ฝ่าหลุนต้าฝ่า
บทความใหม่ของอาจารย์
กลับไปสารบัญ
การบรรยายธรรมในที่ประชุมนานาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
ทุกท่านต่างยากลำบากกันแล้ว
ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง โดยเฉพาะคือศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า ความรับผิดชอบ
ที่ทุกท่านแบกรับเอาไว้บนตัวนั้นหนักมาก
ภารกิจที่ประวัติศาสตร์มอบไว้ให้แก่พวกท่านหนักมาก แต่ทุกท่านก็ทำได้ดีมาก จุดนี้
ต่อหน้าสรรพชีวิตในจักรวาล อาจารย์ก็ล้วนสามารถพูดอย่างนี้ได้ และพูดได้ว่า
พวกเขาล้วนแต่นับถือกันอย่างมากแล้ว
อย่าได้มองว่า เรื่องต่างๆเหล่านี้
ที่ทุกท่านทำในโลกนั้นคล้ายกันมาก กับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ
ที่ทำกันในเวลาปกติ
ที่จริงแล้วจุดฐาน
จุดประสงค์ของเรื่องที่ทำของศิษย์ต้าฝ่า
ต่างกับคนธรรมดาสามัญโดยสิ้นเชิง
เนื่องจากโลกของคนธรรมดาสามัญนั้นอยู่ในวังวน คนธรรมดาสามัญหลงอยู่ในเรื่องเฉพาะหน้า
จึงยากที่จะแยกแยะ จริง เท็จ ได้อย่างชัดเจน
จะเข้าใจก็ดี ไม่เข้าใจก็ดี
ศิษย์ต้าฝ่าก็เพียงอาศัยวิธีการของคนธรรมดาสามัญเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิตเท่านั้น กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญ เนื่องจากสังคมมนุษย์คือวังวน
ดังนั้นอยู่ในสภาพแวดล้อมอันนี้จึงสามารถบำเพ็ญได้
การแสดงออกของผู้ฝึกจำนวนมากนั้นดีมากโดยพื้นฐาน
ในระหว่างขั้นตอนทั้งหมดของการยืนยันความจริงให้ฝ่า แน่นอนก็มีที่ไม่ดีอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง แต่พวกที่ไม่ดีนั้น ก็มาเพื่อจะทำเรื่องที่ไม่ดีนั้น เดิมทีอิทธิพลเก่าก็ได้จัดวางให้เขา
ทำเรื่องที่ไม่ดีเหล่านั้น
ดังนั้นเมื่ออยู่ในหมู่ศิษย์ต้าฝ่า ไม่ว่าปกติเขาจะแสดงออกมาอย่างไร เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ
นั่นจึงจะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขา
ในเวลาปกติจะพูดได้ดีเพียงไร
ถึงเวลาสำคัญนั่นจึงจะสะท้อนให้เห็นสภาพที่เป็นจริงของเขา
ทุกท่านก้าวออกมาได้แล้วจากช่วงมรสุมอันลำบากยากเข็ญ มองจากสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่อาจเปรียบได้กับเมื่อก่อนแล้ว เมื่อตอนเริ่มต้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี
99
มาดโอหังของพวกชั่วร้ายนั้นช่างกำเริบเสิบสานจริงๆ
จัดวางสถานการณ์ที่ชั่วร้ายซี่งยากจะกอบกู้ได้ให้กับเหล่าศิษย์ต้าฝ่าจริงๆ เดี๋ยวนี้ทุกท่านเห็นกันแล้วใช่ไหม ประวัติศาสตร์นั้นไม่ได้เริ่มขึ้นเพื่อพวกชั่วร้ายเหล่านี้
ประวัติศาสตร์นั้นเริ่มขึ้นเพื่อสร้างความสำเร็จให้เหล่าศิษย์ต้าฝ่า
เพื่อสรรพชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือในช่วงเวลาสุดท้าย ในประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยอันยาวนาน
มนุษยชาติได้ผ่านอารยธรรมของยุคต่างๆกันมามากมายแล้ว
ได้แทรก(กรอก)องค์ประกอบทางวัฒนธรรมต่างๆนานาในประวัติศาสตร์
นับแต่อดีตจนปัจจุบัน เข้าไปในชีวิตมนุษย์
บรรดาสิ่งทั้งปวงที่คนแสดงออกมาในท่ามกลางวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ยุคใกล้ กับบรรดาสิ่งทั้งปวง
ที่ชีวิตบนโลกนี้แสดงออกมาในประวัติศาสตร์ของยุคที่ยาวนาน คนธรรมดาสามัญมามอง
นี่ก็คือประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
คือขั้นตอนพัฒนาการของชีวิต
ในสายตาของนักวิทยาศาสตร์ นี่ก็คือขั้นตอนวิวัฒนาการของชีวิต ที่แท้ล้วนไม่ใช่ ตรีภูมิทั้งหมด รวมทั้งชีวิตทั้งหมดในสังคมมนุษย์ ล้วนแต่สร้างขึ้น เกิดขึ้น
มาเพื่อ คงอยู่ เริ่มต้น
เพื่อสรรพชีวิตของจักรวาลในช่วงเวลาสุดท้ายจะได้รับการกอบกู้
ช่วยเหลือ และพูดได้อีกว่า ตรีภูมินั้นสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายนี้ เพื่อการช่วยเหลือสรรพชีวิตของจักรวาล
ในประวัติศาสตร์
ยุคที่ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก
ในมิติของมนุษย์นี้ ในสภาพแวดล้อมนี้ของมนุษย์
