ฝ่าหลุนต้าฝ่า
บทความใหม่ของอาจารย์
กลับไปสารบัญ
สวัสดีทุกท่าน,การประชุมฝ่าบางแห่งข้าพเจ้าสามารถไปร่วมได้ บางแห่งไม่แน่ว่าจะสามารถไปร่วมได้ ท่านทั้งหลายล้วนทราบดี เดี๋ยวนี้ ศิษย์ต้าฝ่ายิ่งมีสภาวะธรรมสุกงอมยิ่งขึ้น,
ในการ ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า บนเส้นทางแห่งเทพนี้ ท่านทั้งหลายต่างทราบดีว่า ควรทำอย่างไร ในช่วงระยะนี้ข้าพเจ้ายิ่งพูดน้อย ก็ยิ่งจะเป็นผลดีต่อท่านทั้งหลาย เหตุใดจึงพูดเช่นนี้ ? ช่วงเวลานี้คือ
การให้โอกาสท่านทั้งหลายฝึกฝนตนเอง
ให้โอกาสท่านทั้งหลายสถาปนาธรรมานุภาพของพวกท่าน ดังนั้นข้าพเจ้าไม่อาจให้พวกท่าน
พอมีเรื่องอะไรก็ไม่ได้ผ่านการพิจารณาใคร่ครวญของตนเอง,
เดินออกมาบนทางของตนเอง โดยไม่อยู่ในท่ามกลางการยืนยัน(พิสูจน์)มรรคผลของท่าน ให้อาจารย์คอยนำทางอยู่เรื่อยไป เรื่องที่เป็นรูปธรรมของการ ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า
ก็ให้ข้าพเจ้าคอยบอกว่าควรทำอย่างไร
ให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ การ
หยวนหมั่น ของ ศิษย์ต้าฝ่า ,มรรคผล ,ระดับชั้น ล้วนแต่ไม่ใช่ระดับต่ำ และ
ความรับผิดชอบต่อสรรพชีวิตในอนาคตก็ใหญ่หลวงมาก
ฉะนั้นหากพวกท่านไม่มีธรรมานุภาพเช่นนั้น
ไม่เดินออกมาบนเส้นทางของตนเอง
ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อต้องทำตามลำพัง ด้วยตนเอง ให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้
ข้าพเจ้าจึงตั้งใจให้โอกาสเช่นนี้กับท่านทั้งหลาย ให้ท่านฝึกฝนตนเองให้สุกงอม
แท้จริงแล้วข้าพเจ้า กำลังเฝ้าตรวจสอบดู
อยู่อย่างเงียบๆ
เพราะท่านทั้งหลายกำลังบำเพ็ญอยู่มิใช่หรือ จึงย่อมจะมีจิตของคนธรรมดาสามัญอยู่ มีจิตของคนธรรมดาสามัญอยู่จึงสามารถบำเพ็ญได้
,มีจิตของคนธรรมดาสามัญอยู่ มันจึงแสดงออกมา
ฉะนั้นเมื่อท่านกำลังทำเรื่อง ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า ทั้งที่ทำร่วมกัน และทำตามลำพัง พวกท่านล้วนสามารถใคร่ครวญด้วยตัวเอง คิดแก้ปัญหายากๆเอง ในการพิจารณาใคร่ครวญ
จะใช้ทัศนคติของคนธรรมดาสามัญ
หรือจะใช้ความคิดเป็นจริงของผู้บำเพ็ญ
เรื่องที่ทำออกมาย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน
พวกท่านร่วมมือกันทำก็เป็นอย่างนี้, เมื่อท่านร่วมปรึกษาซึ่งกันและกัน ก็จะแสดง(จิตของคนธรรมดาสามัญ)
ออกมาเช่นกัน
กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันในบางปัญหา
แน่นอนว่านี่ย่อมเกิดจากการมีจิตของคนธรรมดาสามัญอยู่ แต่ว่าก็มีด้านที่ดีอยู่ในนี้ด้วย คือในการโต้เถียงกัน
จะทำให้มองเห็นจิตยึดติด มองเห็นข้อบกพร่อง หากยึดถือฝ่าเป็นอันดับหนึ่ง ปล่อยวางตนเอง
ก็จะสามารถใช้ ความคิดที่เป็นจริง แก้ไขปัญหาได้ ก็จะตัดสิน สรุปได้เร็ว ในการ ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า
ก็จะทำได้ดี ที่จริงเวลานี้
เมื่อเปรียบกับเมื่อหลายปีก่อน ก็ดีกว่ามากแล้ว
ท่านทั้งหลายได้บรรลุวุฒิภาวะแล้ว
วันนี้ข้าพเจ้าไม่อยากพูดมาก
ที่สำคัญคือ จะพูดเรื่องการ อธิบายความจริง สักหน่อย
พูดถึงปัญหาการ อธิบายความจริง ผู้ฝึกจำนวนมากกำลังคิดว่า จุดประสงค์ของการ อธิบายความจริง
ของพวกเราก็คือการเปิดโปง สิ่งชั่วร้าย.
,ควบคุมมันไว้ นำมันออกมาอยู่ในที่แจ้ง
สามารถทำให้คนทั่วโลกมองเห็นมันอย่างแจ่มชัด ทำให้ สิ่งชั่วร้าย
เหล่านี้ไร้ที่หลบซ่อน
นี่เป็นสิ่งที่พวกท่านต้องทำ
แต่ว่า
นี่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของการ อธิบายความจริง คือ การช่วยเหลือสรรพชีวิต
ภาระรับผิดชอบที่ ศิษย์ต้าฝ่า
คนหนึ่งๆ
ต้องแบกรับในอนาคตนั้นใหญ่หลวงมาก
มีสรรพชีวิตมากเพียงไรที่ต้องการให้ท่านไปช่วยเหลือ มีชีวิตมากเพียงไรต้องการให้ท่านไปกอบกู้ ในระหว่างนี้ตัวพวกท่านเอง
ยังต้องหล่อหลอม
และทำให้มรรคผลของพวกท่านสมบูรณ์
และในนั้นรวมถึงสิ่งที่จำเป็นทั้งหลาย
,สรรพชีวิตนับไม่ถ้วน,ธรรมานุภาพของพวกท่าน
และสิ่งที่เป็นของเทพล้วนแต่อยู่ในนั้น
ดังนั้นข้าพเจ้ามักพูดเสมอว่า
ในท่ามกลางการ ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า จงทำเรื่องทั้งสามของ ศิษย์ต้าฝ่า ให้ดี ทุกสิ่งล้วนอยู่ในนั้น ดังนั้นจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของการ
อธิบายความจริง ของพวกท่านคือ
การสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิตได้มากยิ่งๆขึ้น เมื่อกำลัง อธิบายความจริง อยู่ นี่คือเรื่องอันดับหนึ่ง นี่คือจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการ
อธิบายความจริง ของพวกท่าน
การประทุษร้ายครั้งนี้ ไม่ว่า กลุ่มอิทธิพลเก่า
จะจัดวางไว้อย่างไร,
คนชั่วบนโลกจะทำเรื่องชั่วร้ายอย่างไร,
สิ่งชั่วร้าย ในแต่ละมิติจะกำเริบเสิบสานในการทำร้าย ศิษย์ต้าฝ่า
มากเพียงไร
แพร่(ข้อมูล)พิษใส่ชาวโลกไปมากเท่าไร
ท่านทั้งหลายเคยคิดไหมว่า
พวกมันสามารถทำลาย ต้าฝ่าได้ไหม?
