
ฝ่าหลุนกง ให้ ชีวิตใหม่ ที่แท้จริง แก่ผม
ผมเป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนกง คนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์มา 2 ปี กว่า ( เริ่ม ฝึกเมื่อ 3-11-98 ) จุดเริ่มต้นในการฝึกฯของผมไม่ต่างไปจาก การฝึกชี่กง หรือ การออกกำลังกายชนิดอื่น เช่นเดียวกับผู้คนทั้งหลาย นั่นคือ ความต้องการ ที่จะมีสุขภาพดี ไม่ป่วยไม่ไข้ บ่อยนัก ซึ่งการออกกำลังกายแทบทุกชนิด หรือ การฝึกชี่กงต่างๆ ก็ อาจบรรลุ เป้าหมายนี้ได้ เช่นกัน ผมเองก็เคยลองมาแล้วหลายหลากชนิด แต่หลายปีมานี้ ได้ว่างเว้นไปนาน ด้วยเหตุต่างๆนานา ทั้งที่เป็นความจำเป็น และ ทั้งที่เป็นข้ออ้าง แต่ที่สำคัญคือ ความเจ็บปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อม ทำให้ไม่อาจกลับไป อาศัยรูปแบบการออกกำลัง อย่างเดิมที่เคยปฏิบัติมา จึงจำเป็นต้องค้นหาวิธีการใหม่ที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของตนเอง ดังกล่าว
ก่อนหน้าการเริ่มต้นฝึกฝ่าหลุนกง ผมเคยติดยึดกับการเล่นคอมพิวเตอร์เกมมาก รวมทั้งอินเตอร์เนตด้วย เนื่องจากตอนนั้นเพิ่งได้คอมฯมาใหม่ ให้รู้สึกตื่นเต้น เร้าใจมาก ว่างไม่ได้เป็นต้องหาความรู้( ข้ออ้างที่ดูดีที่สุด ) กับคอมฯทุกครั้ง เกมมันๆ อย่าง Red Alert, Command conquer ทั้งversion 1-2-3 เล่นได้อย่างช่ำชอง วันๆเสียเวลาไปกับมัน ร่วม 2 -3 ชั่วโมง เป็นอยู่อย่างนี้ร่วมครึ่งค่อนปี ผลก็คือสุขภาพตา สุขภาพกายเริ่มมีปัญหามากขึ้น ต้องเปลี่ยนเลนส์คู่ใหม่ ทั้งๆที่แต่ก่อน ตั้งหลายปีก็ไม่ต้องเปลี่ยนเลย อาการโรคภูมิแพ้ก็หนักขึ้น ทำให้เป็นหวัดบ่อย แทบทุกเดือน ซ้ำยังต้องทานยาปฏิชีวนะแทบทุกครั้งที่เป็นหวัดด้วย ไม่ทานก็จะเจ็บคอไข้ขึ้น ทำงานไม่ได้ ยังมีอีกคืออาการปวดเข่าจากโรคข้อเสื่อม ที่เป็นมานานร่วม 10 กว่าปี ( เคยผ่าตัดมาแล้ว ) ก็พาลผสมโรงเข้ามาด้วย ทำให้ยิ่งแย่ลงไปอีก เพราะออกกำลังกายไม่ได้ วิ่งก็ปวด รำไท้เก็กก็ปวด ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องนั่งสมาธิ เลย เพราะหมอกระดูกสั่งห้ามไว้ เรียกว่า มืดแปดด้านก็ว่าได้
ทางกายอ่อนแอลงอย่างนี้ ก็พาให้จิตใจพลอยตกกระได พลอยโจนไปด้วย มันจะหงุดหงิดง่าย อดกลั้นอดทนไม่ค่อยได้ ใครทำอะไรชักช้า ให้เห็น ก็อดที่จะโกรธไม่ได้ ทำให้ความสัมพันธ์ ต่อ ผู้อื่นไม่ดีไปด้วย นับเป็น " วงจรอุบาทว์ " อย่างแท้จริง บางเวลาก็อดระทดระท้อใจไม่ได้ เฝ้าคิดอยู่ว่า ทำอย่างไรดี จึงจะหลุดจากวงจรอุบาทว์นี้ได้ จะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ชีวิต ถูกกระทำอยู่อย่างนี้เรื่อยไปละหรือ ?
จนเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2541 ตรงกับวันลอยกระทงพอดี จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตก็ มาถึง ผมตื่นนอน ตั้งแต่ 5 น.เศษ ไปสวนลุม เพื่อเรียนวิชา " ฝ่าหลุนกง " ตามคำแนะนำของเพื่อน คนหนึ่ง ชื่อ หนุ่ม หลังจากได้เรียน และฝึก ติดต่อกัน เป็นประจำทุกวันๆละ 1 ชม. นาน 1 เดือน ชีวิตผมก็เปลี่ยน สามารถหลุดออกจากวงจรอุบาทว์นั้นได้จริงๆ สังเกตุจากอาการปวดเข่า หายไปเกือบหมด ไม่ต้องใช้ผ้ายืดรัดข้อเข่าอีก ไม่กลัวการขึ้นลงบันได เริ่มยกของหนักได้ งอพับข้อเข่าได้มากขึ้น นั่งขัดสมาธิโดยขัดขาข้างซ้าย ซ้อนบนขาขวาได้นาน 30 - 40 นาที อาการภูมิแพ้ก็ทุเลาลงมาก ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำมูก หรือ ยาปฏิชีวนะอีกต่อไป ยังคงมียาที่ต้องใช้อยู่อีกเพียงอย่างเดียว คือ ยาสีฟัน เริ่มพบกับความสงบภายใน และ มองเห็น รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ค่อยๆละเลิกจากการยึดติดสิ่งต่างๆภายนอกได้มากขึ้น เลิกเล่นเกมส์ทั้งหมด เลิกดูวีดีทัศน์อย่างพร่ำเพรื่อ รวมทั้งรายการทีวี เกือบทั้งหมด ความสนใจเรื่องการเมืองที่เคยมีอยู่อย่างเข้มข้น ก็จืดจางไปจนไม่รู้สึกสนุกกับการวิพากษ์วิจารณ์มัน อย่างแต่ก่อน รู้สึกจืดจางลงไปมากๆต่อสิ่งบันเทิงรูปแบบต่างๆ แต่กลับมีความรู้สึกที่ แจ่มชัดขึ้น ต่อ จิตยึดติด นานาชนิด ที่มีอยู่ ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยรู้สึก คล้ายกับการได้เห็น น้ำที่เคยขุ่นมัว เริ่มใสขึ้น เพราะตะกอนเหล่านั้นได้แยกตัวออกไป มันเป็นความประทับใจที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยในชีวิต
ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น หากไม่ได้หันเหชีวิตมาสู่การเรียนและฝึก" ฝ่าหลุนกง "แล้ว จิตใจคงฟุ้งซ่าน กระวนกระวาย ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเวลาว่างที่เพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้กินเงินเดือนประจำอย่างผมนี้ ไม่เป็นผลดีเลย ต่อ ภาระทางการเงินของครอบครัว คนจำนวนมากพยายาม กระเสือกกระสน ดิ้นรน เพื่อประคองระดับรายได้เอาไว้ให้ใกล้เคียงกับของเดิม หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้ตกไปมากนัก ด้วยวิถีทางต่างๆกัน ซึ่งดูเหมือนจะถูกต้องเหมาะสม ในแง่มุมหนึ่ง แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง มันเป็นการได้ที่อาจไม่คุ้มเสีย เพียงแต่การเสียนั้น ยังไม่แสดงผลออกมาในระยะใกล้ๆ เพราะในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่ " ได้ " มาเปล่าๆ โดยไม่ต้อง " เสีย "สำหรับผมแล้ว เวลาว่างที่เพิ่มขึ้น กลับไม่ได้ทำให้ผมกังวลอย่างแต่ก่อน ผมถือโอกาสเปลี่ยน " ร้าย " ให้เป็น " ดี " ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ คือการศึกษา " ฝ่าหลุนกง " ทำให้ " วิกฤต " ถูกเปลี่ยน เป็น " โอกาส " เกิดความเข้าใจ ชีวิต เข้าใจโลก และจักรวาลดีขึ้น ตามลำดับ ยิ่งปล่อยวางจิตยึดติดได้มากเพียงไร ก็ยิ่งเกิดปัญญา มากขึ้นเพียงนั้น
ผมได้ตระหนักแล้วว่า ชีวิตที่เป็นอิสระจาก โรคาพยาธิทั้งหลาย โดยไม่ต้องพึ่ง ยา และการรักษา บำบัดใดๆ รวมทั้ง ไม่มีความห่วงกังวล ในเรื่องต่างๆ ทั้งในอดีต และ อนาคต นั้น มีความสบายปลอดโปร่งเพียงไร เช่นนี้แล้วไม่ เรียกว่า เป็นชีวิตใหม่ ที่แท้จริงได้อย่างไร
ผมจึงอยากแนะนำให้ ท่านได้ลองศึกษาค้นคว้า หาประโยชน์จาก ฝ่าหลุนกง ด้วยตนเอง ดูสักครั้ง อย่างน้อย ก็ เพื่อให้ท่าน เปิดโอกาส ให้กับตนเอง ได้เรียนรู้ วิธี หาทางออก จาก ความทุกข์ยาก ที่รบกวนท่าน ทรมานท่าน มานมนาน หากมีวาสนาพอ ท่านก็จะได้พบ ว่า การเกิดเป็นมนุษย์ครั้งหนึ่ง นั้น มีค่าเพียงไร
ผู้ฝึกฝ่าหลุนกง
2001.06.01