ฝ่าหลุนต้าฝ่า
บทความใหม่ของอาจารย์
กลับไปสารบัญ


การบรรยายฝ่า ณ ฝ่าฮุ่ย แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ปี 2003

(เสียงปรบมือยาวนาน) บางคนที่นั่งอยู่นั่งที่นี้ก็เพิ่งได้พบกัน ณ ฝ่าฮุ่ยครั้งที่แล้ว ดูเหมือนพอย่างเข้าฤดูร้อนพวกเราจะจัดประชุมฝ่าฮุ่ยกันบ่อยมากขึ้น ฝ่าฮุ่ยในแต่ละพื้นที่ต่างอยากให้ข้าพเจ้าไปร่วมประชุม  อันที่จริงทุกครั้งที่ข้าพเจ้าออกมาพบกับทุกท่านล้วนแต่มีเรื่องจะพูดกับทุกท่าน โดยปกติแต่ละพื้นที่เวลาจัดฝ่าฮุ่ยต่างอยากจะให้อาจารย์ไปพูดอะไรบ้าง แต่บางครั้งทุกท่านยังไม่ได้ทำความเข้าใจทั้งหมดกับสิ่งที่ข้าพเจ้ากำหนดไว้ในการบรรยายฝ่าครั้งที่แล้ว ฉะนั้นเมื่อพูดอะไรอีก จึงง่ายที่จะทำให้ความเข้าใจและสิ่งที่จะต้องทำจากการฟังฝ่าครั้งที่แล้วจืดจางลง ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่สามารถไปร่วมประชุมฝ่าฮุ่ยอยู่เสมอ ความจริงวันนี้ข้าพเจ้าก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดเป็นพิเศษมากนัก แต่ข้าพเจ้าได้รับปากกับผู้ฝึกแวนคูเวอร์ไว้ก่อนหน้านานแล้ว ข้าพเจ้าบอกว่าเมื่อพวกเขาจัดประชุมฝ่าฮุ่ยข้าพเจ้าจะมา จึงได้มาในครั้งนี้ (เสียงปรบมือ)

          ทุกท่านล้วนแต่ทำงานหนัก ข้าพเจ้าได้เห็นงานการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าที่พวกท่านทำในระหว่างอธิบายความเป็นจริงและการไปสถานกงสุล ในระหว่างฝ่าฮุ่ยครั้งนี้การกิอยู่ของผู้ฝึกก็ไม่สะดวกอย่างมาก เมื่อมาถึงข้าพเจ้าเห็นพวกท่านเดินไปเดินมาอยู่บนถนน ไม่ว่าจะลำบากอย่างไร ทุกท่านมีเป้าหมายที่ชัดเจน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ลำบากยากเข็น พวกเราสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิต ซิวเลี่ยนตัวเองออกมา ในขั้นตอนการซิวเลี่ยน ไม่หยุดยั้งที่จะฝึกฝนตัวเองให้บริสุทธิ์สะอาดมากขึ้นมากขึ้น นับวันก็ยิ่งจะสามารถบรรลุมาตรฐานของข้อกำหนดที่สูงมากขึ้น ในเวลาเดียวกันท่ามกลางการประทุษร้ายของความชั่วร้ายในครั้งนี้ ก็ทำให้ทุกท่านมีสติสัมปชัญญะมากยิ่งขึ้น นับวันก็รู้ว่าจะปฏิบัติกับความชั่วร้ายในครั้งนี้ ปฏิบัติกับการประทุษร้ายในครั้งนี้อย่างไรมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ไม่ว่าจะลำบากอย่างไร ไม่ว่ายากเย็นอย่างไร การเป็นต้าฝ่าตี้จื่อ พวกเราไม่ใช่กำลังแสวงหาสิ่งของในหมู่คนธรรมดาสามัญ เป้าหมายสุดท้ายทุกท่านล้วนแจ่มแจ้ง ก็คือพวกเราต้องการจะบรรลุหยวนหมั่นของผู้ซิวเลี่ยน สิ่งที่พวกเราต้องการจะได้เป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามัญไม่สามารถจะได้ตลอดไป ฉะนั้นในระหว่างขั้นตอนนี้ เริ่มจากคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งจนบรรลุสูงเกินกว่าคนธรรมดาสามัญโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซิวเลี่ยนอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญนั้นกำหนดให้บรรลุถึงมาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้น สูงเกินกว่ามาตรฐานของสังคมมนุษย์ บรรลุในสิ่งที่ผู้ซิวเลี่ยนในประวัติศาสตร์อยากจะบรรลุแต่ไม่สามารถจะบรรลุ สำหรับต้สฝ่าตี้จื่อพูดขึ้นมาแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด อีกทั้งเข้มงวดจริงจัง ฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ที่พวกท่านทำเพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าและช่วยเหลือสรรพชีวิต รวมทั้งการที่พวกท่านจะยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นอย่างไร จะขจัดจุดที่ตัวเองโหยวโล่ว(รูรั่ว)อย่างไร จุดที่ยังยึดติดอยู่และความบกพร่องในทุกๆ ด้าน เช่นนี้ ในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า รูปแบบใดๆ ของสังคมคนธรรมดาสามัญที่พวกท่านใช้ พวกท่านล้วนแต่กำลังซิวเลี่ยน ไม่ว่าจะทำสิ่งใด พวกท่านล้วนอยู่ในระหว่างการยกระดับให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะทำสิ่งใด พวกท่านต่างสมควรทำด้วยสภาวะของผู้ซิวเลี่ยน ไม่ใช่ทำสิ่งเหล่านี้ด้วยจุดฐานของคนธรรมดาสามัญ

          จุดเริ่มของพวกเรานั้นชัดเจน พูดถึงการเป็นผู้ซิวเลี่ยนคนหนึ่ง โดยแก่นแท้ก็คือยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น ซิวเลี่ยนตัวเอง เปิดโปงสิ่งชั่วร้ายท่ามกลางการประทุษร้ายในครั้งนี้ ทำให้การประทุษร้ายครั้งนี้ยุติไม่ยอมรับการจัดเตรียมในครั้งนี้ของอิทธิ พลเก่า ฉะนั้นดูๆ แล้วสิ่งต่างๆ ดูคล้ายกับสิ่งที่คนธรรมดาสามัญทำ แต่โดยธาตุแท้ไม่เหมือนกัน ความแตกต่างมูลฐานอยู่ที่เป้าหมายสุดท้ายของพวกเราและจุดเริ่มของพวกเราที่ไม่เหมือนกัน พวกเราเพียงแต่ประยุคใช้วิธีบางอย่างของคนธรรมดาสามัญในสังคมธรรมดาสามัญ สังคมคนธรรมดาสามัญก็เป็นระดับชั้นหนึ่งซึ่งฝ่าจัดสร้างให้กับสังคมมนุษย์ ฉะนั้นในระดับชั้นนี้ พวกเรานำวัฒนธรรมซึ่งฝ่าจัดสร้างให้กับมนุษย์ และรูปแบบต่างๆที่มันสามรถจะคงอยู่มาใช้เพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ข้าพเจ้าคิดว่า นี่ล้วนไม่ผิด

          ทุกท่านทราบ ความดีความชั่วอยู่คู่กันในสังคมมนุษย์ แต่ผู้ซิวเลี่ยนกระทำจากพื้นฐานของความดีโดยสิ้นเชิง ด้วยประการฉะนี้ ต่อสังคมมนุษย์ ต่อความคิด ความประพฤติและศีลธรรมจริยธรรมของคน พูดได้ว่าล้วนแต่บังเกิดผลในด้านบวก โดยแท้จริงการเผยแผ่ออกมาของต้าฝ่าได้ส่งผลในด้านบวกอย่างใหญ่หลวง ผลดีอย่างยิ่ง ทั้งต่อสังคม ต่อผู้คนและต่อตัวของผู้ซิวเลี่ยน สิ่งที่ปรากฏออกมาทั้งหมดเป็นด้านบวก จุดนี้พวกเราเข้าใจแจ่มแจ้ง เวลานี้คนธรรมดาสามัญในสังคมต่างก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ภายใต้การประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้าย ในเวลานั้นมีบางคนได้ถูกชีวิตสิ่งชั่วร้ายใช้ ควบคุมให้พูดในสิ่งที่ไม่ได้ออกมาจากใจของตัวเอง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นแต่ไม่ใช่ สิ่งที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองจากความคิดของตัวเอง นั่นล้วนแต่เกิดจากการถูกสิ่งชั่วร้ายควบคุม พูดถึงวันนี้ถ้ามนุษย์พูดสิ่งใดต่อต้าฝ่าอีก เขาจะต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาคนสามารถจะบอกว่านั่นไม่ใช่พูดจากความตั้งใจของท่าน เพราะคนถูกควบคุมและหลอกหลวงจากชีวิตชั่วร้ายภายนอก ภายใต้สภาวะที่ชีวิตชั่วร้ายจากภายนอกถูกชำระสะสางหมดไปแล้ว หากคนยังพูดอะไรอีก นั่นคือตัวของคนเองกำลังพูดจริงๆ ฉะนั้นคนต้องรับผิดชอบ

          ข้าพเจ้าพูดถึงฉือเปย(ความเมตตากรุณา) ข้าพเจ้าสามารถจะไม่คำนึงถึงสิ่งไม่ดีต่างๆ  ที่คนได้กระทำต่อข้าพเจ้าและต้าฝ่าตี้จื่อ คำพูดไม่ดีและสิ่งต่างๆ ที่คนทำไปตามกระแส(ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง)ท่ามกลางการประทุษร้ายในครั้งนี้ แน่นนอนนี่ยังได้ขจัดพวกที่ได้ทำการประทุษร้ายอย่างร้ายแรงต่อต้าฝ่า – พวกที่ไม่สามารถจะรับการช่วยเหลือ ฝ่านั้นสามารถช่วยทุกสิ่งทุกอย่าง พวกท่านก็เคยได้ยินอาจารย์บอกว่า ข้าพเจ้าสามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง – ต่อให้ไม่ดีอย่างไรเปลี่ยนกลับเป็นดีที่สุด ข้าพเจ้าสามารถทำได้ทั้งหมด ต้าฝ่าสามารถทำได้ แต่คนชั่วบางคนได้สร้างบาปกรรมให้แก่ตัวเองในระหว่างการทุษร้ายครั้งนี้ จนทำให้เขาไม่คู่ควรที่จะได้ฟังสิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่ออธิบายและไม่คู่ควรที่จะได้รับการช่วยเหลือจากต้าฝ่า จึงพูดว่าในระหว่างการประทุษร้ายครั้งนี้เขาได้จัดวางอนาคตของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว ได้สูญเสียโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือไปแล้ว เช่นนั้นคนแบบนี้ก็จะไม่รวมอยู่ข้างในนี้ ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า ต่อให้ชีวิตหนึ่งเปลี่ยนแปลงจนไม่อย่างไรในประวัติศาสตร์ยังคงมีโอกาส ไม่ว่าจะอยู่ในระดับชั้นใดในสังคมมนุษย์หรือในมิติอื่น เพียงแต่ไม่ได้สร้างบาปไว้กับต้าฝ่าในระหว่างการประทุษร้ายครั้งนี้ ไม่ว่าเขาจะได้ก่อบาปไว้ใหญ่หลวงเพียงใดในขั้นตอนประวัติศาสตร์ จะเป็นในสังคมมนุษย์ก็ดี หรือในระดับชั้นใดในมิติอื่นก็ดี ข้าพเจ้าก็สามารถช่วย ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดกับทุกท่านว่า ข้าพเจ้าไม่คำนึงถึงความผิด บาปในอดีตที่ชีวิตทั้งมวลได้ก่อไว้ในประวัติศาสตร์ เป็นเพราะจักรวาลไม่ไหวแล้ว ชีวิตล้วนไม่อาจจะเปรียบเทียบได้กับชีวิตของช่วงเวลาเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจะไปคัดในความไม่ไหวนี้ใครยังจะพอไหวกว่าใคร ข้าพเจ้าต้องการช่วยทั้งหมด เพียงแต่เขาไม่ได้ก่อบาป(ทำผิด)ต่อการเจิ้งฝ่า ข้าพเจ้าก็สามารถช่วยพวกเขา ข้าพเจ้าก็ได้ดำเนินการโดยยึดมั่นอยู่หลักการข้อนี้ (เสียงปรบมือ)

