
ฝ่าหลุนต้าฝ่า - การบำเพ็ญปฏิบัติแบบโบราณ สามารถไขปริศนาที่มืดมนในวงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ได้
ดิฉันชื่อ จ้าว อี้ หง
ดิฉันมาจากโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
ดิฉันจะขอแลกเปลี่ยนทัศนะกับทุกๆท่าน
ณ ที่นี้
โดยอาศัยรูปภาพจำนวนหนึ่ง
ประกอบ
มันเป็นภาพที่แสดงความงดงามและความลี้ลับ
ของรูปผลึกของน้ำ
ซึ่งอธิบายให้เราทราบว่า " ฝ่าหลุนต้าฝ่า
คือ วิทยาศาสตร์ที่แท้จริง "
ภาพเหล่านี้ และคำอธิบาย
ถูกนำมาจากหนังสือ ชื่อ "
ข่าวสารจากน้ำ 1,2 " และ " น้ำ
คือ ผู้รู้คำตอบ "
โดยได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์
คือ ดร. มาซารึ อีโมโตะ " -
ประธานสมาพันธ์ฮาโดะนานาชาติ
( International Hado Membership : IHM )
![]() |
![]() |
![]() |
| ภาพ A-1 | ภาพ A-2 | ภาพ A-3 |
![]() |
![]() |
| ภาพ A-4 | ภาพ A-5, A-6 |
IHM
ได้ทำการทดลองที่น่าทึ่งจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับรูปผลึกของน้ำ
วิธีการทดลองนี้
สามารถเห็นได้จากภาพ A-3, A-4
น้ำที่ใช้ในการทดลอง
ถูกหยดลงในจานแก้ววิทยาศาสตร์
จำนวน 100 ใบ
แล้วเก็บในตู้แช่แข็ง ดังภาพ
A-1 เป็นเวลา 2 ชม.
ผลึกของน้ำที่เกิดขึ้นในจานแก้วถูกนำมาส่องด้วยกล้องจุลทัศน์แบบ
ฉากมืด ( dark field ) และใช้กำลังขยาย
200-500 เท่าในการส่องดู ( ภาพ A-5 , A-6 )
ต่อไปขอเรียกผลึกของน้ำ
เพียงสั้นๆว่า ผลึก
|
|
|
ภาพ A-7 ตัวอักษรจีน ที่แปลว่า น้ำ |
ในรายงานถัดจากภาพ นี้ ดร.อีโมโตะอธิบายว่า ขณะที่ถ่ายภาพผลึก ก่อนที่น้ำแข็งจะหลอมละลายเป็นน้ำ มันจะต้องผ่านสถานะแบบหนึ่ง ดังปรากฏในภาพดังกล่าว เมื่อน้ำแข็งตัวมันจะกลายเป็นผลึก ในขณะที่มันจะละลายกลับเป็นน้ำ ( โดยการเพิ่มอุณหภูมิ ระหว่าง -5 ถึง 0 องศาเซลเซียส ) มันจะก่อรูปชนิดหนึ่งขึ้นมา ที่มีลักษณะเหมือนคำว่า" น้ำ " ในภาษาจีน ดังนั้นอาจเป็นได้ว่า คนโบราณรู้จักปรากฏการณ์นี้ และได้บัญญัติอักษรคำว่า " น้ำ " จากพื้นฐานข้อมูลเช่นนี้ นี่เป็นประโยชน์อย่างมาก ในการตรวจสอบใหม่ เกี่ยวกับสมมติฐาน ความเป็นมาของ ตัวอักษรจีน
|
|
|
ภาพ A-8 |
|
|
|
ภาพ A-9 |
รูปผลึกฯที่เกิดขึ้นหลังจากได้ฟังเพลง " Pastorale " ของ บีโธเฟ่น ซึ่งเป็นเพลงหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของเขา มันเป็นเพลงที่สดใส, แปลกใหม่ และสนุกสนาน รูปผลึกที่สวยงามนี้ สนับสนุนความจริงที่ว่า เพลงที่ดีจะส่งผลด้านบวกต่อน้ำได้
|
|
|
ภาพ A-10 |
