สัญลักษณ์ ร่วมกัน ของชาวโลก


สัญลักษณ์ พุทธะ นั้นมีการสืบทอดแพร่หลาย มานานนับพันๆปี ในชนชาติต่างๆ ครั้งโบราณกาล ล้วนแต่สามารถพบได้ด้วยกันเกือบทั้งหมด มันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึง ศิริมงคลและสมปรารถนา ทั้งยังแสดงถึง การแปรเปลี่ยนหมุนเวียนของ ฤดูกาลทั้งสี่ ซึ่งเกี่ยวพันกับสรรพชีวิต สัญลักษณ์นี้เป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆอีกมากมาย ทว่ามีความแตกต่างอย่างลิบลับกับ ที่พวกนาซี ใช้กัน มันเป็นสิ่งที่มีอยู่มาเนิ่นนานก่อนการเกิดขึ้น ของพวกนาซีด้วยซ้ำ มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความ อยู่เย็นเป็นสุขฯ มานานหลายพันปีแล้ว

สัญลักษณ์ พุทธะ มีการสืบทอดติดต่อมานานแสนนาน

มันมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า SWASTICA อันมีที่มาจากภาษาสันสกฤต ว่า SVASTIKAH ( หมายถึง ศิริมงคล, โชคดี) ครึ่งแรกของคำๆนี้ SVASTI ยังแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ SV หมายถึง ความงดงาม ความมีโชคดี กับ ASTI หมายถึง เป็น หรือ คือ ASTIKAH เมื่อใช้โดยเชื่อมโยงกัน หมายถึง การดำรงอยู่ หรือ การมีชีวิต ,สิ่งมีชีวิต ในประเทศอินเดีย มันมีความเกี่ยวข้องกับหลายๆอย่างที่แทนเรื่องราวที่มีความหมายแห่งศิริมงคลและโชคดี เพราะว่าความหมายของตัวมันก็คือ ศิริมงคลและโชคดี

ในประเทศอินเดีย รูปสัญลักษณ์นี้ มีทั้งที่ หมุนไปตามเข็มนาฬิกา และ ทวนเข็มนาฬิกา ตัวแทนความหมายที่แตกต่าง เนื่องจากมันเป็นสัญลักษณ์ที่เรียบง่าย ดังนั้นในอารยธรรมที่แตกต่างกันในประวัติศาสตร์ จึงมีลักษณะการใช้ แตกต่างกันไป ปัจจุบันที่ปรากฏออกมาแรกเริ่มที่สุด พบในถ้ำแห่งหนึ่งที่มีอายุไม่ต่ำกว่า หนึ่งหมื่นกว่าปี ซึ่งเป็นภาพที่วาดอยู่บนผนังถ้ำ มาถึงวันนี้ มันยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันอยู่อย่างกว้างขวาง ใน ศาสนาพุทธ ,เชน และ ฮินดู ในศาสนาเชน มันเป็นตัวแทนของ องค์เทพอันดับที่ 7 ส่วนแขนทั้งสี่ของมันนั้นชี้แทน ภพชาติทั้งสี่ในวัฏจักรของการเวียนว่ายตายเกิด ได้แก่ สัตว์พืช , นรก, มนุษย์ และ สวรรค์ ในศาสนาฮินดู แขนทั้งสี่ของมันที่หันไปทางซ้าย นั้นแทน รัตติกาล, พลังแห่งธรรมะ,เทพีผู้บริสุทธิ์ กับ เทพีบาป ทั้งศาสนาฮินดู และเชน ชอบติดสัญลักษณ์นี้บนปกหนังสือหรือ ปกบัญชี ,บนประตูบ้าน ,ประตูต่างๆและเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆ

ในราวสองพันปีก่อน เมื่อครั้งที่ศาสนาพุทธได้เผยแพร่จากอินเดียเข้าไปในจีน ชาวจีนก็ได้อาศัย สัญลักษณ์นี้รวมทั้งความหมายของมันที่เป็นศิริมงคลมาใช้เป็นตัวอักษรจีนตัวหนึ่ง ซึ่งอ่านออกเสียงว่า " ว่าน " บางทีก็ใช้ปนกับกับคำว่า " วั่น " (แปลว่าหมื่น) ของจีนเอง แสดงถึงสิ่งต่างๆบรรดามีมากมาย

ตามหลักฐานของ เฉียว ฮว่า ฟู เล่อ ระบุว่าประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตศักราช ตามต้นตระกูลภาษาอินโดยูโรเปี้ยน ของชาวอารยัน ได้กล่าวว่า พวกเขาได้เดินทางไปถึงยุโรป และนำเอาศิลปะวัตถุทางศาสนา เช่น ชามลายตะวัน ที่สลักสัญลักษณ์สวัสดิกะอยู่บนนั้นด้วย ไปเผยแพร่ในยุโรป นอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นวัตถุโบราณและร่องรอยวัฒนธรรม ตามขุนเขา ทุ่งหญ้า และในถ้ำแถบไซบีเรียของรัสเซีย ซึ่งเป็นหลักฐานที่พบได้ในวัตถุโบราณที่ขุดออกจากดินในถ้ำอุโมงของชาวอารยัน ซึ่งอยู่แถบซินเกียงของประเทศจีน 