          มีผู้ฝึกถามข้าพเจ้าอยู่เสมอว่า คนพวกที่อยากจะศึกษาต้าฝ่าแต่ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับสิ่งชั่วร้ายที่ประทุษร้ายต้าฝ่า ทำการประทุษร้ายการเจิ้งฝ่า คนพวกนี้ที่เคยก่อบาปไว้กับต้าฝ่า หมายความว่าเขายังอยู่ในหมู่ผู้ฝึก พูดจากด้านที่เข้าใจของเขา เข้าไม่อยากจะไปจากต้าฝ่า แต่ดูจากด้านที่เป็นมนุษย์ของเขา จากการกระตุ้นของทรรศนคติมนุษย์ ความยึดติดของมนุษย์ เขาได้ทำสิ่งที่ทำร้ายต้าฝ่าตี้จื่อและการเจิ้งฝ่า กับคนเหล่านี้ซึ่งข้าพเจ้ายังคงเรียกเขาเป็น “ผู้ฝึก” พูดขึ้นมาแล้วเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก เข้มงวดจริงจังมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะช่วยไม่ได้ และไม่ใช่ไม่สามารถจะช่วยให้หลุดพ้น พวกเขายังแตกต่างกับชีวิตอื่น เวลานี้การเจิ้งฝ่ายังไม่สิ้นสุด ยังมีโอกาสจะยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ฉะนั้นจึงพูดว่ายังมีโอกาสกอบกู้(ความเสียหาย)  ข้าพเจ้าจะพิจารณาชีวิตครบทุกด้านครบนับแต่ประวัติศาสตร์ คนที่เป็นต้าฝ่าตี้จื่อ อย่างแท้จริง หากที่ผ่านมาเคยเป็นชีวิตที่ดีมากจริงๆ ในชั่วขณะหนึ่งได้กระทำความผิด ในสภาพแวดล้อมนี้ เช่นนั้น(เขา)ยังคงแตกต่างจากคนธรรมดาสามัญซึ่งก่อบาปต่อต้าฝ่า หลังจากกอบกู้ความเสียหายก็ยังใช้ได้ ถ้าหากทำได้ดี เช่นเดียวกันจะมีอานุภาพแห่งคุณธรรมที่ใหญ่ขึ้นไปอีกรอเขาอยู่ (เสียงปรบมือ)

ผ่านมาข้าพเจ้าพูดว่า ในสังคมคนธรรมดาสามัญ ไม่ว่าคนจะมีตำแหน่งเป็นอะไร ไม่ว่าท่านจะทำงานอะไร ถึงแม้ท่านจะทำงานเป็นสายลับ ซึ่งเป็นงานที่พิเศษ เป็นภารกิจพิเศษ จึงเรียกว่าผู้ปฏิบัติภารกิจพิเศษ เจ้าหน้าที่การกิจพิเศษ แต่การเป็นชีวิตๆ หนึ่ง ท่านไม่สามารถสูญเสียโอกาสซึ่งมีมาแต่โบราณกาลนี้ไปจริง เพียงเพราะท่านทำงานภารกิจพิเศษ ไม่สามารถเพียงเพราะการงานของท่าน ท่านก็ทำลายโอกาสซึ่งชีวิตรอคอยมานับพันนับหมื่นปีทิ้งไป ข้าพเจ้าดูชีวิตเช่นนี้ แน่นอน เมื่อข้าพเจ้าถ่ายทอดฝ่าในระยะแรก ประตูแห่งการช่วยให้หลุดพ้นได้เปิดออกกว้าง ไม่มีการเลือกว่าท่านอยู่ในระดับชั้นใดในสังคม หน้าที่การงาน และสถานะ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดข้าพเจ้าไม่ดู ไม่แบ่งว่าสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ไม่แบ่งระดับชั้นใดในสังคม ไม่แบ่งว่าฉลาดหรือไม่ ความแตกต่างในด้านการศึกษา ความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ไม่มีการแบ่งแยกใดๆ ความแตกต่างทั้งหมดซึ่งมนุษย์แบ่งแยกออกมา ข้าพเจ้าไม่ดูทั้งหมดและไม่มี ปฏิบัติเหมือนกันหมด ก็ได้ปฏิบัติมาเช่นนี้ แน่นอนรวมไปถึงพวกที่เป็นสายลับเหล่านั้น แม้กระทั่งพวกที่มาเป็นสายลับเพื่อจะรู้เกี่ยวกับเรื่องของต้าฝ่า

แน่นอน ทุกท่านลองหวนคิดดู ข้าพเจ้าผู้เป็นอาจารย์ปฏิบัติต่อสรรพชีวิตด้วยจิตเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วหากข้าพเจ้ายังไม่สามารถช่วยท่าน เช่นนั้นย่อมมีผลกรรมสำหรับคนประเภทนี้รออยู่ ทุกท่านทราบ ผู้ฝึกจำนวนมากต่างอยากจะพบข้าพเจ้า คนธรรมดาสามัญจำนวนมากก็อยากจะพบข้าพเจ้า บางคนเมื่อพบข้าพเจ้าแล้ว เขาเกิดความรู้สึกตื่นเต้นโดยไม่รู้สาเหตุ บางคนหลังจากพบข้าพเจ้าแล้ว เขามีความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม บางคนรู้สึกตื่นเต้นอยากจะร้องไห้ เป็นเพราะด้านที่เข้าใจของเขาต่างรู้ว่า ใครที่สามารถจะพบกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะช่วยเหลือเขา (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าก็สามารถจะช่วยชำระบาปกรรมซึ่งเขาก่อไว้ในประวัติศาสตร์ให้ลดน้อยลง (เสียงปรบมือ) ฉะนั้นไม่ว่าท่านทำงานอะไร ท่านทำอะไร เพียงแต่ท่านได้พบกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะให้ท่านเกิดความคิดดีงาม เพียงแต่ท่านได้พบกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็สามารถจะสลายบาปของท่าน สลายกรรมของท่านใน(ท่ามกลาง)ความคิดดีงาม (เสียงปรบมือ) อันที่จริงมนุษย์โลกต่างมีด้านที่เข้าใจ พวกเขาล้วนแจ่มแจ้ง จึงพูดว่า ไม่ว่าท่านได้ทำอะไรไป และไม่ว่าท่านทำงานอะไร ข้าพเจ้าก็ปฏิบัติเช่นนี้กับท่าน (เสียงปรบมือ) บางทีนี่ก็คือความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผู้คนพูดถึง แน่นอนนี่คือสิ่งที่ปรากฏออกมาในชีวิตของชั้นนี้ ข้าพเจ้าปฏิบัติต่อคนเช่นนี้ ข้าพเจ้าปฏิบัติต่อมนุษย์โลกเช่นนี้ เช่นนั้นภายใต้ความเมตตากรุณาแบบนี้ ภายใต้การผ่อนปรนใจกว้างซึ่งสูงกว่าที่คนธรรมดาสามัญปฏิบัติต่อชีวิตโดยสิ้นเชิง หากมนุษย์โลก คนยังคงทำร้ายต้าฝ่า และทำผิดต่อศิษย์ต้าฝ่าซึ่งช่วยเขาอยู่ เช่นนั้น ฝอฝ่ามีความน่าเกรงขามของเขา ให้ความเมตตากรุณาเช่านี้แล้ว ยังไม่ทำให้ดี เช่นนั้นก็ไม่มีความหวังสำหรับชีวิตของเขาแล้ว

ทุกท่านทราบการระบาดของโรคซารซ์ในประเทศ xxx ในตอกแรกอิทธิพลเก่ากำหนดว่าสำหรับประเทศ xxxจะต้องกำจัดทิ้งไป 8 ล้านคน พวกเขาไม่รู้สำนึกยังคงปิดบังความจริง เป็นเพราะเมตตากรุณาต่อมนุษย์ อยากให้โอกาสแก่มนุษย์อีกครั้ง ไม่อยากให้มีคนตายมากมายขนาดนั้น แต่พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่สำนึก ยังนำโรคซารซ์มาทำการประทุษร้ายต้าฝ่าตี้จื่อ และปิดบังความเป็นจริง ผู้มีอำนาจก็เป็นคนธรรมดาสามัญ และอยู่ในการลงโทษของสวรรค์ เทพกำลังเตือนพลโลก คนยังอยากจะปิดบังความจริง ไม่ปล่อยให้พลโลกรับบทเรียน เช่นนั้นก็รอบทลงโทษจากสวรรค์ที่หนักยิ่งขึ้น จึงพูดว่าเมื่อข้าพเจ้าปฏิบัติต่อสรรพชีวิตด้วยจิตเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว หากชีวิตยังไม่ทำให้ดีอีก ข้าพเจ้าก็จะไม่ดูแลท่านแล้ว แน่นอนย่อมวิธีจัดการแบบอื่น ฉะนั้นจึงพูดว่า ฝอฝ่ามีความเมตตากรุณา และมีด้านของความน่าเกรงขามของเทพ ไม่สามารถจะปล่อยให้คนทำในสิ่งที่นึกอยากจะทำ และเห็นความเมตตากรุณาของเทพมาเป็นเรื่องล้อเล่น นั่นเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามต่อเทพ

ในการบรรยายฝ่าครั้งที่แล้วข้าพเจ้าพูดกับทุกท่านว่า ผู้ฝึกบางคนได้ทำผิดในไม่สมควรทำ อันที่จริงเพียงแต่ท่านยืนหยัดศึกษาฝ่าให้ดี ท่านสามารถแก้ไขความผิด ท่านสามารถปฏิบัติให้ถูกต้องอีกครั้ง ท่านยังคงเป็นต้าฝ่าตี้จื่อ ท่านก็ปฏิบัติให้ถูกต้องอีกครั้งเท่านั้นเอง อย่าเห็นมันเป็นเรื่องหนักหนวงรุนแรง(สำคัญ)จนเกินไปนัก ถ้าในความคิด(จิตใจ)ท่านเห็นมันเป็นเรื่องหนักหนวงรุนแรง(สำคัญ)จนเกินไป ก็จะก่อเกิดเป็นความกดดันแบบหนึ่งจากความเสียใจเคียดแค้น เป็นห่วงกังวลเป็นต้น เช่นนั้นท่านก็จะจมอยู่ในความยึดติดแบบนี้อีก ท่านก็ไม่สามารถจะหลุดออกมา ตลอดขั้นตอนการซิวเลี่ยนของต้าฝ่าตี้จื่อคือขั้นตอนของขจัดจิตยึดติดของมนุษย์ ไม่ว่าจะประสบกับเรื่องอะไร เมื่อเข้าใจแล้ว ท่านก็แก้ไขให้ถูกต้องทันที เมื่อหกล้มท่านก็ลุกขึ้น แล้วทำในสิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่อสมควรทำต่อไป เช่นนั้นความผิดพลาดของท่าน ถือว่าเป็นด่านทดสอบที่ท่านข้ามได้ไม่ดีในระหว่างซิวเลี่ยน เริ่มต้นใหม่ ยังมีโอกาสให้ท่านผ่านด้านอีก ก็เท่านั้นเอง เรื่องในระหว่างซิวเลี่ยนของท่านอาจารย์ไม่สามารถนำมานับเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร หากไม่สามารถถอนตัวจากความผิดพลาด นั่นเป็นอีกกรณีหนึ่ง ไม่สามารถจะปล่อยให้ความผิดพลาดนำไปสู่ความยึดติดอีก