รูปผลึกที่เกิดขึ้น หลังจากได้ฟังเพลงของโชแปง ชื่อ " Farewell Song " ( จำจาก ) ดร.อีโมโตะแสดงความเห็นในรายงานของเขาว่า " ผมไม่เคยรู้สึกประหลาดใจมาก่อนเลย ต่อเมื่อผมได้เห็นรูปผลึกนี้ " มันมีลักษณะเช่นนี้ เพราะ เป็นผลมาจากเพลง Farewell โดยพื้นฐานของรูปผลึกนี้ มันเกือบจะแยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์ เป็นส่วนเล็กๆ ทั้งๆที่ภาพนี้ถ่ายจากกล้องภายใต้กำลังขยายเท่าๆกับ ที่ใช้กับภาพอื่นๆ มีผลึกรูปร่างต่างๆกันมากมาย ปรากฏออกมาหลังจากที่ได้ฟังเพลงต่างๆ แต่ขอให้เราหยุดอยู่แค่ตัวอย่างเหล่านี้ก่อน ผมคาดว่าใครก็ตามที่ได้เห็นภาพถ่ายเหล่านี้เป็นครั้งแรก ย่อมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงขาม ในความสง่างาม ของปรากฏการณ์นี้ เราจะเข้าใจได้อย่างไรในความจริงที่ว่า เพลงต่างกัน ทำให้เกิดผลึกรูปร่างต่างกัน ? คำตอบที่ตรงเป้าที่สุด อยู่ในหนังสือ " จ้วนฝ่าหลุน ของอาจารย์หลี่ หง จื้อ " ดังความว่า " ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ ประเด็นที่ว่า สสารกำหนด จิต หรือ จิตกำหนดสสาร นั้นมีการถกเถียงกันเรื่อยมา " ภาพผลึกข้างต้นบ่งชี้ว่า ที่จริง สสาร กับ จิต นั้นเป็นสิ่งเดียวกัน !
|
|
|
ภาพ B- 1 |
การทดลองที่ทำโดยมือสมัครเล่นคนหนึ่ง ซึ่งใช้คำพูดว่า " ขอบคุณ " กับ " เจ้าโง่ " พูดกับข้าวสวยในขวดสองใบนี้ทุกวัน การทดลองนี้ทำโดยบรรจุข้าวสวยหุงสุกแล้ว ลงในขวด 2 ใบที่เหมือนกัน แล้วให้เด็กชั้นประถม 2 คน พูดกับข้าวในขวดนี้ทุกวัน ทันทีที่เขากลับมาจากโรงเรียน เป็นเวลาหนึ่งเดือน ผลคือ ข้าวในขวดที่เด็กพูดคำว่า "ขอบคุณ"กับมัน เกือบจะกลายเป็นข้าวหมัก และมีกลิ่นของข้าวม้อลท์หมักที่หอมหวาน ในขณะที่ข้าวในขวดที่เด็กพูดว่า"เจ้าโง่" กับมัน กลายเป็นสีดำ และเริ่มบูดเน่า และพวกเขาบอกว่ากลิ่นของมันน่ารังเกียจ เหลือจะกล่าวเลยทีเดียว รายงานนี้ บอกว่า นี่ไม่ใช่การทดลองที่ทำโดยมืออาชีพ ดังนั้นผลที่ได้อาจเป็นไปโดยความบังเอิญ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายคน ได้ทำการทดลองแบบเดียวกัน และได้ผล ออกมาเหมือนกัน ทว่าของเราที่นี่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ยังเกี่ยวข้องกับจุลชีพด้วย จุลชีพก็เหมือนกับคนเรา คือมันจะขยันทำงานถ้าได้รับการชมเชย และจะเกียจคร้านถ้าถูกก่อกวน ดูเหมือนว่า การพูดคำว่า " ขอบคุณ " กับ " เจ้าโง่ " เป็นผลให้จุลชีพรวมตัวกันทำประโยชน์ กับ ก่อโทษ ตามลำดับ
ต่อไปเราจะดูภาพที่เกิดจาก การให้น้ำได้เห็นตัวหนังสือ บ้าง
|
|
![]() |
|
ภาพ B-2 |
|
|
|
|
ภาพ B-3 |