ในประเทศกรีซ เครื่องแต่งกายของ ชาวกรีกโบราณและชาวทรอยด์ จำนวนมากมายล้วนมีการใช้ สัญลักษณ์สวัสดิกะ ในการประดับ อย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกา หรือกับ ชาวมายาและชาวอาร์กติก ก็พบการใช้สัญลักษณ์นี้อย่างกว้างขวาง

ในยุโรป หลุมฝังศพของชาวโรมัน ก็มีสัญลักษณ์นี้ปรากฏ แม้แต่ชุดที่ใช้ในการประกอบศาสนพิธีของบาทหลวงในศาสนาคริสเตียนก็มีการปักสัญลักษณ์นี้ ส่วนชาวเยอรมันเรียกมัน ว่า เป็นตัวเลขสิบของเทพอัคนี เมื่อชาวสแกนดิเนเวียนยุคแรก อพยพเข้าไปประเทศอังกฤษ สิ่งนี้ก็ตามเข้าไปในเขตลินคอล์นและยอร์กด้วย ทว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดก่อนหน้า ยุคนาซี เป็นเวลานานมาก

สัญลักษณ์รูปธรรมของ สายพุทธ

ปัจจุบันสัญลักษณ์ที่ทรงคุณค่ายิ่งนี้ เป็นที่แพร่หลายขึ้นมาอีกแล้ว บริษัทโคคา-โคล่า ก็จัดจำหน่ายสัญลักษณ์การค้ารูปสวัสดิกะอย่างหนึ่ง บริษัทเบียร์คาร์ลสเบริกก็ตีตราสัญลักษณ์นี้ที่ข้างกระป๋องเบียร์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทหารราบกรมที่ 45 ของอเมริกา ก็มีการติดรูปสวัสดิกะสีส้มแทนอินธนู แล้วยังปรากฏอยู่บนขบวนรถไฟอย่างน้อย ขบวนหนึ่งด้วย แล้วที่มาของสัญลักษณ์ นี้ที่แท้ คืออะไรละ? เหตุใดมันจึงแสดงความหมายของ สิ่งมงคล ? เหตุใดตลอดมาในประวัติศาสตร์อันยาวนาน มันจึงถูกใช้อย่างต่อเนื่องกันมาไม่ขาดสาย โดยชนชาติต่างๆ กระทั่งปรากฏไปทั่วทั้งซีกโลกตะวันออก และตะวันตก อย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ดูประหนึ่งจะพบได้ในโบราณวัตถุที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาเลย มันช่างบังเอิญถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?

สิ่งที่แน่ชัดก็คือ ความหมายที่แฝงไว้ของสัญลักษณ์นี้ มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง กับ ของเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซี และก็ห่างไกลจากของสิ่งที่อยู่ใน ขอบเขตของศาสนาพุทธ กล่าวจากความหมายที่กว้าง หากสัญลักษณ์นี้ เป็นสัญลักษณ์ของสายพุทธ เช่นนั้นแล้วในยุคประวัติศาสตร์ที่ต่างกัน ในสถานที่ต่างกัน ในอารยธรรมที่ต่างกัน ย่อมล้วนมีรูปแบบที่ต่างกัน ของ การเผยแพร่ถ่ายทอดพุทธธรรม พระศากยมุนีพุทธเจ้า ทรงเคยตรัสไว้ว่า พุทธธรรมนั้นมีถึง 84,000 แนวทาง และพระยูไลก็มีมากมายดุจดั่งจำนวนเม็ดทรายในแม่น้ำ ทั้งยังทรงเอ่ยถึงว่า ก่อนหน้าพระองค์ท่านก็ยังมีพระพุทธอยู่ก่อนถึง 7 องค์ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต ล้วนแต่จะมีผู้รู้แจ้ง เสด็จลงมาช่วยเหลือมนุษย์ สืบต่อไป เพียงแต่จะอยู่ในอารยธรรมและสถานที่ ต่างๆกันไป มีชื่อเรียกและการสั่งสอนแตกต่างกัน แต่เพราะในประวัติศาสตร์ ของทั้งฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกนั้นไม่เคยมีการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ้ง ผู้คนจึงไม่อาจเข้าใจ ความหมายที่ซ่อนอยู่และความเป็นมาภายในสัญลัษณ์นี้ ได้เลย

สงวนสิทธิโดย pureinsight.org โปรดระบุหากทำการคัดลอกตีพิมพ์
http://www.pureinsight.org