บนระนาบของระดับชั้นของสสารที่ประกอบขึ้นมาจากโมเลกุล นั้น
โดยแท้จริงก็ไม่มีมนุษย์ดำรงอยู่เลย
ในการศึกษาค้นคว้าของมนุษย์ยุคนี้ พบว่ามีชีวิตต่างดาวดำรงอยู่ ถูกต้อง
ในอดีตก็คือชีวิตแบบนั้นที่อยู่เต็มไปหมดบนระนาบนี้ ที่ประกอบขึ้นมาจากโมเลกุล แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยมีคนมาก่อน ต่อมาภายหลังทำไมเทพจึงสร้างคนขึ้นมาละ ? เพราะจักรวาลจะมีการสร้างขึ้นใหม่ สรรพชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือ ตรีภูมิจะต้องมีสภาพแวดล้อมเช่นนี้
เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลทั้งมวล
การถ่ายทอดต้าฝ่าอยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษอันนี้
สรรพชีวิตในโลกต่างๆจึงล้วนสามารถได้ยินฝ่า
ก็คือเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งหมดในจักรวาล
จึงสร้างตรีภูมิขึ้นมา
โดยเฉพาะคือมนุษย์ข้างในตรีภูมิ
เช่นนั้นในประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ
รวมทั้งประวัติศาสตร์มนุษยชาติในยุคใกล้
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเพื่อให้กับคน
สร้างวัฒนธรรมที่จะสามารถรับรู้ฝ่าให้กับคน ในวันนี้
ไม่ใช่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีวิตอย่างไรของคนเอง อย่างแน่นอน
ยิ่งไม่ใช่เพื่อการพัฒนาอย่างไร ของคน
หรือสร้างสรรค์การดำรงชีวิตที่ดีงามอย่างไรของคน คนสามารถมุ่งไปสู่ความดีงาม และสามารถไปทำเช่นนี้ แต่การปรากฏขึ้นของตรีภูมิกับ
มนุษยชาติมิใช่เพื่อเป้าหมายนี้อย่างแน่นอน
ถ้าหากสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ ทุกท่านลองคิดดู
เช่นนั้นเรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนอของประวัติศาสตร์ เรื่องที่สำคัญยิ่ง มิใช่ล้วนแต่มีเป้าหมายหรอกหรือ ?
ใช่หรือไม่ว่าล้วนแต่เป็นการวางรากฐานอะไรให้กับมนุษย์ในวันนี้ ? อย่างเช่นว่า
ถ้าในประวัติศาสตร์ไม่มีองค์ศากยมุนี
ไม่มีพระเยซู ไม่มีพระแม่มารี ไม่มีเหลาจื่อ เป็นต้น ผู้คนจะรู้ไหมว่าอะไรที่เรียกว่า
ความเชื่อที่ถูกต้อง
อะไรที่เรียกว่าเทพ อะไรที่เรียกว่าพระพุทธ อะไรที่เรียกว่า เต้า จะบำเพ็ญอย่างไรกัน ความนัยของการบำเพ็ญคืออะไร ? แล้วความนัยของโลกสวรรค์คืออะไร ? ถ้าในสมองคนสิ่งเหล่านี้คือความว่างเปล่า
เช่นนั้นความยากลำบากในการถ่ายทอดฝ่าของข้าพเจ้าในวันนี้
ย่อมไม่ใช่ธรรมดาแล้ว แม้แต่แนวคิดเหล่านี้ข้าพเจ้าก็ต้องพูดให้กับคน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยทีเดียว
นั่นก็ไม่เรียกว่า ถ่ายทอดต้าฝ่าแล้ว
ในประวัติศาสตร์แต่ละยุคสมัย
แต่ละชนชาติ
สภาพการณ์ทั้งหลายที่แตกต่างกันที่ชีวิตแสดงออกมา การแยกแยะ สิ่งถูกต้อง กับสิ่งนอกรีต ดีกับเลว(ฮ่าว ไฮว้) เมตตา กับชั่วร้าย ความรับรู้แบบสากลนี้
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เทพสร้างให้กับคนอย่างมีเป้าหมาย
ในช่วงเวลาอันยาวนาน ทำให้คนสามารถรับรู้ได้โดยพื้นฐานที่สุดว่า อะไรคือ ดี
เลว เมตตา ชั่วร้าย
ฉะนั้นในระหว่างการเผยแพร่ต้าฝ่า
เมื่อเริ่มต้นการช่วยเหลือสรรพชีวิต
คนจึงจะสามารถรับรู้ทั้งหมดนี้ได้
จึงสามารถเข้าใจว่าฝ่านี้ดีหรือไม่ดี
ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง
ในขั้นตอนของประวัติศาสตร์
คนก็รับรู้เรื่องเทพแล้ว อะไรคือเทพ
? แม้ว่าจะเป็นไปแบบตื้นเขินมาก แต่ผู้คนก็รู้ว่าเทพนั้นยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าชีวิตที่แตกต่างกัน
มีแนวคิดในการรับรู้ต่อเทพไม่เหมือนกัน
แต่ล้วนเข้าใจว่า พวกเขานั้นเมตตาต่อคน
สามารถช่วยเหลือคนได้
วีรชนที่ปรากฎในประวัติศาสตร์จีนในแต่ละราชวงศ์ แต่ละยุค
ผู้ที่โดดเด่นเหล่านั้นที่แสดงออกมาทั้งหมดในระหว่างการสร้างสรรค์วัฒนธรรมของประวัติศาสตร์นั้น
ที่แท้เป็นการวางรากฐานรูปแบบความคิดนานาชนิดให้กับคน วางรากฐานโครงสร้างความคิด
กับวิธีคิดชนิดนี้ให้กับคนในวันนี้ นี่คือ