ภาพนี้ถูกถ่ายไว้หลังจากเขียน คำว่า " รัก/กตัญญู " ให้น้ำได้เห็น ผู้เขียนกล่าวไว้ในรายงานของเขาว่า เราได้ถ่ายภาพไว้มากมายจากตัวอย่างน้ำนี้ แต่นี่เป็นผลึกอันงดงามแรกเริ่มที่สุดที่เราเห็น จริงๆแล้วไม่มีอะไรสำคัญกว่า ความรัก และความกตัญญูในโลกนี้ เพียงการแสดงความรัก และความกตัญญู.ออกมา น้ำรอบตัวเรา และภายในร่างกายของเราก็จะเปลี่ยนอย่างสวยงามมาก เราไม่ต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากความรู้นี้ ในชีวิตประจำวันของเราหรอกหรือ ?
|
|
|
ภาพ B-4 |
คำที่ใช้แสดงแก่น้ำในภาพ B-4
คือ " แกทำให้ฉันเจ็บ
ฉันจะฆ่าแก "
ในรายงานกล่าวว่า "
คำเหล่านี้เป็นคำที่วัยรุ่นสมัยนี้ชอบพูดกัน
"
ผลที่ตามมาก็คือรูปของผลึกที่ดูน่าเกลียด
ตามที่เราคาดไว้
รูปผลึกนั้นบิดเบี้ยว
ระเบิดเข้าข้างใน
และกระจัดกระจาย
มันเป็นความหมายของคำพูดนั้น
ที่สามารถให้เห็นจริงได้เลยทีเดียว
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก
สำหรับการอยู่ในโลกที่มีการใช้คำพูดลักษณะนี้กันอย่างกว้างขวาง
ซึ่งเท่ากับเป็นการทำร้ายตนเอง
|
|
|
|
ภาพ B-5 |
|
|
|
|
|
ภาพ B-6 |
|
|
|
|
|
ภาพ B-7 |
|
|
|
|
|
ภาพ B-8 ภาพ B-9 |
|
ภาพน้ำกลั่นที่ได้ ชมรายการ วิดีโอของ NHK เรื่อง " ชีวิต " ดังภาพ B-9
ผู้แต่งกล่าวไว้ในรายงานว่า " เราพยายามทำการทดลอง บนพื้นฐานความคิดที่ว่า แม้จะให้น้ำชมรายการ จากทีวีเครื่องเดียวกัน แต่เป็นรายการที่ต่างกัน ก็จะได้รับผลต่างกัน ในการทำเช่นนั้น น้ำก็จะปรากฏรูปผลึกที่สวยงามให้เราเห็นได้ แม้จะไม่ได้ติดป้ายคำว่า " รัก/กตัญญู " บนขวดน้ำ หลังจากได้ชมภาพเหล่านี้ มันก็ไม่เป็นการยากสำหรับเรา ที่จะสรุปว่า ไม่ว่าเราจะใช้ตัวอักษร หรือ เพลง หรือรายการทีวี น้ำก็แสดงความสามารถ อันไม่น่าเชื่อของมัน ในการดักจับสื่อข้อมูลที่เหมือนกัน ซึ่งแฝงอยู่เบื้องหลังรูปแบบภายนอก และยังสามารถแยกแยะระดับความดี-เลวได้ด้วย เราจะเข้าใจได้อย่างไร ในความลี้ลับ ของการทำหน้าที่ด้านจิตวิญญาณของน้ำ ที่เราทดลองนี้ ? ข้อความในหนังสือ " จ้วนฝ่าหลุน " ได้บอกความนัย แก่เราอีกครั้งหนึ่งคือ " สสารทุกอย่างในจักรวาล รวมทั้งสสารที่แทรกซึมอยู่ทั่วจักรวาล ล้วนมีชีวิต และ ความคิด จิตใจ และทั้งหมดนั้นคือรูปแบบการดำรงอยู่ในระดับชั้นที่ต่างกัน ของหลักธรรมแห่งจักรวาล ( ฝ่าหลุนต้าฝ่า ) ผลการทดลองนี้มิได้บอกเราอย่างชัดเจนหรือว่า น้ำนั้น มีชีวิต และสามารถแยกแยะดี-เลว ได้ ? จิตวิญญาณนี้ก็มิได้จำกัดอยู่เฉพาะน้ำ แต่สามารถพบได้ในสสารอื่นๆ เช่นกัน !
