ฝ่าหลุนต้าฝ่า
บทความใหม่ของอาจารย์
กลับไปสารบัญ
การบรรยายธรรมในที่ประชุมนานาชาติ ของอเมริกาฝั่งตะวันตก
(เสียงปรบมือของที่ประชุมดังกึกก้องยาวนาน) สวัสดีทุกท่าน
ทุกท่านลำบากกันแล้ว
ฤดูหนาวได้ผ่านไปแล้ว ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว ประวัติศาสตร์ก็เหมือนกับ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน
ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว
ที่มีการแปรเปลี่ยนเรื่อยไปในกระแสธารประวัติศาสตร์ของมนุษย์อันยาวนาน
มีเรื่องราวต่างๆนานาเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
เพื่อวางรากฐานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมสุดท้ายที่จำเป็นแก่มนุษย์ ในประวัติศาสตร์ก็เคยปรากฏผู้บำเพ็ญออกมามากมาย มีรูปแบบวิธีการบำเพ็ญมากมาย และรูปแบบวิธีการบำเพ็ญเหล่านี้ล้วน
ไม่เหมือนกันเลย โดยเฉพาะเมื่อมาถึง
ช่วงสองพันปีก่อนและหลัง
ได้เกิดศาสนาของความเชื่อที่ถูกต้อง หลายศาสนา แม้สิ่งที่เชื่อถือกันในศาสนาเหล่านี้
ล้วนเป็นเทพ
แต่วิธีการบำเพ็ญก็ไม่เหมือนกัน
กระทั่งผลักไส ไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน
แน่ละ ในการผลักไสซึ่งกันและกันนั้น ย่อมมีจุดมุ่งหมายของพวกเขาอยู่ เช่นนี้จึงสามารถปกป้องวิธีการบำเพ็ญของพวกเขาให้มั่นคง
ไม่เปลี่ยนแปลง หรือกล่าวได้ว่า
รูปแบบความเชื่อที่ถูกต้องต่อเทพนั้นไม่เหมือนกัน ก่อนฝ่าปรับโลกมนุษย์ นั้น รูปแบบการบำเพ็ญใดๆ
ต่างก็ไม่ใช่สิ่งที่กำหนดไว้โดยเฉพาะของจักรวาล
ที่จะต้องทำให้เป็นรูปแบบที่เป็นเอกภาพ อันคงที่แน่นอน ซึ่งการเชื่อในเทพของชาวโลกจะต้องทำตามกันไปตามเส้นทางนี้เท่านั้น
นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทุกท่านได้มองเห็นแล้วว่า
รูปแบบการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้นั้น ไม่เหมือนกับของศาสนาอื่น และรูปแบบการบำเพ็ญชนิดต่างๆในแต่ละยุคของประวัติศาสตร์ ไม่เพียงไม่เหมือนกัน แต่มองดูแล้วยังต่างกันอย่างมาก เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เหล่าเทพต่างมองเห็นปัญหาหนึ่ง นั่นคือ
รู้สึกว่า การที่ผู้บำเพ็ญ
บำเพ็ญอยู่ในโลกียโลก ไม่ออกไปจากสังคมคนธรรมดาสามัญ นั้นจะบำเพ็ญไม่สำเร็จ เพราะ สำหรับคนธรรมดาสามัญนั้น
ผลประโยชน์ที่จับต้องได้
การรบกวนของจิตมนุษย์นานาชนิดต่อผู้บำเพ็ญ
ทำให้ผู้บำเพ็ญยกระดับขึ้นได้ยากมาก
ผู้ที่มาช่วยเหลือคนก็รู้สึกว่าความสามารถไม่อำนวยให้
ไม่มีใครกล้าที่จะเดินไปบนเส้นทางเช่นนี้ โดยเฉพาะคือการช่วยเหลือคนอย่างกว้างขวาง พอเผชิญกับผู้บำเพ็ญมากมาย
พอผู้บำเพ็ญเข้าไปปะปนอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ ก็จะรู้สึกว่าไม่มีทางที่จะดูแลได้ ไม่มีทางที่จะช่วยเหลือได้ ดังนั้น รูปแบบการบำเพ็ญ รูปแบบการช่วยเหลือคน ชนิดต่างในอดีต
จึงไม่กล้าแม้แต่จะคิดอย่างนี้
ก็ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าผู้บำเพ็ญจะไปปฏิบัติจริงๆในโลกียโลก
เส้นทางนี้ที่ศิษย์ต้าฝ่าเดินไปในวันนี้ ไม่เคยมีมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ ในสมองของชาวโลกจำนวนมากได้ก่อเกิดทัศนคติดั้งเดิมชนิดหนึ่งขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อถือศรัทธาของศาสนาก็ดี หรือจะกล่าวในฐานะตัวผู้บำเพ็ญเองก็ดี หากไม่ออกบวช ไม่ไปจากโลกียโลก
ย่อมเป็นไปไม่ได้
ฉะนั้นกล่าวสำหรับรูปแบบการบำเพ็ญชนิดนี้ของศิษย์ต้าฝ่า คือสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่มีแบบอย่าง ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูดมาโดยตลอดว่า
ในการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีแบบอย่าง
ไม่เพียงแต่เส้นทางของการบำเพ็ญส่วนบุคคลของพวกท่าน ที่ต้องเดินกันไปเอง แม้แต่รูปแบบการบำเพ็ญที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดให้กับพวกท่านก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวอย่าง เส้นทางนี้ทุกท่านต้องเดินกันออกมาเอง เพราะอะไรละ ในท่ามกลางการบำเพ็ญที่ผ่านมา ทุกท่านอาจจะเคยรับรู้ได้แล้ว ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
ข้าพเจ้าก็คือบรรยายฝ่าอย่างนี้
เนื่องจากภาระรับผิดชอบที่ประวัติศาสตร์มอบให้กับศิษย์ต้าฝ่านั้น
หนักเหลือเกิน
ต้องเผชิญกับสรรพชีวิตมากเหลือเกิน
มีข้อกำหนดต่อศิษย์ต้าฝ่า สูงอย่างยิ่ง
และรากฐานของจิตหลักของสรรพชีวิตในโลกวันนี้ ก็ใหญ่มาก ผู้คนรู้ไหมว่าพวกท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า เป็นศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า ความรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าจึงยิ่งใหญ่มาก ความนัยของชื่อเรียกนี้
ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ทำอย่างไรศิษย์ต้าฝ่า
