
แอปเปิ้ลผลใหญ่ แอปเปิ้ลผลเล็ก
เขียนโดยผู้ฝึกสหรัฐอเมริกา
(หมิงฮุ่ยเน็ต) ในการศึกษาฝ่าและบำเพ็ญจิตในระยะหลังนี้ นับวันยิ่งรู้สึกว่าตัวอย่างต่างๆ ที่อาจารย์ยกขึ้นมากล่าวในการบรรยายฝ่านั้น ชัดเจนตรงประเด็น เข้าใจง่ายและวิเศษมากๆ เพื่อที่จะช่วยผู้ฝึกให้เข้าใจมากขึ้นและยกระดับขึ้นไป อาจารย์ได้บรรจุความเมตตากรุณาเข้าไว้ในฝ่าอย่างไร้ขีดจำกัด สิ่งที่เหลือไว้สำหรับพวกเราก็ดูว่า เมื่ออยู่ท่ามกลางความขัดแย้งต่างๆ พวกเราจะสามารถนึกถึงฝ่าของอาจารย์ขึ้นมาได้หรือไม่ จะสามารถบำเพ็ญตัวเองโดยปฏิบัติตนเป็นผู้ซิวเลี่ยนได้หรือไม่
เช่นตัวอย่างเรื่องที่เด็กจับฉลากรางวัล ถ้าหากรางวัลที่เด็กจับได้นั้นไม่ใช่ จักรยานเด็กเล่นชั้นดี ซึ่งตัวเด็กอยากได้มานาน เขาอาจจะไม่ดึงดันที่จะนำจักรยานกลับบ้าน แล้วก็จะไม่ร้องงอแงเมื่อผู้ใหญ่พยายามบอกไม่ให้รับรางวัล การที่เด็กร้องงอแง ก็ทำให้ตัวพ่อซึ่งเป็นต้าฝ่าตี้จื่อต้องพบกับปัญหาหนัก และกลายเป็นด่านทดสอบซินซิ่งสำหรับเขาขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน อาจารย์กล่าวไว้ว่า มีปัญหาให้ค้นหาจากภายใน นี้คือความแตกต่างมูลฐานระหว่างต้าฝ่าตี้จื่อกับคนธรรมดาสามัญ ([สิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนา] บทศูนย์ช่วยฝึกสอนต้าฝ่าซานตง) ดูจากความขัดแย้งตามที่ปรากฏ การที่เด็กร้องงอแงกับผู้ใหญ่เพื่อจะเอาของเล่นดูเหมือนเป็นความผิดที่ดูง่ายและเด่นชัด แต่ในเวลาเดียวกัน การร้องงอแงของเด็กก็เป็นองค์ประกอบจำเป็นเพื่อให้ความขัดแย้งประทุขึ้นมา และคงอยู่เพื่อช่วยให้ผู้บำเพ็ญปฏิบัติได้ยกระดับ ถ้าหากพ่อซึ่งเป็นต้าฝ่าตี้จื่อท่านนี้เห็นแต่ความผิดของเด็กและพยายามหาวิธีให้เด็กเปลี่ยนความตั้งใจ โดยไม่คิดจะค้นหาจากภายในว่าทำไมตัวเองต้องพบกับด่านทดสอบเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นเขาก็จะจัดการกับเรื่องนี้ดังเช่นคนธรรมดาสามัญ เท่ากับปฏิเสธโอกาสที่จะยกระดับการบำเพ็ญปฏิบัติไปหนึ่งครั้ง รูปแบบทุกข์ภัย/ความขัดแย้งประเภทนี้ค่อนข้างเป็นแบบฉบับและพูดได้ว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปสำหรับต้าฝ่าตี้จื่อ แต่ความยากลำบากอยู่ตรงที่ไม่ใช่ทุกคนยินยอมจะยกระดับสูงขึ้นทุกครั้งเมื่อพบกับความขัดแย้ง แม้แต่ตัวฉันเองบำเพ็ญปฏิบัติมาหลายปีก็เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงบุญคุณของอาจารย์จากใจจริงเมื่ออยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง รู้สึกขอบพระคุณถึงความเหนื่อยใจที่อาจารย์ได้จัดวางสภาพแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยบททดสอบที่ยากให้แก่ตัวเอง และรู้สึกขอบคุณคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งซึ่งช่วยเหลือให้ตัวฉันได้ยกระดับโดยตรง
คนธรรมดาสามัญก็มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งน้อยใหญ่ต่างๆ นานาทุกวันด้วยเช่นกัน แต่นั่นเป็นการสนองตอบจากกรรมของตัวพวกเขาเอง อาศัยการแบกรับความเจ็บปวดจากการถูกกระทำซึ่งความขัดแย้งนำมา พวกเขาจึงจะสามารถแปรเปลี่ยนกรรม คนในอดีตเข้าใจดีว่าการทนทุกข์ทนลำบากเป็นเรื่องดี ยินยอมแบกรับด้วยความสมัครใจ คนในปัจจุบันทัศนะความคิดเปลี่ยนสภาพไป ไม่รู้ว่าตัวเองมีกรรมใหญ่หลวง คิดแต่อยากจะหาความสุขสบาย