อีกข้อความหนึ่งใน " จ้วนฝ่าหลุน " จะช่วยให้เราเข้าใจ หลักการทั่วไปที่อยู่เบื้องหลังสสารชนิดต่างๆ " แล้วอะไร คือ พุทธธรรม ล่ะ ? คุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของจักรวาลนี้ " ความจริง ความเมตตา ความอดทน คือรูปธรรมระดับสูงสุดที่ปรากฎออกมาของพุทธธรรม มันเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดของพุทธธรรม พุทธธรมจะแสดงออกมาอย่างแตกต่างกัน ในระดับชั้นที่ต่างกัน และมีบทบาทในการชี้นำในระดับชั้นที่ต่างกัน ระดับชั้นยิ่งต่ำ รูปธรรมที่ปรากฏออกมา ก็ยิ่งมีความสลับซับซ้อน คุณสมบัติพิเศษนี้ ( ความจริง ความเมตตา ความอดทน ) จะมีอยู่ในระดับจุลภาค ของอนุภาคของอากาศ ,ก้อนหิน,ไม้,ดิน,โลหะ และ เหล็ก,ร่างกายมนุษย์ เช่นเดียวกับในสสารทุกชนิด ความจริง ความเมตตา ความอดทน นี้ เป็นมาตรฐานในการวัด ความดี ความเลว ในจักรวาล ไม่ว่ามาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร คุณสมบัติพิเศษนี้ ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และมันเป็นบรรทัดฐานเพียงประการเดียวในการแยะแยะ คนดี กับ คนเลว "
การทดลองทั้งหมดข้างต้น ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่า " สสารทั้งหมดรวมทั้งผลึกน้ำ มีชีวิต และสามารถแยะแยะความดี-เลว ได้ด้วย "
IHM ยังได้ทำการทดลองอีกชุดหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าน้ำมีความสามารถในการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคน และ น้ำก็ยังแปรเปลี่ยนไปตามสิ่งนี้ด้วย ในการรายงานผลการทดลองของเขา ดร.อีโมโตะเขียนไว้ว่า " นอกจากนี้เรายังมีความ สนใจอย่างมาก ในการให้น้ำได้สัมผัสกับ ดนตรี ,ภาษา และ ชื่อ และความพยายามของเราในการให้น้ำได้สัมผัสกับภาษานั้น มีผลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคาดไว้ ด้วยผลการทดลองเหล่านี้ ทำให้เราสามารถตั้งสมมติฐานได้ว่า สื่อข้อมูลนั้นสามารถส่งต่อได้โดยผ่าน " รูปลักษณ์ " เช่น คำ และ ภาพต่างๆ แม้เรามิได้คาดว่า ผลึกฯจะสามารถแสดงออกซึ่ง การเปลี่ยนแปลงที่มีศิลปะ อย่างชัดเจนเช่นนั้น เรายังได้ตระหนักว่า น้ำสามารถเก็บบันทึกสื่อข้อมูล ต่างๆและส่งต่อได้ มิฉะนั้นเราจะไม่อาจต้านทานการก้าวล่วงไปในเขตแดนของความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ได้เลย เราต้องการค้นหาว่าความคิดของมนุษย์สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดใดได้บ้างตอนนี้ขอให้ผมได้แนะนำ การทดลองเกี่ยวกับ ผลของความรู้สึกนึกคิดของน้ำบ้าง
|
|
|
|
ภาพ C-1 |
ภาพ C-2 |
