Article with Master's Comment
บทความโดยผู้ฝึกและคำวิจารณ์จากอาจารย์
*บทความนี้ปรับปรุงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 อาจมีการเปลี่ยนแปลงให้ใกล้เคียงต้นฉบับภาษาจีนในอนาคต*
ความน่าเกรงขามของต้าฝ่า
พร้อมคำวิจารณ์จากอาจารย์
เขียนโดยอณูต้าฝ่าประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
[หมิงฮุ่ยเน็ต] ในการบรรยายธรรมนอกประเทศอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า ต้าฝ่ามีความน่าเกรงขามของเขา ไม่ใช่ใครๆ ก็สามารถจะได้ฝ่านี้ คำพูดของอาจารย์ได้ชี้นำผมมาโดยตลอด ทำให้ผมสามารถตรึกตรองคำพูดและการกระทำของตัวเองในหมู่คนจากมุมมองของฝ่า หลังจากปล่อยวางความยึดติดและค้นหาปัญหาที่ตัวเองแล้ว ทำให้ตัวเองสามารถตรึงตรอกปัญหาโดยตั้งอยู่บนหลักการของต้าฝ่าได้มากยิ่งขึ้น ในนี้ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องว่าอะไรคือของการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสภาวะของคนธรรมดาสามัญ ความเข้าใจที่ถูกต้องว่าอะไรคือความดี(ซั่น)อย่างแท้จริง ความเข้าใจด้วยเหตุผลว่าอะไรคือการเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้อง)กับการซิวเลี่ยน(บำเพ็ญปฏิบัติ)ส่วนบุคคล
จากการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้าย ผมต้องระหกระเหินไร้ที่อยู่และต้องอาศัยเพื่อนๆ จุนเจือช่วยเหลือในการดำรงชีวิตมาเป็นเวลานานแล้ว ในช่วงวันหยุดต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ ผมและภรรยาได้ไปเยี่ยมญาติคนหนึ่งเพื่ออธิบายความเป็นจริง พร้อมกับขอพักอาศัยที่บ้านญาติสักระยะหนึ่ง ปรากฏว่าลูกชายของญาติผู้นี้ได้ขโมยเงินของเราไปหลายพันหยวน ภรรยาบอกว่าให้เราค้นหาจากภายใน(ตัวเรา) การที่เงินถูกขโมยอาจเป็นเพราะพวกเรามีจิตใจอะไรอยู่ มีความยึดติดอะไร หรือทำอะไรไม่ถูกต้อง ญาติผู้นั้นและครอบครัวต่างรู้สึกกระวนกระวาย ด่าว่าลูกชายของตัวเองต่างๆ นานา ภรรยาของผมปลอบโยนญาติผู้นั้นว่า ขโมยไปแล้ว ช่างเถอะ พวกท่านอย่าได้กังวลมากจนเกินไปนัก ผมรู้สึกว่าคำพูดของภรรยา เป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาผลักภาระในสิ่งที่พวกเขาสมควรต้องรับผิดชอบ หมายความว่าศิษย์ต้าฝ่าหาเงินทองได้ง่ายอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็นเงินทองของศิษย์ต้าฝ่าก็ขโมยกันได้อย่างนั้นหรือ? นี่ไม่ใช่เป็นการส่งเสริมอิทธิพลชั่วร้ายหรอกหรือ? ใช่ พวกเราต้องค้นหาปัญหาที่ตัวเอง แต่การค้นหาจากภายในตัวเองไม่ใช่เป็นไปอย่างไม่มีหลักการ ยิ่งไม่สามารถใช้มาเป็นข้ออ้างปล่อยให้องค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายกำเริบเสิบสาน การที่เพื่อนฝูงช่วยเหลือเราทางการเงินก็เพื่อให้เราทำงานยืนยันความเป็นจริงให้ต้าฝ่าได้ดีอย่างขึ้น และพวกเราก็ได้เข้มงวดกับตัวเองตลอดมา แล้วทำไมเมื่อพบกับเหตุการณ์เช่นนี้พวกเรามักจะเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่ตัวเองอยู่ร่ำไปล่ะ? ใช่หรือไม่ที่สิ่งชั่วร้ายกำลังใช้ความดี (ซั่น)ของเราเป็นประโยชน์มาเจาะช่วงว่างในความคิดของพวกเราอยู่? ดังนั้นผมจึงแสดงความเห็นที่แตกต่างของผมให้แก่ญาติผู้นั้นทราบทันทีว่า เด็กต้องรับผิดชอบที่ขโมยเงินไป การขโมยเงินหลายพันหยวนนั้นมีความผิดทางอาญา พวกเราจะยอมให้เขามีพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด พวกเราดีต่อเขาอย่างนี้ เขากลับขโมยเงินทองของเราไปจนไม่เหลือ เป็นพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนสภาพไปแล้วโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นเขาจะต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวอง อย่างไรก็ตามเราหวังว่าพวกท่านซึ่งเป็นผู้ใหญ่อย่าได้วิตกกังวล ขอให้รักษาสุขภาพ