จึงจะสามารถบรรลุถึงธรรมานุภาพที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น นี้จึงกำหนดรูปแบบการบำเพ็ญที่พิเศษของพวกท่าน ถ้าพวกท่านไม่เลือกรูปแบบการบำเพ็ญชนิดนี้ หรือเลือกรูปแบบการบำเพ็ญ
ชนิดหนึ่งชนิดใดในอดีต
ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าล้วนจะไม่อาจบรรลุเป้าหมายของการบำเพ็ญได้ ไม่อาจทำให้ภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่รับผิดชอบ
สมบูรณ์ได้
ยิ่งไม่อาจบรรลุระดับชั้นที่ต้องการ และสำเร็จมรรคผลไม่ได้
ดังนั้นจึงปรากฏปัญหาหนึ่งออกมา คือ คนๆหนึ่งจะก้าวออกมาจากโลกียโลก บำเพ็ญออกมาจากในหมู่มนุษย์
นั้นเป็นสิ่งที่ยากอย่างยิ่ง
และประวัตศาสตร์ก็ไม่มีตัวอย่างใดๆเหลือเอาไว้ให้ ถ้าหากจะบำเพ็ญตามศาสนาเมื่อก่อน หรือ
ศาสนาในปัจจุบัน ย่อมไม่ได้
คนรู้กันแล้วว่า พระสงฆ์บำเพ็ญกันอย่างไร
นักพรตเต๋าบำเพ็ญอย่างไร
นักบวชของศาสนาคริสต์
ศาสนาโรมันคาทอลิก บำเพ็ญกันอย่างไร
ชาวโลกเชี่อถือเทพกันอย่างไร
แน่ละการเชื่อถือเทพ กับ การบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญเองนั้น ไม่เหมือนกัน เพราะการเชื่อถือเทพนั้นอย่างมากก็คือ
เทพจะเอาใจใส่ดูแลคือในระดับหนึ่ง ให้โชคลาภแก่ท่าน หรือ คนที่ดีเป็นพิเศษ
นั้นจะสามารถขึ้นไปเป็นสรรพชีวิตในโลกของเทพ
แต่ว่าพวกนั้นล้วนแต่ไม่มีมรรคผล
การเชื่อถือแบบทั่วไปนั้นไม่นับว่าเป็นการบำเพ็ญ ส่วนการบำเพ็ญนั้นต้องสำเร็จมรรคผล หรือพูดว่า
ผู้ที่มีมรรคผลนั้น เขาก็จะไม่ใช่สรรพชีวิตโดยทั่วไปของสวรรค์แล้ว เขาจะมีตำแหน่งของเทพ
และศิษย์ต้าฝ่านั้นกำหนดให้มีมรรคผลยิ่งใหญ่ เพราะความรับผิดชอบสูง
จึงผลักให้ผู้บำเพ็ญไปถึงตรงนั้นได้
ซึ่งจำเป็นต้องแบกรับภาระที่หนักเช่นนั้น
ดังนั้นระดับความยากลำบากที่ปรากฏออกมาจึงหนักหนามาก นี่ข้าพเจ้าไม่ได้พูดถึงความยากลำบากชนิดนี้ที่อิทธิพลเก่ายัดเยียด
ให้
แต่เป็นระดับความยากลำบากของรูปแบบการบำเพ็ญในตัวมันเอง
ในทางปฏิบัติพวกท่านเองก็เคยรู้สึกได้ถึงความทุกข์ยากกับความลำบากยากเข็ญที่ได้รับ
ของการบำเพ็ญชนิดนี้
ก้าวออกมาจากความลำบากของคน
ในขั้นตอนของการบำเพ็ญ
พวกท่านล้วนตกอยู่ในท่ามกลางการซัดสาดของทัศนคติ
ต่างๆ ผลประโยชน์นานา จิตมนุษย์ นานาชนิด จากนั้นก็ต้องลงไปในฉิง และวังวน
ทำให้ขาดสติ ใจคนที่ไม่แจ่มชัด จึงยากจะตัดได้ ในสภาพที่เป็นจริงของ ครอบครัว สังคม การงาน
การบำเพ็ญ และการประทุษร้ายจากภายนอกที่เสริมเข้ามาทำให้เกิด
แรงกดดันและความยากลำบากด้านต่างๆของการประทุษร้ายครั้งนี้ต่อ ศิษย์ต้าฝ่า
ที่จริงนี่คือส่วนที่พวกท่านสามารถรู้สึกได้ ยังมีส่วนที่ไม่อาจรู้สึกได้ ดูไปแล้วเรื่องที่พวกท่านทำนั้น
ดูธรรมดามาก ดูไปแล้วเรื่องที่พวกท่านทำนั้น
เหมือนกันมากกับเรื่องการทนทุกข์
ที่คนธรรมดาสามัญก็ทำได้
มันไม่เหมือนกันหรอก
เรื่องเดียวกันที่ศิษย์ต้าฝ่าทำ กับที่คนธรรมดาสามัญทำนั้นต่างกัน ความรับผิดชอบ นั้นต่างกัน
ดูอย่างผิวเผินนั้น
เงื่อนไขไม่ต่างกัน
ที่จริงไม่เหมือนกันเลย
เพราะเหตุใดละ
ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างหนึ่ง ณ
ที่ต่างๆบนโลก มีผู้นับถือศาสนาคริสต์มากมาย
พอถึงวันที่คล้ายวันที่พระเยซูทนทุกขเวทนา
พวกเขาก็จะจัดกิจกรรมอย่างหนึ่งขึ้นมา
บางคนใช้ตะปูตอกตรึงตนเองไว้กับไม้กางเขน
เป้าหมายของพวกเขาอาจเป็นว่า ต้องการให้เทพได้เห็น ว่าฉันก็รับความทุกข์ยากแบบเดียวกัน
ซึ่งย่อมไม่เหมือนกับการทนทุกขเวทนาของพระเยซูแม้แต่น้อย ทำไมไม่เหมือนกันละ เวลาที่พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขนนั้น คนมองไม่เห็นว่า พระองค์กำลังไถ่บาปแทนคน
บาปกรรมใหญ่หลวงของชาวโลกมากมายล้วนกดลงบนตัวของพระองค์ มากมายเหลือเกิน หนักหนาเหลือเกิน ระดับความเข้มข้นนั้นสูงมาก
นี่จึงก่อให้เกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสต่อพระองค์ ในขณะนั้นแม้พระองค์ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ ก็แทบจะยืนไม่ไหวแล้ว แบกรับไว้หนักหนาเหลือเกินทำให้พระองค์
หายใจอย่างลำบากยากเย็น ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่สะท้อนออกมา จากแรงกดดัน
ของบาปกรรมของสรรพชีวิตอย่างมหาศาลชนิดนั้น
การเสียดแทงอย่างน่ากลัวในความนึกคิด
ก่อให้เกิดผลสะท้อนของการเข่นฆ่าทำร้ายต่อเซลแต่ละเซลในร่างกาย นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนจะสามารถทนรับไหว นี่ไม่ใช่สิ่งที่ชาวโลกทั่วไปจะสามารถทนได้เลย ในสภาพของความเจ็บปวดทุกข์ทรมานชนิดนี้
ยังถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนอีก
ลองคิดดูซิว่ามันเป็นรสชาติอย่างไรกัน
เรื่องอย่างเดียวกัน ไม่ใช่เหมือนกับที่คนธรรมดาสามัญคิดกัน ดูไปเหมือนกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญมาก ที่จริงสภาพการณ์ที่อยู่เบื้องหลังนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง ต่างกันนับพันลี้
แม้อาจารย์
จะตัดทอนกรรมหนักและมากมายที่มีมาแต่เดิมของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว
แต่ความรับผิดชอบที่ศิษย์ต้าฝ่าแบกเอาไว้นั้นหนักหนามาก ในการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า
นอกจากการแบกรับความยากลำบาก ที่มาพร้อมกับกรรมที่แน่นอนจำนวนหนึ่งแล้ว โดยพื้นฐานแล้ว ล้วนแต่เป็นความทุกข์ยาก
ที่สะท้อนออกมาจากการที่ต้องยกระดับซินซิ่ง
การประทุษร้ายครั้งนี้ คือสิ่งที่อิทธิพลเก่ายัดเยียดเพิ่มเข้ามาให้ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในการเจิ้งฝ่า แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ทุกท่านก็ได้ก้าวข้ามมาแล้ว เส้นทางนี้ไม่ว่าจะยากลำบากอย่างไร ทุกข์ยากอย่างไร เมื่อเผชิญกับความลำบากเหล่านี้ทุกท่าน
ไม่ได้ถดถอย
ยังคงเดินต่อไปบนเส้นทางของเทพโดยตลอด
แน่ละบางคนก็เดินล้มคว่ำไป ทางซ้ายที
ทางขวาที บางคนเดินได้ค่อนข้างดี ค่อนข้างแน่วแน่มั่นคง ไม่ว่าจะอย่างไร สภาพการณ์โดยรวมของการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า
กับสภาพการณ์ยืนยันความจริงให้ฝ่าของศิษย์ต้าฝ่า นั้นมั่นคงและสุขุม ในสายตาของเทพนั้น
สภาพการณ์บำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ไม่อาจจะขวางกั้นได้ หรือกล่าวว่า
ไม่ว่าเส้นทางนี้จะเดินได้อย่างลำบากเพียงไร
แม้ในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีรูปแบบการบำเพ็ญเช่นนี้ ศิษย์ต้าฝ่าก็ทะลวงข้ามมาได้แล้ว
ดูไปแล้วในการยืนยันความจริงให้ฝ่าของพวกท่านนั้น มีหลายๆอย่างคล้ายกันกับรูปแบบของคนธรรมดาสามัญมาก เหมือนกันมาก
แต่องค์ประกอบที่อยู่เบื้องหลัง
จุดหมายปลายทางของเรื่องที่ทำ ความรับผิดชอบที่แบกรับอยู่ เป้าหมายที่จะบรรลุ นั้นไม่เหมือนกับของคนธรรมดาสามัญอย่างสิ้นเชิง
ในขณะนี้
เนื่องมาจากองค์ประกอบของอิทธิพลเก่า กับ องค์ประกอบของจักรวาลเก่า
ที่ก่อให้เกิดฉากกั้นและการรบกวนในสังคมมนุษย์ เทพจึงไม่อาจปรากฏออกมาที่นี่อย่างเปิดเผย ไม่อาจให้สรรพชีวิตมองเห็นปรากฏการณ์
ของมารที่มารบกวน กับพวกที่ถูกตีตกสลายไป
สภาพที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างผู้บำเพ็ญ กับคนธรรมดาสามัญ ก็ถูกฉากกั้น
ขวางกั้นไว้โดยตลอด
ก่อนที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์จะมาถึง
พวกชั่วร้ายก็จะทำเรื่องชั่วร้ายเรื่อยไป การเจิ้งฝ่าที่ทำกันที่นี่
ก็ไม่ใช่เพื่อทำให้ศิษย์ต้าฝ่า กับการเจิ้งฝ่าเองตกอยู่ในวังวนจริงๆ การสร้างสภาพแวดล้อมของตรีภูมิขึ้นมา ก็เพื่อใช้ในการเจิ้งฝ่า
จุดประสงค์คือทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ของการเจิ้งฝ่า ไม่รบกวนต่อโลกของเทพ ดังนั้นจึงได้อาศัยสภาพแวดล้อมชนิดนี้
อาศัยรูปแบบชนิดนี้ของคนมาใช้ในการยืนยันความจริงให้ฝ่า แต่ไม่ถือว่า เป็นการเห็นด้วยกับการรบกวนการเจิ้งฝ่า ของอิทธิพลเก่า
ทว่าเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อกำหนดของต้าฝ่า ในการช่วยเหลือสรรพชีวิต ไม่ถือว่าเป็นการเห็นพ้องกับการจัดวางชุดนั้นของพวกมัน สังคมมนุษย์ล้วนอยู่ในวังวน ผู้คนมองไม่เห็นภาพที่แท้จริงของจักรวาล มองไม่เห็นสภาพที่แท้จริงของชีวิต นี่คือสภาพการณ์ของชีวิตในระดับชั้นนี้ แต่สถานการณ์ในระหว่างการเจิ้งฝ่านั้น
เป็นไปตามการควบคุมของต้าฝ่า คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อกำหนดของต้าฝ่าในการช่วยเหลือสรรพชีวิต
ที่จริงในเวลานี้เป็นสิ่งจำเป็นในการทำเรื่องของเทพของศิษย์ต้าฝ่า
เพราะการบำเพ็ญส่วนบุคคลของศิษย์ต้าฝ่าไม่ใช่เรื่องอันดับหนึ่ง
การช่วยเหลือสรรพชีวิตในระหว่างการเจิ้งฝ่า ก่อตั้งนภาใหญ่จึงจะเป็นเป้าหมาย เรื่องของการเจิ้งฝ่า การช่วยเหลือสรรพชีวิตนั้นคือสิ่งจะต้องทำ
ดังนั้นจึงต้องทำลายอุปสรรคของสภาพแวดล้อมชนิดนี้ ยืนยันความจริงให้ฝ่า
ในสภาพอย่างนี้ที่ไม่อาจมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของตนเองในระหว่างการบำเพ็ญ
อย่างที่เทพเห็นทั้งหมด แต่ในท่ามกลางการรบกวน
กับ ในความทุกข์ยากระหว่างการข้ามด่านที่ต้องตัดจิตยึดติดทิ้งไปนั้น กลับอาศัยเจิ้งเนี่ยน ที่เกิดจากการศึกษาต้าฝ่าอย่างต่อเนื่อง
ก้าวหน้าเรื่อยไป
ยากเหลือเกินที่จะสามารถข้ามมาได้
แต่ศิษย์ต้าฝ่าโดยรวมได้ข้ามมาได้แล้ว
โดยเฉพาะในช่วงหลายปีของการประทุษร้ายต่อศิษย์ต้าฝ่าที่อิทธิพลเก่าจัดวางเอาไว้ ยังสามารถก้าวข้ามมาได้นั้น ยอดเยี่ยมมาก
ศิษย์ต้าฝ่าโดยรวมได้ก้าวข้ามมาได้แล้วอย่างแท้จริง
ไม่ว่าในระหว่างนี้ได้เกิดเรื่องอะไรกับพวกท่าน
ไหนเลยจะกลัวว่าได้เกิดเรื่องที่ไม่สมควรขึ้นหลายอย่าง
เกิดเรื่องหลายอย่างที่ทำให้ทุกท่านไม่พอใจ แต่โดยสรุปแล้วนับว่าดีมาก กำลังก้าวรุดหน้าไปโดยรวม
