Article with Master's Comment
บทความโดยผู้ฝึกและคำวิจารณ์จากอาจารย์


*บทความนี้ปรับปรุงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 อาจมีการเปลี่ยนแปลงให้ใกล้เคียงต้นฉบับภาษาจีนในอนาคต*

กำจัดจิตมาร

พร้อมคำวิจารณ์จากอาจารย์

เขียนโดยผู้ฝึกชาวอังกฤษ

[หมิงฮุ่ยเน็ต] [ ความคิดของผมเวลานี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า เพียงแค่สามารถแยกแยะระหว่างความถูกต้องกับความชั่วร้ายเท่านั้นยังไม่พอ เพียงแค่สามารถเข้าใจในความถูกต้องของพวกเรา และแยกพวกเราจากสิ่งชั่วร้ายเท่านั้นยังไม่พอ พวกเราต้องตระหนักถึงขั้นที่ว่าสิ่งชั่วร้ายไม่ควรคงอยู่ พวกเราต้องกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้สูญสิ้นอย่างสุดกำลังของตัวเอง เมื่อจิตใจอันมุ่งมั่นเช่นนี้ก่อเกิด ความคิดของผมได้แปรเปลี่ยนจนแข็งแกร่งประดุจเพชร ผมรู้สึกจริงๆว่า เพียงแค่ขยับความคิดของตัวเอง พลังนั้นก็สามารถผ่าภูเขาให้แยกเป็นสองส่วนได้ ]

ก่อนหน้านี้ผมมีทัศนคติเช่นนี้อยู่ตลอดมาว่า ขอเพียงพวกเราไม่คล้อยตามไปกับสิ่งชั่วร้าย ขอเพียงพวกเราสามารถอดทนกับสิ่งชั่วร้ายและผลกระทบอันเลวร้ายจากสิ่งชั่วร้าย เป็นอันใช้ได้แล้ว ขอเพียงผมคงไว้ซึ่งความคิดถูกต้องอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องไปสนใจกับสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้น ความเข้าใจอย่างมีขีดจำกันแบบนี้ได้สะท้อนไปถึงการบำเพ็ญปฏิบัติของผม ในเวลาเดียวกันก็สะท้อนออกมาในความเข้าใจของผม ต่อขั้นตอนการปรับฝ่าให้ถูกต้องและสถานการณ์ในประเทศXXXขณะนี้

ผมเข้าใจว่าเพียงแต่พวกเราสามารถวินิจฉัยได้ว่า อิทธิพลชั่วร้ายในประเทศXXX นั้นชั่วร้าย รู้ว่าพวกเราเป็นฝ่ายถูกต้อง อธิบายความเป็นจริง เปิดโปงพฤติกรรมชั่วร้ายของเหล่าอิทธิพลชั่วร้าย เป็นอันใช้ได้ ผมยอมรับการคงอยู่ของสิ่งชั่วร้ายด้วยจิตใจที่สงบ เข้าใจว่านี้คือปรากฏการณ์ของความอดทน โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของความเข้าใจแบบนี้คือ ทัศนคติซึ่งไม่กระตือรือร้นและไม่ถูกต้องของตัวผม ภายในจิตใจ ผมไม่สามารถก้าวออกไป เพื่อบอกและยืนยันความเชื่อที่ว่า สิ่งชั่วร้ายสมควรต้องถูกกำจัดทิ้งไป สิ่งชั่วร้ายไม่สมควรคงอยู่

ผมก็ได้ประสบกับกรรมแห่งความคิดต่างๆ --- ผมเข้าใจว่าเหล่านี้เป็นบททดสอบความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของตัวผม ให้โอกาสผมได้ฝึกฝนจิตสำนึกหลักของตัวเองให้แข็งแกร่ง ผมยอมรับการคุกคามจากกรรมแห่งความคิดประเภทนี้ พยายามแยกแยะตัวเองออกจากความคิดเหล่านี้ รู้ว่ามันไม่ใช่ตัวผม โดยเข้าใจว่าถ้าผมสามารถแยกแยะตัวเองออกจากมัน เป็นอันใช้ได้แล้ว อาจารย์ก็จะกำจัดมันทิ้งไป แต่กรรมเหล่านี้ยังคงพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่อง แท้จริงแล้ว ผมปฏิบัติต่อกรรมแห่งความคิดด้วยทัศนคติแบบเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น เช่นเดียวกับความเข้าใจของผมที่มีต่อการปรับฝ่าให้ถูกต้องในเวลานี้