งานที่ยิ่งใหญ่ของการสร้าง คน ที่มีโครงสร้างทางความคิดของชีวิตชนิดนี้ นี่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ยาวนาน ซึ่งมนุษย์ทดสอบได้ด้วยตนเองแล้วจึง สามารถรับรู้ได้ ถึงความนัยของงานก่อสร้างเรื่องราวกับ
วัฒนธรรมชนิดต่างๆ กล่าวสำหรับคน เมื่อมีเรื่องอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ผู้คนรู้แล้วว่า
เรื่องนี้มีความหมายเป็นอย่างไรแล้ว
และยังต้องรู้สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในเรื่องนี้ โดยผ่านเรื่องนี้ อย่างเช่นว่า อะไรคือ ความเมตตา(ซั่น) ซั่นเป็นสภาพการณ์อย่างไร ความนัยที่ครอบคลุมอยู่คืออะไร ขอบเขตของมันมีกี่ชนิด ความชั่วร้ายเป็นอย่างไร ความดีเป็นอย่างไร ความเลวเป็นอย่างไร ในทางปฏิบัติของการดำรงชีวิตของผู้คนนั้น ล้วนสามารถรับรู้สิ่งทั้งหลายนี้ได้อย่างแท้จริง ซาบซึ้งความนัยของสิ่งเหล่านี้ได้จริงๆ
จึงจะสามารถรับรู้สิ่งทั้งปวงนี้ได้อย่างลึกซึ้ง นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำให้คนเข้าใจได้ในทันที
ช่วงแรกที่เทพสร้างชีวิตคนขึ้นมา ในความคิดของคนนั้น อะไรก็ไม่มี ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง ไม่แบ่งแยกดีเลว เมตตากับชั่วร้ายคงอยู่พร้อมกัน เปรียบเทียบแล้วต่างกันอย่างยิ่ง รู้สึกยินดีคือความดีงาม ไม่พอใจคือ ความชั่วร้าย คนยุคนี้ก็ไม่เหมือนกัน ทำไมคนเดี๋ยวนี้ พอมาถึงยุคนี้เปลี่ยนเสียจน
มีเหตุผลขึ้นมาแล้วในทันที ? สิ่งนี้กับ
การสร้างคนในระหว่างขั้นตอนของประวัติศาสตร์ที่ข้าพเจ้าพูดถึง
นั้นมีการเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว
เนื่องจากการที่มีชีวิตชั้นสูงลงมาเกิดในมนุษย์ พูดถึงตัวมนุษย์เองนั้น ที่แท้ขั้นตอนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็คือ
ขั้นตอนหนึ่งของการวางรากฐานทางความคิดและพฤติกรรมของคน และคือขั้นตอนของการสร้างคนชนิดนี้ในวันนี้อย่างแท้จริง เป้าหมายของทั้งหมดนี้คือ เพื่ออะไร ? ก็คือเพื่อ
ในระหว่างการเผยแพร่ต้าฝ่า ทำให้คนสามารถรับรู้ฝ่าได้ ฉะนั้นก็พูดได้ว่า
เรื่องนี้ได้จัดวางไว้แล้วในประวัติศาสตร์ยุคที่ยาวไกลมาก และได้เริ่มวางรากฐานไว้แล้ว
ข้าพเจ้ายังจะขอบอกกับทุกท่านว่า
ใครกันที่เป็นผู้บำเพ็ญ
ใครกันที่มีความเชื่อที่ถูกต้อง
ในอดีตนั้น มีคนมากมายพูดว่า มีวิธีการบำเพ็ญอย่างนี้ มีวิธีการบำเพ็ญอย่างนั้น การบำเพ็ญอย่างนี้ การเชื่อถือเทพอย่างนั้น ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน ในประวัติศาสตร์ไม่ว่ามีเทพมากันแล้วสักเท่าไร มีผู้รู้แจ้งมากันสักเท่าไร ภารกิจที่แท้จริงของพวกเขา
คือการวางรากฐานวัฒนธรรมที่จำเป็นต่อการบำเพ็ญและความเชื่อที่ถูกต้อง
ให้กับต้าฝ่า ใครก็ไม่ได้ช่วยคนเลย ไม่ว่าใครสักคน ก็ไม่ได้ขึ้นสวรรค์ เพราะรูปแบบการบำเพ็ญในอดีต นั้นคือการวางรากฐานให้กับต้าฝ่าในวันนี้
ซึ่งสามารถช่วยคนได้อย่างแท้จริง ในอดีต เทพที่ลงมา
บรรดาเรื่องเหล่านั้นที่พวกเขาทำกัน นั้น
ที่จริงมีบางชีวิตได้รับการช่วยขึ้นไปแล้ว แต่ว่านั่นไม่ใช่ตัวคนๆนี้จริงๆ ทว่าเป็นจิตรองของพวกเขา แม้แต่เทพเหล่านั้นที่ลงมาช่วยคน
ร่างกายของพวกเขาเหล่านั้นที่แบกรับอยู่ในเวลานั้น-คน
ยังคงหมุนเวียนกลับชาติมาเกิดในโลกมนุษย์อยู่ และพูดได้อีกอย่างว่า ในประวัติศาสตร์ล้วนร้องกันว่า ช่วยคน ช่วยคน
แต่ใครก็ไม่ได้ช่วยคนเลย
ในเวลาที่องค์ศากยมุนีถ่ายทอดฝ่าอยู่นั้น
ศิษย์ของพระองค์ถามพระองค์ว่า ท่านอาจารย์
จะสามารถบำเพ็ญสำเร็จเป็นพระยูไลโดยไม่แยกตัวออกมาจากสังคมโลกได้หรือไม่
? หรือพูดว่า สามารถจะอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่ออกจากสภาพการดำรงชีวิตของคนธรรมดาสามัญ สภาพแวดล้อมของสังคม แล้วบำเพ็ญสำเร็จเป็นเทพ บำเพ็ญสำเร็จเป็นพระพุทธได้หรือไม่ ? องค์ศากยมุนีทรงคิดๆ แล้วตรัสว่า นั่นต้องรอจน พระผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมจักรลงมาสู่โลกจึงจะเป็นไปได้ สองพันกว่าปีผ่านไปแล้ว
บรรดาเหล่าศิษย์ของศาสนาเที่ยงธรรมต่างเฝ้ารอคอย รอคอยอะไรละ ?
