ประสบการณ์ประทับใจจากการทำงานแปลให้กับหมิงฮุ่ยเน็ต


เขียนโดยผู้ฝึกโอ๊คแลนด์

[หมิงฮุ่ยเน็ต] สวัสดีทุกท่าน ดิฉันชื่อซาซา มาจากอัลเตอซ่า โอ๊คแลนด์

ดิฉันคิดใคร่ครวญอยู่นานก่อนที่จะลงมือเขียนประสบการณ์ประทับใจของตัวเอง มีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ประทับใจของตนเองซึ่งได้จากการทำงานแปลให้กับหมิงฮุ่ยเน็ต นอกจากนี้ดิฉันยังรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน กับการเขียนบทความ เป็นปัญหาค่อนข้างมากสำหรับพวกเราผู้ฝึกแต่ละคนและเป็นกลุ่ม ดิฉันจึงคิดว่า ประสบการณ์ประทับใจที่ได้จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน กับการเขียนบทความที่ตัวเองเข้าใจอาจสามารถช่วยให้พวกเราหลอมและรวมเข้าเป็นร่างเดียวกัน

ครั้งแรกเมื่อหมิงฮุ่ยเน็ตส่งบทความมาให้ดิฉันแปล เนื่องจากนานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับภาษาดังกล่าว ในตอนนั้นคิดว่าตัวเองคงทำไม่ไหวอย่างแน่นอน บทความนั้นเป็นข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เป็นบทความค่อนข้างสั้น แต่สำหรับงานแปลพูดได้ว่าสลับซับซ้อนมาก เป็นบทความที่แปลยากที่สุดประเภทหนึ่ง ดังนั้นดิฉันจึงนั่งลงหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์และเริ่มเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการ คิดอยากบอกให้บรรณาธิการส่งบทความที่แปลสะดวกและง่ายมาให้ดิฉัน เมื่อเขียนจดหมายเสร็จ อ่านทวนจดหมายที่เขียนอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ล้วนเป็นความยึดติดและจิตหวาดกลัวของตัวดิฉัน กลัวว่าตัวเองจะต้องรับหน้าที่ กังวลอย่างไร้เหตุผล เลือกเฟ้นแต่งานที่ตัวเองทำได้สะดวก หลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองทำได้ไม่ดี อะไรต่างๆ เป็นต้น ดิฉันจึงลบจดหมายฉบับนั้นทิ้งไปและลงมือแปลบทความฉบับนั้น แน่นอนดิฉันทำงานสำเร็จ

งานแปลดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ไม่ใช่เรื่องที่พิเศษอะไร ในตอนเริ่มต้นตัวเองจึงไม่เข้มงวดจริงจังกับงานนี้ ในเวลานั้นตัวเองเข้าใจว่า ในชีวิตงานหงฝ่า(เผยแพร่ฝ่า) และ งานยืนยันความเป็นจริงของฝ่ามีความสำคัญกว่ามาก เป็นเรื่องซับซ้อนกว่ามาก ไม่นานหลังจากนั้นทัศนะความคิดของดิฉันก็เปลี่ยนไป เพราะดิฉันเชื่อว่าการทำงานอยู่ในประเภทนี้สามารถช่วยตัวเองยกกระดับ สามารถค้นพบความยึดติด จิตหวาดกลัวและจุดรั่ว(ช่องว่าง)ของตัวเองได้จริงๆ และยังสำคัญต่อการยกระดับของพวกเราโดยรวม อีกทั้งยังเป็นการรับผิดชอบต่ออนาคต

ผู้ฝึกจีนคนหนึ่งทำให้ดิฉันได้สติในเรื่องนี้ เขาก็อยู่ในทีมงานเวปไซด์ เขานำบทความแปลมาให้ดิฉันทำการปรับแก้ให้ถูกต้อง บทความฉบับนั้นมีความซับซ้อนมาก เป็นบทความที่เล่าประสบการณ์ประทับใจของผู้ฝึกจีนคนหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์มายาวนาน ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาที่จะจับประเด็นความคิดของผู้เขียน อีกทั้งเขียนด้วยลายมือที่หวัดมาก ดิฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงทำการปรับแก้ แต่หลังจากแปลเสร็จเรียบร้อยส่งเอกสารกลับไปให้เขาแล้ว ผ่านไประยะหนึ่ง ดิฉันได้รับบทความกลับมา ผู้ฝึกจีนคนนี้ได้หมายเหตุจุดที่สงสัยในความหมาย พูดกันตามจริงเขาเขียนอย่างตรงไปตรงมาว่า การปรับแก้ของดิฉันยังมีจุดที่ผิดพลาด