ที่ผ่านมาในการบรรยายฝ่าข้าพเจ้าไม่ใช่คำพูดที่รุนแรงเหล่านั้น เป็นเพราะไม่อยากให้ท่านเกิดอุปสรรค์ในความคิด(จิตใจ) จนนำไปสู่ความยึดติดในอีกด้านหนึ่ง เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงอธิบายฝ่ากับผู้ฝึกเป็นรายคน(แบบตัวต่อตัว)น้อยมาก ถ้าแม้นข้าพเจ้าอธิบายฝ่ากับใคร และชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของเขา ทุกท่านลองคิดดู เขาจะมีภาระทางความคิด(จิตใจ)หนักมาก เพราะเป็นคำพูดที่ออกจากปากของข้าพเจ้า ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงอธิบายฝ่ากับใครเป็นรายคนน้อยมาก ในการบรรยายฝ่าข้าพเจ้าจะอธิบายในประเด็นที่มีลักษณะทั่วไป อธิบายอย่างครอบคลุม ส่วนปัญหาปลีกย่อย ปัญหาของกระแสหลัก(คนส่วนใหญ่) หรือกรณีเฉพาะ ซึ่งไม่ส่งผลในการรบกวนโดยทั่วไป ต่อผู้ฝึกต้าฝ่าโดยรวม ข้าพเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องพูด เพราะในระหว่างการซิวเลี่ยน ระหว่างผู้ฝึกด้วยกันก็จะเห็นและชี้ให้เขาเห็นถึงข้อบกพร่อง ถึงแม้เขาจะไม่รับรู้ในทันที เพราะมีความยึดติด อย่างค่อยเป็นค่อยไปเขาก็จะรับรู้ มีแต่เมื่อเกิดปัญหากับภาพรวม และกับสภาวะโดยรวมของต้าฝ่าเท่านั้น หรือสภาพการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าเมื่อมีปัญหาจะต้องพูด  ข้าพเจ้าจึงจะพูด เป็นต้นว่าเวลานี้ในประเทศ xxxแผ่นดินใหญ่ พื้นที่บางแห่งบางคนยังนำจิงเหวินปลอมออกมาเผยแพร่ ยิ่งกว่านั้นบางคนยึดติดมากถึงกับนำไปท่องจำ ไม่เพียงแต่ท่องจำ ยังไปเผยแพร่ต่อๆ กันในหมู่ผู้ฝึก จิตใจอะไรที่กระตุ้นเขาให้ทำเช่นนี้หรือ? ข้างในนั้นมีสิ่งที่เขายึดติด มีสิ่งที่สอดคล้องกับจิตใจของคนธรรมดาสามัญของเขา เขาจึงทำเช่นนี้ ท่านว่าเขาตั้งใจบ่อนทำลายฝ่า ข้าพเจ้ากลับไม่รู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น เป็นเพราะเขามีความยึดติด เขามีจิตใจดวงนั้นของคนอยู่ ดังนั้นเขาจึงทำเช่นนี้ ทำในสิ่งที่สิ่งชั่วร้ายอยากให้ทำ และรบกวนต้าฝ่าตี้จื่อทำการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า

อันที่จริงข้าพเจ้าได้มาร่วมประชุมฝ่าฮุ่ยแคนาดาหลายครั้งแล้ว (เสียงปรบมือ) ที่สำคัญมากๆ มี 3 ครั้งด้วยกัน ทุกท่านก็คงจำได้เป็นอย่างดี ทุกท่านทราบครั้งแรกก็คือ “ช่วงก่อนจะเกิดเหตุการณ์ 7.20 ครั้งที่สองคือในช่วงที่มีการประทุษร้ายปราบปรามรุนแรงที่สุด ที่เมืองอ๊อดตาว้า ข้าพเจ้าไปหนึ่งครั้ง ครั้งนี้สิ่งชั่วร้ายกำลังถูกกำจัดให้หมดไปในวงกว้าง การเจิ้งฝ่ากำลังดำเนินไปแบบทะลุทะลวง ทำการกำจัดสิ่งชั่วร้ายด้วยระดับความเร็วที่เร็วมาก และกำลังทะลวงมิติมนุษย์ ณ เวลานี้ข้าพเจ้าก็มาพบกับพวกท่านอีกครั้ง ฉะนั้นการประชุมฝ่าฮุ่ย ณ แคนาดาทั้ง 3 ครั้งนี้มีความหมายมากทีเดียว (เสียงปรบมือ)

(สำหรับ)ผู้ฝึกแคนาดา สมควรบอกว่าทำได้ดีมากซึ่งปรากฏออกมาในทุกๆ ด้าน ข้อสำคัญคือร่วมมือประสานงานกันได้ดี มีกรณีไม่มากนักที่งานยืนยันความเป็นให้ฝ่าได้รับผลกระทบจากจิตยึดติดส่วนบุคคล ระหว่างผู้ฝึกด้วยกันก็มีกรณีไม่มากนักที่จะมีการยึดถือความเห็นของตัวเองอย่างไม่ยอมลดละ การกระทบทั่งในหมู่ผู้ฝึกด้วยกันมีปรากฏน้อยมาก ร่วมมือประสานงานกันได้ค่อนข้างดี ฉะนั้นจึงสามารถทำให้สถานการณ์ของการเจิ้งฝ่าเป็นไปด้วยดีเช่นนี้ แน่นอนแคนาดา เป็นพื้นที่ที่พิเศาแห่งหนึ่ง  รัฐาบาลและประชาชนแคนาดาก็ได้ให้การสนับสนุนและความเห็นอย่างมากต่อต้าฝ่าและต้าฝ่าตี้จื่อ สำหรับสิ่งเหล่านี้พวกเราควรต้องขอบคุณรัฐบาลและประชาชนแคนาดา (เสียงปรบมือยาวนาน)

ฉะนั้นพิจารณาจากการประชุมฝ่าฮุ่ยทั้ง 3 ครั้งดังกล่าว  เมื่อคิดหวนกลับไปจะเห็นว่าสถานการณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ข้าพเจ้าได้พบกับผู้ฝึกแคนาดามา 3 ครั้ง แต่สถานการณ์ของทั้ง 3 ครั้งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จุดนี้ทุกท่านได้เห็นแล้ว การประทุษร้ายในระยะแรกมีความกดดันอย่างมาก ก่อนเหตุการณ์ 7.20 ปี 1999 สิ่งต่างๆ ที่ข้าพเจ้าพูดความจริงล้วนพูดเป็นนัยให้แก่พลโลก และก็กำลังบอกพลโลก คนมีด้านที่เข้าใจของเขา ข้าพเจ้าบรรยายฝ่าก็ไม่เพียงแต่บรรยายให้คนฟังเท่านั้น แต่ละชั้นของข้าพเจ้าต่างก็กำลังบรรยายให้ชีวิตในระดับชั้นต่างๆ ฟัง สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ที่ของมนุษย์ตรงนี้ไม่ใช่โดดเดี่ยวเป็นเอกเทศ มันเป็นการสะท้อน ณ ระดับชั้นต่ำสุดของปรากฏการณ์สวรรค์ เหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าพูดก่อนหน้านี้ หลักการ(ความจริง) ณ ระดับชั้นที่ต่างกันจะไม่เหมือนกัน จากชั้นสูงดูหลักการ(ความจริง) ณ ชั้นต่ำจะเห็นว่ามันผิด แต่หลักการ(ความจริง) ณ ระดับชั้นต่างๆ คือหลักการ(ความจริง)โดยตัวของมัน แต่สภาวะ การสะท้อน(ปรากฏการณ์) และมาตรฐานของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ณ ระดับชั้นต่างๆ จะต่างกัน ยิ่งสูงจะยิ่งใกล้สัจธรรม แต่หลักการ(ความจริง)ในภาพรวมก็เชื่อมต่อลงมายังข้างล่าง เมื่อปรากฏออกมา ณ ระดับชั้นต่างๆ นั่นก็คือหลักการ(ความจริง)ในระดับชั้นต่างๆ สำหรับชีวิตในแต่ละระดับชั้น เขาก็จะมีสภาวะแตกต่างกันและความเข้าใจหลังการ(ความจริง)แตกต่างกัน ยิ่งต่ำลงมามีข้อกำหนดยิ่งต่ำ พฤติกรรมของชีวิตก็ยิ่งไม่ดี เมื่อลงมาถึงระดับชั้นต่ำสุดของมนุษย์ตรงนี้ พฤติกรรมของมนุษย์จึงปรากฏออกมาเช่นนี้ และใกล้ความชั่วร้ายมากที่สุด การประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้ายในครั้งนี้ อิทธิพลเก่าได้เตรียมการไว้อย่างเป็นรูปธรรม ข้าพเจ้าและเทพถูกต้องผู้พิทักษ์ฝ่าเหล่าก็ยับยั้งสิ่งชั่วร้ายอยู่ตรงนี้ อิทธิพลเก่าก็มีจัดเตรียมของพวกมัน แท้ที่จริงสิ่งชั่วร้ายก็ถูกบังคับเอาไว้ เวลาสิ่งชั่วร้ายสำแดงความชั่วร้ายของมัน พฤติกรรมที่ปรากฏออกมาไม่ใช่เพียงชาติเดียว เวลาที่ผลปรากฏออกมามันอ่อนแอมาก แน่นอนเวลาที่คนชั่วกระทำการให้สิ่งชั่วร้าย เพียงแต่ต้าฝ่าตี้จื่อมีเจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)แข็งแกร่งและไม่มีจุดรั่ว คนชั่วก็จะใจฝ่อ ยิ่งกว่านั้นยังจะถูกเจิ้งเนี่ยนตีจนพ่ายแพ้ไป เสภาพเป็นเช่นนี้ โดยภาพรวมสิ่งชั่วร้ายไม่สามารถบรรลุผลในสิ่งที่พวกมันต้องการ เพราะสุดท้ายก็อยู่ในการควบคุมของเทพ แม้ว่าอิทธิพลเก่าจะมีการจัดเตรียมของมัน ก็เพียงแต่ปล่อยให้มันบรรลุสภาพที่พวกมันต้องการ และอิทธิพลเก่าก็ไม่สามารถทำอะไรตามที่ตั้งใจ เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการทำและการยับยั้งพวกมันโดยเทพถูกต้อง ทำให้อิทธิพลเก่าไม่สามารถดำเนินการสิ่งต่างๆ ที่พวกมันอยากทำ

จักรวาลเก่ามีหลักการ(ความจริง)ที่เก่าของเขา ชีวิตทั้งหมดก่อนที่ถูกปรับให้ถูกต้องโดยฝ่า เขาก็จะมองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างภายหลังการเจิ้งฝ่า เขาก็มองไม่เห็นปรากฏการณ์ที่แท้จริงของฝ่าใหม่ เพราะพวกเขายังไม่คู่ควร เมื่อสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ของฝ่าใหม่และจักรวาลใหม่ได้จริงๆ เท่ากับเขาก็คือชีวิตใหม่ อย่างอัตโนมัติเขาก็จะปฏิบัติไปตามนั้น พวกเขามองไม่เห็นเพราะพวกเขาจัดว่าเป็นชีวิตของจักรวาลในอดีต พวกเขาจึงมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่จัดว่าเป็นอนาคตของจักรวาลในอดีต และจักรวาลแบบนี้สิ่งต่างๆ ซึ่งได้มีการจัดเตรียมเอาไว้ในช่วงประวัติศาสตร์ของจักรวาลเก่า ข้างในมีเวลาที่เร็วและช้า ความแตกต่างของมิติต่างๆ เทพของจักรวาลเก่าสามารถมองได้เห็น จักรวาลใหม่อีกจักรวาลหนึ่ง เวลา มิติ ชีวิต กลไก ฝ่าที่อยู่ข้างใน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่จัดเตรียมขึ้นใหม่ ไม่มีการเกี่ยวพันแต่อย่างใดกับจักรวาลเก่า ชีวิตของจักรวาลเก่าจะมองไม่เห็น นี่เป็นความสามารถที่เหนือเกินกว่าความสามรถของเทพทั้งมวล ฉะนั้นพวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการโดยปฏิบัติไปตามฝ่าเก่า และดำเนินสิ่งต่างๆ ไปตามระเบียบของจักรวาลเก่า มีสิ่งต่างๆมากมายที่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขจึงเป็นไปได้ยางอย่างยิ่ง มีบางเวลาเมื่อข้าพเจ้าบอกให้พวกเขาไปทำอะไร เขาจะรู้สึกว่าไม่มีสิ่งอ้างอิงจึงแม่กล้าทำ พวกเขาก็คือชีวิตของช่วงเวลานั้น เขาจึงรู้สึกว่าแบบนั้นถูกต้อง ไม่ทำสิ่งใดจึงเป็นพฤติกรรมที่ดีมากแล้ว