รอเทพปรากฏออกมาอย่างยิ่งใหญ่บนฟ้าหรือ ?
รอเมื่อเทพมาแล้ว ก็ไม่ต้องบำเพ็ญ
และไม่ต้องสนใจว่าบำเพ็ญได้ดีหรือไม่ดี
และไม่สนใจว่าคนดีหรือคนเลว ก็ขึ้นสวรรค์พร้อมกันได้เลยหรือ ?
แนะนอนละ ไม่ว่าข้าพเจ้าเป็นใคร
ผู้คนรู้กันว่าข้าพเจ้ากำลังถ่ายทอดฝ่าช่วยเหลือชาวโลกอาจารย์เป็นเพียงร่างกายของคนธรรมดาสามัญ
อยู่ที่นี่บรรยายฝ่าให้กับทุกท่าน
การรับรู้เกี่ยวกับอาจารย์ นั้น
คนธรรมดาสามัญจำนวนไม่น้อยมีมุมมองที่ต่างกัน
ไม่เป็นไร
เชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร
ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าข้าพเจ้าเป็นเทพ
ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าข้าพเจ้าเป็นพระพุทธ
ชาวโลกเพียงถือว่าข้าพเจ้าเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง
ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าทำไปก็ล้วนอาศัยรูปแบบของคนในการทำ ในขณะช่วยเหลือศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า
ข้าพเจ้าก็ทำโดยใช้รูปแบบของคนธรรมดาสามัญ
ในสภาพแวดล้อมของสังคมนี้
ในมิติของวังวนนี้
ในขณะที่ช่วยคนอยู่ไม่อาจจะมี ชีวิตในระดับชั้นสูงชีวิตหนึ่งชีวิตใด
อาศัยรูปแบบการแสดงออก(ปรากฏ)ของเทพสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่ อยู่ในโลก
ช่วยคนโดยอาศัยปาฏิหาริย์ของเทพทั้งหมด
ถ้าอยู่ในวงแคบ เกี่ยวข้องกับคนเฉพาะราย
หรือ ในระหว่างสร้างวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์
นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว
มนุษยชาติก็เป็นอย่างนี้ แน่นอนก็ไม่ใช่จะมีเรื่องใดๆที่ตายตัว
บางทีในเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ข้าพเจ้าก็สามารถทำโดยอาศัยรูปแบบของเทพ เพราะว่าเวลานั้นจำต้องทำเช่นนี้ ในระหว่างเริ่มต้นการเจิ้งฝ่าของจักรวาล หากอาศัยรูปแบบของเทพในการปฏิบัติการ
เป็นวงกว้างในสังคม
จะทำให้คนบำเพ็ญเกิดการยึดติด
บางคนคิดว่า ความสามารถของเทพยิ่งใหญ่ออก ทำไมไม่ช่วยคนยากจนเหล่านี้ และลงโทษคนชั่วละ
? ทำไมไม่มาแสดงปาฏิหารย์ละ ?
องค์ประกอบของสังคมมนุษย์
กับตรีภูมิได้วางรากฐานของเป้าหมายและรูปแบบการดำรงอยู่ไว้แล้ว นี่ก็คือสังคมแห่งวังวนหนึ่ง ก็คือสังคมที่ไม่ให้สรรพชีวิตมองเห็นภาพจริงทั้งหมด
ใครบำเพ็ญอยู่ที่นี่ล้วนต้องอาศัยรูปแบบของคนธรรมดาสามัญในวังวนนี้ทำตัวเป็นคนดี ทำเรื่องที่ดีงาม ปล่อยวางการยึดติด
จึงจะสามารถหลุดพ้นที่นี่ไปได้
นั่นจึงจะเรียกว่าการบำเพ็ญ
ถ้าหากอาศัยรูปแบบของเทพทั้งหมดทำอะไรที่นี่ ล้วนไม่อาจถือว่าเป็นการบำเพ็ญ ในประวัติศาสตร์มีผู้บำเพ็ญเต๋าไม่น้อย
แสดงอิทธิฤทธิ์อยู่ในโลก
นั่นคือการสร้างวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์
เหตุใดพอมาถึงยุคใกล้ๆแล้วน้อยลงละ ?