หลังจากอ่านและตรวจทานบทความอีกครั้ง ดิฉันก็ค้นพบจุดที่ผิดพลาดจริงๆ กล่าวคือ ในการทำงาน ความยึดติดกับคนของดิฉัน – ความยึดติดที่จะทำให้ภาษาดูสละสลวย เพื่อที่จะให้บทความมีความกระชับต่อเนื่อง จนละเลยความหมายลึกซึ้งที่ครอบคลุม ดิฉันนึกถึงบทความจิงเหวิน [ใช้ตามใจนึก] ของอาจารย์ขึ้นมาทันที ทำให้เข้าใจความสำคัญของประโยคที่ว่า “ศิษย์ต้าฝ่าทำงานของต้าฝ่า” อย่างลึกซึ้ง ความยึดติดต่อคนของดิฉันอาจก่อให้เกิดความสูญเสียและส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของผู้ฝึก ตลอดจนส่งผลกระทบไปถึงการปรับฝ่าได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาดิฉันเริ่มทำงานแปลด้วยความตั้งใจ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อต้าฝ่าและต่อเพื่อนผู้ฝึกเป็นสำคัญ เวลาแปลบทความดิฉันจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลื่อนระดับไปพร้อมๆ กับบทความ บทความเล่าประสบการณ์ประทับใจบางฉบับ ทำเอาดิฉันรู้สึกหกกะเมนตีลังกา เวลาบทความนั้นตีถูกจุดบกพร่อง จุดอ่อนของตัวเอง ดิฉันก็รู้สึกถึงการผจญกับทุกข์ภัยตามที่บรรยายไว้ในบทความด้วยเช่นกัน ดิฉันรับรู้ได้ว่าอาจารย์กำลังให้โอกาสแก่ดิฉันได้เข้าใจ การที่ให้ดิฉันแปลบทความ ก็เพื่อให้ดิฉันได้เข้าใจความคิดของผู้เขียนบทความได้ดียิ่งขึ้น

หลังจากบทความจิงเหวิน [ความคิดถูกต้องของต้าฝ่าตี้จื่อนั้นมีอานุภาพ] ของอาจารย์ตีพิมพ์ออกมา หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ดิฉันเข้าใจว่าอาจารย์ชี้แนะให้พวกเราความใช้ความคิดถูกต้องพิทักษ์ต้าฝ่าอย่างแน่วแน่ โดยอาจารย์ให้พวกเรามีความอิสระมากขึ้นในการใช้ความสามารถ และนำพาพวกเราออกมาจากความเป็นมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ด่านและทุกข์ภัยก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ดิฉันรู้สึกว่าอาจารย์กำลังชี้แนะตัวดิฉันเองอย่างชัดแจ้งว่า สมควรใช้ความคิดถูกต้องปกป้องเวปไซด์ต้าฝ่าและงานต้าฝ่าที่ตัวเองทำอยู่ ให้ขจัดการรบกวนและทำลายการจัดเตรียมของอิทธิพลชั่วร้ายเก่า และเป็นผู้ปกปักษ์รักษาต้าฝ่า เพราะการกระทำของพวกเรานั้นเป็นตัวแทนต้าฝ่า ระบบคอมพิวเตอร์ของดิฉันก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาทันที ไม่สามารถส่งงานแปลไปถึงบรรณาธิการ เอกสารที่ส่งไปถูกตีกลับมาทั้งหมด ดิฉันเริ่มต้นค้นหาจากตัวเองเป็นอันดับแรกและพบจุดบกพร่องของตัวเอง เป็นต้นว่า ปัญหาของคนยึดติดกับงานแปลเกิดขึ้นกับตัวเอง ดิฉันเริ่มยึดติดกับงานนี้จนละเลยงานอื่นๆ ของต้าฝ่า เมื่อดิฉันสำนึกได้ บทความแปลส่วนหนึ่งของดิฉันก็สามารถส่งไปถึงบรรณาธิการ แต่ยังคงมีงานแปลอีกครึ่งหนึ่งถูกส่งกลับมา ดิฉันสำนึกได้ว่าตัวเองรับรู้เพียงครึ่งหนึ่ง หลังจากอ่านบทความจิงเหวินฉบับหลังๆ ดิฉันรับรู้ได้ว่าตัวเองสมควรใช้ความคิดถูกต้อง กำจัดการรบกวนของสิ่งชั่วร้ายซึ่งมาจากมิติอื่น ดังนั้นดิฉันจึงตัดสินใจส่งความคิดถูกต้อง หลังจากทำอย่างนี้แล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จากการที่ได้ประสบกับตัวเอง ดิฉันรู้สึกถึงประสิทธิผลของความคิดถูกต้อง และความสำคัญของการใช้ความคิดถูกต้องกำจัดสิ่งชั่วร้าย