ทำไม่ได้แน่นอน
พวกท่านก็ได้มองเห็นแล้ว ว่า ผ่านช่วงประวัติศาสตร์ 4
ปีที่ชั่วร้ายที่สุดของการประทุษร้าย
นอกเหนือไปจากที่ ศิษย์ต้าฝ่า เราฝึกฝนตนท่ามกลางการ ประทุษร้าย
นี้จนสุกงอมแล้ว, แจ่มชัดแล้ว, สุขุมเยือกเย็นแล้ว, ท่านทั้งหลายยิ่งเปี่ยมด้วยสติปัญญา
มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว , ความคิดที่เป็นจริง ยิ่งเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆแล้ว,
วันเวลาที่จะคืนกลับสู่ตำแหน่งเดิมยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังมีอะไรอีกเล่า ? ไม่ใช่เช่นนี้หรอกหรือ ? เหล่า ศิษย์ต้าฝ่า ที่ถูก ประทุษร้าย
จนเสียชีวิต ไม่ใช่ หยวนหมั่น กันแล้วหรือ ? ท่ามกลางการ ประทุษร้าย
นี้มีคนส่วนหนึ่งไม่บำเพ็ญอีกแล้ว
,พวกที่ไปไม่ไหวแล้ว ก็ร่อนออกไป ที่เหลืออยู่ก็คือทอง
แน่นอนละ ในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่ง เมื่อได้ศึกษา ฝ่า ของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็จะดูแลเขา ก็จะถือว่าเขาเป็น ศิษย์ต้าฝ่า เป็นผู้ฝึก
และปฏิบัติต่อเขาในฐานะนี้
ตัวเขาเองไม่ก้าวเข้ามาอย่างแท้จริง
นั่นก็เป็นเรื่องของตัวเขาเอง
ดังนั้นท่านทั้งหลายต้องเข้าใจประเด็นนี้อย่างแจ่มชัด การประทุษร้าย ทั้งปวงในครั้งนี้ก็ดี สิ่งที่กลุ่มอิทธิพลเก่า จัดวางไว้ทั้งหมดก็ดี ที่แท้แล้วก็อยู่ในการคาดการณ์เรื่อง การ
เจิ้งฝ่า นี้ของข้าพเจ้าตั้งนานแล้ว
พวกมันทำร้ายฝ่าไม่ได้, การประทุษร้ายครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ยอมรับ
นี่เป็นเรื่องแน่ชัด
,ชีวิตหนึ่งที่ได้ฟังฝ่าของข้าพเจ้าแล้ว
ผู้ที่บำเพ็ญอยู่ในต้าฝ่าของข้าพเจ้า
จะถูกพวกมันควบคุมตามอำเภอใจ,กระทั่งถูกทำร้ายจนตายได้หรือ
?
นี่เป็นสิ่งที่พวกมันต้องชดใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน แน่นอนยังคงมีปัจจัยอื่นอยู่ในนั้น
ผู้ที่ทำได้ดีจริงๆพวกมันก็ไม่กล้าแตะต้องแน่ ปฏิเสธสิ่งที่ กลุ่มอิทธิพลเก่าจัดวางไว้ ,มี
ความคิดที่เป็นจริง เพียงพอ
พวกมันย่อมทำอะไรไม่ได้
หรือพูดได้ว่าในช่วงเวลานี้
ไม่ว่าจะมีการ ประทุษร้าย อย่างไร
ถ้า ศิษย์ต้าฝ่า ใจเที่ยงตรงมาก
มีความคิดถูกต้องพอ
สามารถเข้าใจแจ่มชัด
รับรู้เรื่องทั้งปวงด้วยใจสงบ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้มาก
พวกท่านต้องเข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า การบำเพ็ญของ ศิษย์ต้าฝ่า
เริ่มต้นก้าวออกมาจากความเป็นคน
ก้าวออกมาจาก ท่ามกลาง เทียนถี่ เก่า ซึ่งถูกควบคุมโดยองค์ประกอบนานาชนิด ที่ประกอบขึ้นเป็นจักรวาลเก่าอันไร้ขอบเขต สรรพชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วน,
พัฒนาออกมาจากสภาพแวดล้อม สุดท้ายของเทียนถี่แห่ง ช่วงสุดท้ายของ (วัฏฏะ )
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมลง
ดับสูญ
ใครสามารถก้าวออกมาได้?