เพราะยิ่งใกล้เวลาถ่ายทอดต้าฝ่าก็ยิ่งไม่อนุญาตให้เรื่องอย่างนี้ปรากฏออกมา มากจนเกินไป
หลังจากถึงยุคใกล้เจิ้งฝ่าแล้ว
ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าจะบำเพ็ญกัน
ข้อกำหนดก็สูงขึ้นแล้ว โดยเฉพาะคือเมื่อชีวิตที่โดดเด่นของจักรวาลชนิดเริ่มต้นการยืนยันความจริงให้ฝ่า
เริ่มการหยวนหมั่นตนเอง
สภาพแวดล้อมของที่นี่ก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญยิ่งขึ้น ข้อกำหนดยิ่งเข้มงวดขึ้นอีก จะยอมให้คนมองเห็นภาพจริงได้น้อยมาก เพราะว่าชีวิตกลุ่มนี้บำเพ็ญได้สูง กล่าวสำหรับพวกเขา ข้อกำหนดจึงต้องสูง
ชีวิตกลุ่มนี้แบกรับความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ที่หนัก
ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องก้าวออกมาจากสภาพแวดล้อมที่ทุกข์ยากมาก ดังนั้นจึงบอกว่าศิษย์ต้าฝ่ายอดเยี่ยม
สภาพการณ์บำเพ็ญที่ศิษย์ต้าฝ่าเผชิญอยู่ในวันนี้ หรือพูดว่า
มันล้วนแตกต่างจากรูปแบบและสภาพการณ์บำเพ็ญใดๆในประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าพูดมาโดยตลอดว่า
การเข้าร่วมของอิทธิพลเก่าคือการประทุษร้ายอย่างหนึ่ง เป็นการรบกวนอย่างหนึ่ง ถ้าหากในประวัติศาสตร์ผู้ที่เทพเหล่านั้นช่วยเหลือคือจิตรองทั้งหมดของคน
ไม่ใช่ร่างหลักของคนเอง
เช่นนั้นทุกท่านคิดดู
รูปแบบการช่วยเหลือคนชนิดนี้ จะสามารถใช้กับการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้ได้ไหม
?
ศิษย์ต้าฝ่ารวมทั้งร่างหลักของชาวโลกล้วนอยู่ชั้นผิวนอก เช่นนั้นสิ่งที่พวกมันทำนั้นถูกต้องหรือไม่
? ใช้ได้หรือไม่ ? ล้วน ไม่คู่ควรกัน ดังนั้นจึงพูดว่าพวกมันกำลังรบกวน รูปแบบชนิดนี้ที่ข้าพเจ้าบอกให้ทุกท่านบำเพ็ญกันในวันนี้ รูปแบบการบำเพ็ญชนิดนี้
เป็นรูปแบบการบำเพ็ญที่สอดคล้องกับสังคมคนธรรมดาสามัญมากที่สุด อาศัยใช้รูปแบบที่สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุดในการยืนยันความจริงให้ฝ่า สิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ กล่าวสำหรับเทพเหล่านั้น พวกมันไม่รู้แม้แต่น้อยว่าจะทำอย่างไรกับรูปแบบการบำเพ็ญอย่างนี้ พอทำขึ้นมาก็ไม่คู่ควรจริงๆ ดังนั้นการปฏิบัติต่อการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าจึงเป็นการรบกวนอย่างหนึ่ง ไม่ใช่บอกว่าพวกมันไม่มีความสามารถ
คือจักรวาลในอดีตได้สร้างชีวิตอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว คือจักรวาลในอดีตมีสติปัญญาเพียงเท่านั้น ในระหว่างการเจิ้งฝ่าครั้งนี้
จักรวาลสร้างความสมบูรณ์ให้กับความไม่สมบูรณ์ในอดีต เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ความสามารถของจักรวาลในอดีตไม่สามารถทำได้
ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าจึงสามารถ(สมควร)ได้รับการช่วยเหลือ จึงสามารถบำเพ็ญหยวนหมั่น ถ้าทำตามรูปแบบการบำเพ็ญในอดีต
ในวันนี้ศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่งคนใด(แม้คนเดียว)ก็บำเพ็ญหยวนหมั่นไม่ได้แล้ว
มีเพียงทำตามรูปแบบที่ต้าฝ่าสร้างขึ้นมา รูปแบบของการบำเพ็ญ รูปแบบในการช่วยเหลือคนที่แท้จริง
จึงสามารถหยวนหมั่น ไม่เพียงหยวนหมั่น ทว่าเป็นการช่วยเหลือคนๆนี้อย่างแท้จริง
ช่วยเหลือจิตหลักของคน
กล่าวสำหรับเทพพวกนั้นที่วุ่นวายกับการเจิ้งฝ่า นั้น ก็เพียงรู้หนึ่ง ไม่รู้สอง รู้เพียงอดีต ไม่รู้ปัจจุบันและอนาคต รู้แต่รูปแบบไม่รู้เนื้อหาความนัย ทำขึ้นมาพวกมันก็ไม่มีกำลังพอจะทำได้
ก่อให้เกิดการรบกวนอย่างหนักต่อการเจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า
ดังนั้นข้าพเจ้าว่า
ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้แตกต่างจากในประวัติศาสตร์ ศิษย์ต้าฝ่ากับ
การที่ศิษย์ชาวคริสต์ถูกประทุษร้ายในประวัติศาสตร์ โดยรูปแบบแล้ว
ดูไปล้วน เป็นการถูกประทุษร้าย
แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญ
ในฐานะเป็นชีวิตที่กำลังก้าวไปสู่ความเป็นเทพ บรรดาสิ่งที่ปรากฏออกมานั้นแตกต่างกัน การทนแบกรับแต่ประการเดียว เนื่องจากจักรวาลในอดีตไม่มีความสามารถไปจัดการปัญหาอันยาวนานเหล่านั้นในประวัติศาสตร์ ทำให้ชีวิตชั้นสูงก็มาทำร้ายเทพด้วย
