันเพียงเพื่อที่จะปกป้องหลักการอันนั้นของจักรวาล หลักการของจักรวาลใหม่พวกมันมองไม่เห็น พวกมันจึงปิดกั้นอยู่ตรงนั้นไม่ยอมเลิกรา กำจัดทิ้งไปหนึ่งกองก็มาอีกหนึ่งกอง ชดเชยหนุนขึ้นมาอย่างไม่ลดละ อาจารย์ใจไม่แข็งพอ ข้าพเจ้าไม่สามารถเพียงเพราะเมตตากรุณากับคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ก็ทำลายเทพเป็นจำนวนมากขนาดนั้น แม้ว่าพวกมันจะไม่เข้าใจการเจิ้งฝ่าในเรื่องนี้

          ข้าพเจ้าพูดถึงเรื่องนี้เพื่อจะบอกกับทุกท่านว่า ในการเจิ้งฝ่า หลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นไปตามความตั้งใจของคน เป็นเพราะอิทธิพลเก่าในระดับต่ำและสูงร่วมกันเข้ามาก้าวก่าย เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า ข้าพเจ้าสามารถบุกทะลวงมัน เมื่อข้าพเจ้าจะทะลวงทะลุมัน ก็ต้องดึงพลังงานอันใหญ่หลวงกลับมากำจัดพวกมันให้สิ้นซาก แต่พวกมันก็จะนำเอาสสารอันใหญ่หลวงทั้งหมดในจักรวาลมารวบรวมไว้ที่ตรงนี้ ก็จะกลายเป็นปัญหาซึ่งยากอย่างยิ่งที่จะแก้ไขได้ในทันที แน่นอนในการเจิ้งฝ่าครั้งนี้ถ้าเหล่าผู้ฝึกทำได้ถูกต้องก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ เวลาที่พลังกง พลังงานซึ่งข้าพเจ้าเหลือทิ้งไว้ในจักรวาลฝั่งนี้ เหลือทิ้งไว้ภายในสามภพทำสิ่งต่างๆ ถ้าผู้ฝึกทำไม่ถูกต้อง อิทธิพลเก่าก็จะต่อต้าน ก็จะปรากฏสภาวะของอุปสรรค ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงบอกให้ผู้ฝึกปฏิบัติให้ถูกต้อง อย่าปล่อยให้พวกมันจับได้หลักการข้ออ้างใดๆ ทันทีที่พวกมันจับได้ข้ออ้างอะไรที่ใหญ่ก็จะทำลายพวกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาถึงวาระสุดท้ายแล้ว พวกมันกำลังดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เวลาที่พวกมันจับหลักการอะไรไม่ได้ พวกมันก็ไม่กล้าประทุษร้าย เพราะถ้าเช่นนั้นก็เป็นการฝ่าฝืนหลักการ พวกมันก็เข้าใจดี จึงไม่ต้องให้ข้าพเจ้าไปกำจัดพวกมัน หลักการของจักรวาลเก่าก็จะทำการกำจัดพวกมัน เพราะพวกมันคือชีวิตเก่าซึ่งยึดการปกป้องหลักการเดิมอย่างถึงที่สุดเป็นมูลฐาน

          เช่นนั้นพูดมาถึงตรงนี้ ข้าพเจ้าจะพูดอีกเรื่องหนึ่ง อาจารย์มีสภาพอย่างไร เมื่อครู่ข้าพเจ้าบอกพวกท่านแล้วว่า องค์ประกอบสุดท้ายเหล่านั้นของเทียนถี่ในจักรวาล เมื่อข้าพเจ้าวนอ้อมสามภพ พวกมันจึงฉกฉวยโอกาสและเข้ามา ฉะนั้นแม้แต่กายเนื้อชั้นพื้นผิวของข้าพเจ้า ร่างเทพและพลังกงอันใหญ่มหึมาของข้าพเจ้าฝั่งนั้น ก็ถูกพวกมันชีวิตอันใหญ่หลวงและมากมายเหล่านี้ ซึ่งยังไม่ได้รับการปรับให้ถูกต้องโดยฝ่า ก่อเป็นกำแพงแบบหนึ่ง กำแพงแบบนี้ไม่เหมือนในความคิดที่ว่า พวกเราเอาของสิ่งหนึ่งมาวางคั่นสิ่งของต่างๆออกจากกัน ไม่ใช่อย่างนี้ มันขึ้นมาจากจุลภาคทั้งหมด ดูราวกับบรรจุเข้าไปในช่องว่างทั้งหมด แต่พวกมันมีระดับชั้นและอาณาจักรเขตแดนของพวกมัน และไม่ปะปนกับอณูของระดับชั้นที่ต่ำกว่าพวกมัน แต่เพราะระยะระหว่างอณูด้วยกันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการคงอยู่ของมิติและเวลา เมื่อเทียนถี่อันใหญ่มหึมาจำนวนมากมายในระดับชั้นสูงสุดเหล่านั้นเข้าไปในช่องว่างระหว่างอณูทั้งหมดในสามภพ ก็จะเปลี่ยนแปลงระยะระหว่างมิติและความสั้นยาวของเวลาที่มีอยู่เดิม เวลาและมิติถูกเพิ่มใหญ่ขึ้นเป็นจำนวนเท่าที่นับไม่ถ้วน ฉะนั้นพวกมันก่อตัวเป็นฉาก(กำแพง เกราะ)โดยอาศัยระยะห่างอันใหญ่หลวงของมิติอันไกลโพ้น และกาลเวลาที่ยืดยาวออกไปมากมาย  จึงทำให้อิทธิพลเก่าซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเกราะของระยะห่างแบบนี้ สามารถทำในสิ่งที่พวกมันต้องการทำ

          ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน พวกมันก่อกวนคน ก่อกวนความนึกคิดของคน ไม่เพียงเฉพาะภายนอก พวกมันสามารถทะลวงผ่านร่างกายมนุษย์ เวลาที่องค์ประกอบชั้นสูงยับยั้งชั้นพื้นผิวของร่างกายมนุษย์ เทพอิทธิพลเก่าเหล่านั้นจึงสามารถทะลวงผ่านร่างกายของคนธรรมดาสามัญโดยได้รับการคุ้มครอง พูดจากอีกด้านหนึ่ง ร่างกายชั้นพื้นผิวของมนุษย์เราดูด้วยตาเนื้อ รูปลักษณ์และโครงสร้างเนื้อหนังมังสาของคนมีความละเอียดมาก แต่เมื่อดูร่างกายมนุษย์ผ่านกล้องขยายที่ใหญ่และมีกำลังขยายสูงหลายๆเท่า จะพบว่าอณูของคนและอณูซึ่งประกอบขึ้นเป็นร่างกายคนนั้นหยาบเหมือนเม็ดทราย มีช่องว่างมากมาย ถ้าคนมีวิทยาการที่สามารถจะขยายให้ใหญ่ขึ้นไปอีก ช่องว่างก็จะใหญ่อย่างน่าตกใจ มโนทัศน์ในระดับที่จุลภาคลงไปอีกช่องว่างระหว่างอณูเหล่านี้จะใหญ่เท่าๆ กับระยะห่างระหว่างโมเลกุลและดาวดวงต่างๆ ในระยะที่ห่างขนาดนี้ การที่ชีวิตและสสารซึ่งประกอบขึ้นจากอณูที่จุลภาคมากๆ จะทะลวงผ่าน เป็นสิ่งที่ทำได้อย่างสะดวกสบายไม่ใช่หรือ? ฉะนั้นในบางเวลามันจะเจาะทะลวงขึ้นมาถึงชั้นพื้นผิวของคน ดูภายในคือคนๆนี้ แต่ตรงกลางมีอีกชีวิตหนึ่งแทรกอยู่

          พูดมาถึงตรงนี้ขอบอกทุกท่าน ปัญหานี้ไม่เกิดกับทุกท่าน ส่วนที่บำเพ็ญเสร็จสมบูรณ์ข้าพเจ้าปิดให้กับพวกท่านทั้งหมดแล้ว ต้าฝ่าตี้จื่อหากกระทำถูกต้อง ชั้นพื้นผิวส่วนที่ยังบำเพ็ญไม่เสร็จไม่มีสิ่งใดกล้าเข้ามา ประการแรกเพราะอิทธิพลเก่าก็ไม่กล้าบ่อนทำลายหลักธรรมของจักรวาลเก่า ประการที่สองเพราะพวกท่านมีอาจารย์ มีเทพพิทักษ์ฝ่า หากชั้นพื้นผิวด้านที่เป็นมนุษย์ของพวกท่านไม่ขจัดจิตยึดติดทิ้งไป อาจารย์และเทพพิทักษ์ฝ่าก็หมดปัญญา ถ้าหากมีเจิ้งเนี่ยนแข็งแกร่ง อะไรอาจารย์และเทพพิทักษ์ฝ่าก็สามารถทำให้กับพวกท่านได้

          สภาพของข้าพเจ้าไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถจินตนาการ ระหว่างการเจิ้งฝ่าอาจารย์ได้เก็บรวบรวมชีวิตของสรรพชีวิต และชีวิตขององค์ประกอบทั้งหมดในจักรวาลเข้ามาไว้ในร่างกาย ประการแรกเพื่อความปลอดภัยของการเจิ้งฝ่า ชีวิตของสรรพชีวิตทั้งหมดอยู่กับข้าพเจ้าที่นี่ ไม่มีใครสามารถทำสิ่งเป็นภัยคุมคามต่อจักรวาล ประการที่สองเพื่อไม่ให้ชีวิตใดๆ และองค์ประกอบจักรวาลทุกชนิดรอดพ้นจากการเจิ้งฝ่า ประการที่สามเพื่อปกป้องชีวิตพวกมันในระหว่างการเจิ้งฝ่า ฉะนั้นทั่วทั้งตัวของอาจารย์ล้วนเป็นชีวิตของจักรวาล ณ ระดับชั้นต่างๆ มีขนาดทั้งใหญ่และเล็ก หลากหลายประเภทและรูปลักษณ์ของเต๋า เทพและพุทธะรวมทั้งคนด้วย มีทั้งใหญ่และเล็ก แต่พวกเขาไม่สามารถก่อกวนอาจารย์ ไม่สามารถส่งผลกระทบใดๆ เพราะข้าพเจ้าได้เก็บรวบรวมชีวิตของสรรพชีวิตเอาไว้ บางคนสามารถมองเห็นด้วยตาของคนธรรมดาสามัญ เที่ยนมู่ของผู้ฝึกก็สามารถมองเห็น ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้ายังไม่เคยพูดถึง ผู้ฝึกบางคนถ้าหากมีปัญหาด้านซินซิ่งเมื่อเห็นแล้วก็จะคาดเดาอย่างผิดๆ

          ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า สภาวะซิวเลี่ยนที่ต่างกัน จะก่อเกิดสภาพซิวเลี่ยนในระดับชั้นที่ต่างกันและสภาวะที่ต่างกัน เทียนมู่ไม่เปิดจะอู้(รับรู้)ในหลักการของฝ่า คนที่เทียนมู่เปิดก็จะมีการรบกวนจากภาพลวง เพื่อทดสอบผู้ฝึกที่สามารถมองเห็น อิทธิพลเก่าสุดท้าย ณ ระดับสูงสุดซึ่งยังไม่ถูกฝ่าปรับให้ถูกต้องที่ผ่านมาก็จะใช้อิทธิพลเก่า ณ ระดับต่ำ ทำสิ่งไม่ดีในมิติและเวลาที่ถูกขยายใหญ่ขึ้น การทำเช่นนี้ของพวกมันในระหว่างการเจิ้งฝ่าเป็นการก่อบาป เป็นการสั่นคลอนเจิ้งซิ่น(ความเชื่อถูกต้อง) เจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)ของต้าฝ่าตี้จื่ออย่างร้ายแรง

          แต่ให้พวกท่านจดจำข้อหนึ่งตลอดไป : ไม่ว่าใครกำลังก่อกวน ล้วนเป็นการชั่วขณะ ล้วนเป็นภาพลวง ล้วนไม่ใช่องค์ร่างหลัก ล้วนเป็นเหมือนอากาศธาตุไหลผ่านไปมา ท่ามกลางอวกาศองค์ประกอบสสารและชีวิตประเภทต่างมีอยู่ทั่วไป มากเสียจนไม่สามารถคำนวณ ทั้งมีรูปลักษณ์และไม่มีรูปลักษณ์พวกมันล้วนคงอยู่ พวกมันก็คือชีวิตในมิติจุลภาคและชีวิตในมิติอื่นๆ ก่อนที่จะการเจิ้งฝ่าจะสำเร็จสมบูรณ์ เทพระดับจุลภาคในจักรวาลล้วนคงอยู่ในแต่ละมิติของตน ณ เวลาเดียวกัน ณ ที่เดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ตรงนี้หรือไม่หยุดอยู่ตรงนี้ เป็นเพียงความเข้าใจแบบหนึ่ง องค์ประกอบเหล่านั้นซึ่งคงอยู่ตรงนั้นตามธรรมชาติ จะมีรูปหรือไม่มีรูป ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อพวกท่าน ต้าฝ่าตี้จื่อที่มีเจิ้งเนี่ยนเจิ้งสิง(ความคิดถูกต้อง การกระทำถูกต้อง)ไม่มีใครสามารถควบคุม

          ข้าพเจ้ายังจะบอกทุกท่าน ชีวิตชั้นสูงอันใหญ่มหึมาและองค์ประกอบของอิทธิพลเก่า ดูเหมือนทำให้ชั้นพื้นผิวของข้าพเจ้าแยกจากกัน แต่ ตราบชั่วนิรันดร์พวกมันจะไม่สามารถแยกในระดับยิ่งจุลภาคของข้าพเจ้าได้เพราะไม่มีชีวิตใดเหนือกว่าข้าพเจ้า (เสียงปรบมือ) นั่นเป็นสิ่งที่พวกมันไม่สามารถจะเห็นตลอดไป นั่นเป็นสิ่งที่สรรพชีวิตในจักรวาลไม่สามารถจะเห็นตลอดไปเช่นกัน - มีเพียงตัวข้าพเจ้าเองที่สามารถควบคุม จึงพูดว่า ปรากฏการณ์อย่างที่กล่าวไปข้างต้นได้สร้างภาพลวงตาแบบหนึ่งให้แก่ผู้คน ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิดบางอย่าง วันนี้ข้าพเจ้าจะบอกทุกท่านว่าเรื่องเป็นอย่างไร

          จะขอบอกพวกท่าน ขณะนี้พวกท่านมองดูข้าพเจ้าด้วยตาเนื้อ ชั้นพื้นผิวที่สุดของข้าพเจ้าก็คือข้าพเจ้าหลี่หงจื้ออย่างแท้จริง ฝั่งนั้นที่พวกท่านเห็นคือร่างพุทธะของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าชั้นพื้นผิวที่สุดที่พวกท่านมองเห็นในขณะนี้ ก็คือองค์หลักที่สุดของข้าพเจ้าหลี่หงจื้อ (เสียงปรบมือ) เพราะอะไรหรือ? เพราะข้าพเจ้า… เพื่อจะทำเรื่องนี้ เพื่อให้สรรพชีวิตได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด ข้าพเจ้าจึงมาถึงชั้นที่ต่ำสุด (เสียงปรบมือ) ฉะนั้นพวกท่านไม่ต้องสนใจว่าพวกท่านมองเห็นอะไร ถึงแม้จะมองเห็นฝ่าเซินของข้าพเจ้า มองเห็นกงเซิน(ร่างพลังกง)ของข้าพเจ้า เห็นร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดของข้าพเจ้าในระดับชั้นสูงก็ตาม พวกท่านอย่าได้เกิดจิตยึดติดอะไร นั่นล้วนคงอยู่โดยมีข้าพเจ้าชั้นพื้นผิวนี้เป็นองค์หลัก ข้าพเจ้า ณ ชั้นผิวนอกสุดของมนุษย์ตรงนี้ คือองค์หลักที่สุด (เสียงปรบมือ) แต่เนื่องจากอาจารย์อยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ ยังจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับหลักการของมนุษย์ในโลก ไม่เช่นนั้นผู้คนจะรู้สึกว่าข้าพเจ้าดูแปลกประหลาด อิทธิพลเก่าคิดจะใช้เล่ห์เพทุบายกับข้าพเจ้า ทำเรื่องไม่ดีอย่างไม่เลิกรา เพื่อจะไม่ส่งผลกระทบต่อเจิ้งเนี่ยนของต้าฝ่าตี้จื่อ นอกจากชีวิตของสรรพชีวิตของจักรวาลซึ่งเก็บรวบรวมอยู่กับข้าพเจ้าตรงนี่แล้ว ข้าพเจ้าไม่ใช้องค์ประกอบจากภายนอก ในจักรวาลตัวปลอมของข้าพเจ้าทั้งหมดล้วนถูกอิทธิพลเก่าจงใจสร้างขึ้นมา การทำเช่นนี้มีบาปไม่ว่ามันจะบังเกิดผลทางด้านบวกหรือด้านลบ ข้าพเจ้าคิดว่าประเด็นนี้ข้าพเจ้าได้อธิบายให้พวกท่านฟังอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