ไม่รู้ว่าทำไม ผมวังวนอยู่ว่าการที่จะกำจัดสิ่งชั่วร้ายอย่างกระตือรือร้นนั้น เป็นพฤติกรรมในเชิงรุก ไม่ค่อยจะมีความเมตตา ด้วยความคิดที่ไม่ต้องการทำร้ายสิ่งมีชีวิตใดๆ ตรงนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่จุดหนึ่ง นั่นก็คือความเข้าใจที่ว่าหากคิดที่จะไปกำจัดกรรมและสิ่งชั่วร้าย ก็คือไม่มีความอดทนและไม่มีความเมตตา เพราะพวกมันก็เป็นรูปแบบของชีวิตด้วย

อาจารย์บรรยายในบท“พูดถึงฝ่า“ ไว้ว่า “พวกท่านควรจะรู้ว่า“เป็นไปตามธรรมชาติ” นั้นไม่มีคงอยู่ และ“ต้องเกิดขึ้นแน่นอน” นั้นมีสาเหตุ อันที่จริง“เป็นไปตามธรรมชาติ” เป็นคำพูดของคนธรรมดาสามัญที่พูดเข้าข้างตัวเองอย่างไม่รับผิดชอบ เมื่อพวกเขาไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ของจักรวาล ชีวิตและสสาร พวกเขาก็คิดไม่ออกว่าตัว“ธรรมชาติ”คืออะไร ภายใต้อิทธิพลของความเข้าใจแบบนี้ พวกท่านเข้าใจว่า มารผจญทั้งหลายต้องเกิดขึ้นแน่นอน จึงเป็นเช่นนี้ ก่อเกิดสภาวะที่ปล่อยไปตามยถากรรม”

จากการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนอื่น อ่านบทความบนหมิงฮุ่ยเน็ต และอ่านจิงเหวิน(บทความธรรมะ)ฉบับหลังๆ ของอาจารย์ ทำให้ความเข้าใจของผมเปลี่ยนไป

ความคิดของผมเวลานี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า เพียงแต่สามารถแยกแยะระหว่างความถูกต้องกับความชั่วร้ายนั้นยังไม่พอ เพียงแต่สามารถเข้าใจในความถูกต้องของพวกเรา และแยกพวกเราจากสิ่งชั่วร้ายนั้นยังไม่พอ พวกเราต้องตระหนักถึงขั้นที่ว่าสิ่งชั่วร้ายไม่ควรคงอยู่ พวกเราต้องกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้สูญสิ้นอย่างสุดกำลังของตัวเอง เมื่อกรรมแห่งความคิดมา ผมไม่ยอมรับมันอย่างง่ายๆ แบบไม่กระตือรือร้น โดยรู้ว่ามันไม่ใช่ตัวผมและรอให้อาจารย์กำจัดมันทิ้งไป เหมือนอย่างแต่ก่อนอีกต่อไป ผมรวบรวมจิตมุ่งมั่นทั้งหมดของตัวเองเพื่อกำจัดมันทิ้งไปอย่างเต็มกำลัง รู้ว่ามันไม่ควรคงอยู่ รู้ว่าการยินยอมให้มันคงอยู่แบบไม่กระตือรือร้น เป็นปรากฏการณ์ของจิตมารของตัวเอง