ในเวลาเดียวกันก็ทำร้ายคนเหล่านี้ที่ก้าวไปสู่ความเป็นเทพ
สิ่งนี้กล่าวสำหรับประวัติศาสตร์แล้ว
กล่าวสำหรับประวัติศาสตร์ของจักรวาล
สำหรับเทพ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไร้เกียรติ
วันนี้ข้าพเจ้าไม่เพียงเดินบนเส้นทางที่ต่างจากพวกเขา ทว่าเป็นเพราะ อนาคตกับอดีตนั้นไม่เหมือนกัน คือรูปแบบการบำเพ็ญที่ต้าฝ่ามอบให้คน ก็เป็นเช่นนี้
ข้าพเจ้ากับเหล่าศิษย์ต้าฝ่ายังวางรากฐานให้กับอนาคต รูปแบบการบำเพ็ญในอนาคตจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
นี่จึงจะเรียกได้ว่าช่วยเหลือคนอย่างแท้จริง นี่จึงจะสามารถช่วยคนได้จริง
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครคิดจะเปลี่ยนแปลง
ก็จะเปลี่ยนได้ ทุกท่านทราบว่า
ปัจจุบันคือช่วงเจิ้งฝ่า
จักรวาลกำลังเปลี่ยนใหม่
ก่อตั้งกันใหม่ สร้างขึ้นใหม่ ภายใต้เงื่อนไขนี้ จึงสามารถเสริม(ชดเชย)ส่วนที่บกพร่อง แก้ไขสิ่งที่บกพร่อง และมีเพียงอยู่ในช่วงการก่อตั้งร่างนภาใหญ่ จึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นนี่คือ โอกาส
โอกาสแบบนี้ไม่อนุญาตให้ชีวิตใดๆมารบกวนหรือทำลาย ใครรบกวน เขาก็มีบาป ใครรบกวนเขาก็ต้องรับผิดชอบ
ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเมื่อครู่ โดยพื้นฐานคือ การอธิบายกว้างๆว่า
รูปแบบการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้ แตกต่างจากที่คนในอดีตบำเพ็ญกัน เพราะว่าเมื่อคนๆหนึ่งคิดจะได้รับการช่วยเหลือ คนก็ต้องก้าวออกมาด้วยตัวเอง จากสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก , อุปสรรค ,
ผลประโยชน์ , ตัณหา,อารมณ์ ความรักความผูกพัน(ฉิง)
เรื่องราวใดๆล้วนสามารถเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ใกล้ตัวของผู้บำเพ็ญ เรื่องราวใดๆล้วนแต่กระทบต่อท่าน ความคิด ความรู้สึกไม่สบายใจของท่าน ซินซิ่งของท่าน สิ่งที่ยึดติดในความคิดของท่าน ท่านจะเดินไปอย่างไร เลือกอะไร
นั่นก็จะต่างกัน ในทางกลับกัน
นั่นก็เป็นคนธรรมดาสามัญ
ท่านสามารถก้าวออกมาจากผลประโยชน์ของคนธรรมดาสามัญ ก้าวออกมาจากการยึดติดของคนธรรมดาสามัญ ท่านก็คือเทพ
นี่ต่างจากรูปแบบการบำเพ็ญในอดีต โดยสิ้นเชิง
ในอดีตคนเข้าสู่วัด เข้าสู่สำนักบำเพ็ญเต๋า เข้าสู่ป่าเขา
หลีกหนีจากโลกของคนไปบำเพ็ญ
ร่างกายของคนๆนี้โดยตัวมันเอง
ไม่ได้แบกรับการทดสอบซินซิ่ง
,การกระทบโดยตรงต่อจิตยึดติดของเขามากมายอะไร การทดสอบโดยตรงที่สุดต่อผลประโยชน์ของเขา
ดังนั้นคนโดยตัวเขาเองจึงเท่ากับไม่ได้บำเพ็ญ แม้ในชีวิตคนจะละทิ้งการดำเนินชีวิตตามปกติของคน กล่าวสำหรับคนๆนี้ ก็เป็นแต่เพียงว่า
เลือกกำหนดรูปแบบอีกชนิดหนึ่งในการดำเนินชีวิตเท่านั้นเอง ถ้าจิตรองนั้นสามารถบำเพ็ญสำเร็จได้จริง
เช่นนั้นจิตรองก็ออกจากร่างกายเขาไปเป็นเทพแล้ว กล่าวสำหรับเขาแล้วนั่นก็คือ
มีโชคลาภแล้ว ชาติต่อไปเขาก็สามารถได้โชคลาภตอบแทน โชคลาภตอบแทนนะ อยู่ในโลกได้โชคลาภตอบแทน ก็เท่านี้เอง
กล่าวสำหรับชีวิตหนึ่งที่มีเป้าหมายของการบำเพ็ญ ใครมาบำเพ็ญเพื่อแสวงหาสิ่งเหล่านี้ละ ? พูดโดยแก่นแท้นั้น ตรีภูมิ มิได้สร้างขึ้นเพื่อสิ่งนี้ สรรพชีวิตก็ไม่ได้มาเพื่อสิ่งนี้ เช่นนั้นจึงพูดได้ว่า
การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่านั้นยิ่งใหญ่ที่สุด คือการบุกเบิกประวัติศาสตร์
พวกท่านเดินได้อย่างเที่ยงตรงบนเส้นทางของพวกท่าน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
ข้าพเจ้าพูดตลอดมา ข้าพเจ้าว่า
เหล่าศิษย์ต้าฝ่าไม่อาจเดินไปสุดขั้ว
ต้องเดินบนเส้นทางของท่านให้เที่ยงตรง
ท่านคิดเพ้อเจ้อ
วันนี้ท่านรับรู้ออกนอกทางแล้ว
พรุ่งนี้ท่านเกิดฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน แล้วทำเรื่องอะไรออกมา ทำเรื่องโง่เขลา
ภายใต้แรงผลักดันของจิตโอ้อวด
นั่นล้วนคือจิตหลักของท่านโดยตรง
คือการแสดงออกโดยตรงของชีวิตนี้ของท่าน
คนอย่างนี้จะหยวนหมั่นได้ไหม?
