|
จดหมายข่าวข้อมูลเหตุการณ์จริง เกี่ยวกับฝ่าหลุนกง |
||
|
นับแต่วันที่
20
กรกฎาคม
ค.ศ.
1999
คนจีนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งถูกประทับตราเป็นพวกนอกกฎหมาย
และการโฆษณาชวนเชื่อขนานใหญ่ได้เริ่มขึ้นเพื่อต่อต้านคนกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
ห้าปีที่ผ่านมาข้อมูลเท็จที่กุขึ้นเกี่ยวกับฝ่าหลุนกงถูกแพร่กระจายไปสู่สื่อมวลชนและรัฐบาลต่างๆทั่วโลก
ด้วยเจตนาที่จะสร้างความเข้าใจผิดและโหมกระพือความเกลียดชังต่อคนกลุ่มนี้
ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงจัดทำจดหมายข่าวนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลเหตุการณ์ที่เป็นจริงเกี่ยวกับฝ่าหลุนกงที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ฝ่าหลุนกงเป็นการฝึกจิตและกายอย่างสงบบนพื้นฐานของหลัก
ความจริง
ความเมตตา
ความอดทน
ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในประเทศจีน
เมื่อเดือนพฤษภาคม
ค.ศ.
1992
และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วนับแต่นั้นมา
เพราะผู้ฝึกต่างได้รับประโยชน์ทางสุขภาพทั้งกายและใจ
จึงแนะนำต่อๆ
กันแบบ
ปากต่อปาก
จนมีจำนวนผู้ฝึกเพิ่มขึ้นกว่า
80
ล้านคนในเวลาเพียง
7
ปี
(ตามการประเมินของสื่อมวลชนในจีน
เมื่อ
ปี
ค.ศ.
1998)
และเคยถูกตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐฝ่ายต่างๆ
หลายครั้ง
ได้แก่
สภาประชาชนจีน
ในสมัยที่นาย
เฉียว
สือ
เป็นประธานสภา
อันนับเป็นการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและกว้างขวางที่สุด
โดยคณะกรรมการชุดใหญ่ที่นายเฉียวสือ
เป็นประธานในการดำเนินการ
ซึ่งใช้เวลาถึง
ครึ่งปี(ค.ศ.
1998)
ก่อนจะสรุปและส่งรายงานไปยังคณะกรรมการกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์ว่า
ฝ่าหลุนกงมีแต่ประโยชน์มากมาย
ไม่มีพิษภัยใดๆ
แต่กลับถูกปราบปรามโดยกลุ่มนายเจียง
เจ๋อหมิน
กับพวก
โดยไม่ใส่ใจเสียงคัดค้านจากฝ่ายอื่น
ทั้งในพรรคฯและรัฐบาลในขณะนั้น
จดหมายข่าวนี้มีจุดประสงค์จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการฝึกฝ่าหลุนกง
รวมทั้งข่าวทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับฝ่าหลุนกงโดยสังเขป
เราหวังอย่างยิ่งว่าข่าวสารนี้จะช่วยให้ท่านเกิดมุมมองที่ถูกต้องต่อฝ่าหลุนกง
และเหล่าผู้ฝึก
26
เมษายน
ฝ่ายกิจการพลเรือนแห่งสหพันธรัฐเยอรมันนี
ได้ยอมรับผิดอย่างเป็นทางการ
ต่อผู้ฝึกฝ่าหลุนกง
ว่าการใช้มาตรการจำกัดสิทธิผู้ฝึกฯเมื่อเดือนเมษายน
ค.ศ.