อันที่จริง ยังคงเป็นอิทธิพลเก่ากลุ่มนั้นที่รบกวนเรื่องการเจิ้งฝ่า ในจักรวาลอันมหึมามีชีวิตเป็นจำนวนที่มากกว่าที่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว คงอยู่ในสภาวะเฝ้าดูแบบหนึ่ง แต่เมื่อพลังแห่งการเจิ้งฝ่าอันใหญ่หลวงในภาพรวมมาถึง ไม่ว่าเขาจะเฝ้าดูอยู่ก็ดี เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยก็ดี ทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขระหว่างการเจิ้งฝ่า พวกที่สมควรต้องหล่อหลวมให้กลมกลืนก็จะถูกหล่อหลอมให้กลมกลืน พวกที่สมควรต้องแก้ไขด้วยความเมตตาก็จะได้รับการแก้ไขด้วยความเมตตา พวกที่ไม่สามารถหล่อหลอมให้กลมกลืน ไม่สามารถแก้ไขด้วยด้วยเมตตา สมควรต้องตกระดับชั้นก็จะตกระดับชั้น พวกที่ก่อบาปสมควรต้องถูกตีตกลงไปก็จะถูกตีตกลงไป ข้าพเจ้าว่าไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายแม้แต่น้องที่จะสามารถเข้าสู่อนาคต และไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ เพราะอนาคตไม่ใช่จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่เป็นของ)ชีวิตในรอบนี้ พูดจากความเข้าใจที่เก่า ชีวิตในรอบนี้คิดจะเข้าสู่อนาคต คิดจะเข้าสู่เทียนถี่รอบต่อไปซึ่งไม่ใช่จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่เป็นของ)พวกเขานั้น โดยมูลฐานเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  เป็นเพราะระหว่างการเจิ้งฝ่าในครั้งนี้ (ข้าพเจ้า)ได้ปฏิบัติกับทุกสิ่งทุกอย่าง ปฏิบัติต่อสรรพชีวิตด้วยความเมตตากรุณาอันใหญ่หลวงที่สุด จึงอยากจะหล่อหลอมชีวิตเหล่านี้ให้กลมกลืนข้ามไปจากจักรวาลเก่านี้ จึงได้ทำการเจิ้งฝ่าในจักรวาล ไม่เช่นนั้น มันไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยชีวิตในรอบนี้คิดจะเข้าไปสู่อนาคต อนาคตไม่ใช่จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่เป็นของ)พวกเขา ไม่ใช่จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่เป็นของ)ชีวิตในปัจจุบันเหล่านี้ ฉะนั้นอยากจะเข้าสู่อนาคตจึงต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของอนาคต

          แน่นอน พูดถึงชีวิตในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะทำได้ เป็นการยากอย่างยิ่งที่เขาจะทำให้สอดคล้อง แต่มีอยู่จุดหนึ่ง ฝ่าของข้าพเจ้าถ่ายทอดอยู่ สรรพชีวิตทุกๆ ชั้นต่างก็รู้ ชีวิตจำนวนมากมายก็กำลังศึกษา และกำลังอ่าน แต่ละชั้นก็มี [จ้วนฝ่าหลุน] หลักการ(ความจริง)ของแต่ละชั้นจะต่างกัน ตัวอักษรข้างในจะมองดู(ปรากฏ)ต่างกัน ล้วนแต่เป็นสัจธรรม ณ ระดับชั้นต่างๆ ของจักรวาลใหม่ ชีวิตจำนวนมากมายต่างก็อ่านกันอยู่และกำลังหล่อหลอมให้กลมกลืน(กับมัน)ด้วยตัวเอง เพราะนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนนับแต่อดีตกาลอันไกลโพ้น นับแต่การเริ่มมีจักรวาลเป็นต้นมา พูดถึงสรรพชีวิตนั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าคิดมาก่อน เรื่องที่จะสามารถก้าวข้ามประวัติศาสตร์ช่วงที่ใหญ่ขนาดนี้ เพราะประวัติศาสตร์ดังกล่าวไม่ใช่จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่เป็นของ)ชีวิตทั้งมวลของจักรวาลปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างในประวัติศาสตร์ ชีวิตในจักรวาลล้วนดำรงคงอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ และประวัติศาสตร์นี้ที่สามารถทำให้ชีวิตดำรงคงอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ การจะเข้าสู่อนาคตซึ่งไม่ได้จัดไว้สำหรับ(ไม่ใช่ของ)ประวัติศาสตร์ดังกล่าวนี้ แท้จริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับจักรวาลนี้ ยามเมื่อเทียนถี่จักรวาล ณ ระดับชั้นต่างๆ ดำเนินต่อไปไม่ไหวแล้วก็จะถูกทำลายทิ้งไปแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ แม้ว่าขั้นตอนนี้ฟังดูจะคล้ายกับการกำเนิด การทำลายทิ้งไปของจักรวาลเก่าและใหม่ ณ ระดับชั้นต่างๆ ของท้องนภาใหญ่ แท้ที่จริงมันต่างกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าเทียนถี่จักรวาลต่างๆ ในจักรวาลจะถูกทำลายทิ้งไปและกำเนิดขึ้นมาใหม่อย่างไร มันยังคงเป็นความคิดหนึ่งของชีวิตที่สูงขึ้นไปอีก ณ ระดับชั้นสูงของจักรวาลนี้ ซึ่งให้กำเนิด กำเนิดและทำลายทิ้งไปจากความสามารถของเขา จึงพูดว่าเขายังคงเป็นไปตามมาตรฐานและการจัดเตรียมของจักรวาลเดิม เพราะพูดถึงชีวิตที่ใหญ่ขึ้นไปอีก เทียนถี่ข้างล่างล้วนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เมื่อเซลทำการผลัดเปลี่ยนของใหม่ทดแทนของเก่า เซลที่กำเนิดออกมาใหม่ยังคงเป็นกลไกของตัวเขาเอง เอกลักษณ์ของตัวเขาเอง สิ่งที่เป็นจักรวาลของตัวเขาเอง เป็นสิ่งที่เขาทำขึ้นทั้งหมด แต่เมื่อจักรวาลทั้งหมดไม่เหลือแล้ว จึงเหมือนกับว่าชีวิตนี้ได้ตายไปแล้ว หลังจากนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีชีวิตกำเนิดขึ้นมาอีก ก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเดิมที่ตายไปแล้วแต่อย่างใด สิ่งที่กล่าวมา ณ ที่นี้ยังไม่เหมือนกับสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่า เมื่อหยวนเสิน(จิตหลัก)ออกจากกายเนื้อจะเหมือนการถอดเสื้อผ้าออกหนึ่งชุดและเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าอีกหนึ่งชุด ไม่เกี่ยวข้องในลักษณ์นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตแต่อย่างใด

          สามองค์หนึ่งร่างของชีวิตยังทลายสลายตัว ล้วนไม่คงอยู่ ต่อให้เป็นชีวิตที่สูงขึ้นไปอีกก็ไม่เหลือ เมื่อพูดถึงการสิ้นสุดของท้องนภาใหญ่ สำหรับชีวิตทั้งมวลในจักรวาลนี้ ความคิดนี้เป็นอะไรที่ว่างเปล่า ล้วนเป็นอะไรที่งงงวยสับสน และไม่อาจจะเข้าใจ ต่อให้พวกเขาเปิดจินตนาการให้กว้างไกลออกไป ก็ยังคงอยู่ภายในขอบข่ายสติปัญญาที่สร้างขึ้นเท่าที่ชีวิตในรอบนี้จะสามารถจินตนการได้ถึงและรับรู้ในจักรวาลนี้ พูดถึงการเจิ้งฝ่าสิ่งที่ใหญ่ขนาดนี้ สำหรับพวกเขามันไร้ความหมาย (คือเลขศูนย์) ยิ่งกว่านั้นสรรพชีวิตล้วนแต่ตั้งตัวไม่ทันเมื่อเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นท่ามกลางการเจิ้งฝ่า หลักการ(ความจริง)ที่ข้าพเจ้าอธิบายให้แก่พวกเขา ต่างก็รู้ว่าดี แต่หลักการ(ความจริง)ที่เก่าก็อยู่ตรงนั้น พวกเขาก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาของการเสื่อมและดับสลายของหลักการเก่า(ความจริงเก่า)

          พวกที่โชคดีที่สุดคือชีวิตที่ไม่ได้ทำอะไรเลยในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า พวกเขาเพียงแต่เผ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ เป็นเพราะข้าพเจ้าจะต้องช่วยเหลือพวกเขาทั้งหมด ข้าพเจ้าจะต้องทำให้สรรพชีวิตเหล่านี้สามารถหล่อหลอมให้กลมกลืนไปสู่จักรวาลใหม่ แต่อิทธิเก่ามองเห็นว่าในประวัติศาสตร์มีชีวิตจำนวนมากมายได้ทำผิดก่อบาปต่างๆไว้ พวกมันเข้าใจว่าชีวิตเหล่านี้ไม่อาจจะรับการช่วยเหลือ ไม่สามารถเก็บเอาไว้ พวกมันเข้าใจอย่างแน่ชัดว่าพวกมันกำลังควบคุมการเจิ้งฝ่าของข้าพเจ้า จากนั้นจัดเตรียมชีวิตเหล่านั้นที่พวกมันต้องการคัดทิ้งไปในระหว่างการเจิ้งฝ่าของข้าพเจ้า พูดถึงชีวิตบนโลก เหตุใดปล่อยให้ตำรวจชั่วร้ายเหล่านั้นมีความโหดร้าย เกลี้ยวกราดขนาดนั้น? ดุร้ายเช่นนั้น ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายระดับชั้นต่ำเหล่านั้นกระทำความชั่ว? เป้าหมายของพวกมันคือขจัดพลโลกจำนวนหนึ่งและผู้ฝึกที่มันดูแคลนทิ้งไป ปล่อยให้ทั้งผู้กระทำความชั่วและผู้ถูกกระทำก่อบาปที่หนักเช่นนั้น พวกมันที่มีระดับชั้นสูงหน่อยจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้โดยตรง พวกมันคิดว่าพวกมันเป็นเทพ ศักดิ์และบริสุทธิ์ ไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปในกองขยะและคลุกเคล้าในกองขยะโดยตรง เพราะหากพวกมันเข้ามาก็เท่ากับตกลงไป พวกมันจึงชีวิตชั้นหนึ่งควบคุมชีวิตอีกชั้นหนึ่ง อิทธิพลเก่า ณ ระดับชั้นต่างๆ ต่างทำการก่อกวนงานการเจิ้งฝ่ากันเป็นชั้นๆ ฉะนั้นเมื่อมาถึงโลกมนุษย์ชีวิตชั่วร้ายจึงกระทำออกมาชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น การเจิ้งฝ่าเป็นสิ่งที่ไม่มีรีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าสถานการณ์จะอันตรายและเลวร้ายเพียงใด พูดถึงสรรพชีวิตแล้ว การเจิ้งฝ่าก็เป็นโอกาสแห่งวาสนาซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ฝ่ามีมานานแล้ว ข้าพเจ้าจึงมาพร้อมกับความสมใจนึก(หยูอี้) ความประสานกลมกลืน(หยวนหยง) เป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยมี และดีที่สุด – ฝ่าชุดนี้