          แม้ข้าพเจ้าได้มาถึงที่นี่ ไม่มีใครสามารถจะมองเห็นว่าสุดท้ายข้าพเจ้ามีความจุลภาคเพียงใด พวกมันสามารถมองเห็นเพียงอณูชั้นผิวบนที่สุดของร่างกายคนส่วนนี้ วัตถุทุกชิ้น สิ่งของทุกชิ้นในจักรวาลล้วนแต่ประกอบขึ้นจากอณูในระดับจุลภาคต่างๆ ทีละชั้นทีละชั้นจนถึงชั้นพื้นผิว สิ่งเหล่านี้เทพสามารถมองเห็น ค้นไปถึงรากของมัน ค้นไปถึงต้นกำหนดของมัน เหมือนเช่นทางสายหนึ่ง ยื่นขยายออกไปทีละนิดทีละนิด มาจากที่ใด ข้าพเจ้ามาจากข้างใน และมาจากข้างนอก ข้าพเจ้ามาจากความไม่มีและก่อเกิดเป็นมี ปรากฏขึ้น ณ ยอดแห่งท้องนภาสวรรค์ และจากที่ตรงนั้นลงมาทีละขั้นๆ  จนถึงชั้นพื้นผิวของสามภพ ไม่มีชีวิตใดรู้ว่าข้าพเจ้าคือใคร

          ที่ผ่านมายังมีสภาพการณ์แบบหนึ่ง งานการเจิ้งฝ่าเรื่องนี้ของข้าพเจ้า พวกมันอิทธิพลได้ใช้กลอุบายทำเรื่องต่างๆ มากมาย พวกมันไม่เพียงจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ พวกมันยังต้องการให้เหล่าชีวิตในจักรวาลอันใหญ่หลวงที่ไม่เกี่ยวข้องเห็นสิ่งที่พวกมันทำ ฉะนั้นพวกมันจึงพยายามทำให้แนบเนียน พวกมันจึงใช้สสารของข้าพเจ้าบางส่วน หรือพลังกงบางส่วน และภายใต้อิทธิพลของพวกมัน สร้างเป็นภาพลักษณ์ของอาจารย์ เป็นภาพลักษณ์ของพุทธะ ข้าพเจ้าใม่บอกให้พวกท่านรู้ก่อนหน้านี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ทำให้พวกท่านสับสน ยังมีเหตุผลอีกข้อหนึ่ง คือจุดประสงค์ของพวกมันไม่ใช่เพื่อจะบ่อนทำลาย ใช้คำพูดของพวกมันคือช่วยข้าพเจ้าด้วยการแสดงออกในด้านบวก นี่คือสองส่วนซึ่งอิทธิพลเก่าจัดเตรียม ส่วนที่หนึ่งคือแสดงออกในด้านลบ อีกส่วนหนึ่งคือแสดงออกในด้านบวก พวกมันบางส่วนเข้าไปในร่างกายผู้ฝึกเพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง เคยมีสภาพเช่นนี้ปรากฏเป็นเฉพาะราย ฉะนั้นบางคนที่สามารถเห็นสภาพแบบนี้จะพูดว่าโอ้ ท่านคืออาจารย์ แล้วก็นับถือเขาเป็นอาจารย์ แต่ว่ามันไม่ใช่(สิ่งที่)ข้าพเจ้าจัดเตรียม พูดอย่างเข้มงวดนั่นไม่ใช่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ยอมรับพวกมัน เพราะพวกมันจัดเตรียมโดยอิทธิพลเก่า โดยตัวของมัน นี่คือปรากฏการณ์ของจักรวาลที่มีการเสื่อมแล้ว ครั้นเมื่อคนเห็นก็จะทำให้ความคิดที่ถูกต้องของผู้ฝึกบิดเบือนไป บ่อนทำลายอย่างร้ายแรง  ต่อความคิดและความเชื่อที่ถูกต้องของผู้ฝึก มาถึงเวลานี้ก็จะต้องกำจัดพวกมันทิ้งไป เวลานี้พวกมันก็ถูกตีตกนรกไปแล้ว ข้าพเจ้ายกเรื่องนี้ขึ้นมาในวันนี้คือจะบอกทุกท่าน ผู้ฝึกของพวกเราบางคน ท่านอย่าได้ตกลงไปด้วยเหตุนี้อย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น บางคนขาข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนความว่างเปล่าแล้ว ไม่ค่อยมีสติสัมปชัญญะ เป็นเฉพาะบางราย พวกท่านต้องระวัง

          เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดสภาพของข้าพเจ้าไปบ้างเล็กน้อย ยังมีอีกปัญหาหนึ่งคือ ในระยะหลังๆ นี้มีสภาวะอันไม่ถูกต้องบางประการได้ปรากฏขึ้นในหมู่ผู้ฝึกเฉพาะรายบางคน และเป็นปัญหาร้ายแรงมาก เกิดจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือทุกคนมีระดับชั้นสูงขึ้นแล้ว อาจารย์ได้พูดถึงกั่วเว่ย(มรรคผล)ที่พวกท่านจะบรรลุ จึงมีจิตใจฮึกเหิม รู้สึกว่าตัวเองแกร่งกล้าแล้ว นี่ข้าพเจ้าได้แต่พูดเปรียบเทียบด้วยคำพูดในระดับต่ำของมนุษย์ เพราะไม่มีคำพูดที่เหมาะสมจะเปรียบเทียบ ฉะนั้นบางคนจึงเสนอแนะว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องเคารพอาจารย์แล้ว พวกเราปฏิบัติตามฝ่าก็เพียงพอแล้ว ให้ยึดฝ่าเป็นอาจารย์