ภาพ C-1: น้ำประปานี้ได้มาจากเมืองโกเบ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ฮันชิน - อวาจิ
ได้ไม่นานภาพ C-2 : น้ำประปาจากสถานที่เดียวกัน หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมา
ในรายงานของ ดร. อีโมโตะ เขาอธิบายว่า ในวันที่ 17 ม.ค. 1995 3 วัน หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ฮันชิน - อวาจิ ในเขตเมืองโกเบ เราได้ถ่ายภาพผลึก ของน้ำที่พบในน้ำประปาเมืองโกเบ(ซึ่งพอจะหาได้ในขณะนั้น) ดูเหมือนว่าน้ำนั้นสามารถจับความรู้สึกกลัว, ตื่นตระหนก, โศกเศร้า และอาดูร อย่างลึกซึ้งของผู้คน ในทันทีหลังเกิดแผ่นดินไหว ผลึกนั้นได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง มันเป็นภาพที่ทำให้คนรู้สึกขนลุกเลยทีเดียว เราถึงกับรู้สึกว่า เราไม่ควรเผยแพร่การค้นพบความลี้ลับนี้ ต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม 3 เดือนต่อมาความช่วยเหลือ และ ความเห็นอกเห็นใจจากทั่วโลกถูกส่งไปให้ชาวเมืองโกเบ ผลึกนี้ดูเหมือนจะแสดงความรู้สึกอาทรและปรารภนาดีออกมา
อีกการทดลองหนึ่งเกี่ยวกับความสำนึกรู้ ที่ทำกับน้ำประปาที่เก็บมาจากย่านชินนากาว่า เมืองโตเกียว
|
|
|
|
ภาพ C-3 |
ภาพ C-4 |
ภาพ C-3 : สภาพเดิมของน้ำประปา ก่อนวันที่เราจะเริ่มทดลอง เรื่อง "ลมปราณ, จิต และ วิญญาณ แห่งความรัก
ภาพ C-4 : ภาพของน้ำนั้นหลังจากได้รับ "ลมปราณ, จิต และ วิญญาณแห่งความรัก ที่ส่งมาจากคน 500 คน
ในการทดลองนี้ ผู้ทดลองได้ส่งจดหมายถึง อาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาจาก HADO จำนวน 500 คน จากทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอความร่วมมือจากพวกเขา โดยเขาขอให้พวกเขาส่งความรู้สึกมายังน้ำประปาจาก shinagawa-ku ในถ้วยน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาในสำนักงาน ณ เวลา 2.00 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1997 เพื่อจะทำให้น้ำในถ้วยนั้นสะอาดขึ้น
ดร. อีโมโตะรายงานว่า "แน่นอนว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพของน้ำแต่อย่างใด เราไม่ได้มีความคาดหวังกับมัน แต่กลับสามารถได้น้ำที่เปลี่ยนอยู่ในสภาพที่สะอาดอย่างชัดเจน ผู้ปฏิบัติงานของเราทั้งหมดแทบจะร้องไห้ออกมา ด้วยความรู้สึกเร้าใจ เรารู้สึกปิติอย่างลึกซึ้งต่อความร่วมมือที่เราได้รับจากทั่วประเทศญี่ปุ่น เราเริ่มรู้สึกว่า ความคิดของคน สามารถรวมเข้าหากันได้ไม่ว่า พวกเขาจะอยู่ห่างกันเพียงใด โดยวิธีนี้ ผลึกน้ำจึงได้แสดงออกให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์นั้นที่แท้แล้วก็เป็นสสารที่ดำรงอยู่ชนิดหนึ่ง และสสารนี้สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของเราได้ด้วย
