การเล่นเปียนโนที่น่าอัศจรรย์

ผู้ฝึกชาวรัสเซีย

แม้ว่าเลน่าจะมีอายุเพียงสิบเอ็ดปี แต่หล่อนก็ได้ฝึกต้าฝ่ามาเป็นเวลาเจ็ดปีแล้ว แม่ของเลน่าบอกว่าเพลงที่เลน่าเล่นนั้นบริสุทธิ์ขึ้น ไม่แปดเปี้อนเคร่งครัดเหมือนของอีกหลายๆคน ดังนั้นเลน่าจึงตัดสินใจจะเรียนเปียนโนอย่างจริงๆจังๆ แต่แปลกที่ การเรียนเปียนโนก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นอย่างที่เลน่าคิดว่าน่าจะเป็น ยิ่งเลน่ากำจัดจิตยึดติดทางอารมณ์มากขึ้นเท่าไหร่, การเล่นเพลงของหล่อนก็ยิ่งฟังดูเซื่องซึม คุณครูของเลน่าบอกว่าหล่อนเล่นเพลงอย่างไร้ความดูดดื่ม ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักดนตรีมืออาชีพ เลน่าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เป็นเวลานาน จนในที่สุด หล่อนก็ตัดสินใจว่าหล่อนจะศึกษาเกี่ยวกับประวัติผู้แต่งเพลง, เพลงของเขา เทคนิคเปียนโนและสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้หนักและก็จะลองพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะแสดงออกถึงแก่นแท้ของดนตรี ด้วยวิธีนี้หล่อนจะได้เติมเต็มบทบาทหน้าที่ในสังคม อย่างที่ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าควรจะเป็น

ในเดือนพฤษภาคม นักเรียนทุกคนรวมทั้งเลน่าจะต้องแสดงบนเวทีเป็นการสอบปลายภาค ในวันนั้น เลน่าใส่ชุดไปงานที่สวยงามมาก เครื่องประดับที่ใช้ก็คือเข็มกลัดฝ่าหลุนเล็กๆที่หล่อนมักจะใส่เสมอๆ เลน่าเดินอย่างมั่นคงไปยังแกรนด์เปียนโน หล่อนกระซิบบอกกับเปียนโนว่า "เปียนโนจ๋า, เจ้าจะต้องส่งเสียงให้เพราะที่สุดเลยนะวันนี้ เราจะเล่าให้ทุกๆคนฟังถึงเรื่องจริงของอาจารย์ของเรา" หลังจากที่นั่งลง เลน่าก็เพ่งมองไปยังท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทันใดนั้นคลื่นเสียงเพลงปาฏิหารย์ลูกแล้วลุกเล่าก็ซัดข้ามผ่านดินแดนสุขาวดีอันไกลโพ้น เข้าหาหล่อน เลน่าใช้พลังจากหัวใจหล่อน, ความสามารถพิเศษของหล่อน และใช้รูปแบบของเสียงดนตรียกย่องอาจารย์ แสดงให้สาธารณะชนเห็นถึงความสง่าผ่าเผยอย่างไม่มีวันเสื่อมสลายของต้าฝ่า และเล่าเรื่องความจริงของผู้ฝึกผู้กล้าหาญให้ทุกคนได้ฟัง

ทุกๆคนในหอประชุมรู้สึกอัศจรรย์ใจมาก ผู้ฟังทุกคนน้ันหวั่นไหว ทั้งคุณครูใหญ่ของโรงเรียน, คุณครูทุกคน และกรรมการทุกท่านถึงกับน้ำตาไหล หอประชุม, โต๊ะ, เก้าอี้ และหน้าต่างก็ร้องไห้ เปียนโนก็ร้องไห้ด้วย เลน่าเห็นว่าทุกๆคนเข้าใจในเรื่องที่หล่อนเล่าให้ฟังด้วยเสียงเพลง หล่อนก็พลอยร้องไห้ไปด้วย จากนั้นกรรมการกล่าวว่า "การแสดงของหนูน้อยอายุสิบเอ็ดปีคนนี้ เต็มไปด้วยจินตนาการ, ความมหัศจรรย์, และความบริสุทธิอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยมือของพระเจ้าเท่านั้นที่ทำให้หล่อนสามารถแสดงดนตรีที่น่าอัศจรรย์อย่างนี้ได้ มันสง่างาม, เศร้า, เข้มข้น และดูดดื่ม นี่เป็นเพลงจากสวรรค์ มันซึมซาบเข้าไปในหัวใจ" นักเรียนหลายคนในโรงเรียนได้รับรางวัลใหญ่ๆระดับนาๆชาติมาก่อน แต่ในวันนั้นเลน่าฉายแสงเจิดจรัสกว่าใครทั้งหมดราวกับเป็นดาวดวงเด่นที่สุด พวกเขาบอกกับเลน่าว่า "เราเชื่อว่าพระเจ้าอยู่กับเธอ" พวกเขามั่นใจว่ามีพลังอำนาจปาฏิหารย์อย่างหนึ่งที่ช่วยเหลื่อเลน่าอยู่ ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะค้นพบ พวกเขาต้องการที่จะรู้ถึงความลับของการแสดงของเลน่า และอยากรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถ เรียกพลังอำนาจที่ทำให้เล่นได้ลึกซึ้งอย่างเลน่า