หลังจากแสดงความคิดเห็นของผม ญาติผู้นั้นรู้สึกว่าในคำพูดที่อ่อนโยนของผมนั้นมีความหนักแน่นอยู่ในตัว จึงใช้ความกลับกลอกของจิตมนุษย์พูดจาข่มขู่เราว่า พวกเรากลัวว่าเด็กจะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ถ้าหากไปแจ้งความ เขาอาจจะรายงานเรื่องของพวกท่านกับตำรวจซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพวกท่าน ในตอนนั้นภรรยาของผมก็เป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่ และคล้อยตามไปกับเขา แต่ผมมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายใต้ความห่วงใยนั้นความจริงคือการข่มขู่ ผมรู้สึกว่าญาติผู้นี้มีสภาวะจิตที่ไม่ถูกต้อง ถ้าผมยินยอมตามนั้นก็เท่ากับกำลังทำร้ายพวกเขา พวกเขากำลังใช้ความดี(ซั่น)ของเรา ตลอดจนสภาวะจิตที่ไม่ถูกต้อง จากการที่พวกเราต้องร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกและกลัวถูกรายงานต่อทางการเป็นเครื่องมือ ดังนั้นผมจึงพูดกับเขาอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ว่า ผมหวังว่าเด็กจะกลับมา ถ้าเขาไม่กลับมาภายใน 24 ชั่วโมง เขาคงคาดคิดไม่ถึง แต่ผมกล้าจะไปแจ้งตำรวจ วันรุ่งขึ้นญาติผู้นั้นบอกว่า เขาจะต้องคืนเงินให้กับพวกเราอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าสู้หน้าญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงไปตลอดชีวิต ผมรู้สึกดีใจที่เขาสามารถเข้าใจหลักการได้ชัดเจน และรับเงินที่เขาคืนให้แก่เราแทนลูกชายของพวกเขา
ในระหว่างการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ผู้ฝึกคนหนึ่งพูดกับผมว่า สามีของเธอรบกวนการบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่าของเธอตลอดมา ดุด่าทุบตีเธออยู่เนืองๆ เวลานี้ถึงกับบีบบังคับขอหย่ากับเธอ ผมจึงพูดกับเธอว่า ในเมื่อท่านสามารถทำได้ถึงจุดที่ไม่โกรธเกลียดเคียดแค้น ในเมื่อท่านสามารถทำได้ถึงจุดที่ไม่อยากได้ทรัพย์สินเงินทองแม้แต่น้อย ท่ามกลางการรบกวน ความเชื่อถูกต้องของท่านไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย เช่นนั้นท่านกลัวอะไร? ท่านคืออณูเม็ดหนึ่งของต้าฝ่า ท่านมีศักดิ์ศรี(เกียรติภูมิ) ศิษย์ต้าฝ่าที่ดี(ซั่น)เช่นนี้ กลับจะต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องไปนอนข้างถนน ขอทานอย่างนั้นหรือ? นี่มิเป็นการสมยอมให้กับองค์ประกอบชั่วร้าย ที่อยู่เบื้องหลังสามีของท่านหรอกหรือ? แท้จริงแล้วคนจำนวนมากได้เปลี่ยนสภาพไปแล้ว ท่านยิ่งดีเขาจะยิ่งรังแกท่าน ประทุษร้ายต่อท่าน เมื่อทำจิตใจตัวเองให้บริสุทธิ์แล้ว ลองพูดกับเขาอย่างสง่าผ่าเผยว่า ถ้าหากคุณต้องการขอหย่าขาดจากฉันเพราะฉันบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่า ก็ให้คุณเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง แต่ทรัพย์สินเงินทองในบ้านนี้ ฉันต้องการตามสิทธิที่ฉันพึงได้ทั้งหมด ในเวลาเดียวกัน ให้ท่านส่งความคิดถูกต้องกำจัดองค์ประกอบชั่วร้ายที่เบื้องหลังเขา ท่านลองไปทำอย่างนี้ดู วันต่อมาคุณน้าท่านนี้เล่าให้ผมฟังว่า หลังจากที่เธอสงบจิตใจของตัวเองลงได้แล้ว ทันทีที่พูดกับสามีอย่างสง่าผ่าเผย ทำเอาเขาตกใจจนพูดอะไรไม่ถูก บอกว่า พวกท่านผู้บำเพ็ญปฏิบัติ ไม่ใช่ไม่ยึดติดเรื่องเงินทองหรอกหรือ?
