
โลกภายในในผลน้ำเต้า
ในสมัยตงฮั่น มีผู้เฒ่าขายยาคนหนึ่งมาถึงเมืองหยู่หนาน ยาของท่านผู้เฒ่าสามารถรักษาโรคได้สารพัด เรียกว่ายาถึงโรคก็หาย เวลาขายท่านผู้เฒ่าจะบอกคนซื้อว่า กินยาแล้วจะอาเจียนอะไรออกมา กี่วันให้หลังโรคก็จะหาย คนไข้ต่างมีอาการเป็นตามที่ท่านผู้เฒ่าทำนายไว้ทุกราย ยิ่งกว่านั้นยาทุกขนานของท่านผู้เฒ่าตั้งราคาไว้เท่ากันทั้งหมด ท่านผู้เฒ่ามีรายได้ดีทุกวัน แต่ท่านผู้เฒ่าจะเหลือเงินทองไว้กับตัวเองเพียงเล็กน้อย และนำเงินทองทั้งหมดไปให้กับคนจนบนถนน ผู้คนมักจะเห็นท่านผู้เฒ่าแขวนลูกน้ำเต้าใบหนึ่งอยู่เหนือที่นั่งของท่านเสมอ สิ่งที่ประหลาดที่สุดคือ ทุกวันหลังพระอาทิตย์ตกดินท่านผู้เฒ่าก็จะหายตัวไป ในบ้านจะว่างเปล่าเหลือเพียงลูกน้ำเต้าแขวนอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าท่านผู้เฒ่าไปไหน
ต่อมาวันหนึ่ง ขุนนางชั้นผู้น้อยคนหนึ่งได้ล่วงรู้ความลับของท่านผู้เฒ่า ที่แท้ทุกวันหลังพระอาทิตย์ตกดิน ท่านผู้เฒ่าก็จะกระโดดเข้าไปในลูกน้ำเต้า คนๆนี้รู้ว่าท่านผู้เฒ่าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป จึงมากวาดบ้านและส่งข้าวปลาอาหารให้ท่านผู้เฒ่าทุกวันอย่างขยันขันแข็ง ท่านผู้เฒ่าก็รับสิ่งที่เขาทำให้อย่างไม่เกรงใจ เวลาผ่านไป ท่านผู้เฒ่าเห็นว่าคนๆนี้ไม่หย่อนยานย่อท้อ ไม่เอยปากขอสิ่งใด รู้สึกว่าคนๆ นี้มีจิตแสวงหาเต๋าจริงๆ วันหนึ่งท่านผู้เฒ่าจึงบอกกับเขาว่า หลังพระอาทิตย์ตกดิน เวลาฟ้ามืดปลอดคน เจ้ามาหาข้าที่นี่อย่างเงียบๆ ตกค่ำเมื่อปลอดคนเขาก็มาพบท่านผู้เฒ่า ท่านผู้เฒ่าบอกกับเขาว่า พอเจ้าเห็นข้ากระโดดเข้าไปในลูกน้ำเต้า เจ้าก็กระโดดตาม เจ้าก็สามารถจะตามข้าเข้าไปได้ พอพูดจบท่านผู้เฒ่าก็กระโดดหายตัวไป เขาก็กระโดดตามที่ท่านผู้เฒ่าสั่ง พลันเขาก็เข้าไปในปากของลูกน้ำเต้าโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเข้าไปในลูกน้ำเต้า จึงพบว่าที่แท้ภายในลูกน้ำเต้าเป็นโลกที่กว้างใหญ่ ข้างในนั้นมีอาคารบ้านเรือน หอสูงเป็นชั้นๆ วิจิตรตระการตา ระเบียงทางเดินลดเลี้ยวไปมา มีคนรับใช้หลายสิบคนคอยรับใช้อยู่ข้างๆ ท่านผู้เฒ่า ท่านผู้เฒ่าพูดกับเขาว่า แท้จริงแล้วข้าเป็นเซียน เพราะทำความผิดจึงถูกลดชั้นลงมายังโลกมนุษย์ชั่วคราว เจ้าเป็นคนพอที่จะสั่งสอนได้ จึงมีวาสนาพบกับข้า คนๆนี้จึงกราบไหว้ท่านผู้เฒ่าเป็นอาจารย์ภายในลูกน้ำเต้า
วันหนึ่ง ท่านผู้เฒ่ามาหาและบอกเขาว่าได้นำเหล้าเพื่อมาดื่มกับเขา คนๆ นี้จึงสั่งลูกน้องหลายคนลงไปนำไหเหล้าขึ้นมาจากข้างล่าง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะยกไหเหล้าขึ้นมาได้ ถึงแม้จะเรียกคนมาช่วยกันเป็นหลายสิบคนแล้วก็ตาม เขาจึงได้แต่แจ้งท่านผู้เฒ่าให้ทราบเรื่อง ท่านผู้เฒ่าจึงลงไปข้างล่างด้วยตัวเอง ใช้เพียงนิ้วมือเดียวเกี่ยวเบาๆ หนึ่งทีก็ยกไหเหล้าขึ้นไปชั้นบนได้แล้ว ขุนนางชั้นผู้น้อยคนนี้ร่วมดื่มกับท่านผู้เฒ่าจนฟ้าสว่าง ถึงแม้จะเห็นว่าเหล้าในไหมีอยู่น้อยมาก แต่ก็ดื่มไม่หมดสักที ท่านผู้เฒ่าพูดว่า อีกไม่กี่วัน ข้าก็จะไปแล้ว เจ้ายินดีจะไปกับข้าไหม?