แน่นอน ข้าพเจ้าบอกให้พวกท่านยึดฝ่าเป็นอาจารย์ สิ่งนี้ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของการที่ข้าพเจ้าบอกให้พวกท่านยึดฝ่าเป็นอาจารย์ไม่ใช่เป็นเช่นนี้ แล้วเป็นอย่างไร? ทุกท่านทราบ ข้าพเจ้ามีศิษย์ต้าฝ่า 100 ล้านคน ถ้าศิษย์ต้าฝ่าทุกท่านล้วนต้องให้ข้าพเจ้าองค์หลักคอยบอกให้พวกท่านบำเพ็ญอย่างไร คอยดูแลพวกท่าน เวลาประสบกับปัญหาพวกท่านแต่ละคนต่างต้องมาถามข้าพเจ้าโดยตรง การแปรผันพลังกงของพวกท่านแต่ละคน การหยวนหมั่นโลกของพวกท่าน การชำระกรรมของพวกท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกท่านล้วนต้องให้ข้าพเจ้า องค์หลักตรงนี้ทำให้ ทุกท่านลองคิดดู นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะก่อนที่ฝ่าจะปรับโลกมนุษย์ให้ถูกต้องและกำจัดอุปสรรคสุดท้ายทิ้งไป นี่เป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้ เช่นนั้นผู้ฝึกมากมายที่ไม่ได้พบกับข้าพเจ้าจะซิวเลี่ยนอย่างไร? มีฝ่าอยู่ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกให้พวกท่านต้องยึดฝ่าเป็นอาจารย์ นี่คือจุดประสงค์มูลฐาน ข้าพเจ้ายังบอกพวกท่านว่าฝ่าชุดนี้ เขามีอานุภาพเพียงใด ข้าพเจ้าได้หลอม(บรรจุ)ความสามารถอันใหญ่หลวงของข้าพเจ้าเข้าไว้ในฝ่าชุดนี้ ฉะนั้นฝ่าชุดนี้สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้พวกท่าน (หยุดชั่วขณะ เสียงปรบมือ) ยังมีผู้ฝึกบางคน… เหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าพูดไปเมื่อครู่เกี่ยวกับสภาพของข้าพเจ้า มีผู้ฝึกเฉพาะรายบางคนเข้าใจไม่แจ่มแจ้ง และไม่เคารพอาจารย์ด้วยเหตุนี้ เริ่มกล้าที่จะวิจารณ์ว่าฝ่าสูงเพียงใด ว่าข้าพเจ้าผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างไรอย่างไร ฝ่าชุดนั้นได้สร้างราชา จ้าวนับจำนวนไม่ถ้วนของท้องนภาอันใหญ่ล้นทั้งหมด และเป็นหลักประกันสำหรับการคงอยู่ของชีวิตทั้งหมด และองค์ประกอบต่างๆในจักรวาล ข้างในนั้นรวมทั้งท่านซึ่งเล็กกระจิดริด แน่นอนการเป็นผู้ฝึก ข้าพเจ้าไม่ใช่บอกว่าไม่ให้พวกท่านพูด (แต่)ในคำพูดของท่านเหล่านี้ ข้าพเจ้ามองเห็นจิตยึดติดของท่าน และทิศทางอันน่ากลัวที่พวกท่านกำลังมุ่งไป ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่พวกท่านเห็นนั้นต่ำเหลือเกิน บางสิ่งบางอย่างโดยแท้จริงไม่เป็นไปอย่างที่ท่านเข้าใจ หลายๆ สิ่งล้วนเป็นภาพลวงซึ่งเกิดจากความคิดที่ไม่ถูกต้องเที่ยงตรง

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดประโยคหนึ่งว่า ระดับชั้นในจักรวาลซึ่งไม่อาจจะวัดและไร้ขอบเขต แต่ภายใต้อิทธิพลของระดับชั้นสูงสุด จากระดับชั้นที่ไม่อาจจะวัดและไร้ขอบเขตทั้งหมด ซึ่งอยู่ข้างใต้พวกมันจนถึงระดับมนุษย์ตรงนี้ ล้วนมีปรากฏการณ์ ณ ระดับชั้นต่างๆ ทุกท่านลองคิดดู ปรากฏการณ์นี้จะมีความซับซ้อนเพียงใด ใหญ่มหึมาเพียงใด ปรากฏการณ์ ณ ระดับชั้นใดล้วนเป็นหลักการในระดับชั้นนั้น ล้วนเป็นการแสดงออกของหลักความจริงในระดับชั้นนั้น แต่ทัศนียภาพซึ่งพวกท่านเห็นในระดับชั้นใดล้วนไม่ใช่มูลฐานที่สุด

          ข้าพเจ้าให้ผู้ฝึกหลายๆ คนได้เห็นถึงปรากฏการณ์บางอย่าง ณ ระดับชั้นต่างๆ ในระหว่างการเจิ้งฝ่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเจิ้งฝ่าให้กับของทุกท่าน เพื่อให้พวกท่านศึกษาฝ่าได้ดี เพิ่มความมั่นใจให้ซิวเลี่ยนก้าวรุดหน้ามากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการอธิบายความเป็นจริง และความมั่นใจในการฟาเจิ้งเนี่ยน ท่านต้องไม่นำปรากฏการณ์ที่ท่านเห็นในระดับชั้นต่ำมาก อันเป็นเพียงไม่กี่ระดับชั้นที่ต่ำสุดในจำนวนระดับซึ่งวัดไม่ได้และไร้ขอบเขต มาตั้งเป็นสภาพการณ์มูลฐานของการเจิ้งฝ่าของจักรวาลเป็นอันขาด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในระหว่างการเจิ้งฝ่า ณ ระดับชั้นใดล้วนมีเนื้อแท้ของปรากฏการณ์ที่ต่างกันในทุกๆระดับชั้น