แม้ว่าการทดลองเกี่ยวกับ ความรู้สึกนึกคิดนี้ จะมีลักษณะปฏิวัติและใหม่ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่สมบูรณ์ ในหนังสือ จ้วน ฝ่า หลุน อาจารย์ หลี่ ได้อธิบายธรรมชาติของความรู้สึกนึกคิดไว้ดังนี้ " ทุกวันนี้ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับร่างกายคน ได้ค้นพบว่า การเคลื่อนไหวของจิตใจ หรือความคิดของคนนั้น สามารถก่อเกิดสสารได้ เมื่อมองจากในระดับชั้นสูง เราพบว่า ที่จริงแล้วมันเป็นสสารอย่างหนึ่ง แต่สสารนี้ไม่ได้อยู่ในรูปของคลื่นสมองอย่างที่เราพบในงานวิจัยทุกวันนี้ แต่มันกลับอยู่ในรูปของสมองมนุษย์ที่สมบูรณ์ เราอดไม่ได้ที่จะพูดออกนอกเรื่องต่อไปเกี่ยวกับคำอธิบายของอาจารย์ หลี่ ว่า "ในฐานะมนุษย์ คุณจะเป็นคนดีได้ ก็มีแต่ต้องปฏิบัติตาม คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้ คือ ความจริง ความเมตตา ความอดทน และผู้ที่เบี่ยงเบนออกไปจากคุณสมบัติพิเศษนี้ ก็คือคนเลวที่แท้จริง ข้อธรรมะนี้ฟังดูพื้นๆ แต่ทว่าชัดเจน และไม่ควรมองข้ามอีกต่อไปเช่นเดียวกับภาพผลึกน้ำเหล่านี้ที่แสดงให้เราเห็นแล้ว
อันความรัก, ความงาม, ความกตัญญู, ความเข้าใจ, ความกรุณา, ความช่วยเหลือ, ความเห็นอกเห็นใจ, และสิ่งที่คล้ายๆกันนี้ สามารถถูกสร้างขึ้นมาได้จากความเมตตา(ซั่น) ผลึกน้ำมิได้แสดงให้เห็นแล้วหรือว่า หากเราทำตัวให้สอดคล้องกับ คุณสมบัติพิเศษ ความจริง ความเมตตา ความอดทน แล้วเราจะได้รับความกลมกลืนและความสุขอย่างสูงสุด มิฉะนั้นแล้วเราจะพบกับผลด้านลบ อันได้แก่ความเจ็บปวดและความน่าเกลียดน่าชัง
ในช่วงสุดท้ายนี้ขอให้เราเข้าไปสู่โลกอันน่าอัศจรรย์ของภาพผลึกเหล่านี้ที่ได้จากการทดลอง
ในการทดลองเหล่านี้น้ำได้แสดงความหมายของคำว่า "ปัญญา ", "จักรวาล" และ "รัก/กตัญญู" ในแต่ละภาษาคือ ญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมัน น้ำที่ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นของการทดลองเป็นน้ำที่ผ่านการกลั่นด้วยมาตรฐานเดียวกัน ผลคือผลึกได้ก่อเค้าโครงรูป ที่เหมือนกันออกมาแม้จะแตกต่างกันในภาษา
![]() |
![]() |
![]() |
| ภาพ D-1 | ภาพ D-2 | ภาพ D-3 |
ภาพ D-1 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "ปัญญา" ในภาษาญี่ปุ่น
ภาพ D-2 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "ปัญญา" ในภาษาอังกฤษ
ภาพ D-3 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "ปัญญา" ในภาษาเยอรมัน
พวกมันดูค่อนข้างเหมือนกัน
ช่องว่างตรงกลางนั้นเหมือนกัน
![]() |
![]() |
![]() |