เรื่องสำคัญที่ดิฉันสำนึกได้คือ งานแปลควรจะต้องทำโดยศิษย์ต้าฝ่า เพราะพื้นฐานความคิด สำนวนภาษา ตลอดจนประสบการณ์ที่สั่งสมกันในวันนี้ล้วนแต่เหลือไว้สำหรับอนาคต ฉะนั้นงานประเภทนี้ก็เช่นเดียวกับงานอื่นๆ ของต้าฝ่าซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความคิดที่นุ่มนวล ระมัดระวังและรอบคอบทุกเวลานาที พัฒนาตัวเองให้ก้าวรุดหน้าและศึกษาฝ่าอยู่ตลอดเวลา สิ่งชั่วร้ายกลัวประสบการณ์ประทับใจของพวกเราเป็นอย่างมาก กลัวพวกเรารวมตัวอยู่ด้วยกันขณะจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และการยกระดับสูงขึ้นพร้อมๆ กันของพวกเรา ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงประสบกับการรบกวนจากอิทธิพลของสิ่งชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ ในการทำงานอยู่เสมอ แต่สำหรับบทความบางฉบับ สิ่งชั่วร้ายจะกลัวเป็นอย่างยิ่ง

ตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆ นี้ดิฉันได้แปลบทความฉบับหนึ่ง ในตอนเริ่มต้นไม่รู้ว่าได้เก็บบทความไว้ที่ใด แต่หลังจากที่ค้นได้ก็ลงมือแปล ปรากฏว่าเกิดการรบกวนอย่างมาก คนรอบตัวพากันรบกวนอย่างไม่หยุดหย่อน จะให้ดิฉันทำอย่างนี้ทำอย่างนั้น ดิฉันสำนึกขึ้นมาได้ทันทีว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของการรบกวน ประจวบกับเป็นสิ่งที่บทความนั้นกล่าวถึงพอดี ดูทีสิ่งชั่วร้ายกลัวจะถูกเปิดโปง ดิฉันตระหนักถึงความสำคัญของบทความ จึงตัดสินใจลงมือแปลบทความนั้นออกมาให้เร็วที่สุด ไม่เก็บงานแปลไว้ทำวันหลังอีกต่อไป ตลอดขั้นตอนของการทำงานดิฉันพยายามรวบรวมสมาธิ พร้อมกับคงความคิดถูกต้องไว้อย่างแรงกล้า แต่การรบกวนก็มาเป็นระลอกๆ จากการช่วยเหลือของอาจารย์ ดิฉันสามารถเอาชนะพวกมันและแปลบทความสำเร็จออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากส่งงานแปลไปให้บรรณาธิการ วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าอีเมล์ดิฉันถูกตีคืนมา ดิฉันจึงส่งความคิดถูกต้องขจัดการรบกวนของสิ่งชั่วร้ายในมิติอื่นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นหนึ่งวันดิฉันก็เห็นบทความนั้นปรากฏบนเวปไซด์ ตัวอย่างนี้ชี้ให้ดิฉันเห็นว่า สิ่งชั่วร้ายกลัวบทความของพวกเรา ประสบการณ์ประทับใจของพวกเรา กลัวถูกเปิดโปง

บางครั้งเวลาที่เคาะแป้นคอมพิวเตอร์แปลบทความ ดิฉันรู้สึกว่ากรรมถูกสลายผ่านทางนิ้วมือออกไป กรรมสลายออกไปทีละนิดเวลาที่แต่ละนิ้วเคาะลงไปบนแป้นคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เวลาที่ดิฉันนั่งแปลงานบางครั้งจะมีความรู้สึกไม่สบาย แต่เมื่อทำงานเสร็จก็จะรู้สึกสบาย เหมือนกับว่าได้สลายกรรม และ กำจัดสิ่งรบกวนออกไปไม่น้อยในระหว่างทำงาน

ดิฉันรู้สึกว่าพวกเราผู้ฝึกต้าฝ่าแต่ละคนและเป็นกลุ่ม ควรจะต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันให้มากขึ้น นำประสบการณ์ประทับใจของพวกเราออกเผยแพร่บนเวปไซด์ของต้าฝ่า อาจารย์ได้กล่าวถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สิ่งที่ดิฉันรู้สึกว่าสำคัญอย่างยิ่งคือ การสรุปบทเรียนจากประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน กับผู้ฝึกคนอื่นๆ บางทีประสบการณ์ประทับใจของท่าน อาจจะสามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรืออาจจะช่วยให้ผู้ฝึกคนอื่นๆ สามารถหลีกเลี่ยงความผิดที่ซ้ำกัน ขั้นตอนการปรับฝ่าก็อาจจะดำเนินได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยเหตุนี้ ดิฉันรู้สึกว่าการเขียนและนำประสบการณ์ประทับใจของตัวเอง ออกมาแลกเปลี่ยนแก่กันและกัน เป็นการกำจัดสิ่งชั่วร้าย เป็นการก้าวเข้าไปใกล้หยวนหมั่นอีกหนึ่งก้าว เป็นการคำนึงถึงผู้อื่น และเป็นการคำนึงถึงคนในอนาคต

ขอบคุณ

ณ ฝ่าฮุ่ยรัสเซีย เดือนกันยายน ปี 2001