พวกท่านทราบไหม? การซิวเลี่ยนเพียงประเด็นเดียว เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากในจักรวาลระดับต่ำ เมื่อขึ้นถึงระดับชั้นสูงก็จะเรียบง่าย ไม่มีมโนทัศน์ของการซิวเลี่ยนอีกต่อไป มีแต่ความคิดในเรื่องการชำระกรรม พูดในระดับสูงขึ้นไปอีกคือ เรื่องยุ่งยากทั้งหมดเป็นเพียงการปูทางไปสู่สวรรค์    ระดับสูงขึ้นไปอีก การชำระกรรม การอดทนต่อทุกข์ การซิวเลี่ยน สิ่งเหล่านี้   ไม่มีในมโนทัศน์อีกต่อไป มีแต่การเลือก ณ ระดับชั้นสูงในจักรวาลมีแต่เพียงหลักการข้อนี้ เห็นว่าคนไหนใช้ได้ก็เลือกเขา นี้คือหลักการ   ซิวเลี่ยนหรือ? พวกเราไม่ได้จัดเตรียมให้ซิวเลี่ยน ซิวเลี่ยนคืออะไร? พวกเราต้องการแต่จะล้างมัน(เขา)ให้สะอาด ล้างให้สะอาดขึ้นไปทีละขั้นทีละขั้น ก็คือล้างให้สะอาด! แต่เมื่อปรากฏการณ์ ณ ระดับชั้นต่างๆ จึงกลายเป็นการปูทาง ความยุ่งยาก การอดทนต่อทุกข์ การชำระกรรม การซิวเลี่ยนเป็นต้น บำเพ็ญกันอย่างนี้ ฝึกกันอย่างนั้น

          ข้าพเจ้าพูดมาถึงประเด็นนี้ ข้าพเจ้าก็ได้เปิดเผยหลักการใหญ่ออกมาข้อหนึ่ง โดยแท้จริง ในจักรวาลนี้ สรรพชีวิตจะรู้ว่าข้าพเจ้าเป็นใครหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่มีจุดหนึ่งต้องเข้าใจโดยแจ่มแจ้ง นั่นคือข้าพเจ้ากำลังทำการเจิ้งฝ่า ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเป็นใคร ข้าพเจ้ากำลังทำการเจิ้งฝ่า ข้าพเจ้าเคยพูดกับอิทธิพลเก่าว่า ท่านไม่รู้ว่าข้าพเจ้าเป็นใครก็ไม่เป็นไร ท่านไม่เชื่อว่าข้าพเจ้าเป็นใครก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ใช่เป็นความผิดของพวกท่าน แต่ข้าพเจ้าจะบรรลุจุดใด พูดตามความคิดของพวกท่าน ข้าพเจ้าก็กำลังซิวเลี่ยน เช่นนั้นข้าพเจ้าบรรลุผลสำเร็จอะไร พวกท่านก็รู้อยู่ หันกลับไปดูสิ่งที่พวกท่านทำ พวกท่านกำลังทำบาปใช่หรือไม่? นอกจากนี้ พูดในระดับชั้นสูงขึ้นไปอีก การบรรลุผลสำเร็จอะไร ก็ไม่มีมโนทัศน์นี้ นั่นคือการเลือกของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้ากระทำระหว่างการเจิ้งฝ่าในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้าต้องการ พูดให้ชัดก็คือการเลือกของจักรวาลในอนาคต ก็คือความต้องการของจักรวาลในอนาคต (เสียงปรบมือ) การเป็นชีวิตของจักรวาลเก่า รวมทั้งองค์ประกอบของชีวิตทั้งหมด การเจิ้งฝ่าในเรื่องนี้ การเลือกของข้าพเจ้า ให้ชีวิตทั้งหมดประสานกลมกลืนเข้าด้วยกันตามที่ข้าพเจ้าเลือก โดยนำเอาวิธีที่ดีที่สุดของพวกท่านออกมา ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการ แต่ให้ประสานกลมกลืนเข้าด้วยกันตามที่ข้าพเจ้าบอก นี่เป็นความคิดที่ดีงามที่สุดซึ่งชีวิตในจักรวาลจะมีได้ (เสียงปรบมือ) แต่อิทธิพลเก่าไม่ทำเช่นนี้ พวกมันนำเอาสิ่งที่พวกมันเลือกไปตั้งเป็นสิ่งที่มูลฐานที่สุด และนำเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้าทำ เพื่อให้ประสานกลมกลืนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมันต้องการ ตรงกันข้ามกันทั้งหมด ข้าพเจ้าไม่อยากจะกำหนดความผิดที่รุนแรงมากนักกับพวกมัน ณ เวลานี้ ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูดว่าเป็นความผิดอะไร แต่เป็นความผิดอย่างแน่นอน ทำอย่างนั้นไม่ได้โดยเด็ดขาด