          สำหรับต้าฝ่าตี้จื่อผู้ซึ่งมาเพื่อยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าและสรรพชีวิตทั่วทั้งจักรวาล พูดได้ว่าเป็นเพียงการดำเนินการตามแผนของฝ่าชุดในการช่วยเหลือสรรพชีวิตนี้อย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง จึงพูดว่าฝ่าชุดนี้มีอยู่ตรงนี้นานแล้ว สรรพชีวิตเพียงแต่จะปฏิบัติตามไปตามฝ่านี้อย่างไร พูดด้วยคำพูดของข้าพเจ้าคือจะหล่อหลอมให้กลมกลืนข้ามไปอย่างไร นี้เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูด ข้าพเจ้าพูดว่า ใครก็ไม่สามารถบ่อนทำลายฝ่านี้ ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าทำอะไรไปพลางและก่อนตั้งฝ่าอะไรออกมา ฝ่ารีอยู่นานแล้วและสรรพชีวิตจะหล่อหลอมให้กลมกลืนข้ามไปอย่างไรเท่านั้นเอง ชีวิตที่ยิ่งมีสติปัญญาจะยิ่งรู้สึกว่าตัวเองสูงส่ง และชีวิตที่มีสติปัญญามากเท่าใดก็มีความจริงที่มันมองไม่เห็น ณ ระดับชั้นของมัน หนึ่งความคิดใดๆ ที่มีต่องานการเจิ้งฝ่าจะมีผลต่อมันอย่างใหญ่หลวง หนึ่งความคิดของมันจะทำให้สรรพชีวิตแต่ละชั้นก่อบาปต่อการเจิ้งฝ่า ฉะนั้นมันจึงได้ก่อบาประหว่างการเจิ้งฝ่า ไม่ว่าชีวิตจะใหญ่โตเพียงใด พวกเขาต่างก็ประสบกับปัญหานี้ เพราะชีวิตใดๆ ในจักรวาลนี้ล้วนไม่จัดว่าเป็นของจักรวาลในอนาคต สำหรับพวกเขาไม่ว่าความเป็นจริงจะ(ปรากฏออกมา)มากเท่าใด เขาก็มองไม่เห็นมูลฐาน ฉะนั้นพูดถึงชีวิตที่ท้ายที่สุด ภายหลังที่สุดของจักรวาล ก็คือภัยพิบัติครั้งใหญ่ เพียงเกิดความคิดก็จะหนีภัยพิบัติ ข้าพเจ้าใช้คำพูดมนุษย์บรรยายในลักษณะนี้ ว่ามันเป็นภัยพิบัติ เพราะถ้าไม่ทำการเจิ้งฝ่าก็จะไม่มีเรื่องของการช่วยสรรพชีวิต เช่นนั้นเมื่อสร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นใหม่ก็จะไม่มีทุกสิ่งทุกอย่างของจักรวาลเก่า ฉะนั้นแท้จริงแล้วนี่เป็นความเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งที่มีต่อสรรพชีวิตในจักรวาล (เสียงปรบมือ)

          ทุกท่านทราบ ชีวิต ณ ระดับชั้นต่างๆ ของจักรวาล ของเทียนถี่ ของท้องนภาและของท้องนภาใหญ่นั้น ก่อกำเนิดขึ้นมาโดยหนึ่งความคิดของเทพชั้นสูง ยิ่งกว่านั้นขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพูดอยู่นี้ ชีวิตบางส่วนต่างรู้สึกกระหยิ่มนั่งภูมิใจกับตัวเองอยู่ข้างบนนั้น พวกมันคิดว่าทั้งหมดนี้ก่อเกิดขึ้นมาจากหนึ่งความคิดของพวกมัน พวกที่อยู่เหนือพวกมันขึ้นไปก็กำลังหัวเราะพวกมันอยู่ “ก่อเกิดขึ้นมาจากหนึ่งความคิดของข้า” แต่พวกที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกก็คิดเช่นนั้น เพราะพวกมันต่างไม่รู้ว่าเหนือพวกมันขึ้นไปยังมีจ้าวองค์ใหญ่มหึมาขึ้นไปอีก แต่ผู้ที่เห็นพวกมันน่าขันอย่างแท้จริงกลับเป็นข้าพเจ้า (เสียงปรบมือ) การเจิ้งฝ่าในครั้งนี้เป็นโอกาสแห่งวาสนาและความเมตตากรุณาครั้งใหญ่หลวงสำหรับพวกมัน แต่พวกมันต่างต้องการจะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างนี้ พวกมันคิดว่าสิ่งที่พวกมันครอบครองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และกำลังช่วยข้าพเจ้าทำการเจิ้งฝ่า ถึงกับยัดเยียดสิ่งที่ดีที่สุดของพวกมันให้กับข้าพเจ้า ทุกท่านลองคิดดู สิ่งที่ผลักมาให้ข้าพเจ้านั้นก่อเกิดเป็นแรงต้านให้ข้าพเจ้าใหญ่เพียงใด? ก่อเกิดเป็นอุปสรรค์ให้แก่ข้าพเจ้าใหญ่เพียงใด? เวลาที่ท่านไม่ต้องการของๆ มัน สิ่งที่มันคิดว่าดีที้สุดแต่ท่านไม่ต้องการ เท่ากับท่านทำลายจักรวาลนี้ เท่ากับท่านทำลายอนาคต มันคิดเช่นนี้ เพราะมันก็มีสติปัญญามากเท่านี้ มันก็มีความเข้าใจได้มากเท่านี้

          ชีวิตแทบทุกชั้นในระบบของอิทธิพลล้วนคิดกันเช่นนี้ ล้วนทำกันเช่นนี้ จึงก่อเกิดเป็นอุปสรรค์ในระหว่างการเจิ้งฝ่า หนึ่งความคิดนั้นของพวกมันเมื่อปรากฏออกมา ณ ระดับชั้นที่ต่ำสุด ได้ก่อเกิดปฏิกิริยาที่แย่มากแบบหนึ่ง ยิ่งต่ำลงมาชีวิตก็ยิ่งไม่ดี สิ่งที่พวกมันทำก็ยิ่งเลวร้าย ยิ่งชั่วร้าย แท้จริงแล้วการประทุษร้ายทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมาเช่นนี้ อันที่จริงชีวิตแต่ละชั้นแต่ละชั้นแบบนี้ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเมื่อครู่... เมื่อครู่ข้าพเจ้าไม่ใช่พูดถึงชีวิตเหล่านั้นข้างในเทียนถี่อันใหญ่มหึมาแล้ว ข้าพเจ้าพูดถึงองค์หลัก ราชา องค์หลักที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ราชาแห่งราชาเหล่านั้นในเทียนถี่อันใหญ่มหึมาต่างๆ ข้าพเจ้ากำลังพูดถึงชีวิตเหล่านั้น เป็นชั้นๆ เทพ พุทธ เต๋า และสรรพชีวิตอันนับไม่ถ้วน ไร้ขีดจำกัด และไม่อาจจะวัดได้นั้นมีเป็นจำนวนมากเท่าใดในท้องนภา นั่นย่อมไม่ต้องพูดถึงพวกมัน สิ่งที่พวกมันทำ สิ่งที่พวกมันทำอย่างเฉพาะเจาะจง นั่นล้วนเกิดจากการกระทำขององค์หลักของมัน

          จักรวาลนั้นใหญ่โตยิ่งนัก เมื่ออาจารย์พูด ก็จะต้องอธิบายกว้างมาก สูงมาก เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้าเผชิญอยู่ขณะนี้ล้วนแต่เป็นปัญหาเหล่านี้ ข้าพเจ้ากำลังจัดการกับปัญหาเหล่านี้ และสิ่งที่สะท้อนมายังโลกของคนธรรมดาสามัญก็ล้วนแต่เป็นผลจากสิ่งที่ชีวิต ณ ระดับชั้นสูงนั้นๆ ได้กระทำ การบรรยายฝ่าของข้าพเจ้าไม่ใช่บรรยายแบบตามอำเภอใจ ข้าพเจ้าก็อธิบายสัจธรรมให้กับพวกเขา ข้าพเจ้าต้องอธิบายเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ มันฟังดูสูงมากสำหรับพวกที่อยู่ข้างล่าง แต่พวกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ล้วนแต่เป็นต้อฝ่าตี้จื่อ ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่กำลังอธิบายสิ่งใดให้กับคนธรรมดาสามัญ อันที่จริงสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิบายในวันนี้ก็ยากที่คนธรรมดาสามัญจะเข้าใจ แต่คนจะรู้สึก(สัมผัส)ถึงความเมตตาของข้าพเจ้า รู้สึก(สัมผัส)ถึงพลังงาน สัมผัสถึงความรู้สึกที่ดีต่อเขา แต่คนที่จะเข้าใจอย่างแท้จริงในสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิบาย มีแต่ต้าฝ่าตี้จื่อเท่านั้น (เสียงปรบมือ)

ทุกท่านยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ (เสียงปรบมือยาวนานขอให้อาจารย์อยู่ต่อ)

อันที่จริงไม่ว่าข้าพเจ้าจะพูดอะไรมากเพียงใด พวกท่านล้วนต้องบำเพ็ญด้วยการปฏิบัติจริง จึงจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก พวกท่านอย่าเห็นการประชุมฝ่าฮุ่ยของพวกท่านเป็นเรื่องไม่สำคัญ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนซิวเลี่ยนทั้งหมดของต้าฝ่าตี้จื่อ (เสียงปรบมือ) ฉะนั้นแม้ว่าพวกท่านอยากจะฟังข้าพเจ้าพูดในสิ่งที่สูงขึ้นไปอีก พูดอะไรมากขึ้นไปอีก พูดให้เฉพาะเจาะจงขึ้นไปอีก อันที่จริงในการซิวเลี่ยนพวกท่านยังต้องเดินไปทีละก้าว ทีละก้าว ฉะนั้นก่อนที่การเจิ้งฝ่าจะสิ้นสุดลง พวกท่านต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ ทำให้สิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่อสมควรทำอย่างจริงๆ จังๆ นั่นจึงจะถือเป็นการที่ท่านเดินสู่หนทางแห่งอนาคตอันยิ่งใหญ่ที่สุดนี้ ไม่สามารถพลาดโอกาสแม้แต่ครั้งเดียว และไม่สามารถเดินผิดแม้แต่ก้าวเดียว