เพราะพฤติกรรมของท่าน
ล้วนเป็นบรรดาการแสดงออกมา ของร่างหลักของท่านที่บำเพ็ญ ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือ คือร่างหลักนี้อย่างแท้จริง ชีวิตอย่างนี้วางไว้ที่ตรงนั้นของเทพจะได้ไหม
? ไม่ได้หนา ดังนั้นพวกท่านต้องทำให้ดี มีสติสัมปชัญญะ แจ่มชัด
ใช้ความคิดที่ถูกต้อง ในการบำเพ็ญ
พวกท่านสามารถไปบำเพ็ญอย่างสอดคล้องที่สุดกับ
รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาสามัญ
ขอเพียงอาจารย์บอกว่า มันใช้ได้
พวกท่านก็ไปทำตามรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาสามัญ เพราะว่าเส้นทางของพวกท่าน
ก็เดินกันไปอย่างนี้
คนก็ต้องใช้รูปแบบอย่างนี้ ในการได้รับการช่วยเหลือ เทพในอนาคต หากเขาคิดจะมาช่วยคน เขาก็ต้องทำอย่างนี้ เพราะจักรวาลในอนาคต ในด้านการช่วยเหลือคนนี้ เป้าหมายที่เจาะจง ก็คือ ร่างหลักของคน ดังนั้นอย่าไปมองรูปแบบการบำเพ็ญในอดีตชนิดนั้น รูปแบบความเชื่อต่อเทพประเภทนี้เป็นอย่างไรๆ
และอย่ามองว่าอิทธิพลของพวกเขามีมากแค่ไหน
พวกท่านจึงจะเป็นผู้กำลังบำเพ็ญอย่างแท้จริง จักรวาลกำลังเจิ้งฝ่า บรรดาเทพที่พวกเขานับถือ
ล้วนกำลังจัดวางตำแหน่งของของพวกเขาใหม่
พวกเขายังจะได้รับการช่วยเหลือไปที่ไหนได้ละ ? จะขึ้นสวรรค์ได้อย่างไรละ ?
โลกสวรรค์ล้วนแต่กำลัง ก่อตั้งกันใหม่
พวกเขาจะไปสวรรค์ไหนกันละ ?
พวกท่านจึงจะเป็นผู้ที่สง่างาม
ยอดเยี่ยม
เป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ซึ่งกำลังเดินไปสู่โลกสวรรค์ในขณะที่ช่วยเหลือสรรพชีวิต อย่างแท้จริง
คำพูดเมื่อครู่ของข้าพเจ้านะ เป็นการพูดเจาะจงต่อศิษย์ต้าฝ่าของเรา ผู้ที่ไม่ได้บำเพ็ญ
หรือผู้ฝึกใหม่ท่านคงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจว่า ข้าพเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่ และรู้สึกว่าเหลือเชื่อจริงๆ ไม่ต้องร้อนใจ
ข้าพเจ้าที่นี่ จะไม่มีผลร้ายอะไรกับคน
ไม่มีองค์ประกอบที่ไม่ดีต่อคน ไม่เข้าใจ
ท่านก็ค่อยๆทำความเข้าใจ ในการรับรู้ ท่านสามารถค่อยๆมารับรู้ผู้บำเพ็ญเหล่านี้
สุดท้ายสำหรับปัญหานี้ ข้าพเจ้ายังจะขอเน้นอีกที มีผู้ฝึกบางคนไม่สุขุมรอบคอบอย่างมาก จิตยึดติดแรงมาก !
ได้ยินอะไรหน่อย มองเห็นอะไรหน่อย กระทั่งรู้สึกได้สักหน่อยว่า
ตนเองมีความสามารถอะไร
หรือตัวเองรู้สึกว่าตัวเองคล้ายกับเป็นใคร ก็เริ่มสับสนอลหม่าน จิตใจเลอะเลือน บ้าๆบอๆ
ท่านยังจะบำเพ็ญได้อีกหรือ ?
ไม่ว่าท่านเป็นใคร
วันนี้ถ้าข้าพเจ้าช่วยท่านไม่ได้
ท่านก็กลายเป็นผีในนรก ! เหตุใดจึงไร้สติสัมปชัญญะเช่นนั้น ?
ทำไมแพร่กระจายเรื่องที่รบกวนการบำเพ็ญของผู้ฝึก
กับการยืนยันความจริงให้ฝ่า จำพวกนั้นละ
?
ท่านนั้นเป็นเพียงปัญหาใจตนเองเกิดมารแค่นั้นหรือ ? ท่านกำลังรบกวนต้าฝ่า บาปนี้เล็กอยู่หรือ ? ถ้าหากข้าพเจ้า หลี่ หง จื้อ
ไม่ยอมรับท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า
ไม่ยอมรับว่าท่านเป็นผู้ฝึกของข้าพเจ้า
ท่านคิดดู ยังจะมีท่านอยู่อีกหรือ ?