หลุดพ้นจากทั้งหมดนั้น
สามารถก้าวสู่อนาคตได้อย่างแท้จริง
นั้นยากจริงๆ
อันที่จริงความยุ่งยากที่พวกท่านประสบ
ในการบำเพ็ญท่ามกลาง การ ประทุษร้าย ครั้งนี้ นี่เป็นปรากฏการณ์ในหมู่มนุษย์ แท้จริงแล้ว สิ่งที่อยู่นอกสภาพแวดล้อม ของ
คนธรรมดาสามัญนั้น
คนในโลกจะมองไม่เห็น
ในอีกมิติหนึ่งนั้นเป็น เรื่องที่รุนแรงยิ่งกว่า เป็นขั้นตอน ของการดับสลาย แล้วสร้างใหม่ที่
มโหฬาร น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง สรรพชีวิต
ทั่วทั้งจักรวาล
ล้วนกำลังจ้องมองเรื่องนี้กันอยู่
เทพนับไม่ถ้วนล้วนกำลังเฝ้าดูอยู่
ในการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารทั้งปวงนี้
ก็รวมถึง องค์ประกอบ ของการ ยืนยันความเป็นจริงของต้าฝ่า
ที่ปรากฏออกมาในหมู่ชาวโลก ในปัจจุบัน คือ
เรื่องทั้งสาม ที่พวกท่านทำกันอยู่
พูดถึงปรากฏการณ์ของ สิ่งชั่วร้าย
นั่นคือ ความบ้าคลั่งอย่างไร้สติ ก่อนการดับสลาย เพื่อสร้างเงื่อนไขของการ หยวนหมั่น ของ ศิษย์ต้าฝ่า
ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารนี้ การ
อธิบายความจริง ได้กลายเป็นวิธีการสำคัญของการช่วยเหลือ สรรพชีวิต
และชาวโลกไปแล้ว ฉะนั้น
ต้าฝ่ามอบสติปัญญาให้พวกท่าน
มอบความสามารถมากมายให้พวกท่าน
ก็ล้วนปรากฏอยู่ในช่วงนี้แล้ว
ผลการอธิบายความจริงของพวกท่าน
ย่อมก่อให้เกิดผลสะท้อนแบบห่วงโซ่ชนิดหนึ่ง แน่นอน หลังจากคนๆหนึ่งเข้าใจ ความจริงแล้ว เขารู้แล้วว่า อ้อ ! ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ,
ที่แท้ต้าฝ่าดีอย่างนี้เอง
คนที่เข้าใจความจริงอาจจะเกิดความคิดที่จะบำเพ็ญ บางคนอาจเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ
อย่างมาก บางคนอาจช่วยสนับสนุน บรรดาผลสะท้อนที่เกิดจากกการ อธิบายความจริง
ก็คือการที่ความจริง ขยายกว้างออกไปจากคน สู่ คน
จากใจ สู่ ใจ องค์ประกอบ ของ
สิ่งชั่วร้าย กำลังสูญเสียสภาพแวดล้อม
ต้าฝ่า กับ องค์ประกอบที่เป็นจริงกำลัง ฟื้นฟู และเสริมทุกสิ่งให้แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็พุ่งเป้าไปที่การ ประทุษร้าย ครั้งนี้ มันทำให้สังคม และส่วนต่างๆเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้คนชั่วไม่มีใครฟังมัน ทำให้ชีวิตชั่วร้ายไม่มีโอกาสเหลือ ย่อมเป็นผลเช่นนี้แน่นอน ท่านทั้งหลายรู้สึกเหมือนปกติในขณะ
อธิบายความจริง
แต่ผลที่เกิดขึ้นโอฬารพันลึกมาก
ที่จริงท่านทั้งหลายก็มองเห็นกันหมดแล้ว ในขั้นตอนการ อธิบายความจริง ของ
ศิษย์ต้าฝ่า คนในโลกกำลังเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเมื่อ
วันที่ 20 กค.99
ที่การปราบปรามเริ่มต้นขึ้น
ไม่เพียงแต่ชาวโลกกำลังตื่นขึ้น
องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต และสสารอื่นๆ
ก็ล้วนกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
หรือพูดได้ว่า สภาพการณ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้ว แน่นอนมิใช่ว่า พวกชั่วร้าย หยุดการ ประทุษร้ายแล้ว แต่คือ
องค์ประกอบเหล่านั้นที่ กลุ่มอิทธิพลเก่า
จัดวางไว้ถูกทำลายจนเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆแล้ว
สิ่งชั่วร้ายไม่มีกำลังมากมายอย่างนั้นแล้ว แต่แม้มันไม่มีกำลังมากมายอย่างนั้น เพียงพวกมันยังคงมีอยู่ มันก็ยังชั่วร้ายมากๆ เลวทรามมากๆ
ทว่ามันไม่มีกำลังมากอย่างนั้น
ไม่มีองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมอันจำเป็นสำหรับพวกมันอีกแล้ว พวกมันจึงควบคุมชาวโลกกับ
สรรพชีวิตมากมายเช่นนั้นไม่ได้แล้ว
ฉะนั้นชาวโลกกับ บรรดาชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพที่ไม่ถูก
สิ่งชั่วร้ายควบคุมเอาไว้
ดังนั้นท่านทั้งหลายก็ อธิบายความจริงได้ง่ายมากแล้ว มันก็กำ เริบเสิบสานอีกไม่ได้จริงๆ ผู้คนล้วนจะต่อต้านมัน โดดเดี่ยวมัน
พวกชั่วร้ายคิดทำอะไร ก็ทำไม่ได้แล้ว
ไม่มีคนฟัง แนวโน้มในขณะนี้ก็เป็นเช่นนี้ นี่คือ
บรรดาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในท่ามกลางการ ช่วยเหลือ สรรพชีวิต
จริงๆแล้วที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูดกับพวกท่านมาตลอดว่า ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญ หากอยู่ในยุคอดีตกาล ก็จะไม่สนใจว่า
คนอื่นจะพูดว่าอย่างไร ท่านว่าเขาดี ว่าเขาไม่ดี
นั่นคือสิ่งที่คนพูด ไม่ใช่เทพพูด
ที่จริงใน ประวัติศาสตร์