เป็นการยากที่จะพยายามเดินให้ดีในทุกๆ ก้าว ในระหว่างซิวเลี่ยนพวกท่านจึงหกล้มหัวขะมำ ลุกขึ้นแล้วเดินต่อไปอยู่เสมอๆ แต่การตกอยู่ในสังคมนี้ซึ่งหลอมเหลาขึ้นจากวิทยาศาสตร์มนุษย์นี้ สภาพที่เป็นจริงนี้ซึ่งหลอกล่อเย้ายวนคนอย่างยิ่ง ฉะนั้นเมื่ออยู่ท่ามกลางสังคมคนธรรมดาสามัญ จึงยากที่จะจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างคนซิวเลี่ยนและคนธรรมดาสามัญให้ถูกต้อง และเป็นการยากที่จะกระโดดออกจากความยึดติดในแต่ละแบบ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การเป็นต้าฝ่าตี้จื่อ ท่านต้องมีเจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง)อยู่ในใจ พยายามทำในสิ่งที่ท่านสมควรทำให้ดี พวกท่านก็กำลังซิวเลี่ยนโดยสอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุดแล้ว (ท่าน)ก็ไม่จำเป็นต้องไปบวชเป็นพระสงฆ์ และไม่ต้องปฏิบัติตัวเหมือนผู้ออกบวช อันที่จริงโดยรูปแบบนับว่าสะดวกที่สุดแล้ว  แต่การยกระดับซินซิ่งนั่นจะต้องชัดเจน คลุมเคลือไม่ได้อย่างแน่นอน บางคนสามารถรู้สึก บางคนอาจจะไม่รู้สึก ไม่รู้สึกว่าการเลื่อนระดับ การยกระดับของท่านจะแรงกล้าเท่าใดนัก แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เข้มงวดและละเอียดอย่างแน่นอน เมื่อมีส่วนที่บำเพ็ญสำเร็จแล้วก็จะหล่อหลอมให้กลมกลืนข้ามไปให้แก่ท่านทันที ฉะนั้น ณ ฝั่งนี้ ท่านจะรู้สึกอยู่เสมอเหมือนตัวเองยกระดับสูงขึ้นไม่มากนักอยู่ร่ำไป เพราะการเปลี่ยนแปลง ณ ชั้นผิวบนนั้นเล็กน้อยมาก แต่การเปลี่ยนแปลงของธาตุแท้นั้นใหญ่หลวง ฉะนั้นในสภาพเช่นนี้จะเป็นการรับประกันให้ท่านสามารถซิวเลี่ยน รับประกันให้ท่านสามารถยกระดับสูงขึ้น รับประกันว่าในระหว่างขั้นตอนซิวเลี่ยน เวลาที่ท่านไม่ระวังหกล้มหัวขะมำก็ไม่ถึงกับทำให้ท่านตกระดับชั้น เพราะด้านที่บำเพ็ญสำเร็จถูกแยกออกไปแล้ว เมื่อแยกออกไปแล้วก็จะไม่ทำให้ด้านที่บำเพ็ญสำเร็จและร่างมนุษย์ทำผิดด้วยกัน ฉะนั้นก็จะไม่ตกระดับชั้นอย่างง่ายๆ ที่พูดนี่หมายถึงการซิวเลี่ยนที่ปกติ แต่สำหรับคนเหล่าที่เดินไปยังฝั่งตรงข้ามในยามวิกฤติ หรือได้ประทุษร้ายต้าฝ่าและต้าฝ่าตี้จื่อนั้นั้นเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่พูดถึงการเป็นผู้ซิวเลี่ยน ข้อกำหนดต่อท่านในการยกระดับซินซิ่ง การปล่อยวางจิตยึดติดต่างๆ ของท่าน จุดนี้ต้องชัดเจนคลุมเคลือไม่ได้ ลดมาตรฐานต่ำลงไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะต้องรับผิดชอบต่ออนาคต ต่อจักรวาลและสรรพชีวิตในอนาคต ต้าฝ่าตี้จื่อจำนวนมากมายจะสำเร็จเป็นชีวิตที่ใหญ่มากในอนาคต จะโอบอุ้ม(ห่อหุ้ม บรรจุ)สรรพชีวิตไว้มากมาย กระทั่งสรรพชีวิตในปริมาณนับไม่ถ้วน ฉะนั้นหากมาตรฐานของท่านลดต่ำลง จักรวาลชั้นนั้นจะมีเวลาไม่ยืนยาว ท้องนภาชั้นนั้นจะมีเวลาไม่ยืนยาว ฉะนั้นจะต้องบรรลุถึงมาตรฐาน

แต่ท่านก็อย่าได้กระวนกระวายใจเพียงเพราะอาจารย์พูดอย่างนี้ ตลอดมาข้าพเจ้าไม่เคยบังคับพวกท่านให้ทำอะไร ท่านสามารถบำเพ็ญโดยปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับสภาพของสังคมคนธรรมดาสามัญให้มากที่สุด แต่ท่านเป็นผู้ที่ซิวเลี่ยน ท่านต้องรู้ว่าตัวท่านสมควรทำอย่างไร ท่านพยายามทำให้ดี พยายามปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของผู้ซิวเลี่ยน ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยอย่างมากที่พอได้ยินว่าอาจารย์พูดอะไรในใจก็กระวนกระวายขึ้นมาทันที พอกระวนกระวายใจขึ้นมาแล้วก็เดินไปทางสุดขั้วทันที อะไรก็ไม่ทำแล้ว ฉันก็จะทำแต่งานการเจิ้งฝ่า เป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะหนทางที่ต้าฝ่าตี้จื่อเดินในวันนี้คือหนทางซิวเลี่ยนของคนในอนาคต

ทุกท่านเห็นแล้วว่า ศาสนาก่อเกิดผลเช่นไรกับสังคมเมื่อศีลธรรมของมนุษย์ดำเนินไปสู่ความตกต่ำเสื่อมถอย ไม่เพียงแต่ไม่สามรถช่วยคนยังบ่อนทำลายความเชื่อถูกต้องของคน พูดถึงบาทหลวง หมอสอนศาสนา ผู้ออกบวช ผู้ซิวเลี่ยน คนธรรมดาสามัญฝากความเชื่อถือ ความศรัทธาที่พวกเขามีต่อเทพ(พระเจ้า) ฝากความหวังของพวกเขาไว้กับคนเหล่านี้ เมื่อคนเหล่านี้ปฏิบัติไม่ดี จึงไม่ใช่เฉพาะตัวเขาที่ปฏิบัติไม่ดี เวลากลุ่มผู้ซิวเลี่ยน หรือศาสนาเดินไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ตัวมันเดินไม่ถูกต้องแต่เพียงลำพัง มันจะทำให้สังคมทั้งหมดเสื่อมถอยและสร้างปัญหาให้กับคนกลุ่มใหญ่ ในเวลาเดียวกัน การไม่เชื่อถือในเทพ(พระเจ้าของพวกเขา สำหรับสรรพชีวิต สำหรับสรรพชีวิตที่เชื่อถือเทพ(พระเจ้า) นั่นเป็นเรื่องน่าสงสารที่สุดและน่าเศร้าใจที่สุด ฉะนั้นในอนาคตเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่มีรูปแบบของศาสนา บางทีในหนังสือแบบเรียนของมนุษย์ในอนาคตอาจจะมีองค์ประกอบของฝ่าสอดแทรกอยู่ข้างใน พวกที่สามารถทำได้ดี หรือทำได้ดีกว่าในกิจกรรมทางสังคม ก็อาจจะเป็นการกำลังซิวเลี่ยนแล้ว ต้าฝ่าตี้จื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านกระทำในวันนี้ หวนกลัวไปคิด พวกท่านไม่ใช่ได้ทำเช่นนั้นกันหรอกหรือ?  ต้าฝ่าไม่มีรูปแบบที่จะก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นการเมืองในสังคมของโลกนี้

ข้าพเจ้าต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างในอนาคตเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องที่สุด ฉะนั้นคนในอนาคตก็จะมีบุญวาสนา ในเมื่อสังคมมนุษย์จะตกทอดสู่อนาคต เช่นนั้นพูดถึงชีวิตในอนาคต พูดถึงสรรพชีวิต ณ แต่ละชั้นในอนาคตล้วนแต่มีบุญวาสนา เพราะนั่นคือโอกาส  นั่นคือส่วนหนึ่งของการที่ต้าฝ่าหยวนหยงชีวิต(หล่อหลอมชีวิตให้กลมกลืน) ฉะนั้นเปรียบเทียบกันแล้ว สังคมมนุษย์ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แตกต่างอย่างมากจากสังคมมนุษย์ในปัจจุบัน ไม่ใช่มีคนพูดกันมากมายหรอกหรือว่าคนในอนาคตมีบุญวาสนา? พูดถึงคนซิวเลี่ยนในอดีต บำเพ็ญได้ยากลำบากอย่างยิ่ง หลายๆ คนที่อยากจะซิวเลี่ยนจึงคิดหาวิธีออกมา ทนทุกข์ บำเพ็ญด้วยการทนทุกข์ทรมาน บำเพ็ญด้วยการทนทุกข์ทรมานสามารถชำระกรรมให้ลดน้อยลงได้ และเนื่องจากท่านซิวเลี่ยน ท่านจึงสามารถยกระดับสูงขึ้น แต่ถึงแม้จะทุ่มเทสุดกำลัง ระดับชั้นก็จำกัดมาก จำนวนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นสามภพ เพราะไม่มีฝ่ามาชี้นำให้พวกเขาบำเพ็ญ พวกเขาไม่รู้มาตรฐานของฝ่า ณ แต่ละชั้น ข้อกำหนด ณ แต่ละชั้น และชีวิตแต่ละระดับชั้น พูดถึงพวกเขาก็เป็นการยากที่จะรับผิชอบ ไม่ใช่เทพไม่มีความเมตตากรุณาแก่พวกเขา เพราะในจักรวาลมีกฎแห่งการเสริมสร้างซึ่งกันและกัน เป็นปฏิปักษ์ซึ่งกันและกันที่ออกฤทธิ์ ใครก็ตามเมื่อมีความคิดเกิดขึ้นมา มันจะผลิตธาตุที่ต่างกัน บวกและลบสองด้าน ท่านมีความคิดที่ดี ความชั่วร้ายก็จะขึ้นมา ความคิดชั่วร้ายของท่านก็จะบังเกิดผล ฉะนั้นคนซิวเลี่ยนจำนวนมากบอกว่า “ความดีความชั่วออกมาจากหนึ่งความคิด” แล้วใครจะรู้ว่าหลักการแท้จริงของคำพูดนี้คืออะไร? เทพไม่สามารถทำอะไรแบบง่ายๆ ลวกๆ  การช่วยคนไม่เรื่องเล็กๆ พระเยซูช่วยคน ทำในความดีเรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดชีวิตบนสวรรค์ยังต้องการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างล่ะ? ยังจับเขาตรึงไว้บนไม้กางเขนอีก? ดูอย่างผิวเผินเหมือนกำลังชำระกรรมให้มนุษย์ เหตูใดเทพต้องชำระกรรมให้มนุษย์ล่ะ? เหตุใดเทพที่สูงขึ้นไปอีกจึงไม่เข้ามายุ่งล่ะ? เหตุใดเทพจึงไม่สามารถชำระกรรมมนุษย์ให้ลดน้อยลงโดยตรงล่ะ? ในอดีตนี้คือกฎของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นอย่างนั้น ให้ข้าพเจ้าดูสิ่งที่จักรวาลเก่าขาดคือสติปัญญาทางด้านนี้  ฉะนั้นครั้งต่อไปจะไม่เป็นเช่นนี้ อนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มาก ฉะนั้นพูดถึงสรรพชีวิตในอนาคตจะดีงามทั้งหมด ความชั่วร้ายเช่นนั้นจะไม่คงอยู่

แต่เปรียบเทียบกันแล้ว แม้ว่ากฎแห่งการเสริมสร้างซึ่งกันและกัน เป็นปฏิปักษ์ซึ่งกันและกันจะไม่แน่นอนอีกต่อไปในอนาคต มันยังคงอยู่ ชีวิตด้านบวกและลบยังมีคงอยู่ ฉะนั้นเมื่อมาถึงชั้นที่ไม่ดีที่สุด ชั้นที่ต่ำสุด แม้ว่ามันจะไม่ชั่วร้ายเท่าชั้นที่ต่ำสุดของแต่ก่อน ชั้นที่ต่ำสุดยังคงไม่ดี คนในอนาคตนั้นมีบุญวาสนา ก็เพียงแต่เปรียบเทียบกับคนในปัจจุบัน จะมีเรื่องของการก่อกรรม การเจ็บปวดทุกข์ทรมานในการขจัดกรรมของมนุษย์จะมีปรากฏ ฉะนั้นก็จะมีสงคราม มีโรคระบาด มีภัยพิบัติ ต้องเป็นเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเมื่อมนุษย์มีกรรมใหญ่หลวง โดยไม่ชำระกรรม ชดใช้บาปด้วยการทนทุกข์ทรมาน มนุษย์ก็จะถูกทำลายทิ้งไป มนุษย์ไม่มีความเจ็บปวดก็จะไม่รู้จักว่าอะไรคือความสุข มนุษย์ที่ตรงนี้ไม่สามารถจะกลายเป็นเมืองสวรรค์ไปได้ เป็นเพราะมันมีความเจ็บปวด ที่ตรงนี้จึงสามารถซิวเลี่ยน ทำได้ไม่ดียังสามารถก่อกรรม  ฉะนั้นสังคมมนุษย์จะเป็นสภาพแวดล้อมที่พิเศษตลอดไป

