
`
น้ำนิ่งกับ น้ำไหล
คุณสมบัติของน้ำขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของมัน
คนจีนในยุคโบราณรู้เรื่องเกี่ยวกับ
น้ำหลายอย่าง
สำนวนที่มักพูดกันได้แก่
น้ำจากแม่น้ำจิง
แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับ
น้ำจากแม่น้ำ เว่ย
มันเป็นการง่ายที่จะบอกแหล่งที่มาของน้ำที่มาจากรอยต่อของ
แม่น้ำทั้งสองนั้น
น้ำจากแม่น้ำจิงนั้น ขุ่นข้น
ขณะที่น้ำจากแม่น้ำเว่ย
ใสสะอาด
แม้ว่าน้ำจากแม่น้ำทั้งสอง
จะไหลมาบรรจบกัน
แต่เส้นแบ่งระหว่างพวกมันนั้นชัดเจน
ผู้ที่เดินทางไปตามแม่น้ำแยงซีเกียง
จะเห็น
การแบ่งแยกที่ชัดเจนของสี
ของน้ำที่ไหลมาจากทะเลสาปลงสู่แม่น้ำแยงซี
น้ำที่แตกต่างกัน
ไม่จำเป็นต้องผสมเข้ากัน
ได้โดยง่าย
หนังสือ " จิง ซือ ทง เยี่ยน
"
มีเรื่องเกี่ยวกับกวีที่มีชื่อเสียง
สอง ท่าน คือ หวังอันซื่อ กับ
ซูตงปอ หวังอันซื่อเป็นโรค
โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง
การได้ดื่มชาที่ชงจากน้ำที่มาจาก
ตอนกลางของ บริเวณโตรกเขา "
ซานเสีย "
ในแม่น้ำแยงซีเกียง
เป็นผลดีต่อสุขภาพของเขา
วันหนึ่ง หวังอันซื่อได้
ยินว่า ซูตงปอ
จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่
เสฉวน เขาจึงขอให้ซูตงปอ
ช่วยนำน้ำจากตอนกลางของ "
ซานเสีย " กลับมาฝากด้วย
เมื่อ ซูตงปอ กลับมา เขาก็ได้
นำน้ำจากที่นั่นมาด้วยตามคำขอของเพื่อน
หวังอันซื่อจึงรีบต้มน้ำนั้นเพื่อชงชา
ซึ่งต้องใช้เวลาพอประมาณกว่าชาจะ
ออกสี
หวังอันซื่อ ถาม ซูตง ปอ ว่า
น้ำนี้มาจากตอนกลางของ
ซานเสีย ใช่ไหม ?
ซู
ตง ปอ ตอบว่า ทำไมหรือ
ใช่แน่นอนอยู่แล้ว
หวัง อัน ซื่อ ยิ้ม
แล้วกล่าวว่า นายหลอก
ฉันแล้ว มันเป็นน้ำจาก
ตอนล่าง ชัดๆ
ซู ตง ปอ รู้สึกสะดุ้ง
แล้วรับสารภาพว่า
ฉันเพลิดเพลินกับ
ทัศนียภาพของ
ซานเสียมากไปหน่อย
จนลืมคำสัญญาที่รับปากไว้
จนกระทั่งไปถึง ตอนล่าง
จึงค่อยนึกขึ้นมาได้
จึงเก็บน้ำจากตรงนั้นขึ้นมา
ด้วยเข้าใจว่ามัน
คงไม่มีอะไรต่างกัน
หวังอันซื่อ กล่าวว่า
ในตำรา " ซันสุ่ย จิงจู "
เขียนไว้ว่า
จากการพิจารณาอย่างละเอียด
จึงได้ข้อสังเกตุเกี่ยวกับคุณสมบัติ
ของ น้ำใน แม่น้ำแยงซี ดังนี้
น้ำบริเวณตอนบนของ ซานเสีย
ไหลเร็วเกินไป
ส่วนน้ำบริเวณตอนล่างก็ไหล
ช้าเกินไป
ส่วนน้ำบริเวณตอนกลางจะไหลพอเหมาะพอดี
โรคของฉันนั้น
เนื่องมาจากความร้อนระดับกลางในร่างกาย
ดังนั้นจึงต้องการน้ำจาก
ตอนกลางของ ซานเสีย
เพื่อเปิดช่องทางพลังงานในร่างกาย
การใช้น้ำจากแม่น้ำแยงซีต้ม
ชา หยางเซียนนั้น
หากเป็นน้ำจากตอนบนฯ
จะออกรสเข้ม
ส่วนน้ำจากตอนล่างฯ
จะให้รสอ่อน
และจะได้รสระหว่างกลางเมื่อใช้น้ำจากตอนกลางฯ
วันนี้สีของชา
ออกมาอย่างช้าๆ
ดังนั้นฉันจึงรู้ว่า
มันมาจากตอนล่างฯไงล่ะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู ตง ปอ
รีบลุกจากเก้าอี้ ทำการคารวะ
เพื่อขออภัยต่อเพื่อน
อย่างจริงใจ
เมื่อเวลาชงชา
คนโบราณเข้าใจดี
ระหว่างความแตกต่างระหว่างน้ำไหล
กับ น้ำนิ่ง ในหนังสือ " ฉา
จิง "
ได้อรรถาธิบายการใช้น้ำจากภูเขา
,ตอนกลางแม่น้ำ และ จากบ่อลึก
ทั้งยังพูดถึง
น้ำจากภูเขาที่เหมาะสำหรับชงชา
ว่า ต้องเป็นน้ำที่ไหลช้าๆ
ถ้าไหลเร็วจะใช้ไม่ได้
พูดอีกอย่าง ก็คือ
น้ำที่ไหลช้าๆ
จะชงชาที่ให้รสชาดดี
ในหนังสือ "
เชียน จิน ฝาง " ของ หมอ ซุน
ซือ เหมี่ยว เขียนเกี่ยวกับ
เรื่องน้ำไหล กับน้ำนิ่ง
ว่า ถ้าจะต้มโสมควรใช้น้ำไหล
จะใช้น้ำนิ่งไม่ได้
การเลือกใช้ยาอย่างถูกต้อง
เป็นเรื่องจำเป็น
และบางครั้ง สิ่งที่ดูพื้นๆ
เหมือนจะไม่สำคัญ
อย่างคุณภาพน้ำก็มีผลต่อฤทธิ์ยาเช่นกัน
ดังนั้นน้ำไหล กับ น้ำนิ่ง
จึงควรเลือกใช้ในจุดประสงค์ที่ต่างกันไป
ในตำรา " เมิ่ง
ซี ปี้ ตาน " เขียนไว้ว่า
ปลาบางอย่างสามารถอยู่ได้
เฉพาะในน้ำนิ่ง
หากย้ายมันไปอยู่ในแม่น้ำ
มันก็ตาย และยังพูดถึง
ปลาคาร์พชนิดหนึ่ง
ที่สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำนิ่ง
และน้ำไหล ว่า
พวกที่อาศัยอยู่ในน้ำไหลจะมีรอยสีขาวปรากฏบนหลังของมัน
และมีรสชาดดี
ในขณะที่พวกที่อยู่ในน้ำนิ่งจะมีรอยสีดำบนหลัง
และมีรสชาดแย่