ถึงกับปฏิบัติต่อเทพ พุทธ ให้เป็นปูชนียวัตถุมีไว้เพื่อขอความสุขความสบายให้กับตัวเอง ดังนั้นจึงก่อกรรมมากยิ่งขึ้น ขณะที่พวกเขาเบื่อหน่ายไม่ชอบความลำบาก หลีกหนีความขัดแย้ง ในเวลาเดียวกันก็ทำความผิดสร้างความขัดแย้ง ทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน เวรกรรมตามสนอง ผู้บำเพ็ญปฏิบัติเห็นความทุกข์ความสุขแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเราไม่ใช่อยู่เพื่อแสวงหาในสิ่งที่คนธรรมดาสามัญพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และเพียรพยายามจะแสวงหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราศิษย์ในต้าฝ่ากลุ่มนี้ช่างโชคดีโดยแท้ในการบำเพ็ญปฏิบัติ เพราะมีอาจารย์ช่วยแบกรับกรรมให้ด้วยความเมตตากรุณา ในเวลาที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ขอเพียงพวกเราใช้ เจิน ซั่น เหยิ่น หลักการของฝ่ากำหนดตัวเองอย่างเข้มงวด ค้นให้พบจากภายในจุดที่ตัวเองสมควรจะต้องยกระดับ แล้วปล่อยวางและยอมแบกรับอีกสักเล็กน้อย ความขัดแย้งก็จะหายไปโดยอัตโนมัติ ความขัดแย้งที่ล้อมรอบตัวผู้ฝึกบำเพ็ญมีลักษณะคล้ายกับความขัดแย้งของคนธรรมดาสามัญ แต่ความหมายที่ครอบคลุมอยู่ภายในและระบบการเคลื่อนย้ายจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พูดถึงการแบกรับความทุกข์ความลำบาก สำหรับคนธรรมดาสามัญ ใครก็ตามหากต้องการจะปีนขึ้นไปสู่ยอดเขาหิมาลัย ยังต้องทุ่มเทและแบกรับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ นับประสาอะไรกับผู้บำเพ็ญปฏิบัติ ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ผู้บรรลุธรรมจากคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งซึ่งมีกรรมเต็มตัวนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าเรื่องของคนธรรมดาสามัญ เพื่อที่จะช่วยพวกเราหลุดพ้น พระพุทธเคยทรงบิณฑบาตขออาหารอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ เพื่อที่จะปรับฝ่าและช่วยคน อาจารย์ต้องแบกรับทุกข์ภัยนับไม่ถ้วนมาหลายภพหลายชาติ ฉะนั้นศิษย์ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจะได้อะไรมาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องทนทุกข์ทนลำบากได้อย่างไร?นอกจากเรื่องการทนทุกข์ทนลำบาก ฉันใคร่ขอยกตัวอย่างเรื่องการแบ่งผลแอปเปิ้ลขึ้นมาพูดสักหน่อย คนดีซึ่งมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากมาโดยตลอดคนหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งปรากฏว่าเพื่อนฝูงที่สนิทสนมกันมาหลายปี ต่างพากันไม่พอใจในตัวเธอขึ้นกันพร้อมกัน เมื่อที่ทำงานจัดสรรผลแอปเปิ้ลให้รับประทานในฤดูหนาว ไม่มีใครใส่ใจว่าตัวเธอจะรู้สึกอย่างไร จัดสรรแต่ผลที่ทั้งเล็กและอ่อนเหลือไว้ให้เธอหนึ่งตะกร้า ช่างดูราวกับว่าคนดีกำลังถูกรังแก ในขณะที่อารมณ์ของกำลังคุกรุ่นแต่ยังไม่คุกรุ่นอยู่นั้น ก็มีคนจงใจวิ่งมาบอกเธอว่า ในตะกร้าของเธอเดิมทีพอมีลูกใหญ่อยู่บ้างแต่ถูกคนเปลี่ยนเอาไป เรื่องของเรื่องคือถ้าเรื่องนั้นไม่เสียดแทงเข้าถึงจิตใจคนเป็นอันนับไม่ได้ ความผิดถูกตามที่ปรากฏไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ตรงที่จะต้องเสียดแทงเข้าไปถึงจิตยึดติดของผู้บำเพ็ญปฏิบัติ เพื่อช่วยให้พวกเรายกระดับจิตใจ ทุกข์ภัยยังจะใหญ่(รุนแรง)มากขึ้นตามระดับมาตรฐานซินซิ่ง จนถึงจุดที่ท่านต้องใช้ความพยายามจึงจะสามารถผ่านด่านทดสอบไปได้ สิ่งที่ตัวฉันสามารถรับรู้คือ เรื่องการจัดสรรแอปเปิ้ลผลเล็กนี้เป็นตัวอย่างแบบฉบับที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญปฏิบัติสามารถจะบังเกิดผลให้คนเรายกระดับสูงขึ้นได้อย่างไร ท่านสบายดี ฉันก็สบายดี ใครเล่าจะดีใจ? มารดีใจ อาจารย์ไม่ดีใจ เพราะถ้าเป็นเช่นนี้พวกเราตี้จื่อ ก็จะไม่สามารถบำเพ็ญสำเร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หากไม่เสียดแทงเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจคนก็ยังนับไม่ได้ ทุกข์ทรมานจิตใจคนจึงจะเป็นสิ่งที่ยากลำบากที่สุด
ในช่วงเวลาของการปรับฝ่า ชีวิตชั้นสูงซึ่งเสื่อมถอยจำนวนมากดึงดันจัดเตรียมสิ่งที่เรียกว่าทุกข์และภัยพิบัติให้กับต้าฝ่าตี้จื่อ นั่นเป็นสิ่งที่อาจารย์ไม่ยอมรับ แต่อาจารย์กล่าวว่าท่านได้หันกลับไปใช้สิ่งที่จัดเตรียมช่วยพวกเรายกระดับ พร้อมกับจัดวางตำแหน่งของชีวิตเหล่านั้น นำมาใช้เป็นประโยชน์ในการปรับฝ่า การบำเพ็ญปฏิบัติในช่วงเวลาของปรับฝ่ามีสิ่งที่พิเศษอยู่หลายประการ แต่ไม่ว่าจะพิเศษอย่างไร ซินซิ่งจะต้องยกระดับขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้ง และก็มีเพียงความขัดแย้งประเภทที่เสียดแทงจิตใจเจ็บปวดเข้าถึงกระดูก จึงจะสามารถช่วยเรายกระดับได้มากที่สุด บนหนทางของการบำเพ็ญปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนมีปัจจัยของการศึกษาฝ่าและการค้นหาจากภายในตัวเองคงอยู่เสมอ
มาระยะหลังนี้ ตัวเองค่อนข้างจะสามารถตั้งตัวเองเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติก่อนที่จะไปทำงานเจิ้งฝ่า สามารถที่จะเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าตัวเองกำลังบำเพ็ญปฏิบัติจากงานของต้าฝ่า และไม่ใช่ทำงานเพียงเพื่อจะทำงานของต้าฝ่าให้ได้มาก ท่ามกลางสภาวะจิตที่ค่อนข้างถูกต้องเช่นนี้ ฉันสังเกตุพบว่า บางครั้งตัวเองยังมีความคิดที่ไม่ชอบความขัดแย้งแล่นออกมาในสมอง หรือมีความเคยชินที่จะแก้ไขปัญหาอย่างผิวเผิน บางครั้งถึงกับคิดอยากให้ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนความคิดก่อน เมื่อพิจารณาโดยเปรียบเทียบกับต้าฝ่าจึงรู้ว่า นั่นคือทัศนะความคิดของการค้นหาจากภายนอก ซึ่งก่อเกิดขึ้นมานับหลายร้อยปีของคนธรรมดาสามัญ เป็นจิตใจซึ่งแสวงหาความสุขความสบายของคนธรรมดาสามัญ เป็นจิตใจซึ่งผู้บำเพ็ญปฏิบัติต้องสลัดทิ้งไป ฉันยังเข้าใจด้วยว่ามีสาเหตุมาจากกรรม ดังนั้นจึงตั้งใจขจัดมันออกไปอย่างแน่วแน่ ถึงกับส่งความคิดถูกต้องกำจัดมันทิ้งโดยตรง ดังนั้นจึงสามารถครองตนอย่างมีสติสัมปชัญญะและแจ่มชัด ไม่ถูกจิตใจเหล่านั้นนำพาให้หลงทาง เมื่อสามารถปฏิบัติไปตามฝ่าที่อาจารย์สั่งสอนได้โดยไม่มีข้อแม้ ก็จะสามารถยืนยันได้ด้วยตัวเองถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของต้าฝ่า ซึ่งนำพาคนไปสู่ประโยคที่ว่า ผ่านหมู่ต้นหลิวอันมืดครึ้ม ก็จะมีมวลดอกไม้สะพรั่งและหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า ต้าฝ่าอันไร้ขอบเขตเป็นสิ่งจริงแท้ที่สุด ไม่ว่างเปล่า และดำรงคงอยู่ในจักรวาลบทความฉบับภาษาอังกฤษ
http://www.clearwisdom.net/emh/articles/2001/12/19/16907.html