มีผู้บำเพ็ญหลายคนถูกชาวโลกด่าว่าเสียหายอย่างมาก
กระทั่งเขียนลงไปในหนังสือ(ที่ใช้เรียนกัน ), ในบันทึกประวัติศาสตร์ แต่กระนั้นพวกเขา ก็อาจเป็นเทพไปแล้ว แต่มีบางคนได้รับการยกย่องจากชาวโลกว่า
เป็นฝ่ายก้าวหน้า(บุคคลตัวอย่าง)
แต่พอตายแล้วกลับลง นรกไป
เนื่องจากสิ่งที่คนพูดว่าดี กับ ไม่ดี นั้น ล้วนแต่มองจากมุมมองด้านผลประโยชน์ทั้งสิ้น หลักการของคนนั้นกลับตาลปัตร ที่คนเข้าใจว่า ดี ก็ไม่แน่ว่าจะดี ที่คนเข้าใจว่าไม่ดี ไม่แน่ว่า จะไม่ดี หรืออาจพูดได้ว่า ผู้บำเพ็ญนั้นไม่ใส่ใจต่อคำพูดของคน แต่การเจิ้งฝ่าในวันนี้ แตกต่างกัน การพูดว่า ต้าฝ่า กับ ศิษย์ต้าฝ่า ดีหรือไม่ดี
เป็นการกำหนดอนาคตของคนๆนั้น
ในช่วงก่อนการ ประทุษร้าย
โดยเฉพาะการมุ่งร้ายต่อ ศิษย์ต้าฝ่า
การลงมือปราบปรามของพวกชั่วร้าย ถือเป็นสิ่งรบกวนต่อการเจิ้งฝ่า ของข้าพเจ้า
และตัวข้าพเจ้า ดังนั้นเรื่องนี้กับ
การบำเพ็ญในอดีตย่อมแตกต่างกัน การ
ประทุษร้าย ศิษย์ต้าฝ่านั้นเป็นบาปอย่างแน่นอน
ใครเกี่ยวข้องด้วย ก็ล้วนต้องชดใช้
บรรดาชีวิตที่เข้าร่วมในเรื่องนี้ ไม่มีเลยที่จะหนีพ้นไปได้
จักรวาลกำลังอยู่ในระหว่างการเจิ้งฝ่า ท่านทั้งหลายลองคิดดู
ทั่วทั้งจักรวาลกำลังอยู่ในการ เจิ้งฝ่า
จากจุลภาคจนถึงผิวนอก
ทะลุทะลวงอย่างต่อเนื่อง
เทียนถี่อันมหึมา ไม่ว่าจะใหญ่โตเพียงไร
ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ในนั้นมากมายเพียงไร
ไม่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต หรือ ไม่
ไม่ว่ามันมีความนึกคิดหรือไม่
ไม่ว่ามันดำรงอยู่หรือไม่
ล้วนหนีไม่พ้น เพราะอนาคตทั้งหมด ล้วนแต่จะเปลี่ยนใหม่หมด โดยเฉพาะมนุษย์บนโลก กับ
บรรดาชีวิตที่ชั้นผิว
ย่อมไม่สามารถหลบไปพ้นอย่างแน่นอน
การเจิ้งฝ่าครอบคลุมไปถึงชีวิตชั้นสูง
ขณะนี้บรรดาเทพทั้งปวงไม่กล้าพูดว่า
การเจิ้งฝ่า นี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนอีกต่อไป แน่นอนขณะนี้ไม่มีใครกล้าพูดแล้ว ใครก็หนีไม่พ้น ฉะนั้นในการเจิ้งฝ่า ชีวิตไหนทำอะไรไว้อย่างไร นั่นก็ย่อมจะมีบทสรุปที่แน่นอนอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าชีวิตใดทำเรื่องที่ไม่ดีไว้
พอดับสลายแล้ว ก็ แล้วกันไป
ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น
ในท่ามกลางการดับสลายจะต้องชดใช้ เรื่องเลวร้ายที่ได้ทำไว้ทั้งหมด ข้าพเจ้าปฏิบัติต่อ
สรรพชีวิตทั้งปวงด้วยความเมตตา
ชีวิตทั้งปวงไม่ว่าจะก่อบาปกรรมไว้มากเพียงไรใน ประวัติศาสตร์ ทำความผิดใหญ่หลวงเพียงไร ข้าพเจ้าสามารถไม่ถือสาอดีตของพวกเขา ไม่ถือสาต่อบาปของพวกเขา ข้าพเจ้าก็สามารถสลายบาปของพวกเขาได้ แน่นอนที่กล่าวไปแล้วนั้นคือ
อย่าได้รบกวนต่อการเจิ้งฝ่า
ไหนเลยจะกลัวว่า
อะไรท่านก็ไม่ได้ทำ ข้าพเจ้าก็จะช่วยท่านทั้งหมด แต่วันใดที่รบกวนการเจิ้งฝ่าแล้ว เช่นนั้นสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าก็คือ
การกำจัดทิ้ง บาปกรรมที่หนัก
และชั่วร้ายมาก
ก็ยังต้องชดใช้ทั้งหมดที่เคยทำไว้ ในระหว่างขั้นตอนของการกำจัดทิ้ง ทำไว้มากเท่าไรชดใช้มากเท่านั้น ทำไว้ใหญ่โตแค่ไหน ก็ชดใช้ตามนั้น ฉะนั้นครั้งนี้กล่าวสำหรับ
สิ่งชั่วร้ายที่รบกวนการเจิ้งฝ่า
ไม่ว่าพวกมันจะชั่วร้ายเพียงไร
สิ่งที่ต้องเผชิญคือ เรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในจักรวาลเลยทีเดียว รวมทั้ง กลุ่มอิทธิพลเก่าเองด้วย ไม่สนใจว่าพวกมันจะ รู้สึกว่าได้ทุ่มเทให้ต้าฝ่า เพราะที่จริงนั้นคือ
พวกมันมองโดยใช้ทัศนคติของพวกมันเอง
แต่ไหนแต่ไรมาพวกมันไม่เคยใช้การเจิ้งฝ่ามาประเมินตัวเองเลย สักครั้ง เพราะว่าอนาคต ก็คือ ฝ่านี้ สรรพชีวิตในอนาคต
คือสิ่งที่ฝ่านี้สร้างขึ้นมา
ไม่ใช้ฝ่านี้มาประเมินแล้วจะใช้อะไรมาประเมิน ?
สำหรับปัญหาการ อธิบายความจริงนั้น แม้จะสำคัญอย่างนี้
ท่านก็ต้องปฏิบัติด้วยความสุขุมเยือกเย็นยิ่งขึ้น ยิ่งต้องแจ่มแจ้งยิ่งขึ้นต่อโอกาส ต่างๆ ที่ประสบในท่ามกลางรูปธรรมของการ
อธิบายความจริง
ท่านต้องระมัดระวังในเรื่องรูปแบบวิธีการ ท่านทั้งหลายทราบดีว่า เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดฝ่า ข้าพเจ้าไม่มองว่า เป็นใครจากกลุ่มใดในสังคม ไม่มองเรื่องชนชั้นในสังคม ไม่แยกรวยจน
ไม่แยกอาชีพ
ไม่มองเรื่องตำแหน่งหน้าที่สูงหรือต่ำ
อะไรข้าพเจ้าก็ไม่สนใจ มองแต่เพียงใจของคน ท่านทั้งหลายก็ควรทำเช่นนี้ในเวลา อธิบายความจริง