หนทางนั้น ยังเดินไปไม่ถึงที่สุด การประทุษร้ายครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น ดังนั้นหนทางของพวกท่าน
ยังจะต้องมุ่งหน้าเดินต่อไป
ทางที่เหลืออยู่นั้น ข้าพเจ้าคิดว่า
ทุกท่านก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรได้ดีแล้ว
ในเวลานี้พวกเหล่านั้นที่ทำร้ายศิษย์ต้าฝ่า กับพวกชั่วร้ายมากมายที่
รบกวนการเจิ้งฝ่า ล้วนไม่มีใครที่ไม่รู้สึกสำนึกเสียใจ ว่า
ตอนแรกทำไมต้องประทุษร้ายฝ่าหลุนกงด้วยละ
ถ้าไม่ประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ไหนเลยจะลงเอยแบบนี้ หรือพูดได้ว่า
อนาคตกับทางที่ทอดอยู่ข้างหน้าศิษย์ต้าฝ่านั้น สว่างรุ่งโรจน์
ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
จุดนี้ทุกท่านก็มองเห็นได้เองแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
การเจิ้งฝ่าทั้งหมดของจักรวาลนั้นรวดเร็วมาก
เพราะการเจิ้งฝ่า รุดหน้าไปโดยอยู่เหนือกาลเวลาทั้งหมด ใกล้เข้ามาสู่มิติที่จับต้องได้นี้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ใกล้เข้ามาสู่ขอบเขตที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มุ่งเข้ามาใกล้ชั้นผิวยิ่งขึ้น
จากระดับจุลทรรศน์
ขอบเขตทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็เล็กมากแล้ว
แน่ละ ขอบเขตที่เหลืออยู่ของมิติชั้นผิวของมนุษย์นั้นเล็กลงแล้ว แต่ทุกท่านทราบว่า องค์ประกอบสุดท้ายนั้นยิ่งสูงมาก พื้นที่องค์ประกอบของฉากกั้นยิ่งกว้างใหญ่ ดังนั้นในขณะนี้
หลังจากวิญญาณชั้นต่ำของพวกปีศาจร้ายลดน้อยลง
จุดอ่อนของพวกชั่วร้ายกลับถูกองค์ประกอบของฉากกั้นชดเชยให้แล้ว แม้ว่ากำลังเพิ่มพูนระดับความเร็วของการรุดหน้าไป แต่ว่ายังคงมีแรงต้านทานอยู่ ไม่ว่าจะอย่างไร ในขณะนี้เหมือนกับ
ฝ่ายดีกับฝ่ายชั่วกำลังยืนอยู่บนปลายทั้งสองของคานชั่ง พวกชั่วร้ายนั้นได้เสียสมดุลไปจนหมดแล้ว
น้ำหนักเปรียบเทียบทางฝั่งนี้ของศิษย์ต้าฝ่า ได้กดด้านนี้ลงไปจนสุดแล้ว หรือกล่าวได้ว่าการเจิ้งฝ่า กับ
การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ล้วนต้องสำเร็จ เป็นจริงอย่างแท้จริง เรื่องสุดท้ายยังทำไม่จบ กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญ
แต่ละก้าวอาจจะเป็นจุดเป็นจุดตายของการหยวนหมั่นได้หรือไม่
ของศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคน
ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ว่าจะไปถึงระดับไหนในท้ายที่สุด จะมีการรบกวนมากแค่ไหน
หรือในการเจิ้งฝ่าจะทำให้พวกท่านเองเข้าใจได้ทั้งหมดแล้ว ก็ต้องบำเพ็ญอย่างสง่างาม อย่าได้ถูกทั้งเรื่องบวก และเรื่องลบ
รบกวน
อย่างไรเสียอย่าได้ถูกความเปลี่ยนแปลงที่สถานการณ์ ชักนำมา หรือ
การเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นมา รบกวนได้
ที่จริงมาถึงวันนี้แล้ว
ทุกท่านต่างก็สุขุมรอบคอบมากแล้ว
มีเรื่องมากมายที่ทุกท่านสามารถปฏิบัติต่อมันโดยใช้เจิ้งเนี่ยน ใคร่ครวญด้วยความสุขุมรอบคอบ ภายใต้บทบาทของเจิ้งเนี่ยน
จึงมีพลังในการทำให้สถานการณ์การยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าของศิษย์ต้าฝ่าโดยรวมมีความมั่นคง เพราะทุกท่านสุกงอมกันแล้ว เข้าใจเรื่องต่างๆมากมายได้แล้ว
เช่นนี้จึงทำให้คลื่นลมของการรบกวนใดๆไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่นนี้
จึงไม่มีช่องว่างให้องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายเจาะเข้ามาได้ พอมีจิตอะไรของมนุษย์ที่สะท้อนออกมาในหมู่ศิษย์ต้าฝ่า นั่นคือที่ๆสิ่งชั่วร้ายจะเจาะเข้ามาได้ สิ่งชั่วร้ายจึงอาศัยเรื่องพวกนี้
ทำเรื่องชั่วที่พวกมันต้องการทำ
เมื่อศิษย์ต้าฝ่ามีจิตมนุษย์น้อยลงแล้ว
เจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งแล้ว
ล้วนจะสุขุมรอบคอบมาก
ล้วนจะแน่วแน่มั่นคงมาก ฉะนั้นสิ่งชั่วร้ายก็ไม่มีโอกาสจะใช้ประโยชน์ได้
จึงทำให้สถานการณ์การยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าของศิษย์ต้าฝ่าเพิ่มความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไม่นานมานี้
เรื่องว้าวุ่นอะไรภายในหมู่ศิษย์ต้าฝ่าก็เกิดขึ้นน้อยมากแล้ว
ข้าพเจ้าไม่เพียงพูดถึงแต่เฉพาะนอกประเทศจีน ศิษย์ต้าฝ่าในประเทศจีนก็เป็นอย่างนี้ด้วย มีความมั่นคงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
แน่ละ
เป็นการบำเพ็ญใช่ไหม
ย่อมจะต้องมีจิตยึดติดของมนุษย์บางอย่าง
สะท้อนออกมาอย่างแน่นอน เพราะเป็นคนที่บำเพ็ญ
ไม่ใช่เทพที่บำเพ็ญ ในเมื่อเป็น คน
ที่บำเพ็ญอยู่
จึงมีจิตมนุษย์แสดงออกมาในระหว่างการบำเพ็ญ
ดังนั้นจึงพบเห็นปรากฏการณ์ของความไม่ก้าวหน้าจำนวนหนึ่ง
โดยเฉพาะคือมีผู้ฝึกบางคนที่หุนหันพลันแล่นได้ง่าย และมีผู้ฝึกบางคนที่เจิ้งเนี่ยนค่อนข้างบกพร่อง จึงถูกสิ่งชั่วร้ายอาศัยใช้ทำเรื่องไม่ดี ได้ผ่านบทเรียนเหล่านี้แล้ว ต่อไปทุกท่านต้องระวังในระหว่างการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่า