คุณน้าท่านนี้บอกว่า ใช่ พวกเราไม่ยึดติดในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง แต่คุณกำลังใช้จุดนี้มาทำร้ายศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่ง ฉะนั้นพวกเราจึงไม่กลัวที่จะมีทรัพย์สินเงินทอง ยิ่งกว่านั้นข้าวของทุกอย่างในบ้านนี้ฉันมีสิทธิหนึ่งส่วน หลังจากนั้นเป็นต้นมา สามีของเธอก็ไม่หาเรื่องกับเธอโดยไม่มีเหตุผลอีกเลยคุณน้าของผมและภรรยาของท่าน เคยเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติมาก่อน ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงของ 22 กรกฎาคม ถูกสิ่งชั่วร้ายข่มขู่จนไม่กล้าฝึกอีกต่อไป พยายามใช้ข้ออ้างต่างๆ ปิดบังจิตหวาดกลัวของตัวเอง เช่น ลำแขนจะสู้อะไรกับลำแข้งเอย เผด็จการก็เป็นอย่างนี้เอยเป็นต้น แม้ในใจจะรู้ดีว่าต้าฝ่าดี ยังคงแอบบำเพ็ญโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ แต่กลับใช้สิ่งที่เรียกว่า สภาวะที่สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญ พฤติกรรมต่างๆ ของคนปิดบังจิตหวาดกลัวของตัวเอง เช่น ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ กับคนทั่วไป ฝึกมวยไท่จี๋ ฝึกเต้นรำเป็นต้น และเวลาที่คนธรรมดาสามัญวิจารณ์ต้าฝ่า แม้กระทั่งโจมตีต้าฝ่ากลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ราวกับว่าไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ราวกับว่าตัวเองไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของต้าฝ่า ต่องานยืนยันความเป็นจริงให้กับต้าฝ่าที่ผมทำ ก็เห็นว่าเป็นการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ต่อสู้กับคนเป็นต้น ไม่อยากไปมาหาสู่กับผม วันหนึ่งผมไปเยี่ยมพวกเขา โดยนำจิงเหวิน(บทความธรรมะ)ใหม่ของอาจารย์ไปให้พวกเขา คุณน้าของผมต่อว่าผม ห้ามไม่ให้ผมไปหาอีก ผมชี้แจงให้พวกเขาฟังในทันทีว่า พวกท่านได้ประโยชน์จากต้าฝ่ามากมายเช่นนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าต้าฝ่าถูกต้องที่สุด ถูกรัฐบาลให้ร้ายป้ายสี พวกท่านกลับปฏิบัติต่อต้าฝ่าด้วยจิตใจอันสกปรกของมนุษย์ พวกท่านยังเป็นคนปกติอยู่อีกหรือ? ยังคู่ควรจะเป็นศิษย์ต้าฝ่าอยู่อีกหรือ? เมื่อต้าฝ่าซึ่งช่วยให้ร่ายกายและจิตใจของท่านดีขึ้นอย่างใหญ่หลวง ถูกสิ่งชั่วร้ายกดขี่ข่มเหง พวกท่านกลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่กล้าที่จะช่วยพูดให้ความเป็นธรรมแก่ต้าฝ่า แม้แต่ผมผู้เป็นญาติมาเยี่ยมท่านที่บ้าน ท่านก็ยังกลัว พวกท่านยังคู่ควรเป็นคนอยู่อีกหรือ? ตัวผมบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่าอย่างเปิดเผย ไม่หลบซ่อน หลบหลีกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย สิ่งที่ได้มาคือความนับถือต่อต้าฝ่าและศิษย์ต้าฝ่าจากเพื่อนร่วมงาน จากหัวหน้าและตำรวจ ภาพพจน์ที่คนได้เห็นก็คือ ศิษย์ต้าฝ่าเป็นคนอย่างสง่าผ่าเผยมีเกียรติภูมิ แม้เวลานี้ผมจะต้องระหกระเหินไร้ที่อาศัย เพราะถูกสิ่งชั่วร้ายประทุษร้าย แต่ผมอยู่อย่างมีเกียรติ อยู่อย่างไม่สะทกสะท้านและสง่างามยิ่งนัก แต่ดูท่านมีชีวิตอยู่อย่างคนก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่เชิง มีชีวิตอยู่ภายใต้สภาวะจิตที่เน่าเปื่อยและมืดมัว นี่เป็นสภาพของคนปกติหรือ? ยังเป็นพฤติกรรมของคนปกติหรือ? คำพูดรุนแรงของผมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของต้าฝ่า และสภาวะจิตอันถูกต้องที่สุดของศิษย์ต้าฝ่า ได้กระเทือนเข้าไปถึงจิตใจของพวกเขา ส่งผลให้พวกเขามองเห็นสภาวะจิตอันไม่ถูกต้องของตัวเองในทันที
ศิษย์ต้าฝ่าที่ออกจากบ้านคนหนึ่งไปหาเพื่อนสนิทของเธอ ตามที่ได้นัดหมายกันไว้ เธอเตรียมที่จะไปอธิบายความเป็นจริงให้กับเพื่อน หารู้ไม่ว่าพ่อแม่ของเธอ สามีรวมทั้งเพื่อนสนิทของเธอคนนี้ ตลอดจนหัวหน้าในที่ทำงานได้ร่วมมือกับตำรวจ จับตัวเธอและส่งไปเข้ารับการอบรมล้างสมอง ศิษย์ต้าฝ่าท่านนี้แยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งชั่วร้ายกำลังใช้ความดีงามของเธอเป็นเครื่องมือ ใช้ฉิง(ความรักความผูกพัน)ญาติสนิทมิตรสหายที่มีต่อตัวเธอ เป็นช่องว่างทำร้ายต่อศิษย์ต้าฝ่า เธอไม่สั่นคลอนไปกับฉิงของคน ไม่หวั่นไหวไปกับคำพูดเสแสร้ง ที่ว่าเป็นการทำเพื่อดีกับตัวเธอ เธอยืนยันความเป็นจริงกับพวกเขาด้วยความเชื่อถูกต้อง และ ชีวิตอันปราศจากความกลัวแม้แต่น้อยของศิษย์ต้าฝ่า พร้อมกับเปิดโปงวิธีการอันชั่วร้ายของพวกเขาทั้งหมด ด้วยความคิดถูกต้องและความเมตตากรุณา กำจัดองค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายที่รบกวน และควบคุมพวกเขาอยู่ในมิติอื่น ทำให้คนเหล่านี้ได้เห็นถึงการกระทำที่ผิดของตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยเธอออกจากการอบรมล้างสมองในทันที ทำให้คนเหล่านั้นปฏิบัติต่อเธอด้วยดีอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการปลดปล่อยตัวเอง ยังปลดปล่อยหลายๆชีวิตซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้อีกด้วยศิษย์ต้าฝ่าท่านหนึ่งเดินทางไปปักกิ่ง
เพื่ออธิบายความเป็นจริงให้ต้าฝ่า
ไปถึงปักกิ่งไม่สามารถหาโรมแรมเข้าพัก
ล้วนต้องใช้บัตรประจำตัวลงทะเบียน
ขณะที่หาโรงแรมที่พักเขาขบคิดอยู่กับปัญหาข้อหนึ่ง
นี่ต้องการให้ผมทนทุกข์ทนลำบากหรืออย่างไร?
หรือต้องการให้ผมปล่อยวางจิตยึดติดอะไร?
เขาใช้เวลาครึ่งวันใคร่ครวญจากมุมนี้ก็ยังคิดไม่ออก
หลังจากนั้นเขาคิด
ผมมาปักกิ่งเพื่อที่จะอธิบายความเป็นจริง
เป็นการทำในเรื่องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
ถูกต้องที่สุดในจักรวาล
ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างควรจะต้องดีที่สุด
ถูกต้องที่สุด
แล้วทำไมจะหาที่พักไม่ได้ล่ะ?