พวกท่านอย่าได้รู้สึกว่าเขาเป็นใครในระดับสูง จนเกิดอุปสรรคมากในความคิด คล้ายกับท่านมาขอความช่วยเหลือจากเขา สภาพที่เป็นจริงคือ
ท่านกำลังช่วยเหลือเขา
ให้โอกาสเขาเลือกอนาคตของตนเอง
ควรต้องเป็นเช่นนี้ ดังนั้นท่านต้องถือว่า การ อธิบายความจริงเพื่อช่วยเหลือชาวโลกเป็นสิ่งสำคัญ
บรรดาสิ่งที่
ศิษย์ต้าฝ่าทำในวันนี้
และสิ่งที่ท่านสัมผัสอยู่ในสังคม
ข้าพเจ้าขอบอกท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายกำลังช่วยเหลือ สรรพชีวิต ,ไม่ว่าท่านได้พบคนชนิดไหน,อยู่ในชนชั้นใด,มีตำแหน่งหน้าที่อะไร อย่าเข้าใจแต่เพียงว่า เพราะพวกชั่วร้าย
ประทุษร้ายต่อ ศิษย์ต้าฝ่า
ฉันจึงมาหาคุณเพื่อ อธิบายความจริง
ข้าพเจ้าขอบอกท่านทั้งหลายการช่วยเหลือ สรรพชีวิตต้องเป็นเรื่องอันดับหนึ่ง การ อธิบายความจริงคือการช่วยเหลือคน เมื่อคนเข้าใจความจริงแล้ว รู้แล้วว่าการ ประทุษร้ายครั้งนี้ ชั่วร้ายอย่างนี้ แน่นอนคนย่อมรู้ว่าจะทำอย่างไร จากนี้ ท่านขอให้เขาสนับสนุน,
ปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่างไร ก็
เป็นการเลือกอนาคตของเขา
โดยเฉพาะคนที่ถูกปิดหูปิดตา จากการ ประทุษร้ายครั้งนี้ ท่านไม่ให้โอกาสเขา จะได้หรือ? ท่านไม่บอกความจริงให้เขา พวกเขาก็จะสูญเสียอนาคตไปตลอดกาล
ยังมีคนที่ท่านทั้งหลายได้พบโดยบังเอิญ
คนที่ท่านได้พบในการดำรงชีพ,ทำหน้าที่การงานของท่าน,ท่านทั้งหลายก็ต้องไป
อธิบายความจริงให้เขาฟัง
กับคนที่เดินผ่านท่านไปมาอย่างรีบเร่ง ไม่ทันได้พูดกัน ท่านก็ต้องมอบความเมตตาเหลือไว้ให้เขา อย่าได้พลาดผู้ที่สมควรช่วยเหลือ ยิ่งไม่ควรพลาดผู้ที่มีวาสนา อันที่จริงเวลาที่ ศิษย์ต้าฝ่าหลายคน อธิบายความจริงอยู่ จะพูดว่า ขณะนี้ฉันกำลัง อธิบายความจริง
คล้ายกับว่าขณะนี้คือการไป อธิบายความจริง
เวลาปกติคือ ท่านไม่ได้ อธิบายความจริง
การช่วยเหลือ สรรพชีวิตนั้น
เชื่อมโยงกับแต่ละเรื่องในชีวิตประจำวันในปัจจุบันของพวกท่านทั้งนั้น หากท่านทั้งหลายเข้าใจได้ดีหมด ตระหนักชัดในความสำคัญนี้ ข้าพเจ้าว่าคงจะสามารถช่วยเหลือ สรรพชีวิต
ได้มากยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมาชาวโลกก็กำลังค่อยๆกระจ่างชัด
ในเวลานี้การไป อธิบายความจริงจึงยิ่งบังเกิดผลมากขึ้น กล่าวสำหรับ สิ่งชั่วร้ายแล้ว คนที่ฟังมันจะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นท่านทั้งหลายต้องแจ่มชัดในปัญหานี้
ยังมีผู้ฝึกบางคน
ใช้ความคุ้นเคยสนิทสนมในการร่วมทำงานด้วยกัน พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกันและมักจะซุบซิบนินทาเรื่องที่ไร้ประโยชน์บ่อยๆ เสียเวลาไปมากมาย ขณะนี้แต่ละนาที,วินาทีล้วนสำคัญ หากพลาดไปแล้วก็จะพลาดทั้งหมด ประวัติศาสตร์ไม่ย้อนกลับมาอีก ประวัติศาสตร์ของจักรวาล ประวัติศาสตร์ของตรีภูมิ ได้ผ่านไปมากมายแล้ว ผ่านยุคสมัยอันยาวนานไปแล้ว สรรพชีวิตกำลังรอคอยอะไรอยู่? ล้วนมีชีวิตอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกัน ? ก็คือกำลังรอคอยช่วงเวลาไม่กี่ปีนี้ แต่ช่วงไม่กี่ปีนี้กลับมีผู้ฝึกบางคน ไม่ได้ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ ไม่ยึดกุมไว้ให้ดี แต่ท่านนั้นแบกรับความรับผิดชอบต่อ
สรรพชีวิตกับ ประวัติศาสตร์ที่ใหญ่หลวงไว้
มีผู้ฝึกบางคน
ตนเองยังไม่ค่อยแจ่มชัด รู้สึกว่าได้ ฝ่า
ด้วยความบังเอิญเหลือเกิน คิดว่า ใช่หรือไม่ว่า
ฉันก็มีภาระรับผิดชอบทาง ประวัติศาสตร์ใหญ่หลวงเช่นนั้น ? ฉันจะทำไหวหรือ ? ที่จริงคำถามนี้ไม่ต้องพูดเลย ในการบรรยายฝ่า
ข้าพเจ้าก็ได้พูดอย่างชัดเจนมากแล้ว
ฝ่าที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดนี้ ไม่ใช่ว่าทุกๆคนจะสามารถบำเพ็ญได้ เพราะเหตุใดคนจำนวนมากมายไม่อาจก้าวเข้ามาได้
? แน่นอนล่ะ ขณะนี้เริ่มมีผู้ฝึกใหม่ทยอยก้าวเข้ามาบ้างแล้ว นั่นเป็นเพราะผลจากการที่ท่านทั้งหลายได้ไป
อธิบายความจริง
มันเหมือนกับกุญแจสารพัดนึก(วิเศษ)ดอกหนึ่ง ที่ไขเอา องค์ประกอบที่
กลุ่มอิทธิพลเก่ากางกั้นไว้ไม่ให้ชาวโลกศึกษาฝ่า ออกไป เป็นเพราะการ
อธิบายความจริงของท่านทั้งหลายจึงบังเกิดผลเช่นนี้ และก็กล่าวได้ว่า (ฝ่า)ไม่ใช่สิ่งที่ทุกๆคนจะสามารถได้รับ ทุกสิ่งที่ปรากฏในโลกนี้ ก็จะเป็นลักษณะ
จริงๆ เท็จๆ ก็คือ
ไม่ให้ความจริงของจักรวาลปรากฏออกมา