          ฝ่าเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าพูดไปเมื่อครู่ก็เป็นการพูดถึงปัญหาข้อหนึ่ง การเป็นอาจารย์ พูดจากใจ พวกท่านจะเคารพข้าพเจ้าหรือไม่ โดยแท้จริงข้าพเจ้าไม่ใส่ใจ เมื่อระยะแรกที่ข้าพเจ้าช่วยพวกท่าน หลายต่อหลายคนยังด่าว่าข้าพเจ้าอยู่ ระหว่างที่ฟังข้าพเจ้าบรรยายบางคนก็ยังด่าว่าข้าพเจ้าอยู่ ข้าพเจ้าไม่ใส่ใจ ข้าพเจ้าต้องการแต่จะช่วยท่านให้สำเร็จ (เสียงปรบมือ) จึงพูดว่าไม่ว่าพวกท่านจะปฏิบัติต่ออาจารย์อย่างไร อาจารย์ไม่นำมาใส่ใจเลยจริงๆ องค์ประกอบ ณ ระดับชั้นใดๆ ในจักรวาลไม่สามารถจะทำให้ข้าพเจ้าหวั่นไหวได้ เช่นนั้น มีปัญหาข้อหนึ่ง ก็คือถ้าหากพวกท่านไม่เคารพอาจารย์ พูดตามหลักการของจักรวาล นั้นเป็นความผิด ฉะนั้นอิทธิพลเก่าก็จะเจาะช่องว่างและทำลายพวกท่านด้วยเหตุนี้ พวกมันจับได้ข้ออ้างที่ใหญ่ที่สุดในการทำลายพวกท่าน เพราะพวกมันมองเห็นตลอดขั้นตอนของการที่ข้าพเจ้าช่วยเหลือพวกท่าน

          มนุษยชาติในวันนี้ อันที่จริงหากไม่ใช่เนื่องจากการเจิ้งฝ่า ก็ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้นานแล้ว มาตรฐานความนึกคิดของมนุษย์อยู่ ณ ระดับต่ำกว่านรกแล้ว เป็นเพราะการเจิ้งฝ่า ข้าพเจ้าไถ่ถอนบาปกรรมของสรรพชีวิตทั้งหมดในสามภพ (เสียงปรบมือ) เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู พูดเฉพาะพวกเราผู้ฝึกก็พอ ในระยะแรกเปรียบเสมือนข้าพเจ้าตักช้อนพวกท่านขึ้นมานรก (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าได้แบกรับแทนพวกท่านจริงๆ บาปกรรมต่างๆ ที่พวกท่านก่อไว้นับแสนปี(นับพันร้อยปี) ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้ายังจะช่วยให้พวกท่านสำเร็จเป็นเทพ ในระหว่างขั้นตอนนี้ ข้าพเจ้าได้ทุ่มเทความตั้งใจทั้งหมดให้กับพวกท่าน ในเวลาเดียวกัน เพราะพวกท่านจะสำเร็จเป็นเทพระดับสูงเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องให้เกียรติยศ ซึ่งเทพระดับสูงเช่นนั้นพึงมีให้แก่พวกท่าน และบุญวาสนาทุกอย่างซึ่งพวกท่านพึงมี ณ ระดับสูงเช่นนั้น (เสียงปรบมือ) ตั้งแต่บุพกาลมายังไม่มีเทพองค์ใดกล้าทำเช่นนี้ ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน

          ถึงแม้พวกอิทธิพลเก่าจะเข้ามาวุ่นวายในเรื่องนี้ คิดจะทำให้เป็นไปตามที่พวกมันต้องการก็ตาม พวกท่านรู้ไหม? ชีวิตทั้งหมดของอิทธิพลเก่านับถือข้าพเจ้าอย่างศิโรราบ (เสียงปรบมือ) ถึงแม้พวกมันจะก่ออุปสรรคบางประการให้กับการเจิ้งฝ่าของข้าพเจ้า แต่ตลอดมาพวกมันไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับข้าพเจ้าโดยตรง เพราะพวกมันเคารพข้าพเจ้า (เสียงปรบมือ ปรบมืออีก) ฉะนั้น… ฉะนั้นพวกเรามีผู้ฝึกบางคนสับสนไปชั่วขณะ มีสภาวะจิตไม่ถูกต้อง พวกท่านลองคิดดู ครั้นพวกท่านไม่เคารพข้าพเจ้า อิทธิพลเก่าก็จะลงมืออย่างโหดเหี้ยม พวกมันเห็นว่าคนๆนี้เลวมาก แน่นอนพวกมันจะไม่ทำลายท่านในทันที พวกมันจะชักนำพวกท่าน ทำให้พวกท่านเห็นภาพลวงมากขึ้นมากขึ้น ทำให้จิตใจของท่านไม่ถูกต้องมากขึ้นมากขึ้น แปรจิตใจของท่านที่มีต่ออาจารย์ให้เลวลง นำพวกท่านไปสู่ทางมาร และทำให้พวกท่านทำบาปอย่างมหันต์

          พวกท่านรู้ไหมว่า ในระหว่างเจิ้งฝ่าข้าพเจ้าดำเนินการโดยตั้งอยู่บนหลักการอะไร? ข้าพเจ้าไม่ถือบาปกรรมทั้งหมดชึ่งสรรพชีวิตได้ก่อไว้ในประวัติศาสตร์ (เสียงปรบมือ) ดูเพียงทัศนคติที่สรรพชีวิตมีต่อการเจิ้งฝ่าในระหว่างการเจิ้งฝ่าในครั้งนี้! (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าเปิดประตูไว้กว้างมากแล้ว ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดกับพวกท่านว่า หากว่าข้าพเจ้าไม่ดูทัศนคติต่อการเจิ้งฝ่า ฝ่าใหม่ จักรวาลใหม่ก็คงไม่มีอยู่ ฉะนั้นทัศนคติต่อการเจิ้งฝ่าจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อพวกท่านทำผิดในจุดนี้ ในยามที่อิทธิพลเก่าจะทำลายพวกท่าน ข้าพเจ้าก็ไม่มีอะไรจะพูด

