Article with Master's Comment
บทความโดยผู้ฝึกและคำวิจารณ์จากอาจารย์


*บทความนี้ปรับปรุงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 อาจมีการเปลี่ยนแปลงให้ใกล้เคียงต้นฉบับภาษาจีนในอนาคต*

อะไรคือซั่น(ความเมตตา)อย่างแท้จริง

พร้อมคำวิจารณ์จากอาจารย์: เจิ้งฝ่ากับซิวเลี่ยน (การปรับฝ่าให้ถูกต้องกับการบำเพ็ญปฏิบัติ)

เขียนโดยอณูต้าฝ่า

[หมิงฮุ่ยเน็ต] ในระหว่างการอธิบายความเป็นจริงในระยะหลังๆนี้ เมื่อพวกเราพิมพ์หลักการสวรรค์ “ดีจะได้ดีตอบแทน ชั่วจะได้ชั่วตอบสนอง” ลงแผ่นพับและหนังสือพิมพ์ เพื่อบอกกล่าวผู้คน คนธรรมดาสามัญบางคน รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ถึงกับเสนอแนะให้พวกเราเอาประโยคนี้ออก อณูซึ่งผ่านการปรับให้ถูกต้องด้วยฝ่าแล้วอย่างพวกเรา สมควรจะปฏิบัติอย่างไรในเรื่องนี้?

ดีชั่วย่อมมีการสนองเป็นหลักการสวรรค์ข้อหนึ่งตลอดมา เพียงแต่คนที่เปลี่ยนสภาพไปแล้วไม่เชื่อ ในเวลาที่คนที่ไม่เชื่อรู้สึกไม่สบายใจ เป็นเพราะหลักการข้อนี้ได้เสียดแทงถูกส่วนที่เปลี่ยนสภาพไปของเขา ไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ในเวลานั้น มันก็จะทิ้งความรู้สึกที่ลึกซึ้งไว้ให้แก่เขาและจะเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตในอนาคตของเขา ก้าวเลยจากเรื่องที่กล่าวมานี้ ดิฉันรับรู้ได้ว่า พวกเราควรจะปรับแก้ทัศนะความคิดต่างๆที่เปลี่ยนสภาพไป

สิ่งต่างๆที่กระทำในระหว่างการอธิบายความเป็นจริง และกำจัดสิ่งชั่วร้าย พวกเราสมควรใช้ต้าฝ่าวัดทุกสิ่งทุกอย่าง ต้าฝ่าต้องเป็นมาตรฐานอันดับแรกของพวกเราตลอดไป โดยไม่สมควรคล้อยตามความรู้สึกของคนธรรมดาสามัญ อยู่ในสถานที่ทำงาน ในสังคม แม้กระทั่งในบ้าน บางเวลาเพื่อที่จะเป็น“คนดี“ พวกเราได้แต่โอนอ่อนผ่อนตามคนธรรมดาสามัญ แต่อาจารย์กล่าวว่า “พวกเราพูดว่า ไม่ว่ามาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้ เจิน ซั่น เหยิ่นจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไป มีคนบอกว่าท่านดี ท่านไม่แน่ว่าจะดีจริง มีคนบอกว่าท่านเลว ท่านไม่แน่ว่าจะเลวจริง เพราะมาตรฐานที่ใช้วัดความดี ความเลวนั้น ได้บิดเบือนไปเสียแล้ว มีแต่ผู้ที่สอดคล้องกับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลเท่านั้นจึงจะเป็นคนดี นี่คือมาตรฐานหนึ่งเดียวที่จะวัดคนดีคนเลว ซึ่งเป็นที่ยอมรับของจักรวาล ท่านอย่าได้เห็นว่า สังคมมนุษย์เราเปลี่ยนแปลงไปมาก มาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์ตกต่ำลงมามาก ศีลธรรมของมนุษย์ตกต่ำลงทุกวัน ยึดถือเอาแต่ผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง แต่จักรวาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจึงไม่สามารถใช้มาตรฐานของคนธรรมดาสามัญมากำหนด เมื่อคนธรรมดาสามัญบอกว่าเรื่องนี้ถูกต้อง ท่านก็ปฏิบัติตาม ทำเช่นนั้นไม่ได้ คนธรรมดาสามัญบอกว่าดีก็ไม่แน่ว่าจะดี คนธรรมดาสามัญบอกว่าผิดก็ไม่แน่ว่าจะผิดเสมอไป ในยุคที่มาตรฐานศีลธรรมได้บิดเบือนไป ใครทำเรื่องไม่ดีท่านบอกเขาว่ากำลังทำเรื่องไม่ดี เขาก็ไม่เชื่อ การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จึงต้องใช้มาตรฐานของคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลมาประเมิน จึงจะสามารถแยกแยะอะไรดีหรือชั่วได้อย่างแท้จริง”