ไม่ให้สภาวะพิเศษของ ศิษย์ต้าฝ่าที่ต่างจากชาวโลก ปรากฏออกมาทั้งหมด ,บำเพ็ญอยู่ในความมืดมนใช่ไหม ก็คือการบำเพ็ญในสภาพเช่นนี้ ก้าวออกมาจากสภาพเช่นนี้ อย่าได้ประเมินตนเองต่ำเกินไป ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนขอเพียงท่านได้บำเพ็ญฝ่านี้แล้ว ท่านก็ควรไปทำเรื่องที่ ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ
ที่จริงข้าพเจ้าเคยพูดแล้วว่า คนธรรมดาสามัญที่ทำเรื่องที่ดีให้กับต้าฝ่า
ในช่วงเวลานี้ ณ เวลาที่สำคัญช่วงนี้ คนๆนี้ก็อาจจะหยวนหมั่นเป็นเทพได้ นับประสาอะไรกับท่าน ที่กำลังบำเพ็ญต้าฝ่า กำลังทำในสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ ทำสิ่งเหล่านี้ในสภาวการณ์ที่ยากลำบาก ดูผิวเผินแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ชัดเจนนัก แต่สิ่งที่ปรากฏในอีกมิติหนึ่งนั้น กลับเป็นความแตกต่างระหว่าง
คนกับเทพ
การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมโหฬาร
คน ณ ที่นี้ตกอยู่ในวังวน
สภาพความเป็นจริงจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ศิษย์ต้าฝ่าที่ตามไม่ทันการศึกษาฝ่า
ในช่วงเวลานี้ จึงแสดงออกถึงความหดหู่
กระทั่งไม่รู้คุณค่าของเวลา
และไม่ฉกฉวยเวลาทำสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ
อันที่จริง จนถึงขณะนี้ยังมี
ผู้ฝึกจำนวนหนึ่ง ที่บกพร่องในเรื่องการศึกษาฝ่า เป็นอย่างมาก การศึกษาฝ่าของพวกท่าน ทำได้ดี หรือไม่ นั่นจะเป็นหลักประกันในการเดินสู่การ
หยวนหมั่นของพวก ท่าน นั่นคือหลักประกันในการหลุดพ้นของพวกท่าน ชีวิตทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาโดยฝ่านี้ รวมทั้งอนาคตของพวกท่าน สรรพชีวิตของจักรวาลในอนาคต เนื่องจากในการเจิ้งฝ่า
มีชีวิตมากมายได้ถูกกำจัดไปแล้ว
สถานที่หลายๆแห่งในจักรวาลก็ว่างเปล่าแล้ว แต่ว่ามันจะไม่ว่างเปล่าตลอดไป,
ต้าฝ่าสามารถก่อเกิดบรรดาชีวิตที่จำเป็นต้องมีของเทียนถี่ชั้นนั้นๆ จากในฝ่า
,องค์ประกอบและสสารชนิดต่างๆ, ต้าฝ่ากำลังสร้างชีวิตใหม่ทั้งหมดที่จำเป็น ,
ส่วนชีวิตเก่านั้น เนื่องจากสามารถหล่อหลอมเข้ากับฝ่านี้ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ จากนั้นจึงก้าวสู่อนาคต ชีวิตไหนๆล้วนก็เป็นเช่นนี้( อยู่ในนี้ )
ที่จริงเรื่องการเจิ้งฝ่านี้ทั้งหมด
ได้มาถึงชั้นผิวยิ่งๆขึ้นแล้ว ล้วนไม่อาจพูดว่ามันเป็นอะไร
ได้แล้ว ไม่มีภาษาหรือแนวคิดอะไร
ไปบรรยายพวกมันได้
องค์ประกอบสุดท้ายที่สุดที่เหลืออยู่
ไม่อาจพูดได้ว่า มันเป็นชีวิต ได้อีกแล้ว
และทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจิ้งฝ่าแล้ว ที่จริงหากใช้แนวคิดของคำว่า จักรวาลกับ นอกจักรวาล
มาอธิบาย
การเจิ้งฝ่านี้ก็จัดอยู่ในความหมาย นอกจักรวาลแล้ว หรือพูดได้ว่า
การเจิ้งฝ่ากำลังสร้างองค์ประกอบเหล่านั้นที่สามารถ
ทำให้เฉวียงถี่(จักรวาลในขอบเขตที่ใหญ่ที่สุด)นี้ดำรงอยู่ได้ จนกระทั่งเป็น องค์ประกอบของ องค์ประกอบ จะพูดก็พูดได้อย่างนี้
ขณะนี้ท่านทั้งหลายไม่อาจรู้สึกได้ถึงสภาวการณ์นี้ แต่จากสภาพการณ์ของการ เจิ้งฝ่า
ในปัจจุบันของ ศิษย์ต้าฝ่าที่จริงก็สามารถมองเห็นรูปการณ์ที่ต่างกันได้ พวกชั่วร้ายประคองต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะชีวิตของ สิ่งชั่วร้าย กับ
องค์ประกอบของมันถูกทำลายจนเหลือน้อยอย่างยิ่งแล้ว เทียบไม่ได้กับเมื่อวันที่ 20 กค.99 แล้ว
ตอนนั้นข้าพเจ้าเคยบรรยายให้ท่านทั้งหลายฟังว่า ต้นหญ้า
ต้นไม้
แต่ละต้นล้วนถูกชีวิตชั่วร้ายในอีกมิติเข้าสิง ขณะท่านกำลังเดินอยู่
กิ่งไม้นั้นก็จะตีหน้าท่าน หญ้า
ก็จะเกี่ยวเท้าท่านให้สะดุดล้ม
ในอากาศล้วนเต็มไปด้วย สิ่งชั่วร้าย
ไม่ใช่ว่าสิ่งทั้งหมดนี้เปลี่ยน เป็นสิ่งชั่วร้าย จริงๆ แต่เป็นผลจากการกดชีวิตและ องค์ประกอบที่ชั่วร้ายเหล่านี้เข้ามาในตรีภูมิ ในระหว่างการเจิ้งฝ่า ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วย
องค์ประกอบที่ชั่วร้าย พวกมันได้เข้าสิงสิ่งต่างๆทั้งหมด,
ทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในตรีภูมิ และโลกมนุษย์
ถ้าหากการเจิ้งฝ่านี้ไม่แยกทำเป็น สองครั้ง,
ข้าพเจ้าทำเพียงครั้งเดียว เช่นนั้น การ
ประทุษร้ายครั้งนี้ก็จะเป็นไปทั่วทั้งโลก
เหมือนคำนายของนักพยากรณ์ชาวยุโรปว่า ปี ค.ศ.1999 ราชาแห่งมารจะลงมาจากท้องฟ้า ผู้คนทั่วโลกจะรู้สึกได้ถึงความบ้าคลั่งของการ
ประทุษร้าย
แต่ครั้งนี้เมื่อมารร้ายมาถึง
ประเทศอื่นๆในโลกไม่อาจรู้สึกได้