          เวลาพวกท่านไม่เคารพอาจารย์ พวกท่านรู้ไหมว่าข้าพเจ้าคิดอย่างไร? โดยแท้จริงข้าพเจ้าไม่ใส่ใจ ณ ขณะนี้พวกท่านรู้ไหมว่าข้าพเจ้าเป็นใคร? พวกท่านรู้แต่เพียงรูปลักษณ์ชั้นพื้นผิวที่เป็นมนุษย์ของข้าพเจ้า ที่ปรากฏแก่พวกท่านก็คือภาพลักษณ์ในจักรวาล ในอนาคตพวกท่านจะไม่รู้โดยมูลฐานว่าข้าพเจ้าเป็นใคร ชีวิตใดๆ ในจักรวาลก็ไม่รู้โดยมูลฐานว่าข้าพเจ้าเป็นใคร ท่านปฏิบัติดีหรือไม่ดีกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ใจใส่จริงๆ แต่อิทธิพลเก่าพวกมันจะทำลายพวกท่านในทุกข์ภัยครั้งนี้ พึงระวังให้ดี

          พูดมาถึงตรงนี้ ข้าพเจ้าจะพูดต่ออีกหน่อย ในสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกให้ทุกท่านทำในระหว่างการเจิ้งฝ่า ทุกท่านได้เห็นแล้ว การที่พวกท่านอธิบายความเป็นจริง ฟาเจิ้งเนี่ยน และการซิวเลี่ยนส่วนบุคคลของพวกท่าน สามสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดสามประการซึ่งต้าฝ่าตี้จื่อทำในขณะนี้ การอธิบายความเป็นจริง พูดตามหลักการของชั้นพื้นผิวของมนุษย์ชั้นนี้ เป็นการเปิดโปงการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้ายในครั้งนี้ ฟาเจิ้งเนี่ยน เป็นการกำจัดพวกที่ไม่อาจจะเยียวยารักษา ชีวิตสกปรกที่สุดที่ประทุษร้ายต้าฝ่าตี้จื่อ เช่นนั้นพิจารณาตามหลักการที่สูงขึ้นไปอีก จุดประสงค์แท้จริงของการอธิบายความเป็นจริง คือเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต ให้มนุษยชาติรอดพ้นจากการถูกคัดทิ้งไป อิทธิพลเก่าใช้ชีวิตชั่วร้ายทำชั่วกับต้าฝ่าตี้จื่อ หนึ่งเพื่อเป็นการทดสอบ สองเพื่อให้ข้าพเจ้ากำจัดขยะเหล่านี้ออกไปจากจักรวาล การฟาเจิ้งเนี่ยนของต้าฝ่าตี้จื่อโดยมูลฐาน เป็นการปฏิเสธการจัดเตรียมของสิ่งชั่วร้าย กำจัดการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้าย ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านทำ แท้จริงล้วนแต่ทำให้ตัวท่านเอง ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้กับข้าพเจ้าแม้แต่อย่างเดียว พร้อมกันนี้ข้าพเจ้ายังจะบอกพวกท่าน ตั้งแต่วันที่พวกท่านเริ่มต้นซิวเลี่ยนและดำเนินมาถึงทุกวันนี้ ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกพวกท่าน ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกให้พวกท่านทำ ไม่มีสิ่งใดที่ทำเพื่อผู้อื่น การซิวเลี่ยนของพวกท่าน สามารถทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติและสังคมมนุษย์ ในระหว่างซิวเลี่ยนสามารถทำให้ต้าฝ่าตี้จื่อต่างช่วยซึ่งกันและกัน ให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สามารถทำให้ต้าฝ่าตี้จื่อลดแรงกดดัน และการสูญเสียในระหว่างถูกประทุษร้ายจากสิ่งชั่วร้าย เหล่านี้ล้วนเป็นผลพลอยได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านทำ จุดประสงค์แท้จริงคือเพื่อความสำเร็จของพวกท่าน ในอนาคตเมื่อพวกท่านหันกลับมาดู ณ ขณะนี้พวกท่านคนใดก็ไม่ต้องบอกว่าข้าพเจ้ายิ่งใหญ่ ข้าพเจ้า - อาจารย์คนนี้เป็นอย่างไรอย่างไร ในอนาคตเมื่อพวกท่านหันกลับมาดู ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้าทำล้วนเป็นการก่อตั้งให้แก่พวกท่าน (เสียงปรบมือ)

          ทำสิ่งที่พวกท่านต้องทำให้ดี ยากนักที่จะประสบโอกาสวาสนา จงทะนุถนอมสิ่งเหล่านี้เถิด ครั้งที่สองจะไม่มีอีกแล้ว การเกิดจิตยึดติดใดๆ ล้วนจะทำลายท่านกลางทาง จิตมนุษย์อะไรๆ ก็อย่าไปคิด อย่าไปยึดติด ให้ท่านทำแต่สิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่อสมควรทำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีงาม ยิ่งใหญ่ที่สุด โชติช่วงชัชวาลที่สุด กำลังรอคอยพวกท่านอยู่ (เสียงปรบมือ)

          ข้าพเจ้าก็พูดเพียงเท่านี้ในช่วงเช้าวันนี้ หากข้าพเจ้ายังไม่ไป ข้าพเจ้าคิดจะตอบคำถามบางประเด็นให้กับพวกท่านในช่วงบ่าย (เสียงปรบมือยาวนาน)

          ข้าพเจ้าขอพูดเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่าน (เสียงปรบมือ)

หลี่ หงจื้อ

2003-2-15

 


กลับไปสารบัญ

กลับไปหน้าแรก


หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
 info@falunthai.org