ถ้าเช่นนั้น อะไรคือซั่น(ความเมตตา)อย่างแท้จริง?

ใน [จ้วนฝ่าหลุน] กล่าวไว้ว่า คุณป้าสูงอายุซึ่งบำเพ็ญต้าฝ่าท่านหนึ่ง ถูกรถยนต์ชนขณะกำลังข้ามถนน คุณป้าพูดว่า “ไม่เป็นไร พวกท่านไปเถอะ ปัดฝุ่นออกแล้วเกี่ยวมือสามีเดินไป” “ผู้คนที่มุงดูอยู่รู้สึกประหลาดใจ คุณป้าทำไมไม่เรียกร้องเอาเงินจากเขาล่ะ เรียกร้องเอาเงินจากเขา มาตรฐานศีลธรรมของคนในเวลานี้ล้วนแต่บิดเบือนไปแล้ว“ ดูจากภายนอกผู้คนที่มุงดู ดูเหมือนกำลังช่วยคุณป้า กำลังสร้างความเป็นธรรม แท้ที่จริงเป็น“ซั่น“ (ความเมตตา)ซึ่งเปลี่ยนสภาพไปแล้ว ผู้คนมักจะเข้าใจว่าทัศนะความคิดต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนสภาพไปที่สังเกตไม่ออกนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การเป็นศิษย์ต้าฝ่าจะสามารถโอนอ่อนผ่อนตามทัศนะความคิดที่เปลี่ยนสภาพไปได้อย่างไร? สมควรที่พวกเราจะต้องใช้ความเมตตาอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ทำการกำจัดมันทิ้งไป ปรับให้มันถูกต้อง

มีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ดิฉันอย่างมาก มีอยู่วันหนึ่งขณะดิฉันขับรถไปถึงไฟแดง เผลอชนท้ายรถคันข้างหน้าเข้าโดยไม่ตั้งใจ คนขับคู่กรณีขอหมายเลขโทรศัพท์ของดิฉันด้วยสีหน้าเคร่งเคียดขึงขัง พร้อมกับตรวจดูท้ายรถของเขาอย่างละเอียด ท้ายรถของเขามีรอยบุบอยู่สองสามแห่ง รถของเขาค่อนข้างสูง เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นรอยบุบจากการชนโดยรถของดิฉัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนดิฉันคงจะตกลง ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายของเขาทั้งหมดอย่างแน่นอน แม้จะไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ดิฉันก็จะเข้าใจว่าตัวเองกำลังชำระกรรม แต่พอดิฉันคิดกลับอีกที หากตัวเองทำเช่นนี้จะเป็นการดีต่อเขาจริงหรือ? ดิฉันมองเห็นจิตเห็นแก่ตัวดวงนั้นของดิฉันกำลังใคร่ครวญเพื่อตัวเองอยู่ จึงคิดด้วยความคิดถูกต้องอย่างแรงกล้าอยู่ในใจว่า หากเป็นกรรมของดิฉัน ดิฉันยินยอมจะแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองเคยติดค้างไว้ แต่จะไม่ยอมให้ถูกหลอกเอาเงินโดยไม่มีเหตุผล เพราะเช่นนี้จะไม่ดีสำหรับเขา อย่างคาดไม่ถึงเขาเดินมาบอกดิฉันว่า “รอยบุบเหล่านั้นถูกชนจากรถอีกคันหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับคุณ ผมคิดว่าไม่มีปัญหาแล้ว” พร้อมกับแนะนำตัวเองกับดิฉัน และจับมือกล่าวอำลากับดิฉันอย่างเป็นมิตร บางทีด้านที่ดีของเขาตระหนักได้ว่า ดิฉันได้ทำในสิ่งที่ดีเพื่อเขาอย่างแท้จริง