 ให้บุญวาสนาใหญ่ที่สุดแก่มนุษยชาติ หมายความว่ามาตรฐานของมนุษยชาติในอนาคตจะไม่ต่ำเหมือนมนุษยชาติในปัจจุบัน ซึ่งก็คือความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่สุด (เสียงปรบมือ) เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่ชั่วร้าย พูดอย่างเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมก็ต้องยกระดับสูงขึ้น ความทุกข์จะไม่ต่ำขนาดนั้น ทุกยิ่งทุกอย่างจะถูกคงไว้ ณ มาตรฐานที่สูงกว่ามนุษยชาติในปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกกำหนดไว้บนรากฐานของฝ่าในชั้นนี้ ฉะนั้นพูดถึงคนในอนาคต คนที่สามารถเดินเข้าสู่อนาคตล้วนแต่มีบุญวาสนา เพราะเหตุใดหรือ? เพราะต้าฝ่าเคยเผยแพร่อยู่ตรงนี้ เพื่อต้าฝ่าพื้นที่ตรงนี้ถูกจัดสร้างขึ้นมา ชีวิตของที่ตรงนี้ก็ได้อุทิศในส่วนของพวกเขา ประวัติสามารถก้าวมาถึงจุดนี้วันนี้ ก็นับว่าพวกเขามีคุณูปการ(ความดีความชอบ) ฉะนั้นต้องให้บุญวาสนาแก่ชีวิตในอนาคต แก่คนในอนาคต

แน่นอนสิ่งนี้ไม่เรื่องที่ง่ายๆ ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาบล้วนแต่เสริมสร้างซึ่งกันและกัน เชื่อต่อซึ่งกันและกัน และหยวนหยง(ประสานกลมกลืน) ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ และมูลเหตุอยู่ตรงนี้ ฉะนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้นบนโลก อันที่จริงมิติต่างๆ ระดับชั้นต่างๆ ทั่วทั้งจักรวาลก็ยกระดับอาณาจักรเขตแดนสูงขึ้นอย่างสอดคล้องกัน ทุกๆ ระดับชั้น ในเมื่อสามภพที่แห่งนี้มาตรฐานยกระดับสูงขึ้นแล้ว เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู ท่านไม่สามารถยกระดับขึ้นไปอยู่กับเทพ ฉะนั้นที่ๆ เทพอยู่ยังต้องยกระดับขึ้นไป เทพชั้นนี้ยกระดับขึ้นไปยังเทพชั้นนั้นก็ไม่ได้ เทพชั้นนั้นยังต้องยกระดับขึ้นไป หมายความว่ามาตรฐานของทุกๆ ชั้นก็ยกระดับสูงขึ้นแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าสภาพแวดล้อมของทุกๆ ชั้นก็ดีขึ้น แน่นอนสามารถบรรลุสิ่งเหล่านี้ กลไกของท้องนภา สติปัญญาและความสามารถของฝ่าจำต้องบรรลุถึงจุดนี้ จึงจะสามารถทำให้รูปแบบการคงอยู่ของชีวิตและทุกๆ ด้านเปลี่ยนแปลงเป็นดีงามทั้งหมด

สิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่อประสบคือสร้างชีวิตที่ดีที่สุดของอนาคต ฉะนั้นสำหรับพวกท่านข้อกำหนดของซินซิ่ง ก็คือมาตรฐานที่พวกท่านในฐานะคนซิวเลี่ยนสามารถจะบรรลุ ณ จุดนี้จะต้องชัดเจน จะคลุมเคลือไม่ได้ จะต้องบรรลุถึงมาตรฐาน

ฝ่ากำหนดให้ท่านปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำรงชีวิตของคนธรรมดาสามัญในสังคมนี้ให้มากที่สุด ฉะนั้นเพื่อให้ท่านสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้คนดูพวกท่านเป็นคนแปลกประหลาดไม่ได้ ถึงแม้พวกเรามีผู้ออกบวชบำเพ็ญอยู่เป็นจำนวนมาก อันที่จริงศาสนาก็เป็นรูปแบบหนึ่งของสภาพสังคมมนุษย์ในปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนี้หนทางที่พวกท่านเดิน ความจริงก็เป็นการวางรากฐานให้กับชีวิตในอนาคต ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใช้พวกท่านมาเป็นเครื่องทดลอง ฝ่ามีอยู่นานแล้ว พวกท่านกำลังทำภาคปฏิบัติ และมันเป็นเพียงขั้นตอนอย่างนี้ งานของการเจิ้งฝ่าจะต้องสำเร็จ พวกท่านอาจเคยได้ยินจากคำพยากรณ์ต่างๆ หรือบุคคลที่มีความสามารถบอกว่า มนุษย์มีภัยพิบัติแบบนี้ มีภัยพิบัติแบบนั้น แต่ไม่มีใครกล้าบอกว่างานการเจิ้งฝ่าเรื่องนี้จะไม่สำเร็จ เพราะมันจะต้องสำเร็จ เพราะไม่ว่าชีวิตจะสามารถปฏิบัติข้อกำหนดซึ่งต้าฝ่ามีต่อเขาให้เป็นจริงได้หรือไม่ การเจิ้งฝ่าก็ต้องสำเร็จ เพราะในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าหากมนุษย์ดำเนินข้ามไปไม่ได้ ฝ่าจะสร้างชีวิตทั้งหมดขึ้นมาใหม่ อะไรที่ขาด ในฝ่าจะมีสิ่งนั้น เพราะเขามีสำเร็จอยู่แล้ว พูดถึงความเมตตากรุณา คือข้าพเจ้าต้องการให้ชีวิตในรอบเก่า เมื่อหล่อหลอมให้กลมกลืนแล้วเข้าไปสู่ชีวิตในรอบใหม่ นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการจะทำ

ในประวัติศาสตร์ผู้คนได้ยินชีวิตในระดับชั้นต่างๆ พูดถึงความเมตตากรุณาอย่างนั้น ความเมตตากรุณาอย่างนี้ ยิ่งกว่านั้นเทพ ณ ระดับชั้นสูงมากๆ ก็พูดถึงความเมตตากรุณา แต่ความเมตตากรุณาของพวกเขาล้วนแต่มีมาตรฐาน ล้วนแต่ไม่หลุดพ้นจากความเข้าใจและอาณาจักรเขตแดนของพวกเขา แต่ความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่แบบนี้ระหว่างการเจิ้งฝ่า สำหรับสรรพชีวิตทั่วทั้งจักรวาล เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน อะไรเรียกว่าบุญคุณพุทธโอฬารพันลึก(ยิ่งใหญ่เกรียงไกร)? (เสียงปรบดังกึกก้อง) แน่นอนสรรพชีวิตในอนาคตจะมองเห็นการช่วยเหลือสรรพชีวิตของต้าฝ่าตี้จื่อ เมื่อพวกท่านบำเพ็ญสำเร็จ สรรพชีวิตในอนาคตก็จะรู้ถึงบุญคุณพุทธโอฬารพันลึก(ยิ่งใหญ่เกรียงไกร)ของพวกท่าน คนในอนาคตกลับจะไม่รู้จักข้าพเจ้า มีเพียงพวกท่านที่สามารถจะรู้จักข้าพเจ้า เป็นเพราะพูดถึงสรรพชีวิตในอนาคตแล้วไม่จำเป็นต้องรู้… อันที่จริงก็ไม่คู่ควรจะรู้จัก รู้จักพวกท่านก็พอแล้ว เดิมทีก็ไม่มีใครรู้จักข้าพเจ้าอยู่แล้ว ฉะนั้นในอนาคตพวกเขายังคงไม่รู้จัก (อาจารย์หัวเราะ) (เสียงปรบมือกึกก้อง)

ชีวิตนั้นสลับซับซ้อนอย่างมาก อันที่จริงในภาคปฏิบัติข้าพเจ้าก็ได้ทำให้คนสำเร็จเป็นเทพเรียบร้อยแล้ว กายเนื้อของตัวข้าพเจ้าก็กำลังควบคุมจัดการโลกฝ่าหลุนอยู่แล้ว และในอนาคตพวกท่านจะเห็นตัวข้าพเจ้ามากมายในอดีต เมื่อถึงเวลานั้นบางทีพวกท่านอาจจะคิดว่าพวกเขาคือข้าพเจ้า แท้จริงแล้วธาตุแท้ขององค์หลักแท้จริงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าที่เป็นหลักแท้จริง เป็นการยากอย่างยิ่งที่ชีวิตจะรู้ แต่ข้าพเจ้ารู้ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกท่าน (อาจารย์หัวเราะ) (เสียงปรบมือยาวนาน)

เวลามา ข้าพเจ้าได้เดินผ่านขั้นตอนเดินลงมาทีละชั้นทีละชั้น พูดถึงเทพที่สูงมากๆ จะมีสามองค์หนึ่งร่าง สามองค์หนึ่งร่าง ณ ระดับชั้นที่ต่างกันจะเป็นความคิดที่ต่างกัน ความเข้าใจที่ต่างกัน ณ ระดับชั้นที่สูงมากๆ ที่มีรูปลักษณ์ สามองค์หนึ่งร่างคือ กายจริง จิตวิญญาณจริงและความคิด เป็นสามองค์หนึ่งร่างเช่นนี้ นี้คือสภาพการณ์ ณ ระดับชั้นที่สูงมากๆ ตรงนั้น ระดับชั้นที่สูงขึ้นไปอีกก็จะไม่เป็นเช่นนั้น ที่นั่นความคิดและร่างกายคือหนึ่งร่าง แยกไม่ออก  ข้าพเจ้าก็จะพูดจากระดับชั้นของเทพที่มีรูปลักษณ์  นั่นคือร่างจริง จิตวิญญาณจริงและความคิด สามองค์หนึ่งร่าง