2002
ในขณะที่นายเจียง
เจ๋อหมินอยู่ในระหว่างเยือนเยอรมันนีนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายของเยอรมันนี
ก่อนหน้าที่นายเจียงจะเดินทางมาถึง
เขาได้กดดันให้ตำรวจเยอรมันนีขับไล่ผู้ฝึกฯออกไปจากโรงแรมแอดลอน
ที่เขาจะไปพัก
และยังข่มขู่ว่าเขาจะเลิกการไปเยือนหากไม่ดำเนินการตามนี้
14
สิงหาคม
ที่ประเทศสาธารณรัฐอัฟริกาใต้
มีเหตุการณ์ลอบยิงผู้ฝึกฝ่าหลุนกง
นายเดวิด
เหลียง
ได้รับบาดเจ็บด้วยปืนไรเฟิล
เอ
เค
47
(ซึ่งไม่มีจำหน่ายในอัฟริกาใต้)
ขณะที่เขาเดินทางจากสนามบินเมืองเพรโทรเรีย
เพื่อไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนซึ่งอยู่ในระหว่างการเยือนสาธารณรัฐอัฟริกาใต้
นายเดวิด
เหลียง
เพิ่งเดินทางเข้าประเทศนี้เป็นครั้งแรก
และถูกลอบยิงในวันแรกที่มาถึง
4
ตุลาคม
สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา
ได้ผ่านมติ
304
ด้วยเสียงเอกฉันท์
เรียกร้องให้รัฐบาลจีนหยุดการกดดันผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในอเมริกาและจีน
เนื่องจากตลอด
5
ปีที่ผ่านมา
สถานกงสุลและสถานฑูตจีนในอเมริกาได้ดำเนินการทุกวิถีทาง
ในการกดดันผู้ฝึกฯในอเมริกาไม่ให้จัดกิจกรรมทุกชนิด
ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม
จัดพาเหรด
ร้องเรียน
หรือประท้วงอย่างสงบต่อเจ้าหน้าที่จีน
เกี่ยวกับการปราบปรามฝ่าหลุนกงในจีน
กระทั่งกดดันชาวอเมริกันทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่รัฐของอเมริกาเองที่ติดต่อกับผู้ฝึกฯ
มติ
304
ยังรวมถึงการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายชาร์ลส
ลี
ผู้ถือสัญชาติอเมริกันซึ่งถูกจับขังและถูกทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ระหว่างการเยี่ยมเยียนประเทศจีน
20
พฤศจิกายน
ในระหว่างการเยือนอาร์เจนตินาของประธานาธิบดี
หู
จิ่น
เทา
ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงชาวอาร์เจนตินาถูกเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนที่นั่นทำร้ายร่างกาย
ได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่พวกเขาถือแผ่นป้ายอย่างสงบ
เรียกร้องให้ยุติการปราบปรามฯ
และให้ดำเนินคดีกับนายเจียงฯ
นับตั้งแต่ปี
ค.ศ.2001
ที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ
นายเจียง
เจ๋อหมิน
กับพวกที่สหรัฐอเมริกาเป็นคดีแรก
เป็นต้นมา
ขณะนี้การดำเนินการลักษณะนี้
ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น
45
คดี
ใน
24
ประเทศ
ทั้งในเอเซีย
ยุโรป
ออสเตรเลีย
อัฟริกา
อเมริกาเหนือ
และอเมริกาใต้
ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือเล็กอย่าง
แซมเบีย
ไซปรัส
และ
มัลโดวา
เป็นต้น
การฟ้องร้องนี้เป็นสัญลักษณ์ของการคัดค้านอย่างจริงจังต่อการปราบปรามที่ทารุณโหดร้ายต่อผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในจีน
รวมทั้งที่มีการขยายออกไปต่างประเทศด้วย
นับแต่ความจริงเกี่ยวกับการปราบปรามฝ่าหลุนกงในจีนถูกเปิดโปง
ชาวโลกต่างมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
ตลอด
5
ปีมานี้
มีแต่เสียงคัดค้าน
ประณาม
และเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่ป่าเถื่อน
ไร้มนุษยธรรมนี้เรื่อยมา
ไม่เคยมีเสียงสนับสนุนแม้แต่ครั้งเดียว
กระทั่งรัฐบาลใหม่ของจีนเองยังต้องปรับท่าที
โดยมีคำสั่งให้ถอดข้อความโจมตีฝ่าหลุนกงออกจากเว็บไซด์ของสถานทูตจีนทั่วโลกเมื่อราว
2
เดือนที่ผ่านมา
ไม่ว่า
นี่จะเป็นการทำเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น
หรือจะเป็นแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องนี้อย่างแท้จริงในที่สุดก็ตาม
แต่อย่างน้อยมันก็สะท้อนว่า
การปราบปรามฝ่าหลุนกง
เป็นสิ่งที่ผิดมาตั้งแต่ต้น
และก็แสดงให้เห็นว่าการยืนหยัดอธิบายความจริงด้วยรูปแบบวิธีการสันติต่างๆ
ที่ผู้ฝึกทั่วโลกร่วมกันทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
และได้รับการสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นลำดับ
จนเริ่มปรากฏผลให้เห็นอย่างชัดเจนดังกล่าว
ฝ่าหลุนกงไม่ใช่ศาสนา
นิกาย
หรือลัทธิ
หากมีคำถามหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ
info@falunthai.org
หรือติดต่อ
|