ทันทีที่คิดตก
เขาก็สามารถหาโรงแรมที่ดีพอสมควรได้แห่งหนึ่งโดยไม่ต้องการอาศัยหลักฐานอะไรเลย
สภาวะจิตอันบริสุทธิ์และดีงามของศิษย์ต้าฝ่า สามารถทำให้จินกัง(เพชร)ละลาย ถ้าหากในความคิดพวกเราไม่คิดที่จะแสวงหา ความลำบาก ทุกข์ภัย ไม่เห็น
สิ่งสกปรกเป็นสิ่งดีงาม ความน่าเกรงขามของต้าฝ่าก็จะปรากฏออกมาผ่านตัวของเรา เพราะถ้าท่านไม่คิดว่าการที่พวกเขาทุบตีท่านเป็นการกำลังให้เต๋อ(กุศล)แก่ท่าน แต่เป็นการประทุษร้ายต่อต้าฝ่า เพราะถ้าท่านไม่คิดว่าการที่พวกเขาขโมยเงินทองของท่านเป็นการให้เต๋อแก่ท่าน แต่เป็นการตั้งใจบ่อนทำลายต้าฝ่าและศิษย์ต้าฝ่า เพราะถ้าท่านไม่คิดว่าการจับท่านเข้าคุกเป็นการบำเพ็ญปฏิบัติ แต่เป็นการประทุษร้ายต่อต้าฝ่าโดยสิ้นเชิง เป็นต้น ก็จะปฏิบัติกับปรากฏการณ์ของสิ่งชั่วร้ายจากมุมของเจิ้งฝ่า(การปรับฝ่าให้ถูกต้อง) ก็คือไม่ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายสามารถเจาะช่องว่างใดๆ ในความคิดที่ท่านเพิกเฉย ก็คือไม่ไปยอมรับการประทุษร้ายใดๆ ที่สิ่งชั่วร้ายกระทำต่อท่านเมษายนปีที่แล้ว ผมถูกสิ่งชั่วร้ายหลอกและจับเข้าไปในสถานกักกัน เวลาที่พวกเขาสอบสวน ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกสอบสวนแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับแสดงความบริสุทธิ์ถูกต้องของศิษย์ต้าฝ่าออกมาอย่างเต็มที่ด้วยความยินดี นอกจากนี้จิตสำนึกหลักมีความแจ่มชัดมากๆ ว่าจะต้องปรับแก้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม พวกเขาถามผมว่ามาที่นี่เพื่อจะยกระดับสูงขึ้นใช่หรือไม่ บอกว่าผู้ฝึกของเราต่างพูดว่า ที่นี่เป็นสภาพแวดล้อมเหมาะสำหรับการยกระดับให้สูงขึ้น ผมบอกพวกเขาในทันทีว่า
ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ผู้มีเกียรติภูมิอย่างพวกเราสมควรที่จะอยู่ ผมถูกหลอก ถูกจับตัวเข้ามาอยู่ในนี้อย่างไม่มีเหตุผล เป็นการประทุษร้ายต่อผมอย่างไร้เหตุผล ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะให้พวกเราศิษย์ต้าฝ่ายกระดับสูงขึ้นในการบำเพ็ญปฏิบัติอย่างแน่นอน หวังว่าพวกท่านจะปล่อยผมกลับไปโดยเร็วที่สุด พวกเขาสอบถามภูมิหลังทางครอบครัวของผม ผมแจงสมาชิกในครอบครัวให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด ซึ่งมีที่ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ในมหาวิทยา เป็นนักศึกษาปริญญาเอก อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน เป็นต้น ให้พวกเขาได้เห็นว่า คนประเภทใดที่บำเพ็ญปฏิบัติฝ่าหลุนต้าฝ่ากันอยู่ ความจริงก็คือต้องการจะบอกพวกเขาว่า พวกเราศิษย์ต้าฝ่าล้วนแต่เป็นคนมีความสามารถสูง เป็นบุคคลชั้นแนวหน้า เป็นผู้มีตำแหน่งงานสำคัญในสังคม ไม่ใช่เป็นคนที่จิตใจว่างเปล่าเลื่อนลอย แสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไรก็ตาม ผมก็จะหันเหเรื่อง นำพาพวกเขาเข้าสู่หัวข้อของการเป็นคนที่ถูกต้อง โดยใช้ความเชื่อถูกต้องและจิตสำนึกหลักอันแรงกล้าของผมนำพาพวกเขา สุดท้ายพวกเขาต่างเกิดความในที่คุมขัง ผมไม่ต่อว่าการที่พวกนักโทษต่อสู้ซึ่งกันและกัน แต่จะอธิบายเหตุผลด้วยฝ่าให้พวกเขาฟังว่า การโต้ตอบความชั่วร้ายด้วยความชั่วร้าย สิ่งที่คนเรียนรู้ก็คือความชั่วร้าย