
บทเรียนมารยาทจากร้านอาหารบุฟเฟ่
Xin Wu
วันนี้ข้าพเจ้าได้เห็นบทความบนเวบไซท์หมิงหุ้ยทำให้ข้าพเจ้าได้คิด ข้างล่างนี้เป็นถ้อยคำที่ข้าพเจ้าคัดลอกมา
"วันหนึ่งก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันหยุด ข้าพเจ้าได้ไปนอกบ้านกับน้องสะใภ้ ข้าพเจ้าได้พาหล่อนไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ -ร้านอาหารที่ให้แขกหยิบอาหารทานเอง (น้องสะใภ้ของข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า แต่หล่อนได้ปกป้องหนังสือต้าฝ่าและข้าพเจ้า) ในเวลานั้น ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าไม่ควรตะกละ และก็ไม่ควรกินทิ้งกินขว้าง ข้าพควรที่จะตักอาหารแต่พอดี เราเลือกอาหารและก็ถือถาดอาหารไปนั่งทานที่โต๊ะกลมตัวใหญ่ ไม่นานข้าพเจ้าก็ทานเสร็จและเหลือซุปเพียงเล็กน้อยอยู่ในชามเสตนเลส น้องสะใภ้ของข้าพเจ้ายังทานไม่เสร็จ ข้าพเจ้าจึงนั่งรอให้หล่อนทานเสร็จ ช่วงเวลานี้ก็มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ทางข้างซ้ายของข้าพเจ้าพูดกับข้าพเจ้าว่า "พี่สาว พี่ไม่ใช่คนธรรมดา พี่เป็นคนดี" ข้าพเจ้ายิ้ม "ทำไมน้องพูดอย่างนั้นล่ะคะ?" เขาใช้ตะเกียบชี้มาที่ถาดอาหารของข้าพเจ้าแล้วพูดว่า "ผมเห็นว่าพี่ทานอาหารหมด ทุกวันนี้หายากนะ เห็นมั้ยคนอื่นๆเขาทิ้งอาหารกันไว้ตั้งเยอะ (ชี้ไปที่ถาดอาหารของลุกค้าที่ลุกไปแล้ว) ผมว่านะ, ทุกๆคนที่มาทานอาหารกลางวันที่นี่วันนี้ เป็นคนดีไม่เท่าพี่หรอก เห็นมั้ย ผมเองก็ยังทานอาหารที่เอามาไม่หมดเลย น่าละอายจัง พี่เป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนกงหรือเปล่า ผมรู้ว่าผู้ฝึกฝ่าหลุนกงเป็นคนดี พี่ต้องฝึกฝ่าหลุนกงแน่ๆเลย" เมื่อได้ยินดังนี้ ข้าพเจ้าจีงกล่าวว่า "น้องนี่ช่างสังเกตุนะ ดูไม่ผิดหรอก เก่งจริง พี่เป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนกง" น้องสะใภ้ของข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้ยินบทสนทนาของเรา หล่อนบอกว่าผู้ชายคนนี้สามารถแยกแยะดีเลวได้"
พวกเรารู้ดีว่ากฎของร้านอาหารบุฟเฟ่ก็คือ เราสามารถตักอาหารได้มากเท่าที่เราจะสามารถทานได้ และก็เท่าที่คนๆนั้นต้องการโดยที่จ่ายเงินเป็นจำนวนคงที่ ดังนั้นหลายคนที่เดินเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่แล้วคิดว่าจะตักให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และก็จะทานให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เนื่องจากไหนๆก็จ่ายเงินจำนวนคงที่อยู่แล้ว เนื่องจากความโลภและเห็นแก่ตัวของคนผลก็มักจะออกมาว่าคนมักจะตักอาหารมากกว่าที่ตัวเองจะทานได้ ทุกวันนี้ อาหารถูกทิ้งขยะไปเป็นจำนวนมาก
ช้าพเจ้าก็เคยเป็นแบบนั้นเช่นกัน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกว่าทำผิดเนื่องจากทุกๆคนก็ทำอย่างนี้ หลังจากที่ข้าพเจ้าเริ่มฝึก ข้าพเจ้าก็เริ่มสนใจมากขึ้นกับคำพูดและการกระทำให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ความจริง-ความเมตตา-ความอดทน ข้าพเจ้าคิดว่า ผักและอาหารอื่นๆนั้นผลิดโดยการทำงานหนักของชาวนา ข้าวแต่ละเม็ดไม่ใช่ได้มาง่ายๆ มีโคลงกลอนโบราณของจึนกล่าวไว้ว่า "ทำงานในนาตอนเที่ยง, เหงื่อไหลลงดิน ใครจะรู้ว่าอาหารในจาน ทุกๆเม็ด(ข้าว)มาจากความพยายามอย่างหนัก" นอกจากนี้ มีอีกหลายคนที่อดอยากอยู่บนโลก การทิ้งขว้างแบบนี้เท่ากับกำลังสร้างกรรม
สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าสะดุดใจไม่ใช่เพียงแต่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ทิ้งอาหารและไม่ตะกละตะกราม แต่เป็นเพราะว่าแม้แต่คนแปลกหน้ายังสามารถบอกได้ว่าหล่อนเป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า จากการกระทำของหล่อน เมื่อหลายสิบปีที่แล้วทุกๆคนระมัดระวังไม่กินทิ้งกินขว้าง เมื่อ "ความประหยัด,ป้องกันความสูญเสีย" ได้รับการสนับสนุนเมื่อช่วงปี 1950 และ 1960 ตอนนี้ สิ่งนี้กลับเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ทุกๆคนตั้งข้อสังเกตุว่า จริยธรรมของมนุษย์เสื่อมลงอย่างรุนแรง มาตรฐานศีลธรรมของสังคมนั้นตกต่ำลงมาก ไม่น่าสงสัยว่าทำไมจึงมีคนฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่ากันมากขึ้นทุกทีๆ นี่เป็นเพราะว่า ฝ่าหลุนต้าฝ่าสอนให้ผู้ฝึกเป็นคนดีอย่างแท้จริง
2001-11-06
แปลจาก At the Buffet: A Lesson in Ethics http://pureinsight.org/sci/sci/eng/print.asp?ID=10538
2001-08-05
สงวนลิขสิทธิ์ กรุณาระบุว่ามาจาก pureinsight.org หากนำไปเผยแพร่