คนชาติอื่นไม่อาจรู้สึกได้ถึงการ ประทุษร้ายต่อฝ่าหลุนกง ที่เกิดขึ้นในปี
99 เพราะว่าเรื่องนี้( การเจิ้งฝ่า)
แบ่งทำเป็นสองครั้ง
เรื่องที่คนชาติอื่นบนโลกจำนวนมากจะบำเพ็ญต้าฝ่า เป็นก้าวต่อไป ท่านทั้งหลายก็มองเห็นแล้วว่า วันนี้เป็น การบำเพ็ญต้าฝ่า ของ
ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า
ไม่ใช่เรื่องของคนทั่วโลกจำนวนมากไปกว่านี้ ฉะนั้นประเทศอื่นๆจึงไม่เกิดเรื่องการ ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าเหมือนในประเทศจีน
คนชาติอื่นๆจึงไม่รู้สึกถึงความชั่วร้ายที่ใหญ่โตเช่นนั้น แต่ว่าเพราะเวลานั้น
องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายมีมากเหลือเกิน
กล่าวสำหรับผู้ฝึกต้าฝ่า
ขณะนั้นไม่ว่าตัวจะอยู่ประเทศไหน
ล้วนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทางจิตใจ
ปัจจุบันไม่ใช่สภาพการณ์เช่นนี้แล้ว ในท่ามกลางการเจิ้งฝ่า ทั้งหมด กำลังทำลาย องค์ประกอบของ
สิ่งชั่วร้ายเป็นจำนวนมากมหาศาล บวกกับการ
อธิบายความจริงในการเจิ้งฝ่า
พร้อมกับการฟาเจิ้งเนี่ยนอย่างต่อเนื่อง
ชำระล้างตนเอง
กำจัดสิ่งชั่วร้ายในมิติต่างๆ กับ การกระทำทั้งหลายในการเจิ้งฝ่า ล้วนเป็นการขจัด องค์ประกอบและชีวิตของ
สิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นที่ กลุ่มอิทธิพลเก่าจัดวางไว้ ก่อให้เกิดผลอย่างมหาศาล เมื่อความคิดเป็นจริงของ
ศิษย์ต้าฝ่ามากพอ
การดำรงอยู่ของท่านในโลกจึงส่งผลด้านดี เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายเห็นไหมว่า
องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้าย ลดน้อยลงมากแล้วมิใช่หรือ ? ไม่อาจยกขึ้นมาพูดเปรียบกับเมื่อปี 99
ได้แล้ว
แต่แม้
สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้มีน้อยแล้ว
ส่วนที่เหลืออยู่ก็ยังคงชั่วร้ายมากๆ
ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูดกับท่านโดยตลอดมาว่า
ยิ่งใกล้ผิวนอก มันก็ยิ่งไม่มีแรง
แต่ยิ่งใกล้ผิวนอก ก็ ยิ่งชั่ว
ชั้นผิวของมันยิ่งชั่วร้ายพลังที่เสริมมันก็ยิ่งไม่พอ ดังนั้นดูไปแล้ว สิ่งชั่วร้ายก็ยังคงชั่วร้ายมาก แต่ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า สภาพการณ์ไม่เหมือนกันแล้ว
ความชั่วร้ายของมันสามารถคงอยู่ได้แต่เฉพาะที่ๆถูกควบคุม
โดยตรงจากหัวหน้ามารร้ายเท่านั้น กับ
ที่ๆพวกชั่วที่ไม่อาจเยียวยาได้ ยังทำชั่วอยู่เท่านั้น ในขณะนี้โดยเปลือกนอกของสังคมจีนแผ่นดินใหญ่
พวกมันก็ไม่อาจคงอยู่ได้ต่อไป
การปราบปรามของพวกชั่วร้าย
กลายเป็นแอบทำเงียบๆ
ไม่กล้าที่จะให้ชาวโลกมองเห็น
ที่จริงพลังที่เป็นจริงทั้งปวงกำลังทำลายมันอยู่ เป็นสิ่งที่พวกชั่วร้ายหวาดกลัว ไม่กล้าเผยแพร่ออกไป แอบๆปราบปราม กลัวชาวโลกมากขึ้นจะรู้เรื่อง เหล่านี้
ที่ไม่กล้าสู้หน้าคน
แม้แต่เหล่าแกนนำในคณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ และ จนกระทั่งแกนนำระดับสูง
ก็ไม่ยอมให้รู้
กำลังสร้างเรื่องเท็จหลอกพวกเขา
ปกปิดการ
ประทุษร้ายครั้งนี้
มีเพียงพวกชั่วร้าย
พวกที่ชั่วร้ายที่สุดไม่กี่คนนั้น
ควบคุมพวกคนชั่วใต้บังคับบัญชา ดำเนินการ ประทุษร้ายต่อไป ทำการปกปิดวิธีการต่ำทรามอย่างเต็มที่ ที่พวกมันใช้ในการ ประทุษร้าย พวกมันล้วนทำรายงานเท็จต่อ แกนนำคณะกรรมการพรรคฯ ใช้การสร้างเรื่องเท็จมาค้ำจุนการ
ประทุษร้ายของพวกชั่วร้าย ปัจจุบันนี้
สิ่งชั่วร้ายถูกทำลายไปเป็นปริมาณมหาศาลแล้ว
ดูไปแล้วคนชั่วก็กำเริบเสิบสานขึ้นมาไม่ได้แล้ว ในปีนั้นที่พวกชั่วร้ายบ้าคลั่ง มีพวกปีศาจทรามจำนวนนับไม่ถ้วนหนุนมัน
ให้บ้าคลั่ง
ผู้อื่นรู้ความจริงก็ไม่กล้าเอ่ยปาก
เมื่อ 20 กค.99
หัวหน้ามารร้ายบ้าคลั่งโผงผางเอ็ดตะโร คิดจะทำอะไรไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก เวลานั้น องค์ประกอบของ
สิ่งชั่วร้ายที่ค้ำจุนมันมีมากเหลือเกิน
มันจึงต้องการปราบฝ่าหลุนกง ขณะนี้ก็ไม่ใช่เวลานั้นอีกแล้ว องค์ประกอบที่พวก
กลุ่มอิทธิพลเก่าจัดวางไว้ถูกขจัดน้อยลงไปเรื่อยๆ
สภาพที่ปรากฏออกมาบนโลกไม่เหมือนกันอีกแล้ว คนชั่วจะกำเริบเสิบสานอย่างไร สถานการณ์ก็ไปไม่ไหวแล้ว
แต่ในช่วงระยะนี้
ท่านทั้งหลายล้วนมองเห็นแล้ว
มีชีวิตมากเพียงไรได้ก่อบาปกรรมต่อต้าฝ่า
( ไม่รวมลูกสมุนบาปหนักที่ชั่วร้ายที่สุดเหล่านั้น ) พวกเขาพอเข้าใจความจริง ก็จบเรื่องกันแล้วหรือ
? ไม่ใช่ง่ายดายเช่นนั้นหรอก