เมื่อข้าพเจ้าเดินลงมาถึงระดับชั้นที่มีรูปลักษณ์ ข้าพเจ้าก็เริ่มสร้างกายจริง หลังจากนั้นก้าวเข้าสู่ท้องนภาใหญ่ทีละก้าวทีละก้าว เดินลงมา ทุกๆ ครั้งข้าพเจ้าจะลงมาด้วยกายจริงตามลำพัง หมายความว่ากายจริงก็คือข้าพเจ้าที่แท้จริง ข้าพเจ้าบอกกับพวกท่านตลอดมา ข้าพเจ้าบอกว่าข้าพเจ้าคือชั้นผิวบนที่สุด ผิวหนังจริงก็คือข้าพเจ้า เพราะไม่ว่าจะ ณ ระดับชั้นใดข้าพเจ้าก็สร้างชั้นผิวบนที่สุด สร้างกายจริง มาถึงที่ตรงนี้ของมนุษย์ ข้างในกายเนื้อก็มีกายจริง (เสียงปรบมือ) ฉะนั้น ณ ระดับชั้นต่างๆ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านไป ข้าพเจ้าได้ทิ้งจิตวิญญาณจริงของข้าพเจ้าไว้ไม่น้อย พวกเขาล้วนคือจิตวิญญาณจริงของข้าพเจ้า ณ ระดับชั้นต่างๆ ในอดีต อยู่ท่ามกลางวันเวลาอันยาวนาน  พวกเขาบางคนคิดว่าข้าพเจ้าคงไม่สามารถกลับไปแล้ว พวกเขาจึงเสก(แปลง)ร่างกายขึ้นมาหนึ่งร่าง เหมือนกับข้าพเจ้าในเวลานั้นทุกประการ จึงพูดว่าในจักรวาลในอนาคต พวกท่านจะเห็น(ร่าง)อดีตมากมายของข้าพเจ้า พวกเขาสามารถหล่อหลอมให้กลมกลืนแล้วเข้าสู่จักรวาลใหม่ของอนาคตได้ทั้งหมด เพราะนั่นคืออานุภาพแห่งคุณธรรมและบุญวาสนา --- lคยเป็นข้าพเจ้า ทุกๆ ครั้งข้าพเจ้าจะเดินลงมาด้วยกายจริง ฉะนั้นพูดถึงกายจริง ทุกครั้งเมื่อร่างกายจะลงมา พวกเขาล้วนแต่ไม่อยากให้ข้าพเจ้าลงมา ต่างรู้ว่าการลงมานั้นจะประสบกับความลำบากอย่างมาก เท่ากับการถูกทำลาย เทพองค์หนึ่งไม่ว่าจะมาจากระดับสูงเพียงใด สุดท้ายเมื่อมาถึงที่ตรงนี้ของมนุษย์ ในสายตาของเทพ โดยมูลฐานหมายความว่าเทพองค์ตายไปแล้ว ฉะนั้นทุกๆ ชั้นที่ลงมาจากต้นจนจบข้าพเจ้าสร้างกายจริงตลอด และแม้ว่ากายจริงนี้ได้เดินผ่านระดับชั้นต่างๆ จำนวนมากมายในประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ผิวหนังผืนนี้โดยแท้จริงมาจากที่ใด? คือใคร? ไม่มีชีวิตใดสามารถจะเข้าใจ ครั้งนี้ข้าพเจ้าลงมาเกิดในโลกมนุษย์ในร่างกายมนุษย์ เป็นชั้นผิวบนที่สุดของมนุษย์ สิ่งที่แตกต่างคือข้างในกายเนื้อมีกายจริง แต่ที่มาของธาตุแท้ที่สุดของข้าพเจ้าไม่มีชีวิตสามารถตรวจสอบได้ชัดเจนและเข้าใจ เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดว่าเป็นการยากที่ชีวิตในอนาคตจะรู้จักข้าพเจ้า ความหมายเป็นอย่างนี้

ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งที่พูดในวันนี้นับว่าสูงมาก (เสียงปรบมือ) อย่างไรก็ตาม พูดถึงต้าฝ่าตี้จื่อ เมื่อฟังแล้ว พวกท่านได้ฟังแล้วก็อย่าให้เกิดจิตยึดติดใดๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไประหว่างขั้นตอนซิวเลี่ยน พวกท่านบางคนก็จะรับรู้ และบางคนอาจจะรับรู้ทั้งหมดเมื่อบรรลุหยวนหมั่นสุดท้ายแล้ว

พูดมาถึงหยวนหมั่น การหยวนหมั่นของพวกท่านจะไม่เกิดขึ้นในลักษณะฉับพลันทันทีเหมือนผู้ฝึกตานในอดีตซึ่งระเบิดเปิดออกในทันที ไม่ใช่ในสภาวะเช่นนั้น เช่นนั้นการหยวนหมั่นของต้าฝ่าตี้จื่อจะมีสภาวะเป็นอย่างไร? ด้านนั้นของพวกท่านซึ่งบำเพ็ญสำเร็จจะรู้หมดทุกอย่าง นั่นก็ท่าน รอจนเมื่อชั้นผิวบนสุดของท่านอันเล็กน้อยส่วนนี้ข้ามไป ก็จะเหมือนกับท่านนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาตามธรรมชาติ เป็นสภาวะเช่นนี้ไม่มีการสั่นสะเทือน (เสียงปรบมือ)

ในระหว่างซิวเลี่ยนพวกท่านได้รับรู้ถึงหลักการ(ความจริง)ของฝ่าที่ต่างกันจากในหนังสือ นั่นเป็นเพียงความเข้าใจเล็กๆ น้อยๆ ณ มนุษย์ตรงนี้ พวกท่านทราบ หลักการ(ความจริง)ของพุทธอันแท้จริงไม่สามารถจะเปิดออกมาทั้งหมดต่อหน้าให้กับคนซิวเลี่ยนซึ่งยังมีชั้นผิวบนของร่างคนอยู่ ฉะนั้น ณ ฝั่งนี้ท่านเพียงแต่มีความเข้าใจโดยสรุป(ในลักษณะรวมๆ) แบบหนึ่ง ในขณะที่ด้านนั้นที่บำเพ็ญสำเร็จแล้วเป็นความเข้าใจของอาณาจักรเขตแดนนั้นๆ ทั้งหมดแล้ว จึงพูดว่า ในระหว่างที่ท่านซิวเลี่ยน ด้านที่บำเพ็ญสำเร็จ ท่านควรอยู่ ณ ระดับชั้นใด ในอาณาจักรเขตแดนของจักรวาลนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในแต่ละระดับชั้นที่อยู่ต่ำลงมาจากท่าน ทั้งหมดท่านจะรู้ และอยู่ภายในสายตาทั้งสิ้น ฉะนั้นด้านนั้นที่บำเพ็ญสำเร็จจะเป็นเช่นนี้ทั้งหมด ตลอดไปจนกระทั่งบำเพ็ญจบสมบูรณ์ ก็จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างโดยอัตโนมัติทั้งหมด ภายนอกดูเหมือนตื่นขึ้นจากการนอนหลับสนิท “เอาล่ะ” ท่านควรต้องทำอะไรก็ไปทำ เป็นเช่นนี้ (เสียงปรบมือ)

ความคิดในเวลานั้นจะไม่เป็นรูปแบบและเค้าโครงของความคิดในแบบของมนุษย์ เพราะด้านที่บำเพ็ญสำเร็จแล้ว เค้าโครงความคิดจะทำไปตามมาตรฐานที่ดีที่สุดของเทพ รูปแบบความคิดอย่างนี้จะไม่เข้าไปในความคิดชั้นที่ต่ำ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ณ ชั้นที่ต่ำพวกท่านรู้ทั้งหมด พวกท่านทราบ อันที่จริงจะเป็นพระพุทธเจ้าศากยมนีก็ดี เทพหรือพุทธองค์อื่นๆ ก็ดี พวกเขารู้กระทั่งความคิดของวัวควายและม้า รู้กระทั่งความคิดของชีวิตที่ต่ำลงไปอีก รู้ทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น แต่พวกเขาจะไม่เข้าไปในนั้น ก็อะไรก็รู้ทั้งหมด ก็เพียงเท่านั้น ในอนาคตเมื่อต้าฝ่าตี้จื่อบำเพ็ญสำเร็จ ท่านจะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างล่างอย่างทะลุปรุโปร่ง รู้อะไรอะไรทั้งหมด แต่รูปแบบความคิดของท่านจะไม่เหมือนกับของพวกเรา จะไม่เข้าไปในนั้น จะเป็นความคิดในอาณาจักรเขตแดนนั้นของท่านโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นในอนาคต ณ เวลาที่หยวนหมั่น บางทีอาจเหมือนตื่นขึ้นมาจากนอนหลับ เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างโดยอัตโนมัติ เพราะด้านที่บำเพ็ญสำเร็จของท่านอยู่ฝั่งนั้นเป็นเวลานานมากแล้ว เวลา ณ ฝั่งนั้นไม่เหมือนกับเวลาบนโลก ท่านที่ฝั่งนั้นอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานมากแล้ว รู้ทุกสิ่งทุกอย่างดี ท่านที่ฝั่งนี้เมื่อส่วนเล็กน้อยสุดท้ายข้ามไปก็จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง (เสียงปรบมือ)

          ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดกับพวกท่านว่า คนซิวเลี่ยนในอดีตเวลาไคอู้(การรับรู้เปิด) เขาต้องระเบิดตาน เวลาระเบิดตาน ตานในทุกๆ มิติก็ต้องระเบิด ฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อผืนแผ่นดินอย่างมาก จะมีภูเขาถล่ม เสียงคลื่นคำรามครั่นครืน จะมีการสั่นสะเทือนอย่างใหญ่หลวง สิ่งเหล่านี้จะปรากฏ ต้าฝ่าตี้จื่อจำนวนมากขนาดนี้ อีกทั้งมีระดับชั้นของการซิวเลี่ยนสูง โอ้… ถ้าเป็นแบบนี้จะทำอย่างไร จะเกิดมหันตภัยใหญ่หลวงสักเพียงใดกับสังคมมนุษย์? จะมีเป็นเช่นนั้น ทั้งหมดจะเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ฉะนั้นฝ่าชุดนี้ ในระยะแรกเมื่อเริ่มทำเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้คำนึงถึงสิ่งต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้ว ในฝ่าชุดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่หยวนหยง(ประสานกลมกลืน)ที่สุด ดีที่สุด

          มีอีกประเด็นหนึ่ง พวกเราผู้ฝึกจำนวนมาก ในความคิดคำนึงถึงเรื่องต่างๆมากมาย สิ่งนั้นสิ่งนี้ อันที่จริงเพียงแต่คิด(ท่าน)ก็ตกจากอาณาจักรเขตแดนแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องสนใจทั้งหมด อาจารย์มีความเมตตากรุณา ต้องจัดวางให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน (เสียงปรบมือ) ท่านไม่ต้องคิดว่านั่นเป็นความเมตตากรุณาที่อาจารย์มีต่อพวกเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่ท่านบำเพ็ญได้มา นั่นคือสิ่งที่สร้างขึ้นมาจากอานุภาพแห่งคุณธรรมด้วยตัวท่านเอง อาจารย์จึงทำให้พวกท่าน

          ข้าพเจ้าก็จะพูดเพียงเท่านี้ (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

          ใครที่ทำได้ไม่ดี ให้รีบเร่งก้าวรุดไปข้างหน้า พวกเรายังต้องจัดการประชุมฝ่าฮุ่ยต่อไป ทุกท่านต้องเดินทุกๆ ก้าวให้ดี ยิ่งดำเนินมาถึงช่วงเวลาที่ดีมากเท่าใด ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน โอกาสแห่งวาสนาจะยิ่งน้อยลง ฉะนั้นต้องพยายามทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ต้าฝ่าตี้จื่อสมควรทำ แต่พวกท่านต้องไม่เดินสุดขั้ว ท่านต้องไม่เดินสุดขั้วใดๆ ทันทีที่เดินสุดขั้ว ท่านก็จะทำให้หนทางที่ข้าพเจ้าจัดวางให้ท่านและข้อกำหนดซึ่งฝ่ามีต่อท่านเสียหาย ท่านก็ทำในสิ่งที่ท่านควรทำไปตามปกติ พรุ่งนี้หยวนหมั่น วันนี้ท่านยังไม่รู้ ท่านยังคิด บอกว่าฉันยังอยากจะเปิดบริษัททำธุรกิจ เช่นนั้นท่านก็ทำไป ข้าพเจ้าจะหยวนหยงทุกสิ่งทุกอย่างให้ท่านเอง ท่านไม่ต้องคิดสิ่งใด ให้ทำในสิ่งที่ท่านควรทำ(เสียงปรบมือกึกก้อง)

          สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้การประชุมฝ่าฮุ่ยแวนคูเวอร์ของพวกเราประสบความสำเร็จ ขอบคุณทุกท่าน (เสียงปรบมือยาวนาน)

หลี่ หงจื้อ

2003-5-18 

 


กลับไปสารบัญ

กลับไปหน้าแรก


หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
 info@falunthai.org