| ภาพ D-4 | ภาพ D-5 | ภาพ D-6 |
ภาพ D-4 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "จักรวาล" ในภาษาญี่ปุ่น
ภาพ D-5 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "จักรวาล" ในภาษาอังกฤษ
ภาพ D-6 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "จักรวาล" ในภาษากรีก
![]() |
![]() |
![]() |
| ภาพ D-7 | ภาพ D-8 | ภาพ D-9 |
ภาพ D-7 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "รัก/ขอบคุณ" ในภาษาอังกฤษ
ภาพ D-8 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "รัก/ขอบคุณ" ในภาษาญี่ปุ่น
ภาพ D-9 ภาพผลึกหลังจากอ่านคำว่า "รัก/ขอบคุณ" ในภาษาเยอรมัน
อาจารย์ หลี่ กล่าวใน จ้วน ฝ่า หลุน "ความคิดที่เกิดขึ้นจากสมองมนุษย์นั้นเป็นสสารชนิดหนึ่ง" ท่านชี้ออกมาอย่างชัดเจนว่า " สื่อข้อมูลที่ส่งออกมาจากสมองมนุษย์ไม่ใช่การทำงานของสมองโดยตัวมันเอง( มันไม่ได้เกิดจากสมอง ) แต่เกิดจากจิตหลัก......ถ้าร่างกายมนุษย์ไม่มีจิตหลัก รวมทั้งสิ่งต่างๆ อาทิเช่น อารมณ์, บุคลิกภาพ และอุปนิสัยแล้ว มันก็เป็นเพียงก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง หาใช่คนที่สมบูรณ์ ด้วยปัจเจกภาพ ดังนั้นแล้ว สมองมนุษย์มีหน้าที่อะไรล่ะ?
ตามที่ข้าพเจ้าเห็นมัน ในรูปของมิติกายภาพ สมองมนุษย์เป็นเพียงโรงงานแปรรูปโรงหนึ่งเท่านั้น สื่อข้อมูลที่แท้จริงถูกส่งออกมาจากจิตหลัก ซึ่งมิใช่ภาษา แต่เป็นสื่อข้อมูลของจักรวาล เป็นตัวแทนความหมายที่แน่นอนอย่างหนึ่ง เมื่อได้รับคำสั่งนั้นแล้ว สมองของเราก็จะจัดการแปรรูปสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นภาษาปัจจุบัน หรือรูปแบบการแสดงออกต่างๆ เช่น การทำท่าทาง, การมอง และการเคลื่อนไหวต่างๆ สมองมีผลเพียงแค่นี้ คำสั่งและความคิดที่แท้จริงมาจากจิตหลักของคน " ผลึกน้ำได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้คำพูดที่เขียนด้วยภาษาที่ต่างกัน แต่สิ่งที่น้ำมองเห็นนั้นเป็นแก่นแท้ของคำนั้นๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งมีชีวิตด้วย และสามารถสะท้อนความหมายของคำนั้นๆออกมาเป็นรูปร่างที่เหมือนกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดร. อีโมโตะ เขียนในสรุปรายงานของเขาว่า " การตรวจสอบน้ำโดยการถ่ายภาพผลึกของมันเป็นวิธีการใหม่ ซึ่งมีที่มาจากมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากวิธีการวิเคราะห์และประเมิน ตามแบบแผนทั่วไปของวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทดลองเหล่านี้คือ เราไม่รู้เรื่องอะไรจริง เกี่ยวกับน้ำเลย มีปัญหาและประเด็นอีกเป็นกองที่เกิดตามมา