อย่าถูกองค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายใช้ประโยชน์อีก โดยเฉพาะพวกผู้ฝึกที่ไม่ศึกษาฝ่า เจิ้งเนี่ยนไม่เข้มแข็ง
และมีความคิดของคนมากเกินไป
ทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่เสมอ
ข้าพเจ้าขอบอกพวกท่าน
โอกาสที่อยู่ข้างหน้าท่าน ลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ข้าพเจ้าทราบว่า
แม้พวกท่านได้ท่านเรื่องที่น่าละอายต่อต้าฝ่ามากมาย ท่านก็ยังไม่คิดจะจากต้าฝ่าไปจริงๆ แต่เมื่อถึงเวลาที่ทุกสิ่งจบสิ้นลง ในเวลาที่ศิษย์ต้าฝ่าหยวนหมั่นกันหมด ท่านจะทำอย่างไรกัน และก่อนหน้าเวลานี้
ยังจะเกิดการกวาดล้างมนุษย์ครั้งใหญ่
ต่อหน้าการกวาดล้างใหญ่ครั้งนี้
ท่านจะทำอย่างไรกัน
อะไรๆอาจารย์ก็รู้หมด
และข้าพเจ้าก็จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น
ในระหว่างความถูก-ผิด พวกท่านพยายามแสดงตัวตนของพวกท่านเองออกมา ท่านจะทำตัวให้สมกับเป็นศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่ง
หรือว่าท่านจะยึดติดกับด้านของคน
ในหมู่คนธรรมดาสามัญท่านอาจมีชีวิตอยู่เพื่อแสวงหาเป้าหมายต่างๆของคน
และอาจซ่อนอยู่ในมุมมืดเพราะจิตหวาดกลัว
แต่ในเมื่อเดินเข้ามาสู่ต้าฝ่าแล้ว
ข้าพเจ้าก็หวังว่าท่านจะมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงให้โอกาสท่าน ตลอดมา ให้โอกาส
ข้าพเจ้าสามารถให้โอกาสท่านเรื่อยไป
แต่ท่านจะสามารถเป็นศิษย์ต้าฝ่า
ท่านจะรับโอกาสนี้หรือไม่
ท่านจะสามารถมีสติขึ้นมา ดำเนินชีวิตเพื่อตัวของตัวเอง หรือไม่ จนถึงวันนี้แล้ว ก็ไม่มีโอกาสที่จะต่อออกไปได้อีก
ก็คือท่านต้องเริ่มต้นชดเชยให้กับทุกสิ่ง
ไล่กวดขึ้นมา
และมีเพียงโอกาสที่น้อยมากแล้ว
พอผ่านไปอีกระยะหนึ่ง
ข้าพเจ้าว่าแม้แต่โอกาสอันน้อยนิดนี้ก็จะหมดสิ้นไปแล้ว
ในขณะนี้เรื่องต่างๆที่ศิษย์ต้าฝ่าทำขึ้นมา
ในระหว่างการคัดค้านการประทุษร้ายนั้น
ทำให้ชาวโลกหวั่นไหวอย่างมาก
ผู้คนมองเห็นกันหมดแล้วถึงความแข็งแกร่งทรหดของศิษย์ต้าฝ่า ในขณะถูกปราบปรามอย่างบ้าคลั่ง คนมากมายล้วนพูดกันว่า ผู้ฝึกฝ่าหลุนกง ยอดเยี่ยมมาก
แข็งแกร่งอะไรเช่นนั้น
ต้านทานความชั่วร้ายอย่างนั้นเอาไว้ได้
พรรคมารที่ชั่วร้ายที่สุดซึ่งควบคุมรัฐบาลทำการปราบปรามอย่างสุดกำลัง สร้างเรื่องเท็จหลอกลวงมวลชน แบบมืดฟ้ามัวดิน
ด้วยเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อทั้งหมดของประเทศ
แทบจะทำให้ประชาชนทั้งหมดเข้าร่วมกับการประทุษร้าย ในท่ามกลางการปราบปรามที่ชั่วร้ายที่สุดครั้งนี้
และความน่ากลัวแบบการปฏิวัติที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างนั้น เหล่าศิษย์ต้าฝ่าสามารถต้านทานเอาไว้
และก้าวผ่านมาได้
นี่คือสิ่งที่ชาวโลกวันนี้ต่างมองด้วยสายตาที่ทึ่งแล้ว
ที่จริงชาวโลกเห็นเพียงด้านที่คงอยู่ทางภววิสัยเท่านั้น พวกเขาไม่อาจเข้าใจ
เนื้อแท้ของศิษย์ต้าฝ่ากับความนัยของต้าฝ่า
ไม่อาจเข้าใจสภาพการณ์ในฐานะผู้บำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า
แต่ภววิสัยที่ปรากฏออกมานี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนเหล่านั้นที่เป็นพวกเดียวกับสิ่งชั่วร้าย คนที่มีสติสัมปชัญญะไม่แจ่มชัด
ได้สติขึ้นมาแล้ว
เหตุใดศิษย์ต้าฝ่าสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้ เหตุใดเจิ้งเนี่ยนจึงแน่วแน่อย่างนี้ได้
ในท่ามกลางการประทุษร้ายครั้งนี้
เหตุใดจึงสามารถทำให้พวกชั่วร้าย ในขณะที่ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า
พังทลายไปได้
เพราะนี่คือชีวิตของเทพที่ถูกต้อง
แห่งหลักธรรมที่ถูกต้องซึ่งต้าฝ่าสร้างขึ้นมา
มีรากฐานที่แข็งแกร่งแน่นหนา
คือศิษย์ของต้าฝ่า ที่แบกภารกิจเดินอยู่บนหนทางของเทพ อันที่จริงนี่กำลังอยู่ในช่วงก่อนที่พลังยิ่งใหญ่ของการเจิ้งฝ่าจะมาถึง
ก็ได้ทำให้สถานการณ์ในโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้แล้ว และทุกสิ่งที่แสดงออกมาของ
เจิ้งเนี่ยนเจิ้งสิง (ความคิดและการกระทำที่ถูกต้อง)
และวางสนามของต้าฝ่าลงในมิติภววิสัยนี้แล้ว สนามนี้สามารถก่อบทบาททางบวกได้แล้ว
เพราะทุกท่านยังคงอยู่ในระหว่างขั้นตอนการบำเพ็ญ หากเปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
การปรากฏของสนามนี้ก็จะแสดงบทบาทนำเป็นหลักได้แล้ว
ถ้าหากไม่ใช่เพราะพวกท่านกำลังอยู่บนเส้นทางการบำเพ็ญ
ยังมีทางที่ยังเดินไปไม่จบ
ดังนั้นสนามที่ถูกต้องนี้ของต้าฝ่า ก็จะสามารถทำให้องค์ประกอบใดๆของสิ่งชั่วร้ายกับ
องค์ประกอบที่ไม่ถูกต้องในอดีตทั้งหมด สลายตัวไปได้ หรือ ขจัดทิ้ง หรือ พ้นจากตำแหน่ง ทุกท่านมองเห็นกันแล้ว
ว่าสิ่งชั่วร้ายกำลังประทุษร้ายฝ่าหลุนกง
เริ่มแรกนั้นมีความรุนแรง
ชั่วร้ายเพียงไร เดี๋ยวนี้ทำไมมันจึงแสดงออกมาไม่เหมือนกันแล้วละ เพราะสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้น กับ