ความสำเร็จในการแสดงของเลน่านั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลังจากการแสดงหล่อนอธิบายว่า "ฉันผสมผสานประสบการณ์ของฉันในต้าฝ่าเมื่อแสดงงานของบาร์คชิ้นนี้ ตั้งแต่ตอนต้น ฉันได้อธิบายความยากลำบากเก้าปีของอาจารย์ของเราในการสอนต้าฝ่าและอุปสรรคที่อาจารย์ต้อง เผชิญ ระหว่างการแสดง ฉันเห็นอาจารย์, ส่องรัศมี, บรรยายฝ่าให้กับเทพในระดับสูงสุดของสวรรค์ จากนั้นอาจารย์ก็บอกว่าท่านได้ตัดสินใจที่จะปรับฝ่าของจักรวาลต่างๆที่บิดเบือนไป ให้ความช่วยเหลือแก่มวลมนุษย์ และเผยแพร่หลักการสูงสุดของสวรรค์ เมื่อได้ยินดังนี้เหล่าเทพทั้งหมดก็พยายามจะเปลี่ยนใจท่าน พวกเขาบอกว่ามนุษย์นั้นไม่มี ความสำคัญขนาดนั้น และได้ตกลงไปต่ำเกินไปกว่าที่จะโปรดให้พ้นบาป อย่างไรก็ตามอาจารย์เป็นผู้มีความเมตตามาก ท่านบอกว่ามนุษย์นั้นก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าพวกเขาจะตกลงไปต่ำขนาดไหน และการกำจัดโดยสิ้นเชิงนั้น เป็นการพิจารณา ที่น่าสลดเกินไป อาจารย์ได้ทำให้เหล่าเทพคล้อยตามได้ด้วยวิธีนี้ เมื่อนั้นอาจารย์ก็ได้ขับเรือฝ่าลงมาบนโลก ผ่านความยากลำบากและอุปสรรคมากมายระหว่างทาง เหล่าเทพจากสวรรค์ก็ยังได้ตามอาจารย์จากสวรรค์ลงมาบนโลกนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือ"

"หลังจากมายังโลกนี้ อาจารย์ไม่ลดละความพยายามในการไปทั่วทุกที่เพื่อบรรยายฝ่า ท่านได้ให้ความช่วยเหลือทีละคน ทีละคนและรับกรรมมากมายมหาศาลจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดนี้ ที่น่าเศน้าใจที่สุดก็คือมนุษย์ส่วนใหญ่นั้นยึดติดอยู่กับวังวนนี้จนทำให้พวกเขาไม่สามารถเห็น ธาตุแท้ที่ลวงตาของมัน ยิ่งโหดร้ายไปกว่านั้น เพียงเมื่อมนุษย์กำลังจะตื่นขึ้น สิ่งมีชีวิตที่ประสงค์ร้ายในจักรวาลก็ได้เริ่มการประหัตประหารที่เหี้ยมโหดผิดธรรมดาต่อต้าฝ่าและลูกศิษย์ต้าฝ่า แม้เมื่อยามสุดท้ายของชีวิต เลือดไหลซึมลงหิมะ เพื่อนผู้ฝึก Chen Zixiu ก็ยังคงยืนยันสิทธิในการฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า อาจารย์มองดููผู้ฝึกทุกคนที่ถูกทำร้ายจนตาย ด้วยน้ำตาคลอเบ้า กระตุ้นให้ผู้ฝึกที่เหลือตื่นขึ้นและขยันบำเพ็ญปฏิบัติ หลังจากความยากลำบากอย่างเหลือคณานับ ลูกศิษย์ต้าฝ่าก็ได้ตื่นขึ้น ในที่สุดพวกเขาทำตามคำแนะนำของอาจารย์อย่างใกล้ชิด และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน จับมือกันไป พวกเขายังพยายามอย่างมากที่จะรักษาเพื่อนมนุษย์ ไม่ให้ตกจากหน้าผาโดยนำวาทะของต้าฝ่ามาสู่พวกเขา ฉากเหล่านี้เข้ามาสู่ใจฉันเป็นคลื่นลูกแล้ว ลูกเล่า ฉันลืมนิ้วของตัวเองที่อยู่บนเปียนโนและสิ่งแวดล้อมรอยกาย ฉันได้อยู่ระหว่างสวรรค์และโลก อยู่ในอ้อมกอดแห่งความเมตตาของอาจารย์ ความรู้สึกเช่นนี้, พลังเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจหาคำพูดมาแทนได้"

เพื่อสนองความอยากรู้ของทุกคน เลน่าก็ได้เผยความลับของหล่อน หล่อนชี้ไปยังเข็มกลัดฝ่าหลุนอันน้อย และอวดหนังสือจ้วนฝ่าหลุนให้ทุกคนดู "นี่คือความลับของฉัน"หล่อนว่า "ฉันบำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าและศึกษาหนังสือที่มีคุณค่ามหาศาลนี้, จ้วนฝ่าหลุน"

2001-06-11

แปลจาก A Miraculous Piano Performance – http://pureinsight.org/sci/sci/eng/print.asp?=10434

2001-08-05

สงวนลิขสิทธิ์ กรุณาระบุว่ามาจาก Pure Insight หากนำไปเผยแพร่