เพราะคุณก็จะนำความชั่วร้ายที่คนอื่นทำกับคุณไปใช้กับผู้อื่น แต่ถ้าปฏิบัติต่อความชั่วร้ายด้วยความดี สิ่งที่คนเรียนรู้ก็คือความดี สามารถทำให้คนเห็นถึงความดีงามในอนาคต เพราะตำรวจแสร้งทำดีแต่เปลือกนอก ไม่ใช่ดีจริงๆ จากในจิตใจ ดังนั้นพวกท่านจึงรู้สึกถึงความชั่วร้ายของพวกเขา เรียนรู้แต่ความชั่วร้าย ฉะนั้นการบังคับแก้ไขด้วยการใช้แรงงาน ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงธาตุแท้ของคน ในขณะที่ฝ่าหลุนต้าฝ่ากลับสามารถเปลี่ยนแปลงคน จากธาตุแท้ได้อย่างแท้จริง โน้มน้าวคนหันสู่ความดีตลอดไป ปรารถนาความดีงามตลอดไป เห็นความดีงามเป็นความหวัง พอผมพูดจบนักโทษก็หยุดต่อสู้กัน สามารถเห็นใจและอภัยซึ่งกันและกันมากขึ้น ก่อนหน้าที่จะถูกสิ่งชั่วร้ายจับเข้ามาอยู่ในสถานกักกัน ผมเคยได้ยินผู้ฝึกหลายๆคนบอกว่า พวกเขาหงฝ่ากับนักโทษในที่คุมขังอย่างไรๆ บอกว่าบำเพ็ญได้ดีอย่างไรในคุก แต่ผมเข้ามาดูแล้ว ในนี้จะเป็นสถานที่ที่พวกเราผู้บำเพ็ญปฏิบัติสมควรอยู่ได้อย่างไร ในนี้ทุกๆที่เต็มไปด้วยคำพูดและภาษาสกปรก ตั้งแต่ความคิดไปจนถึงพฤติกรรมล้วนแต่สกปรก ผมจึงอธิบายความเป็นจริงกับนักโทษเหล่านั้น คิดจะให้พวกเขาเข้าใจต้าฝ่า ผ่านประสบการณ์การบำเพ็ญปฏิบัติของตัวเอง แต่พวกเขาบางคนถามคำถามเพียงเพื่อฆ่าเวลาให้ผ่านพ้นไป แล้วผมจะนำต้าฝ่ามาคุยเล่นเป็นเรื่องไม่สำคัญได้อย่างไร นี่ไม่เป็นการลบหลู่ต้าฝ่าหรอกหรือ? ดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องการหงฝ่ากับนักโทษ ผมจึงคงความเข้าใจด้วยเหตุผลอยู่โดยตลอด ยิ่งกว่านั้นสถานที่อันสกปรกเช่นนี้ จะเหมาะสำหรับให้ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญปฏิบัติได้อย่างไรเล่า? ความคิดอันแรงกล้าของผมก็คือ ต้องออกจากสถานกักกันโดยเร็วเพื่อทำในสิ่งที่ผมควรทำให้แก่ต้าฝ่า
ทันทีที่เข้าไปอยู่ในสถานที่กักกัน ผมขออนุญาตผู้คุมฝึกพลังกง พวกเขาไม่อนุญาตแถมยังสั่งหัวหน้านักโทษเฝ้าดูผม ผมไม่รีบร้อนที่จะฝึกและใช้โอกาสที่พวกเขาตามตัวผมออกไป คุยอธิบายความเป็นจริงให้กับพวกเขา อธิบายสิ่งที่เป็นธาตุแท้ของการบำเพ็ญปฏิบัติต้าฝ่า กระเทาะความคิดและทัศนคติของพวกเขาซึ่งถูกครอบงำจากสิ่งชั่วร้ายจากทุกแง่ทุกมุม ปรับแก้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกับกระตุ้นในด้านดีงามของพวกเขา ในเวลานั้นในจิตใจมีความคิดว่าจะต้องใช้ความบริสุทธิ์ ความดีในระดับของตัวเอง หลอมละลายสิ่งชั่วร้ายในความคิดของพวกเขา บ่อยครั้งในเวลาที่อยู่ในวงล้อมโดยผู้คุมหลายคน แต่ผมก็ยังคงอธิบายความเป็นจริง และกระตุ้นความดีของพวกเขา ด้วยสภาวะจิตสุขสงบและความดีของผม ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป รวมทั้งตำรวจนายที่พวกนักโทษเห็นว่าชั่วร้ายที่สุด และเกลียดที่สุดก็เปลี่ยนไปด้วย เขาพูดกับผมว่า ถ้าผมเข้าเวรเป็นผู้คุม อนุญาตให้คุณฝึก 10 นาที นานกว่านั้นไม่ได้ ผมบอกเขาว่า 10 นาทีผมเพิ่งจะเริ่มต้น ไม่พอ ถ้าเช่นนั้น 15 นาทีอย่างมาก ผมหัวเราะรู้ว่าไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้ว พวกเขากำลังเปลี่ยนแปลง การอนุมัติให้ฝึก 15 นาทีกับหนึ่งชั่วโมงไม่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากผมเป็นคนยิ้มแย้มตลอดเวลา