เมื่อก่อนจิตมุ่งมั่นที่จะกำจัดสิ่งชั่วร้ายของตัวเอง ถูกขัดขวางจากความเข้าใจที่ผิดของความไม่กระตือรือร้นแบบต่างๆ ของตัวเอง เวลานี้จิตมุ่งมั่นไม่ถูกขัดขวาง ผมรู้สึกทึ่งกับจิตมุ่งมั่นและพลังอย่างแท้จริง ที่อยู่เบื้องหลังความต้องการที่จะกำจัดสิ่งชั่วร้าย ในเวลาที่จิตมุ่งมั่นแบบนี้ก่อเกิด ความคิดของผมจะแปรเปลี่ยนจนแข็งแกร่งประดุจเพชร ผมรู้สึกได้จริงๆว่า เพียงขยับความคิดของตัวเอง พลังนั้นสามารถผ่าภูเขาให้แยกเป็นสองส่วนได้ เวลานี้ผมเข้าใจคำพูดนี้ที่ว่า“ความโกรธของเทพ“ ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น นี้ไม่ใช่ความโกรธของคน ไม่อดกลั้น โต้ตอบ แก้แค้น เป็นต้น แต่เป็นการกำจัดอย่างเที่ยงธรรมและสูงส่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝ่าฝืนคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล เจิน ซั่น เหยิน (ความจริง ความเมตตา ความอดทน) และทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่มีคุณค่าคงอยู่ในจักรวาลต่อไปอีก

การแปรเปลี่ยนในความเข้าใจเช่นนี้ยังสะท้อนไปถึงความเข้าใจของผมต่อการดำเนินขั้นตอนของการปรับฝ่าให้ถูกต้องของผมในเวลานี้ อีกทั้งต่อบทบาทของพวกเราท่ามกลางการปรับฝ่าให้ถูกต้อง พวกเราต้องไม่ยอมให้ความเข้าใจแบบเก่าที่ไม่กระตือรือร้นก่อเกิดเป็นช่องว่างในสมองของพวกเรา ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายคงอยู่ต่อไป อันเกิดจากทัศนคติที่ไม่กระตือรือร้นของพวกเรา การเพิกเฉยต่อสิ่งชั่วร้ายก็คือการส่งเสริม ยินยอมต่อมัน ถ้าพวกเราใช้ข้ออ้างใดๆ คิดว่าสิ่งชั่วร้ายสมควรคงอยู่ และจำเป็นต้องคงอยู่ เช่นนั้นมันก็จะคงอยู่ในความคิดของพวกเราและคงอยู่ในจักรวาล พวกเราไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบต่อการบำเพ็ญปฏิบัติของตัวเอง ด้วยการการเสริมสร้างจิตพุทธให้แข็งแกร่ง และกำจัดจิตมารของตัวเองเท่านั้น พวกเรายังต้องรับผิดชอบต่อส่วนของตัวเองอย่างเต็มกำลัง ในขั้นตอนของการกำจัดจิตมารให้สิ้นไปจากจักรวาล นี้ไม่ใช่ขั้นตอนของการปรับฝ่าให้ถูกต้องหรอกหรือ?

พวกเราต้องกำจัดอิทธิพลชั่วร้ายทั้งหมด ที่ต่อต้านต้าฝ่าด้วยความกระตือรือร้น ด้วยความสมัครใจ ไม่ว่าจะอยู่ในตัวหรืออยู่นอกตัวของพวกเรา --- ไม่ใช่เพื่อความก้าวหน้าของการบำเพ็ญปฏิบัติของตัวเอง แต่เพื่อความเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิต

แปล 2000.9.30

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ <http://www.clearwisdom.ca/eng/2000/Sept/30/POI930005.html>


“ เข้าใจได้ดีมาก ต่อการสะท้อนของกรรมแห่งความคิดและการบ่อนทำลายต่างๆ ซึ่งอิทธิพลชั่วร้ายสร้างให้แก่พวกเรา พวกเราอธิบายความเป็นจริงต่อคน ล้วนแต่เลือกที่จะฝ่ายทำการกำจัดมาร โดยไม่ใช่แบกรับด้วยความยินยอมและท้อแท้ แต่ความคิดและพฤติกรรมจะต้องใช้ความเมตตาเสมอไป ”

หลี่ หงจื้อ

2000.10.5