แต่ในท่ามกลางการ อธิบายความจริง พวกท่านบอกให้เขาเหล่านั้นเข้าใจ ก็เป็นการให้โอกาสครั้งหนึ่งแก่เขา ถ้าเขามีความคิดเป็นจริงจริงๆ เช่นนั้นก็ให้โอกาสในการไถ่บาปแก่เขา คนทำอะไรไว้
ล้วนแต่จะต้องชดใช้
นี่คือกฎของจักรวาล
ชีวิตทั้งหมดล้วนเป็นเช่นนี้
เมื่อตอนเริ่มการประทุษร้าย
มีคนมากเพียงไร โหมกระพือข่าว
จึงก่อให้เกิดสภาพที่เลวร้ายเช่นนั้น
ถ้าหากคนไม่ก่อให้เกิดผลเช่นนี้
ไม่มีใครทำ ใครพูด
แล้วจะเกิดสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนั้นไหม? ไม่ว่าจะในประเทศจีน หรือ นอกประเทศจีน
ผลที่เกิดขึ้นเช่นนี้ล้วนอยู่ในขั้นตอนนี้ทั้งหมด ผลักดันการ ประทุษร้ายครั้งนี้ ส่งผลต่อมติมหาชน และพฤติกรรม พวกมันล้วนแต่ต้องชดใช้ ชีวิตไหนๆก็หนีไปไม่พ้น นอกจากเขาชดใช้
ความสูญเสียที่พวกเขาสร้างให้กับ ต้าฝ่า และ ศิษย์ต้าฝ่า
เทพทั่งทั้งจักรวาลล้วนกำลังเบิ่งตาจ้องมองอยู่
เทพนับไม่ถ้วนล้วนแต่กำลังเพ่งดูโลกเล็กๆ ใบนี้
เพ่งมองทุกความนึกคิดของแต่ละชีวิต
ตาของพวกเขาล้วนแต่ไม่ยอมกระพริบสักครั้ง
ไม่อยากพลาดไปแม้แต่ชั่วขณะเดียว
ล้วนแต่ไม่ยอมปล่อยให้หนึ่งความคิดของคนลอดผ่านไป
ในช่วงระยะเวลานี้ข้าพเจ้าพูดสิ่งเหล่านี้
ก็คือบอกกับท่านทั้งหลายว่า
ต้องสุขุมเยือกเย็นเพิ่มความแจ่มชัดยิ่งขึ้นในการรับรู้ว่า
พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่ไนปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร
ต้าฝ่าตี้จื่อล้วนต้องถือการเจิ้งฝ่า มาเป็นอันดับหนึ่ง
แต่ว่า,
การอธิบายความจริงนั้นต้องพูดอย่างมีสติ พูดให้สอดคล้องกับเหตุผลความนึกคิดของคน
ถ้าหากพูดจนเหลือเชื่อเกินไป
ไม่ยืนอยู่บนเหตุผลความคิดของคน ไม่ใคร่ครวญดูว่าคนสามารถรับได้หรือไม่
เช่นนั้นท่านก็ก่อให้เกิดผลต่อการทำลายฝ่าแล้ว, เกิดผลตรงกันข้าม
จะต้องทำอย่างมีสติ ทำอย่างแจ่มชัด
เวลาอธิบายความจริง
กับคนต้องพิจารณาถึงระดับความสามารถรับได้ของคนอื่น
ท่านสามารถมองเห็นได้
ท่านก็สามารถตรวจสอบได้
ดังนั้นจะต้องทำเรื่องการอธิบายความจริงของพวกท่านให้ดี อย่าเพียงแต่ไปพูด
อย่ายึดแต่รูปแบบวิธีการ พูดแต่ละครั้งต้องให้เขาเข้าใจ แน่นอนละ
มีบางคนที่ไม่อาจช่วยเหลือได้เลย เพราะเขายืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เขาไม่มีสิ่งที่เป็นจริงเลย ท่านจะพูดกับเขา
เขาก็รับไม่ไหว เพราะถ้าเขายอมรับนิดหนึ่ง เขาเองก็ต้องดับสลายไปนิดหนึ่ง
ยอมรับหน่อยหนึ่ง เขาเองก็ต้องดับสลายไปหน่อยหนึ่ง เขายอมรับทั้งหมด
เขาก็จะดับสลายหมดไม่เหลือเลย เพราะเขาก็คือพวกชั่วร้าย
ดังนั้นจึงมีคนที่ช่วยเหลือไม่ได้แต่ว่านั่นมีจำนวนน้อยอย่างยิ่ง
ยังมีคนจำนวนหนึ่ง
แม้ท่านทั้งหลายคิดจะช่วยเหลือพวกเขา เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า
แม้พวกท่านให้โอกาสเขาแล้ว
เขาเข้าใจแล้ว เขาก็ต้องชดใช้ เป็นเช่นนี้ นี่คือการพูดจากหลักเหตุผลของฝ่าแต่พวกท่านอย่าห่วงเรื่องเหล่านี้เลย
พูดในฐานะต้าฝ่าตี้จื่อ
พวกท่านบำเพ็ญความดี พวกท่านก็ต้องเมตตาสรรพชีวิต
สำหรับเรื่องที่ชีวิตจำพวกนั้นสมควรชดใช้อย่างไร
นั่นแน่นอนว่ามีฝ่าไปใช้วัด
เขาควรจะหลงเหลืออยู่หรือไม่ ล้วนแต่มีมาตรฐานของฝ่าตัดสินได้
พูดในฐานะต้าฝ่าตี้จื่อ ก็พยายามไปช่วยเหลือ
ก็เป็นเช่นนี้
ช่วยเหลือเพื่ออะไร? ข้าพเจ้าพูดไปแล้ว
สรรพชีวิตบนโลกวันนี้ไม่เหมือนกับชีวิตในประวัติศาสตร์
ไม่เหมือนกับคนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
ชีวิตใดๆพอมาถึงโลกแล้วเมื่อเข้าสู่วังวนของโลกนี้แล้ว ก็น่ากลัวจริงๆ เทพองค์หนึ่ง
,เมื่อครู่ท่านยังมองเห็นว่าเขาเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่ง ครั้นเข้ามาสู่โลกนี้,ครั้นเข้ามาสู่ร่างคน
,สมองนี้พอถูกล้างแล้ว ,ช่างน่ากลัวจริงๆ,
ก็จะแยกแยะอะไรไม่ออกแล้ว ดังนั้นโดยพฤติกรรมของเขา
ท่านจะมองไม่เห็นความเป็นมาของชีวิตเขาท่านจะมองไม่เห็นความแตกต่างของเขากับธาตุแท้ของชีวิตในอดีตของเขา
ที่ข้าพเจ้าจะพูดก็มีเพียงเท่านั้น
ที่จริงก็เพียงพูดเรื่องการอธิบายความจริงกับท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายยังต้องการที่จะพูดบางอย่างกับข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าก็จะใช้เวลาในช่วงต่อไปตอบคำถามของท่านทั้งหลายสักหน่อย
คนที่มีคำถามสามารถเขียนขึ้นมา เราจะไม่ใช้เวลานานเกินไป เพราะในการประชุมยังจะมีคนพูดอีก
หลี่ หงจื้อ
2003-11-29
|
|
|