ดิฉันตระหนักอย่างลึกซึ้งว่าคำพูดทุกคำ การกระทำทุกอย่างของพวกเรา สมควรต้องรับผิดชอบต่อสรรพชีวิต ต่อสังคม ต้องรับผิดชอบต่อองค์ประกอบที่ถูกต้องทั้งมวล ไม่สามารถจะปล่อยให้ความผิดพลาดของพวกเรา เป็นเหตุให้ชีวิตพวกเขาก่อกรรม เพราะในสังคมของมนุษยชาติในอนาคต ไม่สมควรมีความคิดที่เปลี่ยนสภาพเช่นนี้ ซั่น(ความเมตตา)อย่างแท้จริงคือ การคำนึงถึงผู้อื่นโดยปราศจากจิตที่เห็นแก่ตัวใดๆ คำนึงถึงความนิรันดร์ของชีวิตนั้นๆ ตลอดจนความนิรันดร์ของสรรพชีวิตและจักรวาล ภายใต้อานุภาพของซั่น(ความเมตตา)แบบนี้ แรงต้านและความไม่เมตตาใดๆ จะถูกหลอมมลายให้สิ้นไป สิ่งที่เปลี่ยนสภาพไปจะถูกปรับแก้ให้ถูกต้องทั้งหมด สิ่งที่ไม่เข้าใจก็จะค่อยๆเข้าใจ ฉะนั้นในเวลาที่พวกเราอธิบายความเป็นจริง อธิบายข้อเท็จจริง พร้อมกันนั้นควรต้องปลุกจิตใจอันดีงามของพลโลกให้ตื่นขึ้น และแสดงให้พวกเขาได้เห็นถึง ความยิ่งใหญ่ของหลักการของฝ่าที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้

ต้นฉบับตีพิมพ์บน Pureinsight.Net


เจิ้งฝ่ากับซิวเลี่ยน

บทความนี้ได้พูดถึงปัญหาว่า จะปฏิบัติอย่างไรต่อการเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง)กับการซิวเลี่ยน อย่างชัดเจนมาก ต้าฝ่าตี้จื่อซึ่งอยู่ในระหว่างการเจิ้งฝ่าจะไม่เหมือนกับการซิวเลี่ยนของแต่ละบุคคลในอดีต เมื่อพบกับการทำร้ายอย่างไร้เหตุผล พบกับการประทุษร้ายต่อต้าฝ่า พบกับการป้ายสีอย่างไม่เป็นธรรมต่อพวกเรา ไม่สามารถจะปฏิบัติเหมือนกับการซิวเลี่ยนของแต่ละบุคคลในอดีต ยอมรับกันโดยสถานเดียว เพราะต้าฝ่าตี้จื่อในปัจจุบันอยู่ในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า หากปัญหาที่ปรากฏ ไม่ใช่มาจากความยึดติดหรือความผิดของพวกเราเอง เช่นนั้นจะต้องเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ทำการรบกวน ทำเรื่องไม่ดีอยู่

แต่พวกเรายังอยู่ในระหว่างซิวเลี่ยน ยังมีจิตใจของคนธรรมดาสามัญสุดท้ายอยู่ เมื่อปัญหาปรากฏ จะต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าถูกหรือผิด หากพบว่าเป็นการรบกวนหรือบ่อนทำลาย เวลาจัดการกับปัญหา กับคนที่อยู่ชั้นภายนอก ต้องพยายามปฏิบัติอย่างนุ่มนวลและมีเมตตา เพราะเวลาที่สิ่งชั่วร้ายใช้คน คนๆนั้นมักจะไม่แจ่มแจ้ง (แม้ว่าคนที่ถูกใช้มักจะมีความนึกคิดไม่ดี หรือเป็นคนที่มีความนึกคิดไม่ดีปรากฏออกมา) สำหรับการรบกวนของสิ่งชั่วร้ายในมิติอื่น จะต้องใช้เจิ้งเนี่ยน(ความคิดถูกต้อง) กำจัดอย่างเข้มงวดและจริงจัง

หลี่ หงจื้อ

2001.7.8