ผู้คุมขอไม่ให้ผมยิ้มต่อหน้านักโทษคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาทำงานลำบาก ผมบอกพวกเขาว่าทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี เป็นสิ่งที่ผมบำเพ็ญได้จากต้าฝ่า และอุปนิสัยดั้งเดิมของผมก็เป็นอย่างนี้ เนื่องจากผมจะยิ้มแย้มตลอดเวลาทุกครั้งที่พูดคุยกับพวกเขา พวกนักโทษเห็นแล้วกลัว คิดว่าผมมีความสัมพันธ์อะไรเป็นพิเศษกับตำรวจ เพราะพวกเขาต่างต้องก้มหน้าเวลาพูดกับตำรวจ ต่อให้เป็นนักโทษคนที่แข็งแรงที่สุดก็ต้องก้มหน้าพูดกับตำรวจ ยังจะกล้ายิ้มได้อย่างไร เมื่อเป็นเช่นนี้ การเฝ้าดูผมจึงเป็นเพียงการสมมติ เวลาที่ผมฝึกพลังกง พวกตำรวจยังคอยช่วยเหลือผม พวกนักโทษต่างเข้าใจว่าผมมีทีเด็ดอะไร
หลังจากนั้นต่อมามีคำสั่งจากเบื้องบน ให้เฝ้าดูผมให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ผู้คุมจึงสั่งห้ามไม่ให้ผมหงฝ่ากับพวกนักโทษอีก ผมจึงพูดว่า ถ้าพวกคุณไม่มาถามผม ผมก็จะไม่พูดกับใคร อันที่จริงผมรู้ว่าคนนั้นมีความอยากรู้อยากเห็น ท่านไม่พูดเขาก็จะต้องมาถามให้ท่านพูด ยิ่งกว่านั้นต้าฝ่ามีความน่าเกรงขาม ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาพูดที่ไหนก็ได้ ผู้คุมจึงสั่งห้ามหัวหน้านักโทษในคุมขัง ไม่ให้ถามเรื่องเกี่ยวกับฝ่าหลุนกงอีก ผมไม่พูดอะไรเลยจริงๆ ขณะที่ทำงานไปก็คิดเกี่ยวกับฝ่า สีหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา ผมทำงาน 18 ชั่วโมงอย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว วันรุ่งขึ้นหัวหน้านักโทษก็รีบไปรายงานผู้คุมว่า คนๆนี้มีสมาธิล้ำลึกจริงๆ เขาไม่พูด พวกเราทั้งหมดก็ไม่สามารถพูดอะไรเลย ใช่ ในจิตใจของผมไม่รู้สึกว่าจะได้รับแรงกดดันจากการอยู่ภายนอก หรือภายในกำแพงแม้แต่น้อย ผมรู้อย่างแจ่มแจ้งว่าจะต้องออกไป จิตใจของผมสงบเงียบดั่งน้ำที่นิ่ง แต่กลับมีความอิสระสมใจนึก ไม่มีสิ่งใดสามารถกระทบถูกจิตใจของผม ผมพูดกับพวกนักโทษว่า พวกคุณไม่รู้ว่าจะต้องจำคุกอีกนานเท่าไร สำหรับตัวผมทุกอย่างตัวผมเป็นผู้ควบคุม อันที่จริงเพียงแต่ผมบอกว่า ไม่ฝึกแล้ว ผมก็จะออกไปจากที่นี่ได้ แต่เพราะไม่ยอมพูดประโยคนี้ ผมจึงยังอยู่ในนี้ ผมสามารถชนะใจตำรวจและนักโทษ ทำให้พวกเขานับถือในตัวผม ด้วยคำพูดทุกคำและการกระทำทุกอย่างของผม เวลาผมฝึกพลังกงจึงไม่มีใครไปรายงาน ตำรวจเห็นก็ไม่ว่าอะไร
คืนหนึ่งเมื่อผมอยู่เวร อากาศร้อนอบอ้าวมาก ผมพัดให้กับหัวหน้านักโทษและนักโทษที่กำลังนอนอยู่รอบตัวผม ไม่นึกว่าหัวหน้านักโทษรีบลุกขึ้นมาทันทีพร้อมกับพูดอย่างตกใจว่า ท่านกรุณาอย่าพัดให้ผมเป็นอันขาด มันผิดหลักการสวรรค์ ผมหยุดพัดทันที และไม่เห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นความกรุณาที่ผมควรทำอีกต่อไป หลักจากนั้นหนึ่งเดือน พวกเขาก็ปล่อยผม เมื่อผมจะออกมาผู้คุมไม่กล้าเข้ามาหาผม เขากำลังหลั่งน้ำตา หัวหน้านักโทษรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ทานข้าวมื้อสุดท้ายกับผม ผมจดบทจิงเหวินที่ท่องได้และมอบให้เขาไว้เป็นที่ระลึกกลับไปที่สถานตำรวจ พวกเขาให้ผมเขียนความเข้าใจของผมต่อฝ่าหลุนกง ว่าเหตุใดผมจึงฝึกพลังกงในสถานกักกัน เหตุใดผมจึงหงฝ่าในสถานที่กักกัน