องค์ประกอบที่ควบคุมคนชั่วอยู่
และสนามที่พวกมันเคยสร้างเอาไว้ถูกดับสลายไปแล้ว และองค์ประกอบอันมหึมาที่
ต้าฝ่าปรับให้ถูกต้องแล้ว ได้ควบคุมและดับสลายสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นแล้ว
คนชั่วได้กลายเป็น บ่าวที่ไร้นายไปแล้ว
หรือกล่าวได้ว่า ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารนี้
ยังมีบางคนที่ไม่ได้สติสัมปชัญญะ
ก็สมควรได้สติแล้ว
ต้องเข้าใจว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่
หลักการที่ข้าพเจ้าหลี่ หงจื้อ บรรยายออกมานั้น เป็นหลักการที่ นับแสน นับล้านๆปี ไม่ว่าใครเป็นผู้มาช่วยเหลือคน ไม่ว่าจะมีผู้รู้แจ้งสักเท่าไรลงมาสู่โลก
ไม่ว่าจะมีเทพเซียนสักเท่าไรที่รับรู้อย่างแจ่มแจ้งในหลักการที่ถูกต้อง ต่างก็ไม่เคยพูดกันออกมาก่อน (เสียงปรบมือ)
นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญจะสามารถทำได้ บรรดา การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า และขั้นตอนการบำเพ็ญที่ปรากฏออกมา
แสดงออกมา
และสิ่งที่ตนเองสามารถประจักษ์แจ้งได้นั้น
นี่ล้วนไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญจะสามารถรับรู้ได้ และก็ไม่ใช่สิ่งที่สภาพการณ์ในการบำเพ็ญในอดีตจะมาเปรียบเทียบได้
โดยเฉพาะคือการช่วยเหลือคนอย่างกว้างขวางเช่นนี้ กับรูปแบบที่ไม่รวมศูนย์อย่างนี้ของการบำเพ็ญ และในสภาพการณ์ของการดูแลจัดการอย่างหลวมๆ
นั้นสภาพการณ์ ในการบำเพ็ญของคน
ที่ปรากฏออกมา นี่ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นประวัติการณ์ ก็คือว่าไม่ว่าจะมองจากด้านไหน
ก็ควรที่จะทำให้ท่านสงบอกสงบใจ
ใคร่ครวญด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
รับรู้อย่างมีสติสักหน่อย เกี่ยวกับสถานการณ์ของการถ่ายทอดต้าฝ่านี้
นับจากวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1999
เป็นต้นมา จนถึงวันนี้
สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงเรื่อยไป
ทุกท่านมองเห็นแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเจิ้งฝ่าในจักรวาลของต้าฝ่านั้นเร็วยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
และยิ่งปรากฏออกมาถึงภววิสัยของคนนี้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่า ตลอดมานั้นมีผู้ฝึกบางคน แน่ละที่ข้าพเจ้าพูดก็รวมถึงผู้ฝึกในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ก็คือว่า
ปากกำลังพูดว่า พวกเราจะต้องตามให้ทันการพัฒนาของการเจิ้งฝ่า อาจารย์บอกอย่างไร พวกเราก็ทำอย่างนั้น ที่จริงเวลาที่จำเป็นต้องทำอะไรนั้น ข้าพเจ้าไม่แน่ว่าจะพูดชัดๆว่า นี่เป็นสถานการณ์ใหม่ ทุกท่านต่างทราบว่า
ในระหว่างการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หนึ่งจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ ตอนที่อาจารย์กำลังเจิ้งฝ่า กับ
ก่อนที่ยังไม่ได้เจิ้งฝ่า นั้นย่อมไม่เหมือนกัน
เรื่องราวใดๆ จะทำหรือไม่ทำ
กระทั่งว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการทำ
ล้วนจะค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลง
เรื่องที่กินขอบเขตกว้างขวาง
ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อย่างหนึ่ง
หรือกล่าวได้ว่า ทุกท่านต่างพูดถึงการตามให้ทันช่วงวิถีของการเจิ้งฝ่า แต่หลังจาก จิ่วผิง(เก้าบทวิจารณ์)ออกมาแล้ว ผู้ฝึกมากมายยังคงไม่เข้าใจ ต่อมา ข้าพเจ้าได้เขียนบทความสั้นๆสองหน้า คือ
หมุนหลุนสู่โลกมนุษย์
ในเวลานี้ดูเหมือนทุกท่านจะเข้าใจได้ในทันที อ้อ อาจารย์ทำอย่างนี้แล้ว ฉะนั้นพวกเราก็ควรทำอย่างนี้ด้วย
ที่จริงเวลาที่ศิษย์ต้าฝ่าไม่ใช้จิตมนุษย์
ไตร่ตรองด้วยใจที่สงบย่อมเข้าใจได้ในทันที ทุกท่านสามารถหยวนหมั่นโดยนำพาการรับรู้
ต่อความเชื่อถือในคอมมิวนิสต์จีน กับ (ความคิดที่ว่า) คอมมิวนิสต์จีนที่ปราบปรามศิษย์ต้าฝ่านั้นดี
ไปด้วยได้หรือไม่
ไม่ได้อย่างเด็ดขาดใช่ไหม
โดยเฉพาะ จิ่วผิง
ศิษย์ต้าฝ่าเราล้วนอ่านกันแล้ว
ในเมื่อมันเป็นสิ่งของประเภทนี้
มีชาวโลกตั้งเท่าไรถูกมันหลอกให้งงงัน ไม่เชื่อถือเทพ
มีคนตั้งเท่าไรทำบาปต่อต้าฝ่าไปด้วย
ในขณะที่มันประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า
จะไม่ช่วยเหลือคนส่วนนี้ได้หรือ จะคล้อยตามมันได้หรือ
ดังนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าผู้ฝึกบางคนยังใช้จิตมนุษย์ขัดขวางตัวเอง ยังมีเจิ้งเนี่ยนไม่พอ เข้าใจว่านี่คือการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงเขียนบทความสั้นๆสองหน้านั้น แม้จะเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าทราบว่าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
ยังมีผู้ฝึกกลุ่มหนึ่ง ใจคน(ของเขา)กำลังก่อเหตุอยู่ ไม่คิดจะเข้าใจ ที่จริงยังไม่ใช่เกิดจากจิตหวาดกลัว กับ