เรื่องแล้วเรื่องเล่าดังนั้นเขาจึงตั้งคำถามอย่างแหลมคมว่า "น้ำมาจากจักรวาลใช่หรือไม่?" แล้วเขาก็ตอบตัวเองตรงๆว่า " ขอให้เราเริ่มจากปัญหาเกี่ยวกับน้ำที่ปรากฏอยู่บนโลกเราก่อน ว่าทำไมจึงมีน้ำอยู่ ? " จุดกำเนิดของน้ำมักจะถูกห่อหุ้มอยู่ในความลี้ลับ ในขณะที่วงการอวกาศก้าวรุดหน้าไป มันก็ได้รับการยืนยันว่ามีน้ำอยู่บนดาวอังคาร เราจึงเริ่มเข้าใจว่าน้ำมิได้เป็นสิ่งที่มีอยู่เฉพาะบนโลกเท่านั้น แต่มันดำรงอยู่ทั่วจักรวาล " " ทุกคนทราบว่าชีวิตมิอาจเกิดขึ้นได้ โดยปราศจากน้ำ ถ้าจุดกำเนิดของชีวิตอย่างเช่นน้ำ มาจากจักรวาลแล้วล่ะก็ เราก็สามารถอนุมานได้ว่า ชีวิตมนุษย์ก็น่าจะมาจากนอกพิภพด้วย " ถ้าความเป็นจริงข้อนี้เป็นที่ยอมรับแล้วล่ะก็ ทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ล ดาร์วิน, จุดกำเนิดของมนุษย์และทฤษฎีอื่นๆ เกี่ยวกับโลกและความเป็นมาของมนุษย์ ก็จะต้องถูกเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง จักรวาลนั้นยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับมนุษย์ และแก่นแท้ของมันก็มิอาจจินตนาการได้ โดยการวิจัยลึกลงไปเกี่ยวกับเรื่องของน้ำและความเป็นจริงของสสาร เราก็อาจเข้าใจจักรวาลได้มากยิ่งขึ้น แค่คิดก็ช่างนำตื่นเต้นเสียนี่กระไรแล้ว
ในการบรรยายครั้งหนึ่งของ อาจารย์ หลี่ ผู้ก่อตั้ง "ฝ่าหลุนต้าฝ่า" ท่านได้ตอบคำถามของลูกศิษย์ เกี่ยวกับจุดกำเนิดของชีวิตไว้ว่า "ข้าพเจ้าสามารถบอกกับพวกท่านได้ว่า อะไรคือจุดกำเนิดของสรรพสิ่งและชีวิต ที่ดำรงอยู่ในเขตแดนต่างๆในจักรวาลของเรานี้ ที่จริงจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง ก็คือน้ำ แต่น้ำที่เป็นจุดกำเนิดของจักรวาลไม่ใช่น้ำบนโลกของเรานี้
"ในระดับชั้นที่ต่างกัน จะมีจุดกำเนิดของสรรพสิ่งที่ต่างกัน, หรือพูดว่าน้ำที่แตกต่างกันเป็นจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง ระดับชั้นยิ่งสูง ความหนาแน่นของน้ำ(ที่ระดับนั้น)ยิ่งมาก มันจะก่อรูปเป็นอนุภาคต่างๆ, เป็นน้ำต่างๆ และเป็นชีวิตต่างๆ ในจักรวาลที่ต่างกัน"
"จักรวาลที่เราสามารถเข้าใจได้ประกอบขึ้นมาจากน้ำ" (ปาฐกถาในอเมริกา)
น้ำ, ชีวิต, จักรวาล และคุณสมบัติพิเศษ ความจริง ความเมตตา ความอดทน นั้นความจริงแล้วมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?เพื่อที่จะให้ได้คำตอบที่ดีกว่าสำหรับตนเอง ข้าพเจ้าขอเชิญชวน ด้วยความจริงใจให้ท่านอ่านงานเขียนต่างๆของ "ฝ่าหลุนต้าฝ่า"
ภาษาจีน http://www.zhengjian.org/zj/articles/2002/3/27/14147.html
ภาษาอังกฤษ http://www.pureinsight.org/sci/sci/eng/newscontent.asp?ID=14692