ตรีภูมิล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้
ร่างนภาของจักรวาลนี้ไม่ว่ามันจะใหญ่เพียงไร ชีวิตทั้งมวลล้วนกำลังเพ่งมองที่นี่อยู่
ชีวิตทั้งมวลล้วนต้องอยู่ที่นี่ได้รับการยอมรับ ดังนั้นข้าพเจ้าขอแนะผู้ฝึกที่ไร้สติสัมปชัญญะเหล่านั้น ท่านต้องมีสติขึ้นมา ท่านต้องรับผิดชอบต่อ ชีวิตของท่าน เนื่องจากจิตยึดติดของท่าน
จึงทำให้ท่านถูกชีวิตชั่วร้ายเหล่านั้นที่มาจากภายนอก ควบคุม,รบกวน , บังคับ ทำให้ท่านไม่มีสติสัมปชัญญะเช่นนั้น
คำพูดเมื่อครู่ อาจารย์พูดไปค่อนข้างแรง ทุกท่านคงจะมองเห็นกันแล้ว ผ่านใกล้เข้ามาอีกช่วงเวลาหนึ่ง
บางครั้งข้าพเจ้าพูดเจาะจงต่อผู้ฝึกแบบนี้ค่อนข้างแรง
เพราะข้าพเจ้ามองเห็นผลลัพธ์ที่น่ากลัวของพวกเขาแล้ว ไม่ว่าพวกท่านจะรับรู้อย่างไร ไม่ว่าคนที่ไม่เข้าใจข้าพเจ้ากับศิษย์ต้าฝ่า จะรับรู้อย่างไร ข้าพเจ้า หลี่ หง จื้อ
นั้นมาเพื่อสรรพชีวิต
ข้าพเจ้ากำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต
ข้าพเจ้าไม่อยากเห็นชีวิตหนึ่งชีวิตใด ทำลายตัวเอง เพราะข้าพเจ้า มาเพื่อท่าน ข้าพเจ้าร้อนใจ ข้าพเจ้าร้อนใจเพื่อพวกท่าน เวลายิ่งกระชั้นเข้าทุกขณะ ทุกท่านมองเห็นกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์นั้นใหญ่มาก
ถ้าหากการประทุษร้ายครั้งนี้จบลงในทันทีแล้ว โอกาสอะไร ก็ไม่มีแล้ว ทุกสิ่งล้วนกำหนดแน่นอนลงไปแล้ว
ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าร่วมฝ่าฮุ่ยของทุกท่านมานานแล้ว ดังนั้นจะขออยู่กับทุกท่านนานสักหน่อย
ข้าพเจ้าได้ยินว่ามีผู้ฝึกจากประเทศรัสเซีย ยังมีประเทศแถบตะวันออกบางประเทศ มากัน ยากจะมาได้สักครั้ง ในด้านเศรษฐกิจ ในด้านต่างๆ ล้วนยากลำบาก ยังมีผู้ฝึกใหม่ อื่นๆอีก ล้วนไม่เคยพบข้าพเจ้า คิดจะพบอาจารย์มาโดยตลอด ผู้ฝึกเก่าหลายคนก็ไม่ได้พบอาจารย์มานานแล้ว ดูเหมือนพวกท่านมีคำพูดที่จะพูดมากมาย ถ้าวันนี้ข้าพเจ้าจากไปแล้ว พวกท่านจะผิดหวังมาก ( อาจารย์หัวเราะ ) ดังนั้น อย่างนี้ละกัน พวกเราก็ทำตามวิธีเก่า ทุกท่านมีอะไรจะพูด พวกท่านก็เขียนคำถามส่งขึ้นมา จากนั้นข้าพเจ้าจะตอบให้ทุกท่าน
ทุกท่านลำบากจริงๆแล้ว อากาศกลับเย็นลงแล้ว เมื่อตอนฤดูร้อน
เวลาที่ทุกท่านอยู่ที่สถานกงสุล
อยู่บนถนน กับสภาพแวดล้อมต่างๆ
อธิบายความจริง ยืนยันความจริงให้ฝ่า แม้ว่าอากาศจะร้อนยังนับว่าพอผ่านไปได้ พออากาศค่อนข้างหนาว
สภาพทางธรรมชาติย่อมจะก่อให้เกิดความยากลำบากต่อทุกท่าน ในด้านนี้ทุกท่านกลับไม่ใช่ว่า เพราะสภาพทางธรรมชาติไม่ดี
ก็ไม่ทำอะไรแล้ว ตรงกันข้าม
ทุกท่านยังขยันขันแข็ง ไม่มีย่อหย่อน ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ชีวิตในอนาคต
ชาวโลกในอนาคต ล้วนแต่ต้องขอบคุณพวกท่าน
เพราะในอนาคตคนที่สามารถเหลือรอดอยู่ได้
ก็เพราะพวกท่าน พวกเขาจึงรอดได้ ชาวโลกในขณะนี้กำลังอยู่ในวังวน
คือศิษย์ต้าฝ่ากำลังถูกทดสอบอย่างที่ว่ากัน สรรพชีวิตล้วนตกอยู่ในสภาพวังวน ผู้คนในอนาคตล้วนจะรู้ว่า ศิษย์ต้าฝ่าคือใคร ล้วนจะรู้ว่าศิษย์ต้าฝ่ายอดเยี่ยม
และผู้ที่เหลือรอดอยู่ล้วนจะรู้สึกซาบซึ้งในศิษย์ต้าฝ่า
หลี่ หงจื้อ
2004 - 11 - 21
|
|
|