จิตยึดติดต่อผลประโยชน์ที่วางไม่ลง นั่นหรือ
ในระหว่างให้การช่วยเหลือ ก็ได้เปิดประตูที่ใหญ่ที่สะดวกที่สุดให้แล้ว ไม่ใช่พูดไปแล้วหรือว่าจะใช้ชื่อสมมติในการประกาศ(ลาออกจากพรรคฯ)ก็ได้มิใช่หรือ จะใช้ชื่ออะไรก็ได้ทั้งนั้น สิ่งที่เทพดูนั้น คือใจคน คนนั้นมีความคิดอะไรออกมา ทำเรื่องอะไร
เทพสามารถมองเห็นได้
ที่มีมูลเหตุทางภววิสัย(เหตุแวดล้อมจำกัด) จะใช้ชื่ออะไรก็ได้ทั้งนั้น เดิมทีชื่อบนโลกของคน นั้นบนสวรรค์
เขาไม่เรียกกัน
คนบนโลกตั้งชื่อให้คน
เทพก็จะเรียกตามด้วยหรือ
ไม่ได้
และชื่อซ้ำกันก็มีมากมาย
คนบนโลกนั้นมีเลขประจำตัว
พวกเขาเรียกเลขประจำตัว (ที่ประชุมหัวเราะ)
เรื่องเหล่านี้
ไม่ใช่จะบอกว่าผู้ฝึกบางคนตามสถานการณ์ไม่ทัน
และก็ไม่ใช่ความคิดเชื่องช้า
แต่คือจิตสำนึกของคนบางคนถูกองค์ประกอบของพรรคมารรบกวนอยู่ คือมีองค์ประกอบของพรรคมารกำลังก่อผลอยู่ ถูกวัฒนธรรมพรรคที่สิ่งชั่วร้ายสร้างขึ้นมา
ทำให้หลักเหตุผลที่กระจ่างชัดของเขาไขว้เขว
วัฒนธรรมที่บิดเบือนชนิดนี้เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม เป็นปีๆ
จนกระทั่งตั้งแต่เมื่อท่านเริ่มจำความได้
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะกรอกเข้าไปตลอดทางที่ก้าวผ่านมา หรือพูดว่า
ปัจจุบันคนที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดล้วนใช้ความคิดของวัฒนธรรมพรรคมารกัน แน่ละในระหว่างการเจิ้งฝ่า
ถ้าหากพรรคมารไม่ประทุษร้ายฝ่าหลุนกง
เช่นนั้นก็จะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
เพราะหลักเหตุผลและวัฒนธรรมที่คลุมเครือ(ไม่กระจ่างชัด)มากมายล้วนจะฟื้นคืนสู่ความถูกต้องไปเองในระหว่างการเจิ้งฝ่า
ด้านนี้ก็ไม่จำเป็นต้องให้ผู้บำเพ็ญไปทำอะไร ในฐานะที่เป็นวิญญาณชั่วของพรรคนั้นก็จะถูกปรับให้ถูกต้อง
และได้รับการช่วยเหลือ
ฉะนั้นพอมันประทุษร้ายฝ่าหลุนกง
ในการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าของศิษย์ต้าฝ่า กับการเจิ้งฝ่า
มันจึงกลายเป็นวิญญาณที่ชั่วร้ายที่สุด
ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าต้องรับรู้มันอย่างกระจ่างแจ้ง ชาวโลกที่ถูกมันอ้างเป็นตัวแทนก็จะต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมา
ว่าจะเดินไปกับมารร้ายนี้หรือจะเลือกทางที่สว่างไสวและมีชีวิตนิรันดร
ต่อเรื่องนี้จะต้องรับรู้ได้อย่างมีสติแจ่มชัดแล้ว เทพนั้นจะกวาดล้างมันจากหมู่มนุษย์
และในหลายปีมานี้มันกำลังประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าอย่างชั่วร้ายอย่างยิ่งจริงๆ รบกวนการเจิ้งฝ่า เช่นนั้นเหตุใดชาวโลกต้องแสดงท่าทีละ เพราะคนเคยพูดไว้ว่าจะเดินไปพร้อมกับมัน ในเวลาที่คนประกาศปฏิญาณเข้าสู่พรรค
องค์กร สันนิบาต
ล้วนแต่ชูกำปั้นขึ้นปฏิญาณว่าจะต่อสู้เพื่อลัทธิมารร้ายคอมมิวนิสต์ชั่วชีวิต อุทิศชีวิตเพื่อพรรคมาร
วิญญาณพรรคมารก็จะยึดกุมจุดนี้ประทุษร้ายคนจนตาย วิญญาณชั่วพูดว่าเขาได้ให้คำมั่นไว้แต่แรก เขาพูดว่าเขาได้มอบชีวิตของเขาให้มันแล้ว มันจึงอาศัยจุดนี้มาประทุษร้ายคน
และองค์ประกอบของพรรคมารก็จะดำรงอยู่ในร่างกายของเขา ในขณะที่ความคิดของเขาไม่รับรู้อย่างแจ่มชัด
ดังนั้นจะไม่รับรู้มันอย่างแจ่มชัดจะได้ไหม จึงต้องขจัดมันไปหลังจากรับรู้แจ่มชัดได้แล้ว
แน่ละ
ที่ผ่านมาข้าพเจ้าไม่ได้ยกปัญหาของพรรคมารนี้ขึ้นมาพูดอย่างชัดแจ้ง
เพราะว่าเวลานั้นกำลังให้โอกาสสรรพชีวิตอยู่โดยตลอด รวมถึงวิญญาณชั่วของพรรคมารนี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือ
ในเวลาที่องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายมากมายที่มาจากภายนอก เข้าร่วมการรบกวน
เจิ้งฝ่า ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า
เมื่อเผชิญกับชีวิตชั่วร้ายนานาชนิดจำนวนมหาศาล
ที่กดเข้ามาในตรีภูมินั้น
วิธีที่ดีที่สุด คือรวมศูนย์พลังงานไปกำจัดสิ่งเหล่านี้ กวาดล้างให้หมดไป
ก็ต้องจับออกมาให้ได้ว่าใครที่เป็นผู้ชักนำมารร้ายเหล่านี้เข้ามา
ใครที่อยู่ในโลกปลุกระดมการประทุษร้ายฝ่าหลุนกง และมีบทบาทชี้นำมาโดยตลอด
นั่นก็คือพรรคของสิ่งชั่วร้ายนี้กับเจ้าตัวตลกชาติชั่วในหมู่คน เจ้าตัวตลกหัวหน้ามารคือหัวหน้าของพรรคนั้นใช่ไหม
ความอิจฉาริษยาทำให้มันนำการทำชั่วต่อศิษย์ต้าฝ่าในโลกมนุษย์ วิญญาณชั้นต่ำที่จุติเข้าไปในท้องคนนั้น โดยตัวมันเองไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
ความอิจฉาริษยาของมันพอดีถูกวิญญาณชั่วของพรรคมารใช้ประโยชน์ คนชั่วกับวิญญาณร้ายคบคิดกัน โดยคนชั่วออกนำ วิญญาณร้ายของพรรคมารนั้นเข้าสิงร่างคน ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าอย่างชั่วร้ายจริงๆ
องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายทั้งหมด
ที่มาจากนอกตรีภูมิยังใช้วิญญาณชั่วของพรรคมารร่วมกัน ในการประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า