ผมมองเห็นความประสงค์ร้ายของพวกเขาได้อย่างชัดเจน จึงเขียนแต่เฉพาะความเข้าใจต่อต้าฝ่าของตัวเอง ไม่เขียนอย่างอื่นตามที่พวกเขากำหนด พวกเขาอ่านแล้วบอกว่าใช้ไม่ได้ ว่าผมต่างๆ นานาว่า ยังไม่รู้จักสำนึก ยังกล้าเขียนแบบนี้ จะตัดสินลงโทษให้ผมใช้แรงงาน 3 ปี บอกว่าเขียนใช้ไม่ได้ แล้วคืนให้ผมมาเขียนใหม่ เหตุผลของพวกเขาไม่อยู่ในความคิดของผมเลย ในใจปฏิเสธในสิ่งต่างๆที่พวกเขาพูด ผมคิดจะให้ผมเขียนใหม่ ดูท่าสิ่งที่เขียนยังมีน้ำหนักไม่มากพอ ยังไม่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่มากพอ ดังนั้นผมจึงหยิบปากกาและเริ่มเขียนลงไปว่า ผมคิดว่าฝ่าหลุนต้นฝ่า เป็นการบำเพ็ญปฏิบัติฝ่าถูกต้องอันยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งยากแก่การประสบพบเจอนับมาแต่อดีตกาล ในเวลานั้นผมรวบรวมจิตใจทั้งหมดอยู่ที่ประโยคนี้ นี่ก็คือคำตอบของผมที่ให้กับสิ่งชั่วร้าย พวกเขาปล่อยผมในทันที
ตุลาคมปีที่แล้ว
หัวหน้าสำนักงาน 610
ระดับมณฑลตามตัวผมไปพบ
ตลอดเวลาที่ถูกสอบถามสวน
ผมได้ใช้ความเชื่อถูกต้องและสติปัญญาตอบพวกเขา
เมื่อพวกเขาเอ่ยถึงชื่ออาจารย์อย่างไร้มารยาท
ผมบอกพวกเขาด้วยเหตุผล
จิตที่สงบนิ่ง
มั่นคงไม่หวั่นไหวว่า พวกท่านต้องเคารพอาจารย์ของผม
นี่คือจุดพื้นฐานในการพูดคุยของเรา
ไม่เช่นนั้นการพูดคุยจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
พวกเขาจ้องดูที่นัยน์ตาของผม
มองเห็นความเชื่อถูกต้องอันสงบมั่นคงไม่หวั่นไหวของผม
จึงเปลี่ยนวิธีพูด
ถึงแม้พวกเราจะพูดคุยกันอย่างสบายๆ
ไม่เคร่งเครียด
โดยแท้จริงกลับกำลังต่อสู้กันด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ
ทุกๆประโยคประดุจมีดที่คมวับ
ทุกๆคำล้วนเป็นหลุมพราง
พวกเขาพูดคุยกับผมอย่างนี้ตลอดทั้งวัน
โดยตั้งใจจะทำให้จิตสำนึกหลักของผมงงงวย
และได้ในสิ่งที่ต้องการจากผม
ผมรู้จุดประสงค์แท้จริงของพวกเขาตั้งแต่ต้น
จึงใช้สติปัญญาซึ่งต้าฝ่ามอบให้แก่ผมสลายแผนการเหล่านี้
มีการข่มขู่หลายครั้งในระหว่างการพูดคุยแบบสงบเงียบ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่พูดออกจากปากของผม
ล้วนแต่เป็นความเชื่อถูกต้องต่อต้าฝ่า
สุดท้ายพวกเขาก็ไม่พบช่องว่าง(จุดรั่ว)
และไม่พบสิ่งที่พวกเขาต้องการ
ผมจึงพูดด้วยจิตที่สงบนิ่งว่า
ขอเพียงแต่พวกท่านยังมีความคิดที่ดี
และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อต้าฝ่าเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย
พวกเราศิษย์ต้าฝ่าก็จะช่วยเหลือพวกคุณ
พวกเขาได้แต่ขอบคุณผม
__________________________________________________________________
วิจารณ์ [ความน่าเกรงขามของต้าฝ่า]
ตี้จื่อท่านนี้พูดได้ดีมาก นี้ก็คือความแตกต่างของการซิวเลี่ยนเจิ้งฝ่ากับการซิวเลี่ยนส่วนบุคคล ในเวลาเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่นในการซิวเลี่ยนส่วนบุคคล ไร้ซึ่งความดี(ซั่น)ของต้าฝ่าตี้จื่อก็ไม่ใช่คนซิวเลี่ยน ต้าฝ่าตี้จื่อไม่สามารถยืนยันความเป็นจริงของฝ่าก็ไม่ใช่ต้าฝ่าตี้จื่อ ในขณะที่เปิดโปงสิ่งชั่วร้ายก็คือกำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต ทำให้โลกของตัวเองหยวนหมั่นหลี่ หงจื้อ
2001.07.17