คนๆนี้พูดว่า ข้าตั้งใจจะไปกับท่าน แต่ไม่อยากให้คนในบ้านรู้เห็น แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ท่านผู้เฒ่าตอบว่า ง่ายมาก แล้วท่านผู้เฒ่าก็ยื่นไม้เท้า(ทำจากไม้ไผ่)อันหนึ่งให้แก่เขาพร้อมกับสั่งเขาว่า เจ้ากลับไปบ้าน แสร้งเป็นล้มป่วย วันมะรืนให้เจ้าเอาไม้เท้าอันนี้วางลงบนเตียง หลังจากนั้นไม่ต้องพูดอะไรและรีบออกมา คนๆนี้จึงปฏิบัติตามที่ท่านผู้เฒ่าสั่ง ผลปรากฏว่าสิ่งที่คนในครอบครัวของเขาเห็นไม่ใช่ไม้เท้า แต่พบว่าเขานอนตายอยู่บนเตียง และได้แต่นำร่างของเขาไปฝังเขาจึงตามท่านผู้เฒ่าไป ทันใดนั้นก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ท่านผู้เฒ่าจับเขาปล่อยไว้อยู่กลางเสือฝูงหนึ่ง เสือทั้งฝูงพากันแยกเขี้ยว อ้าปาก ย่ามสามขุมเข้ามาจะกัดกินเนื้อเขา แต่ใจของเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย วันที่สองท่านผู้เฒ่าก็จับเขาไปขังไว้ในบ้านที่ก่อด้วยกำแพงหิน บนเพดานมีหินก้อนโตผูกไว้ด้วยเชือกที่ถักด้วยหญ้าฟาง งูหลายตัวกำลังกัดกินเชือกหญ้าฟาง หินก้อนนั้นไหวไปมาราวกับจะตกลงมา ใจของเขายังคงสงบมั่นคง ท่านผู้เฒ่าหัวเราะชอบใจพูดว่า ดูเจ้าจะมีคุณสมบัติใช้ได้ พูดแล้วก็ยกจานอุจจาระซึ่งมีหนอนแมลงวันคลานอยู่เต็มไปหมดออกมาเพื่อจะให้เขากิน พอเขาได้กลิ่นเหม็น จะกินลงไปได้อย่างไร ท่านผู้เฒ่าเห็นเขาเป็นเช่นนี้จึงได้แต่ถอนหายใจพูดว่า ในที่สุดเจ้าก็ยังไม่สามารถเป็นเทพ เป็นเซียน เป็นได้แต่ราชาบนปฐพีเท่านั้น ให้มีชีวิตอยู่สักหลายร้อยปีก็แล้วกัน --- ของเหม็นสกปรกเหล่านั้นที่แท้คือยาวิเศษ เป็นภาพลวงตาที่เสกขึ้นมาเพื่อทดสอบจิตเต๋าของคนๆนี้ว่า เด็ดเดี่ยวมั่นคงหรือไม่
คนๆนี้รู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ไม่ผ่านการทดสอบ แต่ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านอย่างไร ท่านผู้เฒ่าจึงให้ไม้เท้าแก่เขาและบอกว่าขึ้นไปขี่ก็จะกลับไปบ้านได้ ทันทีที่เขาก้าวขาขึ้นขี่ เพียงชั่วพริบตา พอเขาลืมตาขึ้นก็มาถึงหน้าบ้าน ไม้เท้าอันนั้นก็กลายเป็นมังกรเขียวบินจากไป พอเขาเดินเข้าบ้าน คนในบ้านพากันตกใจนึกว่าเห็นผีกลางวันแสกๆ หลังจากฟังเขาอธิบายและไปขุดสุสานดูก็พบว่าในโลงศพมีแต่เพียงไม้เท้าหนึ่งอันวางอยู่เท่านั้น
เขารู้สึกว่าตัวเองจากบ้านไปเพียงหนึ่งวัน แต่พอถามคนในบ้านจึงรู้ว่าเวลาผ่านไปหนึ่งปีแล้ว คนๆนี้แม้ว่าจะสำเร็จเป็นเซียนไม่ได้ แต่ก็ได้เรียนรู้วิชาเต๋าเล็กในโลก สามารถช่วยเหลือมนุษย์ และสามารถเดินทางวันละนับพันลี้
(ที่มาของนิทาน: เสินเซียนจ้วน (พงศาวดารเทพ) บทที่ 14 หนังสือเต็มชุดซื่อคู่)
http://www.zhengjian.org/zj/articles/2002/6/9/16395.htmlสงวนสิทธิโดยเจิ้งเจี้ยนเน็ต โปรดระบุหากทำการคัดลอกตีพิมพ์