ในขณะที่ประทุษร้ายสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดก็แทรกอยู่ในนั้นหมดแล้ว
สิ่งเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าบรรยายทุกท่านต่างรับรู้กันหมดแล้ว จิ่วผิงแจกออกไปนานเพียงนี้แล้ว ผู้ฝึกมากมายก็แจ่มแจ้งอย่างมากกันแล้ว
ในระหว่างการเจิ้งฝ่าย่อมมีการแก้ไขสถานการณ์อยู่ตลอดอย่างแน่นอน มีคนถามข้าพเจ้าว่า ท่านอาจารย์ ตอนนี้พวกเราควรจะเข้าสู่สถานการณ์อะไรแล้ว ข้าพเจ้าตอบว่า พวกท่านก็ทำเรื่องที่พวกท่านทำอยู่เดี๋ยวนี้
การเจิ้งฝ่าของจักรวาลนั้นไม่อาจเป็นไปตามคำพูดว่า เปลี่ยนก็จะเปลี่ยน
(ที่ประชุมหัวเราะ)
เวลาที่การเจิ้งฝ่าจำเป็นต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง นั้น
ย่อมต้องมีสถานการณ์อย่างหนึ่งปรากฏออกมา
แต่เมื่อสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นแล้ว
ก็จะกระทบต่อจิตยึดติดของใจคนจำนวนหนึ่ง
เพราะคือ คนที่กำลังบำเพ็ญ
จิตยึดติดที่ยังไม่ทิ้งไปย่อมจะส่งผลได้
ดังนั้นในใจบางคนจึงมีการสะท้อนความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องอย่างหนึ่งออกมา
กระทั่งปะปนกับความรับรู้ของคนธรรมดาสามัญ หลังจาก จิ่วผิง ออกมาช่วยเหลือ จึงมีผู้ฝึกที่ไม่เข้าใจพูดว่า
พวกเรายุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้วใช่หรือไม่ เป็นต้น
ที่จริงเรื่องใดๆล้วนแต่จะถูกคนชั่วที่ประทุษร้ายท่านกล่าวหาว่า เล่นการเมือง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ท่านทำ
ล้วนแต่จะถูกบิดเบือน เพราะว่ามันนั้นต้องการจะประทุษร้ายท่าน มันก็ต้องการจะพาลใส่ท่าน ดังนั้นท่านพูดอะไร มันก็จะพลิกกลับมาใช้ป้ายสีท่าน
ท่านทำเรื่องที่ดีอย่างไรมันก็จะพูดว่าท่านทำเรื่องเลว ในเวลาที่เปิดโปงการประทุษร้ายของมัน มันก็จะพูดว่าท่านยุ่งเกี่ยวการเมือง นำมาใช้ยั่วยุใจคน หาเหตุในการประทุษร้าย อย่าถูกชักนำเวลาที่คนชั่วพูดอะไร คนธรรมดาสามัญชักนำผู้บำเพ็ญไม่ได้ ผู้บำเพ็ญนั้นไม่อาจถูกคนธรรมดาสามัญชักนำได้ พวกท่านได้ผ่านสิ่งเหล่านี้มาแล้ว มีสติยิ่งขึ้นแล้ว ไม่ว่าอะไรที่คิดจะรบกวนต้าฝ่า องค์ประกอบที่ประทุษร้ายต่อสภาพการณ์การยืนยันความจริงให้ต้าฝ่า
ช่วยเหลือสรรพชีวิตของศิษย์ต้าฝ่า
ข้าพเจ้าคิดว่าจากนี้เป็นต้นไป
ล้วนแต่ไม่อาจทำให้ศิษย์ต้าฝ่าหวั่นไหวได้แล้ว
โดยเฉพาะในช่วงเวลาใกล้ๆนี้
มีเรื่องมากมายที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้น
โดยพื้นฐานข้าพเจ้าก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว และพูดน้อยมาก เพราะว่าจะทำอะไร
พวกท่านก็ทราบว่าควรทำอย่างไรกันแล้ว
ทุกท่านทำไปตามช่วงวิถีของการเจิ้งฝ่าเถิด
แต่ละคนต่างมีเส้นทางการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าของตนเอง ผู้ฝึกมากมายร่วมกันจัดทำสื่อนานาชนิด
มีผู้ฝึกหลายคนได้ก่อตั้งรูปแบบการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าอย่างนี้ รูปแบบการคัดค้านการประทุษร้ายอย่างนั้น เช่นนั้นก็ไปทำเถอะ ข้าพเจ้าทราบว่าเมื่อเร็วๆนี้
ทุกท่านล้วนทำได้ดีมาก
และดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ
อาจารย์รู้สึกดีใจจริงๆ
บางครั้งดูบนเว็บไซด์
อ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี ฟังๆ ดูๆ เรื่องเหล่านี้ที่พวกท่านทำ รู้สึกซาบซึ้งใจมาก
เมื่อก่อนข้าพเจ้ามีความรู้สึกเช่นนี้น้อยมาก เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็วมาก ศิษย์ต้าฝ่าล้วนสุกงอมกันแล้ว
ด้านที่ถูกต้องที่แสดงออกมานั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
โดยเฉพาะผู้ฝึกที่อธิบายความจริงอยู่ในแมนฮัตตัน ในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บในสภาพแวดล้อมที่ทุกข์ทรมาน ในสภาพการณ์ที่เงื่อนไขและเงินทุน
ไม่เพียงพอ
ศิษย์ต้าฝ่าเอาชนะความยากลำบากนานาชนิด ทำเรื่องยืนยันความจริงให้ต้าฝ่า
อธิบายความจริง ช่วยเหลือสรรพชีวิต
ปณิธานอันเด็ดเดี่ยวที่แสดงออกมานั้น สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ล้วนอยู่ในสายตาเหล่าเทพแล้ว ยอดเยี่ยม
ยอดเยี่ยมจริงๆ แน่ละ สภาพแวดล้อมอื่นๆก็เหมือนกัน อยู่หน้าสถานกงสุล
อธิบายความจริงยืนยันความจริงให้ต้าฝ่าในสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยตลอด
ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ที่ไหนล้วนเป็นดั่งทองเปล่งประกาย ล้วนก่อผลในการยืนยันความจริงให้ต้าฝ่า
ข้าพเจ้าไม่ขอพูดมากแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ ทุกท่านอยากจะถามอะไร ก็ทำตามวิธีการแบบเดิม (เสียงปรบมือ) ทุกท่านสามารถเขียนคำถามส่งขึ้นมา ข้าพเจ้าจะตอบให้ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ ทุกท่านมีปัญหาอะไร ก็ส่งขึ้นมาได้
หลี่ หงจื้อ
2005-2-26
|
|
|